LAW 1002 หลักกฎหมายเอกชน การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2555

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2555

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 1002 หลักกฎหมายเอกชน

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. ผู้เยาว์ย่อมบรรลุนิติภาวะ หรือมีสถานะเสมือนผู้บรรลุนิติภาวะในกรณีใดบ้าง จงอธิบาย

ธงคำตอบ

ผู้เยาว์ย่อมบรรลุนิติภาวะ ในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้คือ

  1. บรรลุนิติภาวะโดยอายุ กล่าวคือ เมื่อบุคคลใดมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ บุคคลนั้นย่อมบรรลุนิติภาวะ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 19 ซึ่งได้บัญญัติไว้ว่า “บุคคลย่อมพ้นจากภาวะผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะเมื่อมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์”
  2. บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส กล่าวคือ ผู้เยาว์อาจจะบรรลุนิติภาวะได้ ถ้าหากชายและหญิงได้จดทะเบียนสมรสกันในขณะที่ชายและหญิงนั้นมีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ หรืออาจมีอายุไม่ครบ 17 ปีบริบูรณ์ก็ได้ ถ้าหากได้รับอนุญาตจากศาลให้ทำการสมรสกันได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 20 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “ผู้เยาว์ย่อมบรรลุนิติภาวะเมื่อทำการสมรส หากการสมรสนั้นได้ทำตามบทบัญญัติมาตรา 1448” และในมาตรา 1448 ก็ได้บัญญัติไว้ว่า “การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุสิบเจ็ดปีบริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้” (เหตุอันสมควรที่ศาลอาจอนุญาตให้สมรสได้ เช่น หญิงมีการตั้งครรภ์ ฯลฯ)

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 27 บัญญัติว่า “ผู้แทนโดยชอบธรรมอาจให้ความยินยอมแก่ผู้เยาว์ในการประกอบธุรกิจทางการค้าหรือธุรกิจอื่น หรือในการทำสัญญาเป็นลูกจ้างในสัญญาจ้างแรงงานได้ ในกรณีที่ผู้แทนโดยชอบธรรมไม่ให้ความยินยอมโดยไม่มีเหตุอับสมควร ผู้เยาว์อาจร้องขอต่อศาลให้สังอนุญาตได้

ในความเกี่ยวพันกับการประกอบธุรกิจหรือการจ้างแรงงานตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้เยาว์มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว…”

จากหลักกฎหมายดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ผู้เยาว์จะมีสถานะเสมือนผู้บรรลุนิติภาวะ ในกรณีที่ผู้เยาว์ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมหรือได้รับอนุญาตจากศาล ให้ประกอบธุรกิจทางการค้าหรือธุรกิจอื่นหรือในการทำสัญญาเป็นลูกจ้างในสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งในความเกี่ยวพันกับการประกอบธุรกิจ หรือการจ้างแรงงานดังกล่าว ให้ผู้เยาว์มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว กล่าวคือ ในการทำนิติกรรมใด ๆที่เกี่ยวพับกับการประกอบธุรกิจหรือการจ้างแรงงานดังกล่าวนั้น ผู้เยาว์สามารถทำได้เองโดยลำพัง และโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทบโดยชอบธรรมนั่นเอง