Advertisement

51. การที่นายเขียวนอนละเมอถีบนายแดงตกเตียง ดังนี้ นายเขียวมี การกระทำหรือไม่

(1) ไม่มี เพราะไม่ใช่เจตนาของตน

(2) มี เพราะมีการคิด ตัดสินใจ และตกลงกระทำตามที่ได้ตัดสินใจ

(3) ไม่มี เพราะการเคลื่อนไหวไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของจิตใจ

(4) มี เพราะทำให้นายแดงได้รับบาดเจ็บ

ตอบ 3  ดูคำอธิบายข้อ 33.และ 36. ประกอบ

52. ข้อใดที่ทำให้กฎหมายมหาชนแตกต่างจากกฎหมายเอกชน

(1) กฎหมายมหาชนมีลักษณะเป็นกฎเกณฑ์เฉพาะเรื่อง

(2) กฎหมายมหาชนใช้บังคับกับนิติสัมพันธ์ที่ไม่ต้องอาศัยความสมัครใจ

(3) กฎหมายมหาชนมุ่งรักษาผลประโยชน์ของประชาชนแต่ละคน

(4) กฎหมายมหาชนใช้กับคู่กรณีที่เป็นเอกชนเท่านั้นไม่รวมถึงหน่วยงานของรัฐด้วยกันเอง

ตอบ 2  ดูคำอธิบายข้อ 21. ประกอบ

53. ตามหลักกฎหมายอาญา หากไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่าการกระทำใดเป็นความผิด

(1) ต้องวินิจฉัยโดยใช้จารีตประเพณี            

(2) ต้องวินิจฉัยโดยอาศัยบทกฎหมายใกล้เคียงอย่างยิ่ง

(3) ไม่ต้องวินิจฉัยเพราะไม่มีความผิดเกิดขึ้น              

(4) ถูกเฉพาะข้อ 1 และ 2

ตอบ 3  หน้า 54,90 กฎหมายอาญาต้องตีความโดยเคร่งครัด ถ้าไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่าการกระทำใดเป็นความผิด ย่อมไม่มีความผิด และไม่มีโทษ (อีกทั้งไม่อาจนำวิธีการอุดช่องว่างตามกฎหมายแพ่งมาใช้บังคับในคดีอาญาได้)

54. ข้อใดเป็นลักษณะของกฎหมายอาญา

(1) ออกกฎหมายย้อนหลังลงโทษได้                            

(2) ออกกฎหมายย้อนหลังลงโทษไม่ได้

(3) ย้อนหลังลงโทษได้แล้วแต่ดุลยพินิจศาล

(4) ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 2  ดูคำอธิบายข้อ 53.ประกอบ

55. ข้อใดไม่เป็นความผิดอาญา

(1) นายเออายุ 15 ปี ทำนิติกรรมรับการปลดหนี้จากเจ้าหนี้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ

(2) นายหนึ่งอายุ 14 ปี ทำพินัยกรรม

(3) นายหนุ่มกับนางสาวสวยอายุ 18 ปี ทำการสมรสกันเองโดยบิดามารดาไม่ยินยอม

(4) ถูกทุกข้อ

ตอบ 1 หน้า 136 นิติกรรมที่ผู้เยาว์สามารถทำได้เองโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม ได้แก่ 1. นิติกรรมที่ทำให้ผู้เยาว์ได้มาซึ่งสิทธิ หรือหลุดพ้นจากหน้าที่ เช่น การทำนิติกรรมรับการปลดหนี้จากเจ้าหนี้ โดยปราศจากเงื่อนไขหรือค่าภาระติดพัน

2. นิติกรรมที่ผู้เยาว์ต้องทำเองเฉพาะตัว เล่น การจดทะเบียนรับรองบุตร

3. นิติกรรมที่สมแก่ฐานานุรูปและจำเป็นในการดำรงชีวิตตามสมควร เช่น ซื้ออาหารรับประทาน

4. ผู้เยาว์อาจทำพินัยกรรมได้เมื่ออายุครบ 15 ปีบริบูรณ์

57. สภาพบุคคลเริ่มต้นเมื่อ

(1) นางขาวแท้งบุตรขณะตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน             

(2) นางดำตั้งครรภ์บุตรเป็นเวลา 8 เดือน

(3) นางเทาคลอดบุตรแล้วแต่หมอยังไม่ตัดสายสะดือ

(4) ผิดทุกข้อ

ตอบ 3   หน้า 125-126   สภาพบุคคลย่อมเริ่มแต่เมื่อคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารก (โดยจะตัดสายสะดือหรือไม่ไม่สำคัญ) ซึ่งการอยู่รอดเป็นทารกนั้น อาจจะดูการเต้นของหัวใจ การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ หรือดูที่การหายใจ ซึ่งการหายใจนั้นไม่จำกัดว่าจะมีระยะเวลาเท่าใด ดังนั้นทารกที่ยังอยู่ในครรภ์มารดาจึงยังไม่มีสภาพบุคคล

58. นายน้อยไม่รู้ว่าเกิดเมื่อใด ทราบแต่เกิดปี พ.ศ. 2520 ดังนี้ตามกฎหมายถือว่านายน้อยเกิดเมื่อใด

(1) 1 มกราคม 2520                           

(2) แล้วแต่นายอำเภอท้องที่จะกำหนดว่าเกิดเมื่อใดในปี 2520

(3) 1 เมษายน 2520                           

(4) แล้วแต่นายน้อยจะเลือกว่าเกิดเมื่อใดในปี 2520

ตอบ 1    หน้า 128, (คำบรรยาย) ในกรณีที่ไม่รู้ว่าบุคคลเกิดวันใด เดือนใด แต่รู้ปีเกิด ให้ว่าถือว่าบุคคลนั้นได้เกิดในวันต้นปี ซึ่งเป็นปีที่บุคคลนั้นเกิด ในกรณีที่เกิดก่อนวันที่ 18 ตุลาคม 2483 ให้ถือเอา วันที 1 เมษายน เป็นวันต้นปี หากเกิดภายหลังจากนั้นให้ถือเอาวันที่ 1มกราคม เป็นวันต้นปี ดังนั้นการที่นายน้อยไม่รู้ว่าเกิดเมื่อใดทราบแต่เกิดปี พ.ศ. 2520 ดังนี้ตามกฎหมายถือว่านายน้อยเกิดเมื่อวันที่ 1มกราคม 2520

59. นิติบุคคลมีสิทธิ

(1) เป็นโจทก์ฟ้องคดีแพ่ง                               

(2) รับโทษทางอาญาทุกโทษ

(3) รับรองบุตร                                                    

(4) สมรส

ตอบ 1  หน้า 150-151 นิติบุคคลมีสิทธิและหน้าที่ภายในขอบวัตถุประสงค์ของตน เช่น อาจเป็นโจทก์ฟ้งคดี หรืออาจถูกฟ้องต่อศาล อีกทั้งยังมีสิทธิหน้าที่เหมือนบุคคลธรรมดา เว้นแต่สิทธิและหน้าที่ซึ่งโดยสภาพจะพึงมีพึงเป็นได้แก่บุคคลธรรมดาเท่านั้น เช่น การสมรส การรับรองบุตร หรือรับโทษทางอาญาบางประเภท ฯลฯ

60. กรณีใดที่แม้ผู้กระทำความผิดจะมิใช่บุคคลสัญชาติไทยก็อาจถูกดำเนินคดีโดยศาลไทยได้

(1) นายจอห์นขโมยเงินไทยที่ร้านค้าในประเทศสหรัฐอเมริกา

(2) นายจอห์นปลอมแปลงธนบัตรของไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา

(3) นายจอห์นส่งจดหมายมีข้อความหมิ่นประมาทคนไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา

(4) นายจอห์นเขียนข้อความไม่สุภาพบนกำแพงวัดไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา

ตอบ 2  หน้า 81-83  ความผิดใดที่แม้ได้กระทำนอกราชอาณาจักรและไม่ว่าจะโดยบุคคลสัญชาติใด หากเข้าข้อยกเว้นต่อไปนี้แล้วย่อมอยู่ในอำนาจศาลไทยที่จะพิจารณาพิพากษาได้ ซึ่งมีกฎหมายที่สำคัญอยู่ 2 ฉบับ ได้แก่

1. ตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น ความผิดต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและแปลงเงินตรา เป็นต้น

2. ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 เช่น การทำนิติกรรมหรือสัญญาที่มีคู่สัญญาคนใดคนหนึ่งเป็นคนต่างด้าว เป็นต้น

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

Log in with your credentials

Forgot your details?