LAW 2001 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยทรัพย์ การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2556

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2556

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2001 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยทรัพย์

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายหมึกครอบครองทำไร่ในที่ดินแปลงหนึ่งซึ่งเดิมเป็นหนองน้ำสาธารณะที่ตื้นเขินขึ้นจนเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า หลังจากนั้น 10 ปี นายหมึกได้ทำสัญญาเป็นหนังสือขายที่ดินแปลงนี้ให้นางกุ้ง นางกุ้งครอบครองต่อมาได้ 1 ปี นางกุ้งได้ให้เพื่อนของตนซึ่งเป็นข้าราชการของสำนักงานที่ดินออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ให้ โดยที่ทางราชการยังไม่เคยประกาศให้ประชาชนจับจองเป็นเจ้าของแต่อย่างใด หลังจากนั้น 2 ปี ทางราชการต้องการที่ดินดังกล่าวทำแก้มลิงตามโครงการป้องกันน้ำท่วม จึงแจ้งให้นางกุ้งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดแล้วย้ายออกไปจากที่ดินนั้น

Advertisement

ดังนี้ นางกุ้งจะต้องย้ายออกไปหรือไม่ และนางกุ้งจะอ้างสิทธิใด ๆ เหนือที่ดินนั้นได้บ้าง

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแฟงและพาณิชย์

มาตรา 1304 “สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น รวมทรัพย์สินทุกชนิดของแผ่นดินซึ่งใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน เช่น

(1) ที่ดินรกร้างว่างเปล่า และที่ดินซึ่งมีผู้เวนคืนหรือทอดทิ้ง หรือกลับมาเป็นของแผ่นดินโดยประการอื่นตามกฎหมายที่ดิน”

มาตรา 1305 “ทรัพย์สินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้นจะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกา”

มาตรา 1306 “ท่านห้ามมิให้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับแผ่นดินในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน”

วินิจฉัย

ตามอุทาหรณ์ การที่นายหมึกครอบครองทำไร่ในที่ดินซึ่งเดิมเป็นหนองน้ำสาธารณะที่ตื้นเขินขึ้นจนเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่านั้น เมื่อที่ดินดังกล่าวเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามมาตรา 1304 (1) ดังนั้น แม้นายหมึกจะครอบครองนานเท่าใด นายหมึกก็จะไม่ได้กรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะตามมาตรา 1306 ได้บัญญัติห้ามมิให้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับแผ่นดินในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

การที่นายหมึกได้ทำสัญญาขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่นางกุ้งนั้น ก็ไม่ทำให้นางกุ้งซึ่งซื้อที่ดินจากนายหมึกได้กรรมสิทธิหรือสิทธิครอบครองในที่ดินแปลงดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้เพราะสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้นจะโอนให้แก่กันมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกาเท่านั้น(มาตรา 1305) ส่วนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ที่นางกุ้งได้มานั้นก็เป็นการได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพราะทางราชการยังไม่ได้ประกาศให้ประชาชนจับจองเป็นเจ้าของแต่อย่างใด

ดังนั้น เมื่อทางราชการต้องการที่ดินแปลงดังกล่าวเพื่อทำแก้มลิงตามโครงการป้องกันน้ำท่วมและได้แจ้งให้นางกุ้งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดแล้วย้ายออกไปจากที่ดินนั้น นางกุ้งก็จะต้องย้ายออกไป และจะอ้างสิทธิใด ๆ เหนือที่ดินนั้นไม่ได้เลย

สรุป

นางกุ้งจะต้องย้ายออกไปจากที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โดยไม่สามารถอ้างสิทธิใด ๆ ได้เลย

 

Advertisement