Advertisement

81. ข้อใดต่อไปนี้ถูกที่สุด

(1) การครอบครองปรปักษ์สามารถเกิดได แม้เป็นที่ดินที่มีเพียงสิทธิครอบครอง

(2) หากเข้าครอบครองโดยสงบ เปิดเผย ในอสังหาริมทรัพย์ 7 ปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์

(3) หากเข้าครอบครองโดยสงบ เปิดเผย ในอสังหาริมทรัพย์ 5 ปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์

(4) ไม่มีข้อใดถูกต้อง

ตอบ 4  หน้า 204-206  ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382  ซึ่งได้บัญญัติว่า บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปีไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์จะได้กรรมสิทธิ์ต้องครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของด้วย

82. ทรัพย์ใดต่อไปนี้มิอาจเป็นของหมั้นได้

(1) อาคารพาณิชย์ของชายคู่หมั้น                  

(2) รถยนต์ของชายคู่หมั้น

(3) เงินที่ชายคู่หมั้นกู้ยืมมาเพื่อหมั้น             

(4) ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 4  หน้า 157 “ของหมั้นหมายถึงทรัพย์สินที่ฝ่ายชายได้ส่งมอบหรือโอนให้แก่หญิงเพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสกับหญิงนั้น ซึ่งอาจจะเป็นทรัพย์สินประเภทใดก็ได้ (ทรัพย์ตาม (1)(2) และ (3) เป็นของหมั้นได้)

83. เมื่อหมั้นแล้ว หากต่อมาคู่หมั้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอมสมรสด้วย เช่นนี้

(1) ร้องขอต่อศาลให้บังคับให้มีการสมรสได้              

(2) เรียกเบี้ยปรับได้

(3) ฝ่ายที่มิใช่ฝ่ายผิดเรียกค่าทดแทนได้                         

(4) แม้ฝ่ายหญิงเป็นผู้ผิดสัญญาหมั้น ก็ริบของหมั้นไว้ได้

ตอบ 3  หน้า 157-158  ถ้าคู่หมั้นฝ่ายใดผิดสัญญาหมั้น อีกฝ่ายหนึ่งจะฟ้องบังคับเพื่อให้มีการสมรสไม่ได้ มีสิทธิก็แต่เฉพาะเรียกค่าทดแทนเนื่องจากมีการผิดสัญญาหมั้นเท่านั้น และหากหญิงเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้นก็จะต้องคืนของหมั้นให้แก่ฝ่ายชายด้วย

84. การสมรสอาจสมบูรณ์ได้เลยหาก

(1) มิได้มีการหมั้นมาก่อน

(2) ชายหญิงอายุ 19 ปี ที่ทำการสมรสโดยมิได้รับความยินยอม

(3) มิได้ส่งมอบสินสอด                   

(4) ถูกทุกข้อ

ตอบ 2  หน้า 159-160  เงื่อนไขที่จะทำให้การสมรสตกเป็นโมฆียะ (การสมรสมิอาจสมบูรณ์) มี 5 ประการ คือ             1. ชายและหญิงมีอายุไม่ครบ 17 ปีบริบูรณ์                           2. ผู้เยาว์ทำการสมรสโดยมิได้รับความยินยอมจากบิดามารดา หรือ ผู้ปกครอง        3. การสมรสโดยสำคัญผิดตัวคู่สมรส        4. สมรสโดยถูกกฉ้อฉล 5. การสมรสเพราะถูกข่มขู่ (การสมรสสามารถทำได้โดยมิต้องมีการหมั้นก่อนแต่งแต่อย่างใด)

85. หญิงอายุ 21 ปี ที่สามีที่ชอบด้วยกฎหมายถึงแก่ความตาย

(1) หากสมรสใหม่ก่อน 310 วันนับแต่การสมรสเดิมสิ้นสุด การสมรสย่อมตกเป็นโมฆียะ

(2) สมรสใหม่ได้ทันที และการสมรสนั้นสมบูรณ์

(3) หากสมรสใหม่ก่อน 310 วันนับแต่การสมรสเดิมสิ้นสุด การสมรสย่อมตกเป็นโมฆะ

(4) หากจะสมรสใหม่ก่อน 310 วัน ต้องขออนุญาตจากศาลก่อน

ตอบ 4  หน้า 160 หญิงที่สามีตายหรือที่การสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่น จะทำการสมรสใหม่ได้ก็ต่อเมื่อระยะเวลา 310 วันนับตั้งแต่วันสิ้นสุดแห่งการสมรสได้ผ่านพ้นไปแล้ว เว้นแต่

1. คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น                      2. สมรสกับคู่สมรสเดิม

3. มีใบรับรองแพทย์ว่ามิได้ตั้งครรภ์                4. มีคำสั่งของศาลให้สมรสได้ (แต่ถ้ามีการฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าว ให้ถือว่าการสมรสยังคงสมบูรณ์ ไม่ตกเป็นโมฆะ)

86. เงื่อนไขใดที่ไม่ทำให้การสมรสตกเป็นโมฆะ

(1) ผู้รับบุตรบุญธรรมสมรสกับบุตรบุญธรรม             

(2) บุคคลวิกลจริตสมรสกับบุคคลที่มีสภาพจิตปกติ

(3) สมรสโดยปราศจากความยินยอม                             

(4) สมรสซ้อน

ตอบ 1  หน้า 159-160  เงื่อนไขที่จะทำให้การสมรสตกเป็นโมฆะ มี 4 ประการ คือ

1. สมรสกับบุคคลวิกลจริต หรือคนไร้ความสามารถตามคำสั่งศาล

2. สมรสกับญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมา หรือกับพี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน

3. สมรสโดยปราศจากความยินยอมของชายหญิงคู่สมรส และ

4. สมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้วหรือที่เรียกว่า สมรสซ้อน

(ผู้รับบุตรบุญธรรมสมรสกับบุตรบุญธรรมมีผลสมบูรณ์ แต่การรับบุตรบุญธรรมเป็นอันยกเลิกไป)

87. เงื่อนไขใดที่ไม่ทำให้การสมรสตกเป็นโมฆียะ

(1) ชายหญิงอายุไม่ครบ 17 ปีบริบูรณ์           

(2) สมรสโดยสำคัญผิดแล้ว

(3) สมรสเพราะถูกข่มขู่                                   

(4) คู่สมรสที่มีบิดาคนเดียวกัน แต่ต่างมารดากัน

ตอบ 4  ดูคำอธิบายข้อ 84. และ 86.ประกอบ  (การสมรสตามข้อ (4) เป็นโมฆะ ส่วนการสมรสตามข้อ (1)(2) และ (3)_ เป็นโมฆียะ)

88. หนี้ร่วมระหว่างสามีภริยา ได้แก่

(1) สามีกู้ยืมเงินภริยาเพื่อใช้จ่ายในครอบครัว

(2) ภริยากู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อจ่ายค่ารักษาพยาบาลบุตร

(3) สามีกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อซื้อวิทยุไว้ฟังที่ทำงาน

(4) ถูกทุกข้อ

ตอบ 2 หน้า 164-165  หนี้เกี่ยวกับการจัดการบ้านเรือนและจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัว การอุปการะเลี้ยงดู ตลอดถึงการรักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัวและการศึกษาของบุตรตามสมควรแก่อัตภาพ ถือว่าเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยา ซึ่งสามีและภริยาจะต้องร่วมกันรับผิดชอบ (ข้อ (1) เป็นหนี้ระหว่างสามีภริยา ข้อ (3) เป็นหนี้ส่วนตัว)

89. สินสมรส ได้แก่

(1) เงินเดือนที่คู่สมรสได้รับก่อนสมรส

(2) ดอกเบี้ยเงินฝากในธนาคารที่หญิงได้มาก่อนสมรส

(3) ลูกหมูซึ่งแม่หมูของภริยาตกลูกเมื่อมีการสมรส

(4) เงินมรดกที่ได้รับในขณะสมรสในฐานะทายาทโดยธรรม

ตอบ 3  หน้า 163  สินสมรส ได้แก่

1. ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส เช่น เงินเดือนหรือรางวัลที่ได้จากการถูกลอตเตอรี่

2. ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรม เมื่อพินัยกรรมระบุว่าเป็นสินสมรส

3. ดอกผลของสินส่วนตัว ซึ่งเกิดมีขึ้นเมื่อมีการสมรส เช่น ลูกหมูซึ่งแม่หมูตกลูกเมื่อสมรสแล้ว

(ดอกเบี้ยแม้จะเป็นดอกผลของสินส่วนตัว แต่ได้มาก่อนสมรสจึงไม่เป็นสินสมรส แต่เป็นสินส่วนตัว)

90. กรณีใดต่อไปนี้มิใช่การสิ้นสุดการสมรส

(1) หย่า               

(2) ตาย                

(3) ทิ้งร้าง           

(4) ศาลพิพากษาให้เพิกถอน

ตอบ 3  หน้า 166-167  การสมรสสิ้นสุดลงได้โดยความตาย ศาลพิพากษาให้เพิกถอนการสมรสและการหย่า (การทิ้งร้างเป็นเพียงเหตุฟ้องหย่าเท่านั้น)

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

Log in with your credentials

Forgot your details?