ENG2001 การอ่านเอาความภาษาอังกฤษ สำหรับเตรียมสอบในปีการศึกษา 2557 ชุด2

แนวข้อสอบชุดพิเศษ 2 สำหรับเตรียมสอบในปีการศึกษา 2557

ข้อสอบกระบวนวิขา ENG 2001 การอ่านเอาความภาษาอังกฤษ

Part I : Reading Theory (ทฤษฎีการอ่าน)

Choose the best answer. จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุด

A : Main Idea (ใจความสำคัญ)

1 The family is changing. 2 In the past, grandparents, parents, and children used to live together; in other words, they had an “extended family.” 3 Sometimes two or more brothers with their wives and children were part of this large family group. 4 But family structure is changing throughout the world. 5 The “nuclear family” consists of only one father, one mother, and children; it is becoming the main family structure everywhere.

1ครอบครัวกำลังจะเปลี่ยนไป 2 ในอดีต ปู่ย่าตายาย พ่อแม่และลูก ๆ เคยอาศัยอยู่รวมกัน หรือ กล่าวอีกนัยหนึ่ง พวกเขาเป็น ครอบครัวขยาย” 3 ในบางครั้ง พี่น้องผู้ชายสองคนหรือมากกว่าพร้อมกับภรรยา และลูก ๆ ของพวกเจาจะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มครอบครัวใหญ่นี้ 4แต่โครงสร้างของครอบครัวกำลังจะ เปลี่ยนไปทั่วโลก 5“ครอบครัวเดี่ยว” จะประกอบด้วยแค่พ่อหนึ่งคน แม่หนึ่งคน และลูก ๆ มันกำลังจะ กลายเป็นโครงสร้างของครอบครัวโดยทั่วไปในทุกหนทุกแห่ง

1.      Which statement is true ?

(1)    The family structure is not changing.

(2)    An extended family has a large family group.

(3)    The nuclear family consists of three generations in the same roof.

(4)    An extended family is becoming the main family structure everywhere.

ถาม     ข้อความใดถูกต้อง

ตอบ 2

1. โครงสร้างของครอบครัวไม่ได้กำลังจะเปลี่ยนไป

(2)    ครอบครัวขยายเป็นกลุ่มครอบครัวขนาดใหญ่

3.      ครอบครัวเดี่ยวประกอบไปด้วยคนสามวัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน

4.      ครอบครัวขยายกำลังจะกลายเป็นโครงสร้างของครอบครัวโดยทั่วไปในทุกหนทุกแห่ง

2.      Sentence _____ is the minor supporting detail of sentence_____.

(1) 2; 1      (2) 4; 2      (3) 5; 4      (4) 3; 2

ถาม ประโยคที่_______เป็นรายละเอียดสนับสนุนรองของประโยคที่_______

ตอบ 4

1. 2 ; 1       2. 4 ; 2       3. 5 ; 4       (4) 3 ; 2

หมายเหตุ รายละเอียดสนับสนุนรองคือประโยคที่เป็นส่วนขยายของรายละเอียดสนับสนุนหลัก

3.      In the past, the main family structure was______.

(1) a traditional family    (2) a nuclear family

(3) an extended family    (4) a post world war family

ถาม     ในอดีตโครงสร้างของครอบครัวโดยทั่วไปเป็น _____

ตอบ 3

1. ครอบครัวแบบดั้งเดิม        2. ครอบครัวเดี่ยว

(3)    ครอบครัวขยาย          4. ครอบครัวหลังสงครามโลก

4.         Which sentences are the major supporting details ?

(1) Sentences 1 and 2            (2) Sentences 23 and 4

(3) Sentences 24 and 5       (4) Sentences 4 and 5

ถาม     ประโยคใดเป็นรายละเอียดสนับสนุนหลัก

ตอบ 3

1. ประโยคที่ 1 และ     2          2. ประโยคที่ 23 และ 4

(3) ประโยคที่ 24 และ 5       4. ประโยคที 4 และ 5

หมายเหตุ รายละเอียดสนับสนุนหลักคือประโยคที่เป็นส่วนขยายของใจความสำคัญ

5.         The main idea is found in sentence______.

(1) 1    (2) 2    (3) 4    (4) 5

ถาม     ใจความสำคัญถูกพบในประโยคที่_______        

ตอบ 1

(1) 1       2. 2 3. 4        4. 5

หมายเหตุ : ใจความสำคัญคือประโยคหรือประเด็นที่ครอบคลุมประโยคอื่นทั้งหมด

B : Prefix, Suffix. Root (อุปสรรค ปัจจัย และรากศัพท์)

6.         The word “supervisor” composed of_____.

(1) one prefix, one root, and one suffix

(2) two prefixes and one root

(3) one prefix and one root     

(4) one root and two suffixes

ถาม คำว่า “supervisor” ประกอบด้วย______       

ตอบ 1

(1) 1 อุปสรรค1 รากศัพท์ และ 1 ปัจจัย

2. 2 อุปสรรค และ 1 รากศัพท์

3. 1 อุปสรรค และ 1 รากศัพท์

4. 1 รากศัพท์ และ 2 ปัจจัย

หมายเหตุ : supervisor มี super-เป็นอุปสรรคมี-vis-(see) เป็นรากศัพท์ และ-or เป็นปัจจัย

7.         Which of the following does not share the same root ?

(1) complicacy  (2) compound  (3) complicate  (4) complication

ถาม     ข้อใดต่อไปนี้มีรากศัพท์ไม่เหมือนกับคำอิน

ตอบ 2

1. complicacy (ความสับสน)     (2) compound (ของผสม)

3. complicate (ทำให้สับสน)     4. complication (ความสับสน)

8.         The words “substitute, submarine, subconscious” have the same  _______meaning _______.

(1) root; over               (2) suffix; ultra

(3) affix; beyond        (4) prefix; under

ถาม คำว่า “substitute, submarine, subconscious” มี_____เดียวกับ ซึ่งมีความหมายว่า_______

ตอบ 4

1. รากศัพท์ เหนือ      2. ปัจจัย เหนือมาก

3. อาคม เหนือ          (4) อุปสรรค ; ใต้

หมายเหตุ : อุปสรรค (prefix) คือ ส่วนที่เติมข้างหน้าคำ แล้วทำให้เกิดคำใหม่ขึ้นโดยไม่เปลี่ยน หน้าที่ของคำ เช่น sub- (under) ในคำว่า substitute, submarine, subconscious ฯลฯ

9.         A few of the people I encountered paused to _____ about my dog’s age or her breed.

(1) spectacle      (2) speculation (3) speculate     (4) spectator

ถาม     มีคนที่ผมพบปะด้วยไม่กี่คนที่หยุดเพื่อ_____(v.)  _____เกี่ยวกับอายุหรือสายพันธุ์ของสุนัขของผม

ตอบ 3

1.ภาพที่น่าตื่นเต้น       2.การคาดเดา  (3)คาดเดา       4.ผู้ดูเหตุการณ์

C : Similar Meaning (ความหมายเหมือน)

10.       Dog-meat eating is popular with some groups of people.

(1)       Some people enjoy eating dog meat.

(2)       People who eat dog meat are popular.

(3)       Not many people prefer dog meat to pork.

(4)       Some groups of people forbid eating dog meat.

ถาม     การกินเนื้อสุนัขเป็นที่นิยมในกลุ่มคนบางกลุ่ม

ตอบ 1

(1) บางคนชอบกินเนื้อสุนัข

2.         ผู้คนที่กินเนื้อสุนัขเป็นที่นิยม

3.         ผู้คนมีไม่มากที่ชอบเนื้อสุนัขมากกว่าเนื้อหมู

4.         กลุ่มคนบางคนห้ามการกินเนื้อสุนัข

11.       No one cares whether or not John joins the army.

(1)       Everybody knows why John joins the army.

(2)       John consults his boss before he joins the army.

(3)       John’s parents are pleased to see John join the army.

(4)       Nobody pays attention to John’s decision.

ถาม     ไม่มีใครสนใจว่าจอห์นจะเข้าร่วมในกองทัพหรือไม่

ตอบ 4

1. ทุก ๆ คนรู้ว่าทำไมจอห์นจึงเข้าร่วมในกองทัพ

2. จอห์นปรึกษากับเจ้านายของเขาก่อนที่เขาจะเข้าร่วมในกองทัพ

3.พ่อแม่ของจอห์นรู้สึกพอใจที่ได้เห็นจอห์นเข้าร่วมในกองทัพ

(4)ไม่มีใครให้ความสนใจกับการตัดสินใจของจอห์น

12.       Suda will announce her engagement soon

(1) Suda is very busy now.

(2)She will announce about her new album.

(3) She will be engaged soon. 

(4) Her admirers attend her concert regularly.

ถาม     สุดาจะประกาศการหมั้นของเธอเร็ว ๆ นี้

ตอบ 3

1. ตอนนี้สุดางานยุ่งมาก        

2. เธอจะประกาศเกี่ยวกับอัลบั้มใหม่ของเธอ

(3) เธอจะหมั้นเร็ว ๆนี้ 

4. ผู้ที่ชื่นชอบเธอไปชมคอนเสิร์ตของเธอเป็นประจำ

13.       No one is too old to learn.

(1) Everyone is ready to go to school.     

(2) Learning is a life long activity.

(3) Everybody is required to get education.

(4) Older people get wiser everyday.

ถาม     ไม่มีใครแก่เกินเรียน

ตอบ 2

1.ทุกๆคนพร้อมที่จะเข้าโรงเรียน          (2)การเรียนเป็นกิจกรรมต่อเนื่องตลอดชีวิต

3. ทุก ๆ คนจำเป็นต้องได้รับการศึกษา 4. คนที่มีอายุมากขึ้นจะยิ่งฉลาดขึ้นทุกวัน

14.       Bill was believed to be a prime suspect.

(1)       Bill suspected that someone stole his money.

(2)       Bill became one of the witnesses to the case.

(3)       People were suspicious of Bill’s behavior.

(4)       Bill appeared at the court yesterday.

ถาม     เชื่อกันว่าบิลเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ

ตอบ 3

1. บิลสงสัยว่าใครบางคนขโมยเงินของเขาไป

2. บิลเป็นหนึ่งในบรรดาพยานหลาย ๆ คนในคดีนี้

(3) ผู้คนสงสัยในพฤติกรรมของบิล

4. บิลไปปรากฏตัวที่ศาลเมื่อวานนี้

D : Dictionary Entry (การใช้พจนานุกรม)

15.       The government decided to impose a ban on drinking in public places. The word “ban”

is used as a/an_______  .

(1)       noun         (2) verb     (3) adjective      (4) adverb of place

ถาม     รัฐบาลตัดสินใจที่จะออก ban การดื่มเหล้าในที่สาธารณะ คำว่า “ban” ถูกใช้เป็น

ตอบ 1

(1) คำนาม       2. คำกริยา       3. คำคุณศัพท์ 4. คำกริยาวิเศษณ์บอกสถานที่

หมายเหตุ  “ban” ในประโยคนี้มี article “a” และเป็นกรรมของประโยค จึงต้องเป็นคำนาม

16.       How many parts of speech can the word “ban” be ?

(1) 1    (2) 2    (3) 3    (4) 4

ถาม     คำว่า “ban” มีหน้าที่ของคำกี่ชนิด

ตอบ 2

1.1       (2) 2    3. 3      4. 4

หมายเหตุ  “ban” เป็นได้ทั้งคำนาม (noun) และคำกริยา (verb)

17.       George was banned from the meeting. This sentence means______.

(1)       George was invited to join the meeting.

(2)       George declared that he would join the meeting.

(3)       George was forbidden to attend the meeting.

(4)       George was a keynote speaker at the meeting.

ถาม     จอร์จถูกห้ามไมให้เข้าร่วมการประชุม ประโยคนี้หมายความว่า          

ตอบ 3

1. จอร์จถูกเชิญให้เข้าร่วมการประชุม 2. จอร์จประกาศว่าเขาจะเข้าร่วมการประชุม

(รู) จอร์จถูกห้ามไม่ให้เข้าร่วมการประขม 4. จอร์จเป็นผู้พูดคนสำคัญในที่ประชุม

18.       Willie was banned from driving for six months.

The meaning of ‘ban’ in the above sentence is used as a      .

(1) v.1         (2) n.              (3) V.2           (4) None is correct.

ถาม วิลลี่ถูก ban ไม่ให้ขับรถเป็นเวลาหกเดือน

ความหมายของคำว่า “ban” ใบประโยคข้างต้นถูกใช้เป็น

ตอบ 3

1. คำกริยา 1   2. คำนาม        (3) คำกริยา 2            4. ไม่มีข้อใดถูกต้อง

หมายเหตุ  กริยาในความหมายที่ 2 หมายถึง ห้ามบุคคลไม่ให้ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด ส่วนความหมายที่ 1 หมายถึง กำหนดสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้เป็นสิ่งต้องห้าม

E : Contextual Clues (คำชี้แนะในบริบท)

Pedagogical institutions, including kindergartens, high schools, and colleges require community support to function efficiently.

สถาบัน ที่เกี่ยวกับการสอน ซึ่งรวมถึงโรงเรียนอนุบาล โรงเรียนมัธยมศึกษาตอบปลายและวิทยาลัย จำเป็นต้องไต้รับการสนับสนุนจากชุมชนเพื่อให้ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ

19.       Which of the following is not included in pedagogical institutions ?

(1) kindergartens       (2) colleges        (3)       polyclinics        (4) high schools

ถาม     ข้อใดต่อไปนี้ม่ได้รวมอยู่ในสถาบันที่เกี่ยวกับการสอน

ตอบ 3

1. โรงเรียนอนุบาล       2. วิทยาลัย

(3) คลินิกรักษาโรคทั่วไป         4. โรงเรียนมัธยมศึกษาตอบปลาย

20.       Pedagogical institutions are organizations that deal with______.

(1) business       (2)       education         (3)       entertainment          (4) environment

ถาม     สถาบันที่เกี่ยวกับการสอนเป็นองค์กรที่เกี่ยวกับ        

ตอบ 2

1. ธุรกิจ           (2) การศึกษา 3.         ความบันเทิง    4. สิ่งแวดล้อม

Part II : Reading Passages (การอ่านเนื้อเรื่อง)

Read the following passages and answer the questions.

จงอ่านเนื้อเรื่องต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม

A : Seen Passages (เนื้อเรื่องในตำรา)

Passage 1

Ever since humans have inhabited the earth, they have made use of various forms of communication. Generally, this expression of thoughts and feelings has been in the form of oral speech. When there is a language barrier, communication is accomplished through sign language in which motions stand for letters, words, and ideas. Tourists, the deaf, and  the mute have had to resort this form of expression. Many of these symbols of whole words are very picturesque and exact and can be used internationally; spelling, however, cannot.

Body language transmits ideas or thoughts by certain actions, either intentionally and unintentionally. A wink can be a way of flirting or indicating that the party is only joking. A nod signifies approval, while shaking the head indicates a negative reaction.

นับตั้งแต่มนุษย์กำเนิดขึ้นบนโลก พวกเขาได้ใช้รูปแบบการสื่อสารในลักษณะต่าง ๆ มาแล้ว หลากหลายรูปแบบ โดยทั่วไปการแสดงความคิดและความรู้สึกนี้จะอยู่ในรูปแบบของการพูดด้วยปาก แต่ เมื่อมีอุปสรรคทางด้านภาษา การสื่อสารก็สามารถทำได้โดยการใช้ภาษาใบ้ ซึ่งการเคลื่อนไหวท่าต่าง ๆ จะแทบตัวอักษร คำ และความคิด นักท่องเที่ยว คนหูหนวก และคนใบ้ต้องอาศัยรูปแบบของการสื่อสาร ในลักษณะนี้ สัญลักษณ์ต่าง ๆ ของคำทั้งคำเหล่านี้จำนวนมากทำให้เห็นภาพและชัดเจนมาก และสามารถ นำไปใช้ได้อย่างเป็นสากล แต่ในการสะกดคำไม่สามารถทำได้

ภาษากายใช้ถ่ายทอดแนวคิดหรือความคิดด้วยการแสดงกิริยาอาการบางอย่าง ซึ่งอาจจะโดย ตั้งใจหรือโดยไม่ได้ตั้งใจก็ตาม การขยิบตาสามารถใช้เป็นวิธีในการเกี้ยวหรือบอกให้รู้ว่าฝ่ายนั้นเพียงแค่ ล้อเล่น การพยักหน้ามีความหมายแสดงถึงการยอมรับ ขณะที่การส่ายศีรษะแสดงถึงปฏิกิริยาในเชิงลบ

21.       Various forms of communication have been used by men   _____.

(1) since the existence of man on the earth

(2) from cradles to grave

(3) when men started speaking       

(4) at the end of the Ice Age

ถาม     รูปแบบการสื่อสารในลักษณะต่าง ๆ ถูกมนุษย์นำมาใช้______   

ตอบ 1

(1)นับตั้งแต่มีมนุษย์อยู่บนโลก            2. ตั้งแต่อยู่ในเปลจนถึงหลุมฝังศพ

3. เมื่อมนุษย์เริ่มพูดได้    4. ตอนปลายยุคน้ำแข็ง

22.       Oral speech is considered to be_____of man’s communication.

(1) a language barrier        (2) the first form

(3) the most developed form   (4) the latest from

ถาม     การพูดด้วยปากถือว่าเป็น_____ของการสื่อสารของมนุษย์

ตอบ 2

1. อุปสรรคทางด้านภาษา       (2) รูปแบบแรก

3. รูปแบบที่ได้รับการพัฒนามากที่สุด 4. รูปแบบล่าสุด

23.       Tourists, the deaf, and the mute rely on _____ to express their thoughts.

(1) oral speech  (2) Braille  (3) sign language       (4) letters

ถาม     นักท่องเที่ยว คนหูหนวก และคนใบ้อาศัยใช้_____เพื่อถ่ายทอดความคิดของพวกเขา

ตอบ 3 

1. การพูดด้วยปาก      2. อักษรเบรลล์            (3) ภาษาใบ้    4. ตัวอักษร

24.       A wink and a nod are examples of______

(1) symbols        (2) oral speech (3) sign language       (4) body language

ถาม    การขยิบตาและการพยักหน้าเป็นตัวอย่างของ______     

ตอบ 4

1. สัญลักษณ์  2. การพูดด้วยปาก      3. ภาษาใบ้      (4) ภาษากาย

25.       Sign language can be very_______and can be used_____.

(1) picturesque; internationally        (2) expressive; locally

(3) loose; regionally (4) imaginative; nationally

ถาม     ภาษาใบ้สามารถ______มาก และสามารถนำไปใช้ได้_______        

ตอบ 1

(1) ทำให้เห็นภาพชัดเจนอย่างเป็นสากล      2. ที่แสดงออกในท้องถิ่น

3. หลวม ๆในภูมิภาค            4. ที่ใช้จินตนาการในระดับชาติ

Passage 2

It has happened in the West and was bound to happen in this part of the world sooner or later. And in Thailand it looks like it is happening already.

In this country, tradition dictates that family elders be respected and revered, but economic growth and social progress during recent years have eroded the ties that bind a family.

The traditional family pattern where three generations live under the same roof is fast disappearing. Many of those in the work force either leave their elders in the ancestral home and build their own house or commit the old folks to homes for the aged.

มันเกิดขึ้นแล้วในประเทศตะวันตก และจะเกิดขึ้นในส่วนนี้ของโลกอย่างแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว และในประเทศไทยดูเหมือนว่ามันกำลังเกิดขึ้นแล้ว

ในประเทศนี้ขนบประเพณีกำหนดว่า ผู้สูงอายุในครอบครัวควรต้องได้รับความเคารพและ นับถือยำเกรง แต่ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางสังคมในช่วงไม่กี่ปีมานี้ได้กัดกร่อน ทำลายสายสัมพันธ์ที่ยึดโยงความเป็นครอบครัวเอาไว้

รูปแบบของครอบครัวแบบดั้งเดิมที่มีคน 3 ช่วงวัยอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน กำลังเลือนหายไป อย่างรวดเร็ว ผู้คนเหส่านั้นจำนวนมากที่เป็นกำลังแรงงานทอดทิ้งผู้สูงอายุของพวกเขาไว้ในบ้านที่สืบทอดจาก บรรพบุรุษ แล้วไปสร้างบ้านเรือนของตนเอง หรือไม่ก็มอบญาติที่ชราให้อยู่ในความดูแลของบ้านพักคนชรา

26.    According to the passage, it has already happened in_____.

(1) the West     (2) Thailand     (3) America      (4) Europe

ถาม จากเนื้อเรื่อง มันเกิดขึ้นแล้วใน______                                 

ตอบ 1

(1) ประเทศตะวันตก   2. ประเทศไทย           3. ทวีปอเมริกา 4. ทวีปยุโรป

27.    “This country” in bold type refers to _______.

(i) the West      (2) the East       (3) this part of the world (4) Thailand

ถาม “This country” ในตัวพิมพ์หนา อ้างอิงถึง______     

ตอบ 4

1.ประเทศตะวันตก    2.ประเทศตะวันออก  3.ส่วนบี้ของโลก (4)ประเทศไทย

28.    What have eroded the ties that bind a family in Thailand ?

(1) Economic growth and social progress

(2) Deforestation and natural disaster

(3) Technologies     

(4) Internet and computer

ถาม     ในประเทศไทยอะไรได้กัดกร่อนทำลายสายสัมพันธ์ที่ยึดโยงความเป็นครอบครัวเอาไว้

ตอบ 1

(1) ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางสังคม

2.      การตัดไม้ทำลายปาและหายนะทางธรรมชาติ

3.      เทคโนโลยีต่าง ๆ         4. อินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์

29.The word “those” in bold type refers to______        

(1) elders

(2) generations

(3) families

(4) homes

ถาม     คำว่า “those” ในตัวพิมพ์หนา อ้างอิงถึง

ตอบ 2

1. ผู้สูงอายุ     (2) รุ่น   4. บ้าน    3. ครอบครัว

30.    How many generations live under the same roof in traditional family pattern ?

(1)    1       (2) 2           (3) 3 (4) 4

ถาม     ในรูปแบบของครอบครัวแบบดั้งเดิมมีกี่ช่วงวัยที่อาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน

ตอบ 3

1.1       1.1     2. 2         (3) 3           4. 4

Passage 3

In fact, King Ramkhamhaeng’s contribution in creating the first Thai alphabet was a much greater accomplishment than it might seem to have been on the surface. Due to the variety of languages spoken by the “Tai” peoples who formed the Kingdom of Sukhothai, some of whom did not speak tonal languages, the resultant Thai language was a complex combination of vowels and consonants, together with tones, and most certainly would have required a truly great mind to put into written form.

But Sukhothai itself contributed not only to the civilization of northern Thailand, it also laid the foundation for all successive Kingdoms of Siam by way of philosophical beliefs, benevolent rule, and enormously creative artisan skills.

อัน ที่จริงแล้ว การมีส่วนต่อความสำเร็จในการประดิษฐ์ระบบตัวอักษรไทยขึ้นเป็นครั้งแรกของ พ่อขุนรามคำแหงถือเป็นพระปรีชาสามารถที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เรารู้สึกเพียง ผิวเผิน เนื่องจากความหลากหลาย ของภาษาที่พูดโดยชาว ไต” ผู้ซึ่งก่อร่างสร้างราชอาณาจักรสุโขทัยขึ้นมา ซึ่งบางคนก็ไม่ได้พูดภาษาที่มี ระดับเสียงสูงต่ำ ภาษาไทยที่เกิดขึ้นตามมาจึงเป็นการประสมอักษรสระและพยัญชนะที่ยุ่งยากซับซ้อน ร่วมกับวรรณยุกต์ และแน่นอนที่สุดต้องมีสติปัญญาที่เฉียบแหลมอย่างแท้จริงในการที่จะประดิษฐ์ให้อยู่ใน รูปของตัวเขียน

แต่อาณาจักรสุโขทัยเองก็มีส่วนส่งเสริมไม่เพียงต่ออารยธรรมทางเหนือของประเทศไทย เท่านั้น แต่มันยังวางรากฐานสำหรับราชอาณาจักรสยามที่สืบต่อมาทั้งหลายอีกด้วย โดยการเป็นต้นแบบ ด้านความเชื่อในทางปรัชญา การปกครองอย่างมีเมตตาธรรม และทักษะช่างฝีมือที่สร้างสรรค์มากมาย

31.    The main idea of the first paragraph is about         .

(1)    Sukhothai as the cradle of Thai civilization

(2)    King Ramkhamhaeng’s creation of the Thai alphabet

(3)    the Tai peoples on Indochina peninsula

(4)    the foundation of Thai civilization

ถาม     ใจความสำคัญของย่อหน้าแรกนี้เกี่ยวกับ       

ตอบ 2

1. สุโขทัยในฐานะต้นกำเนิดชองอารยธรรมไทย

(2) การประดิษฐ์ระบบตัวอักษรไทยของพ่อขุนรามคำแหง

3. ชาวไตบนคาบสมุทรอินโดจีน         4. รากฐานของอารยธรรมไทย

32.    According to the passage,____the Tai peoples spoke tonal languages.

(1) most of        (2) all of   (3) some of       (4) none of

ถาม     จากเนื้อเรื่อง ชาวไต_____พูดภาษาที่มีระดับเสียงสูงต่ำ

ตอบ 3

1.ส่วนใหญ่     2.ทั้งหมด        (3)บางคน      4. ไม่มีใคร

33.       The phrase “a truly great mind” (line 6) refers to_____.

(1) the Tai peoples    (2) a Sukhothai king

(3) Kingdom of Siam (4) King Ramkhamhaeng

ถาม วลี “a truly great mind” (บรรทัดที่ 6) อ้างอิงถึง        

ตอบ 4

1.ชาวไต           2. กษัตริย์สุโขทัย         3.         ราชอาณาจักรสยาม    (4) พ่อขุนรามคำแหง

34.       The Thai language was a combination of the following, except_____.

(1) vowels (2) consonants (3)       tones        (4) intonations

ถาม     ภาษาไทยเป็นการประสมกันของสิ่งต่อไปนี้ ยกเว้น_______      

ตอบ 4

1. สระ 2. พยัญชนะ    3.         วรรณยุกต์       (4) ทำนองเสียง

35.       Which of the following is not a way of laying the foundation for all successive kingdoms of Siam ?

(1) Philosophical beliefs   (2) Enormous creative artisan skills

(3) The variety of spoken languages         (4) Benevolent rule

ถาม     ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่รูปแบบการวางรากฐานสำหรับราชอาณาจักรสยามที่สืบต่อมาทั้งหลาย

ตอบ 3

1. ความเชื่อในทางปรัชญา      2. ทักษะช่างฝีมือที่สร้างสรรค์มากมาย

(3) ความหลากหลายของภาษาพูด     4. การปกครองอย่างมีเมตตาธรรม

Passage 4

The first time it happened to me was at a Thai post office. I was politely waiting my turn to do business with the official when a kindly-looking man stepped right in front of me, put his money on the counter and was cordially helped on the spot. I wondered why the official didn’t just tell him to go to the end of the line. That’s the way we were taught to do things where I come from.

I saw myself as the victim in a clear case of unjustified rudeness. And it was treatment that I was unaccustomed to from such polite people as the Thais. I could feel a critical remark inching toward my lips, r felt the judgmental part of me emerging for the first time since arriving in Thailand. It was a dreaded feeling. So I choked it off and patiently waited my turn. After finishing my business, I walked off, still feeling a little surprised by what I had witnessed.

ครั้งแรกที่มันเกิดขึ้นกับผมก็คือที่ทำการไปรษณีย์ของไทย ขณะที่ผมกำลังรอคิวของผมอย่างสุภาพ เพื่อติดต่อธุระกับเจ้าหน้าที่ ทันใดมีชายท่าทางใจดีคนหนึ่งก้าวเข้ามายืนข้างหน้าผม แล้ววางเงินลงบน เคาน์เตอร์ และได้รับบริการด้วยดีในทันที ผมแปลกใจว่าทำไมเจ้าหน้าที่คนนั้นไม่บอกให้เขาไปต่อท้ายแถว นั้นคือวิธีการที่เราถูกสอนให้ทำในที่ที่ผมจากมา

ผมมองตัวเองเหมือนเป็นเหยื่อของความไร้มารยาทที่ไม่เป็นธรรมอย่างชัดเจน และมันเป็น การกระทำที่ผมไม่คุ้นเคยจากคนที่แสนจะสุภาพเช่นคนไทย ผมสึกได้ถึงคำตำหนิที่กำลังคืบเข้ามาที่ริมฝีปากของผม ผมรู้สึกถึงอารมณ์ที่ด่วนตัดสินของผมขึ้นมันเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มาถึงประเทศไทย มันเป็น อารมณ์ที่น่ากลัวมาก ดังนั้นผมจึงกลั้นมันเอาไว้และรอคิวของผมอย่างอดทน หลังจากเสร็จธุระผมจึงเดินออกมา โดยยังคงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับสิ่งที่ผมได้พบเจอ

36.    The word “it” in bold type refers to______.

(1) the victim   (2) the official  (3) business (4) unjustified rudeness

ถาม     คำว่า “it” ในตัวพิมพ์หนา อ้างอิงถึง

ตอบ 4

1. เหยื่อ          2. เจ้าหน้าที่   3. ธุระ            (4) ความไร้มารยาทที่ไม่เป็นธรรม

37.    According to the passage, the writer saw himself as the victim of______.

(1) rudeness     (2) kindness     (3) politeness  (4) selfishness

ถาม     จากเนื้อเรื่อง ผู้เขียนมองตัวเขาเองเหมือนเป็นเหยื่อของ______

ตอบ 1

(1) ความไร้มารยาท   2. ความกรุณา           3. ความสุภาพ           4. ความเห็นแก่ตัว

38.    When a man stepped right in front of him เท line, the writer______.

(1) pushed him away (2) was angry (3) told the official (4) was glad

ถาม     เมื่อผู้ชายคนหนึ่งก้าวเข้ามายืนข้างหน้าเขาในแถว ผู้เขียน______           

ตอบ 2

1. ผลักเขาออกไป      (2)โกรธ          3. ฟ้องเจ้าหน้าที่        4. ดีใจ

39.    According to the passage, where it happened ?

(1) Where the writer came from

(2) At a post office

(3) In Thailand

(4) 2 and 3 are correct.

ถาม     จากเนื้อเรือง มันเกิดขึ้นที่ไหน

ตอบ 4

1. ที่ทีผู้เขียนจากมา   2. ที่ทำการไปรษณีย์แห่งหนึ่ง

3. ในประเทศไทย      (4) ข้อ 2 และ 3 ถูกต้อง

40.    When a kindly-looking man put his money on the counter, and it was ______

(1) refused        (2) ignored       (3) accepted     (4) stole

ถาม     เมื่อชายท่าทางใจดีคนหนึ่งวางเงินของเขาลงบนเคาน์เตอร์ และมันก็ถูก_____    

ตอบ 3

1.ปฏิเสธ

2.เมินเฉย

(3)รับไป

4.ขโมยไป

Passage 5

Deforestation

A threat to everyone

In the wake of last September’s flood disaster in Bangladesh, which left up to a third of the population homeless, scientists are warning that continued destruction of the world’s forests will trigger an increasing number of similar, catastrophic floods. The destruction of vast forest areas of Nepal, Northern India, and Bangladesh has been a major factor in the floods that have plagued Bangladesh in recent years. Forests help prevent flooding by holding the soil in place and absorbing much of the rain. Forests also supply much of the oxygen essential to life on earth.

Tropical forests, the most important surviving woodlands, contain about two thirds of all plant and animals species. At the present rate of deforestation, an estimated 15 percent of all species could disappear within the next two decades.

การตัดไม้ทำลายป่า

ภัยคุกคามสำหรับทุกคน

จาก เหตุการณ์ความหายนะอันสืบเนื่องจากอุทกภัยในประเทศบังคลาเทศเมื่อเดือน กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งทิ้งไว้ให้ประชากรจำนวนถึง 1 ใน 3 ของประเทศต้องไร้ที่อยู่อาศัย นักวิทยาศาสตร์กำลังออกมาเตือนให้ระวังว่าการทำลายป่าไม้ของโลกที่ยังคง ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องจะทำให้อุทกภัยมหาวิบัติในลักษณะคล้ายคลึงกันนี้ เพิ่มจำนวนสูงขึ้นอีก การทำลายพื้นที่ป่าอันกว้างใหญ่ไพศาลของประเทศเนปาล ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย และประเทศบังคลาเทศ นับเป็นสาเหตุหลักของอุทกภัยที่ได้สร้างความเสียหายแก่ประเทศบังคลาเทศใน ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ป่าไม้นั้นช่วยป่องกันการเกิดน้ำท่วมโดยการช่วยไม่ให้เกิดการพังทลายของดิน และช่วยดูดซับน้ำฝนเอาไว้จำนวนมาก นอกจากนี้ป่าไม้ยังให้ก๊าซออกซิเจนมากมาย ซึ่งจำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิตบนโลกอีกด้วย

ป่าเขตร้อนซึ่งเป็นพื้นที่ป่าที่สำคัญที่สุดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เป็นแหล่งของสายพันธุพืชและสายพันธุสัตว์ประมาณ 2ใน 3 ของพืชและสัตว์ทั้งหมด ด้วยอัตราส่วนของการตัดไม้ทำลายป่าในปัจจุบันประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ของสายพันธุทั้งหมดอาจจะต้องสาบสูญไปภายในสองทศวรรษข้างหน้านี้

41.       “In the wake of” (line 1) means_____     

(1)       sitting up overnight          (2) following after

(3) act of walking       (4) giving up claims

ถาม “In the wake of” (บรรทัดที่ 1) มีความหมายว่า

ตอบ 2

1. ลุกขึ้นมากลางดึก    (2) ตามมาทีหลัง

3. ท่าทางของการเดิน  4. ยกเลิกการร้องเรียน

42.       What caused the flood disaster in Bangladesh ?

(1) Depression  (2) Tornado

(3) Destruction of forests (4) Famine and Fire

ถาม     อะไรเป็นสาเหตุของความหายนะจากการเกิดอุทกภัยในประเทศบังคลาเทศ

ตอบ 3

1. พายุดิเปรสชั่น 2. พายุทอร์นาโด (รู) การทำลายป่าไม้ 4. ความอดอยากและไฟไหม้

43.       Floods in Bangladesh was considered catastrophic because ______

(1)       two third of the population survived

(2)       they triggered similar floods

(3)       they plagued neighboring countries as well

(4)       one third of the population became homeless

ถาม     อุทกภัยในประเทศบังคลาเทศถือว่าเป็นภัยพิบัติเพราะ_______

ตอบ 4

1. ประชากรจำนวนสองในสามมีชีวิตรอด

2.         มันเป็นตัวที่ทำให้เกิดน้ำท่วมในลักษณะคล้ายคลึงกันอีก

3.         มันทำให้เกิดภัยพิบัติในประเทศเพื่อนบ้านด้วย

(4) ประชากรจำนวน 1 ใน 3 ของประเทศต้องไร้ที่อยู่อาศัย

44.       Forests supply much of the oxygen____to life on earth.

(1) necessary     (2) fatal     (3) harmful     (4) appropriate

ถาม     ป่าไม้ให้ก๊าซออกชิเจนมากมาย_____สำหรับสิ่งมีชีวิตบนโลก

ตอบ 1

(1) ซึ่งจำเป็น 2. มีอันตรายร้ายแรงถึงตาย     3. เป็นอันตราย            4. เหมาะสม

45. Why are tropical forests the most important surviving woodlands ?

(1)       They contain 15 percent of all species.

(2)       Few other kinds of woodlands survive.

(3)       Two thirds of all plant and animal species live there.

(4)       There is no deforestation there.

ถาม     ทำไมป่าเขตร้อนจึงเป็นพื้นที่ป่าที่สำคัญที่สุดที่ยังคงหลงเหลืออยู่

ตอบ 3

1. มันประกอบด้วยสายพันธุ์พืชและสายพันธุสัตว์ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ของพืชและสัตว์ทั้งหมด

2. พื้นที่ป่าซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้ที่สำคัญที่สุดชนิดอื่นมีหลงเหลืออยู่เพียง 2-3 ชนิด

(3) สายพันธุ์พืชและสายพันธุสัตว์ประมาณ 2 ใน 3 ชองพืชและสัตว์ทั้งหมดอาศัยอยู่ที่นั่น

4. ไม่มีการตัดไม้ทำลายป่าในเขตนี้

Passage 6

Fua believed that the art works conservation is no less significant than any other artistic endeavour. He feels that if nobody helps to preserve the ruined mural paintings and objects d’art, the generations to follow will not get the opportunity to appreciate an important source of national pride.

The artist insists he still has a lot of things to do for both society and the coming generations.

Weakened by kidney problems, Fua, however, still continues to work and do research on both life and the arts.

“I remember well Prof. Silpa’s saying.” He said to me, “we are born to work. If we don’t work, our thoughts will travel aimlessly and confusingly.”

“All of my life, I have determined to work as hard as I can, until I can no longer do it,” he emphasizes.

ท่านเฟื้อเชื่อว่าการอนุรักษ์งานศิลป์มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการทำงานด้านศิลปะรูปแบบ อื่นใด ท่านคิดว่าถ้าไม่มีใครช่วยอนุรักษ์ภาพวาดฝาผนังและศิลปวัตถุตามแหล่งปรักหักพังแล้ว คนรุ่นต่อไป ก็จะไม่มีโอกาสได้ชื่นชมแหล่งของสิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของชาติที่สำคัญ

ศิลปินผู้นี้กล่าวย้ำว่าเขายังมีสิ่งทีต้องทำอีกมากทั้งเพื่อสังคมและคนรุ่นต่อไป

แม้มีปัญหาโรคไตที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอแต่ท่านเพื่อก็ยังคงทำงานและทำการวิจัยทั้งเกี่ยวกับ วิถีชีวิตและศิลปะ

ผมจำคำพูดของ ศ.ศิลป์ได้ดี” ท่านพูดกับผมว่า เราเกิดมาเพื่อทำงาน ถ้าเราไม่ทำงาน ความคิดของเราก็จะล่องลอยอย่างไร้จุดหมายและยุ่งเหยิง

ทั้งชีวิตนี้ผมตั้งใจไว้ว่าจะทำงานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนกว่าผมจะทำต่อไปไม่ไหว” ท่านย้ำ

46.    The word “the artist” in bold type refers to_______

(1) Prof. Silpa (2) Fua (3) national pride (4) the arts

ถาม คำว่า “the artist” ในตัวพิมพ์หนา อ้างอิงถึง

ตอบ 2

1. ศ.ศิลป์ (2) ท่านเฟื้อ 3. ความภาคภูมิใจของซาติ 4. ศิลปะ

47.    According to the passage, it can be assumed that Fua had _______problems.

(1) health (2) mental (3) nervous (4) spiritual

ถาม จากเนื้อเรื่อง สามารถสันนิษฐานได้ว่าท่านเพื่อมีปัญหา_______

ตอบ 1

(1) สุขภาพ 2. ทางจิตใจ 3. ทางประสาท 4. ทางจิตวิญญาณ

48.    The word “he” in bold type refers to______

(1) Fua (2) the author (3) Prof. Silpa (4) the artist

ถาม คำว่า “he” ในตัวพิมพ์หนา อ้างอิงถึง______

ตอบ 3

1. ท่านเฟื้อ 2. ผู้เขียน     3 ศ.ศิลป์    4. ศิลปิน

49.    According to the passage, Prof. Silpa said______.

(1)    “We are born to work”

(2)    “I have determined to work as hard as I can”

(3)    “To do for both society and the coming generations”

(4)    “I can no longer do it”

ถาม จากเนื้อเรื่อง ศ.ศิลป์ กล่าวว่า________

ตอบ 1

(1) “เราเกิดมาเพื่อทำงาน” 2. “ผมตั้งใจไว้ว่าจะทำงานให้มากที่สดเท่าที่จะทำได้

3. “ทำเพื่อทั้งสังคมและคนรุ่นต่อไป” 4. ‘’ผมทำต่อไปไม่ไหว

50.    According to the passage, Fua is_______

(1) a artist (2) a researcher

(3) a photographer (4) 1 and 2 are correct.

ถาม จากเนื้อเรื่อง ท่านเฟื้อเป็น______

ตอบ 4

1.   ศิลปิน 

2. นักวิจัย 

3. ช่างภาพ

(4) ข้อ 1 และ 2 ถูกต้อง

B :      Unseen Passages (เนื้อเรื่องนอกตำรา)

Passage 1

“Dear Miss Ley,” Einstein wrote to a young cousin who had missed him on a visit to Stuttgart in 1920, “I hear you are dissatisfied because you did not see your uncle. Let me tell you what I look like: pale face, long hair, and a tiny beginning of a paunch. In addition an awkward gait, and a cigar in the mouth—if he happens to have a cigar—and a pen in his pocket or hand. But crooked legs and warts he does not have, and so he is quite handsome—also no hair on his hands such as is often found on ugly men. So it is indeed a pity that you did not see me. With warm greetings from your Uncle Einstein.”

Einstein disliked the rat race for promotion. In May 1927, when the scientific world was wondering who would be the successor to Max Planck’s professorship at the University of Berlin, he wrote to Ehrenfest: “I’m not involved, thank God, and no longer need to take part in the competition of the big brains. Participating has always seemed to me a type of slavery no less evil than the passion for money or power.”

An ardent violinist, Einstein was sometimes annoyed by the intense interest shown in all aspects of his life. In 1928, when a German magazine badgered him for his thoughts on Bach, he answered in a brusque manner:

“This is what I have to say about Bach’s life-work: listen, play, revere—and keep your mouth shut.”

ไอน์สไตน์เขียนจดหมายถึงญาติสาวห่างๆ คนหนึ่ง ที่ไม่มีโอกาสได้พบกับเขาเมือครั้งที่มาเที่ยวเมืองสตุ๊ทการ์ดในปี ค.ศ. 1920 ว่า หนูเลย์ หลานรัก ลุงได้ยินมาว่าหนูรู้สึกผิดหวัง เพราะว่าหนูไม่ได้พบกับลุงของหนู ขอให้ลุงเล่าให้หนูฟังแล้วกันนะว่าลุงมีรูปร่างหน้าตาอย่างไรใบหน้าของเขาขาวซีด ผมยาว และเริ่มลงพุงเล็กน้อย นอกจากนี้ท่าทางการเดินก็ยังเงอะงะและงุ่มง่าม ปากคาบซิการ์ หากว่ามีนะ และมีปากกาหนึ่งด้ามอยู่ใบกระเป๋าเสื้อ หรือไม่ก็อยู่ในมือของเขา แต่ว่าขาของเขาไม่โก่งและไม่มีหูดขึ้นตามผิวหนัง ฉะนั้นเขาจึงรูปหล่อทีเดียว นอกจากนี้แล้วเขายังไม่มีขนที่หลังมือเช่นเดียวกับที่มักพบเห็นในผู้ชายที่ดูน่าเกลียดอีกด้วย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายจริง ๆ ที่หนูไม่ได้พบลุง ด้วยรักที่อบอุ่นจากลุงไอน์สไตน์ของหลาน

ไอน์สไตน์ไม่ชอบการแก่งแย่งแข่งขันที่บ้าบอคอแตกเพื่อการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ในเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 1927 เมื่อวงการวิทยาศาสตร์ของโลกสงสัยว่าใครจะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ต่อจากแม็กซ์ แพลงค์ แห่งมหาวิทยาลัยเบอร์ลิน เขาจึงได้เขียนจดหมายไปหาเออฮ์เรนเฟสท์ว่า ผมไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยนะ ขอบคุณพระเจ้า และผมก็ไม่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในการแข่งขันของพวกสมองโตนี้ด้วยหรอก ในความรู้สึกของผมการเข้าไปมีส่วนร่วมในการแข่งขันในครั้งนี้นั้นเหมือนกับการตกเป็นทาสแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นการกระทำที่ชั่วร้ายไม่น้อยไปกว่าการคลั่งไคล้เงินหรืออำนาจ

ในฐานะที่เป็นนักไวโอลินที่มีอารมณ์ร้อนแรง บางครั้งไอน์สไตน์ก็รู้สึกรำคาญกับความสนใจที่มีมากจนเกินไป ซึ่งถูกแสดงออกมาในทุก ๆ ด้านเกี่ยวกับชีวิตของเขา ในปี ค.ศ. 1928 เมื่อครั้งที่นิตยสารเยอรมันฉบับหนึ่งรบเร้าที่จะถามเขาเกี่ยวกับความคิดเห็นของเขาที่มีต่อบาค เขาตอบไปแบบขวานผ่าซากว่า

นี่คือสิ่งที่ผมต้องพูดเกี่ยวกับงานที่บาคอุทิศชีวิต นั่นคือ ฟัง เล่น ให้ความเคารพ แล้วก็หุบปากของคุณด้วย

51.    Miss Ley was Einstein’s______.

(1) student       (2) cousin          (3) friend (4) professor

ถาม     นางสาวเลย์เป็น_____ของไอน์สไตน์

ตอบ 2

1.นักเรียน       (2)ญาติห่างๆ 3.เพื่อน           4.อาจารย์

52.    Miss Ley was dissatisfied because______

(1) she missed seeing Einstein

(2) Einstein’s letter disgraced her

(3) she wanted to go to Stuttgart

(4) her uncle has a pale face

ถาม นางสาวเลย์รู้สึกผิดหวังเพราะ_____

ตอบ 1

(1) เธอไม่มีโอกาสได้พบกับไอน์สไตน์ 2. จดหมายของไอน์สไตน์ทำให้เธอเสื่อมเสีย

3. เธอต้องการที่จะไปเมืองสตุ๊ทการ์ด 4. ลุงของเธอมีใบหน้าที่ขาวซีด

53.       Einstein______

(1) has a crooked leg   (2) has hair on his hands

(3) is handsome            (4) has a big belly

ถาม ไอน์สไตน์______

ตอบ 3

1. ขาโก่ง 2. มีขนที่หลังมือ (3) รูปหล่อ 4. ลงพุงมาก

54.       Einstein did not like_______

(1) competition (2) success (3) slavery (4) work

ถาม ไอน์สไตน์ไม่ชอบ_______

ตอบ 1

(1) การแข่งขันชิงดีชิงเด่นกัน 2. ความสำเร็จ 3. การตกเป็นทาส 4. ทำงาน

55.       “The scientific world” (line 8 – 9) means______

(1) the linguists (2) the naturalists (3) the geologists (4) the scientists

ถาม คำว่า “The scientific world” (บรรทัดที่ 8 – 9) มีความหมายว่า

ตอบ 4

1. นักภาษาศาสตร์ 2. นักธรรมชาติวิทยา 3. นักธรณีวิทยา (4) นักวิทยาคาสตร์

56.       The word “intense” (line 13) means______

(1) light (2) deep (3) superficial (4) authentic

ถาม คำว่า “intense” (บรรทัดที่ 13) มีความหมายว่า

ตอบ 2

1. เบา (2) ซึ่งมีมากจนเกินไป 3. ผิวเผิน,ไม่ลึกซึ้ง 4. แท้จริง

57.       Max Planck was______

(1) Einstein’s friend (2) a musician

(3) a professor at the university (4) Einstein’s cousin

ถาม แม็กซ์ แพลงค์ เป็น______

ตอบ 3

1. เพื่อนของไอน์สไตน์ 2. นักดนตรี

(3) ศาสตราจารย์คนหนึ่งในมหาวิทยาลัย 4. ญาติห่าง ๆ ของไอน์สไตน์

58.       Which is true according to the story ? Einstein_____

(1) was ugly (2) did not smoke (3) wanted fame (4) played the violin

ถาม ข้อใดถูกต้องตามเนื้อเรื่องนี้ ไอน์สไตน์_______

ตอบ 4

1.หน้าตาน่าเกลียด 2.ไม่สูบซิการ์ 3. ต้องการมีขื่อเสียง (4)เล่นไวโอลิน

59.       From the story, how would you describe Einstein ?

(1) humorous and gentle (2) crooked and mean

(3) reserved and quiet (4) serious and arrogant

ถาม จากเนื้อเรื่องนี้ คุณจะบรรยายลักษณะของไอน์สไตน์ว่าเป็นคนอย่างไร

ตอบ 1

(1) มีอารมณ์ขันและสุภาพ 2. ขี้โกงและใจแคบ

3. สงบเสงี่ยมและไม่พูดมาก 4. จริงจังและยโสโอหัง

60.       Can you guess who Bach is ?

(1) A scientist    (2) A professor  (3) A musician  (4) A reporter

ถาม     คุณสามารถเดาได้ไหมว่าบาคเป็นใคร

ตอบ 3

1. นักวิทยาศาสตร์       2. ศาสตราจารย์ (3)นักดนตรี  4. ผู้สื่อข่าว

Passage 2

The author of a famous book on economics received a phone call from a stranger recently. “I question your statistics on the high cost of living today,” said the stranger. “My wife and I eat everything our hearts desire and we get it for exactly 68cents a week.”

“Sixty-eight cents a week!” echoed the economist.” I can’t believe it! Won’t you tell me how ? And to make sure I get your story straight, please speak louder.”

“I can’t speak louder,” said the stranger. “I’m a goldfish”

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้แต่งตำราทางเศรษฐศาสตร์เล่มหนึ่งซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากได้รับโทรศัพท์ จากคนแปลกหน้าคนหนึ่ง คนแปลกหน้าคนนี้พูดว่า ผมสงสัยเกี่ยวกับสถิติของคุณที่เกี่ยวกับล่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบันนี้’’ “ผมและภรรยาของผมกินทุกอย่างเท่าที่ใจของเราต้องการและเรากินด้วยเงินเพียง 68 เซนต์ต่อสัปดาห์เท่านั้น

หกสิบแปดเซนต์ต่อสัปดาห์เหรอ” นักเศรษฐศาสตร์คนนั้นกล่าวย้ำ ผมไม่อยากจะเชื่อ คุณจะ ไม่บอกผมหน่อยหรือว่ามันเป็นไปได้ยังไง และเพื่อที่จะให้แน่ใจว่าผมได้ฟังเรื่องราวของคุณได้อย่างถูกต้อง คุณช่วยพูดให้เสียงดังกว่านี้หน่อยนะ

ผมพูดดังกว่านี้ไม่ได้หรอก” คนแปลกหน้าพูดขึ้น ผมเป็นปลาทองน่ะ

61.       The stranger called the economist because he wanted to______him.

(1) praise   (2) learn from   (3) support        (4) agree with

ถาม     คนแปลกหน้าโทรศัพท์หานักเศรษฐศาสตร์ เพราะคนแปลกหน้าต้องการที่จะ_____นักเศรษฐศาสตร์

ตอบ 2

1. ยกย่องชมเชย         (2) เรียนรู้จาก 3. สนับสนุน     4. เห็นด้วยกับ

62.       The stranger did not believe the economist’s_______.

(1) famous book (2) statistics    (3) way of living         (4) prediction

ถาม     คนแปลกหน้าไม่เชื่อ______ของนักเศรษฐศาสตร์

ตอบ 2

1. ตำราที่ได้รับความนิยมอย่างมาก    (2) สถิติ

3. วิธีการดำเนินชีวิต    4. การทำนาย

63.       According to the passage, we know that the stranger and his wife______.

(1) eat very little        (2) are greedy

(3) eat everything in front of them  (4) spend as little as possible

ถาม     จากเนื้อเรื่อง เรารู้ได้ว่าคนแปลกหน้าและภรรยาของเขา______              

ตอบ 3

1. กินน้อยมาก 2. เป็นคนโลภ

(3) กินทุกอย่างที่ขวางหน้า      4. ใช้จ่ายน้อยเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

64.       When the economist said “Sixty-eight cents a week!” he most probably said with ______.

(1)       fear  (2) anger   (3) disbelief       (4) admiration

ถาม     ตอนที่นักเศรษฐศาสตร์พูดว่า หกสิบแปดเซนต์ต่อสัปดาห์” น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดว่าเขาพูดด้วย______           

ตอบ 3

1. ความกลัว    2. ความโกรธ   (3) ความไม่เชื่อ            4. ความชื่นชม

65.       Which expression shows the economist’s interest in the stranger’s words ?

(1) “Won’t you tell me how ?” (2) “To make sure I get your story straight.”

(3) “Please speak louder.”         (4) All are correct.

ถาม     ข้อความใดที่แสดงให้เห็นว่านักเศรษฐศาสตร์สนใจคำพูดของคนแปลกหน้า

ตอบ 4

1. คุณจะไม่บอกผมหน่อยหรือว่ามันเป็นไปได้ยังไง

2.         เพื่อที่จะให้แน่ใจว่าผมฟังเรื่องของคุณได้อย่างถูกต้อง

3.         คุณช่วยพูดให้เสียงดังกว่านี้หน่อยนะ

(4) ถูกทุกข้อ

66.       The economist discovered that the stranger was a goldfish______.

(1)       from the first moment he heard the stranger’s voice

(2)       when the stranger said he and his wife could live on 68 cents a week

(3)       when the stranger said he could not speak louder

(4)       when the stranger said that he was a goldfish

ถาม     นักเศรษฐศาสตร์รู้ว่าคนแปลกหน้าเป็นปลาทอง______  

ตอบ 4

1. จากนาทีแรกที่เขาได้ยินเสียงคนแปลกหน้า

2. ตอนที่คนแปลกหน้าบอกว่าเขาและภรรยาของเขาอยู่ได้ด้วยเงินเพียง 68 เซนต์ต่อสัปดาห์

3. ตอนที่คนแปลกหน้าบอกว่าเขาพูดดังกว่านี้ไม่ได้

ตอนที่คนแปลกหน้าบอกว่าเขาเป็นปลาทอง

67.       This story is probably intended to be______.

(1) a silly joke    (2) a fairy tale   (3) a serious report (4) a humorous satire

ถาม     เรื่องนี้น่าจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เป็น______        

ตอบ 4

1. เรื่องตลกไร้สาระ 2. เทพนิยาย 3. รายงานสำคัญ   (4) เรื่องล้อเลียนที่ตลกขบขัน

68.       The word “echoed” (line 4) means______.

(1) repeated the words (2) shocked (3) called again (4) excited ถาม    คำว่า “echoed” (บรรทัดที่ 4) มีความหมายว่า 

ตอบ 1

(1) กล่าวซ้ำเพื่อย้ำคำพูดเดิม 2. ตกใจมาก 3. เรียกอีกครั้งหนึ่ง        4. ตื่นเต้น

69.       The stronger could not speak louder because_____

(1) he was old   (2) he was a goldfish

(3) he was far away  (4) he was hiding his voice

ถาม     คนแปลกหน้าไม่สามารถพูดให้ดังกว่านี้ได้ก็เพราะ    

ตอบ 2

1. เขาแก่แล้ว   (2) เขาเป็นปลาทอง    3. เขาอยู่ไกลมาก        4. เขาปิดบังเสียงของเขา

70.    The best title for this reading passage would be______.

(1) The Economist and the Goldfish       

(2) The High Cost of Living Today

(3) An Unbelievable Story       

(4) A Famous Book on Economics

ถาม     ชื่อเรื่องที่ดีทีสุดสำหรับเนื้อเรื่องนี้ ควรเป็น_______

ตอบ 1

(1) นักเศรษฐศาสตร์กับปลาทอง

2. ค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบัน

3. เรื่องเหลือเชื่อ

4. ตำราทางเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับความนิยมมาก

Passage 3

A traveling salesman, caught in a torrential rainstorm, stopped overnight at a farmhouse. In the morning, he looked out on a flood coursing through the front yard. He watched pieces of fence, chicken coops, branches, and an old straw hat floating past with the current. Then he saw the straw hat come back, upstream past the house! Then he saw it go 5 down again. Pretty soon it came back upstream and by now the salesman wondered if he had gone crazy.

Finally he called the farmer’s daughter. “Oh,” she said, after a glance out the window “that must be Grandpa. He said yesterday that in spite of hell or high water he was going to cut the grass in the yard today.”

พนักงานขายที่กำลังเดินทางคนหนึ่งติดพายุฝนที่ตกกระหนำลงมาอย่างหนัก จึงได้แวะพักค้างคืน ในโรงนาแห่งหนึ่ง ในตอนรุ่งเช้า เขามองออกไปเห็นน้ำท่วมซึ่งไหลผ่านสนามหญ้าด้านหน้า เขามองเห็นชิ้นส่วนของรั้วบ้าน สุ่มไก่ กิ่งไม้ และหมวกฟางเก่า ๆ ใบหนึ่งลอยผ่านไปตามกระแสน้ำ หลังจากนั้นเขาก็เห็น หมวกฟางใบนั้นลอยกลับมาอีก มันลอยทวนน้ำผ่านบ้านไป และแล้วเขาก็เห็นมันลอยลงไปอีกครั้ง ไม่นานนัก มันก็ลอยทวนน้ำกลับมาอีก และครั้งนี้พนักงานขายคนนี้ก็เกิดความสงสัยว่าเขาเป็นบ้าไปแล้วหรือนิ

ในที่สุดเขาก็ร้องเรียกลูกสาวของชาวนา ” เธออุทานขึ้นหลังจากที่ชำเลืองมองออกไป นอกหน้าต่าง นั่นต้องเป็นคุณปู่แน่ ๆ เลยค่ะ เมื่อวานนี้ท่านบอกว่าแม้ว่าจะเกิดความชุลมุนวุ่นวายหรือว่า น้ำจะท่วมก็ตาม วันนี้ท่านก็จะไปตัดหญ้าในสนามให้ได้เลย

71.    The salesman could not continue his journey because______.

(1) it was too dark to drive on          (2)    he wanted to meet his girlfriend

(3) he was caught by a snowstorm (4)    it rained so hard that driving was dangerous

ถาม     พนักงานขายไม่สามารถเดินทางต่อไปได้เพราะ         

ตอบ 4

1. มันมืดเกินกว่าที่จะขับรถได้ 2. เขาต้องการพบกับแฟนสาวของเขา

3. เขาติดพายุหิมะ     (4) ฝนตกหนักมากจนอาจก่อให้เกิดอันตรายในการขับขี่รถได้

72.    So the salesman_____

(1) was hit by a snowstorm     (2)    spent a night at a farmhouse

(3) stopped his car immediately     (4)    asked for help from someone

ถาม ดังนั้นพนักงานขาย______   

ตอบ 2

1. ติดพายุหิมะ  (2) นอนค้างคืนในโรงนา

3. หยุดรถในทันทีทันใด  4. ร้องขอความช่วยเหลือจากใครบางคน

73.    When he got up in the morning and looked out of the window he saw______

(1) many things floating on small river near the house

(2) Grandpa cutting the grass

(3) water everywhere on the land 

(4) the farmer’s daughter

ถาม เมื่อเขาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า และมองออกไปนอกหน้าต่าง เขาเห็น

ตอบ 3

1. สิ่งของหลายอย่างลอยอยู่ในลำน้ำเล็ก ๆ ใกล้บ้าน

2. คุณปู่ที่กำลังตัดหญ้า

(3) น้ำเต็มไปหมดทุกแห่ง        4. ลูกสาวของชาวนา

74.    What did he see in the current ?   

(1) an old straw hat (2) chicken coops    (3) pieces of fence (4) All are correct.

ถาม เขามองเห็นอะไรในลอยน้ำ

ตอบ 4

1. หมวกฟางเก่า ๆ 2. สุ่มไก่ 3. ชิ้นส่วนของรั้วบ้าน (4) ถูกทุกข้อ

75.    What made the salesman think he was crazy ?

(1)    The water.

(2)    Chickens  swimming in the water.

(3)    A hat floating backwards and forwards on the water.

(4)    Grandpa cutting the grass.     

ถาม อะไรที่ทำให้พนักงานขายคนนั้นคิดว่าเขาเป็นบ้าไปแล้ว

ตอบ 3

1. น้ำที่ท่วม    2. ไก่ที่กำลังว่ายน้ำ

(3) หมวกใบหนึ่งลอยย้อนกลับไปกลับมาอยู่ในน้ำ

4. คุณปูที่กำลังตัดหญ้า

76.    He learned from the farmer’s daughter that the hat floating up and down on the water was______      

(1) Grandpa cutting the grass (2) only pieces of straw

(3) her cousin mending the fence   (4) her father collecting branches

ถาม เขาได้รู้จากลูกสาวของชาวนาว่าหมวกที่ลอยไปมาในน้ำนั้นคือ

ตอบ 1

(1) คุณปู่ที่กำลังตัดหญ้า       2. เศษฟางเท่านั้น

3. หลานของเธอที่กำลังซ่อมรั้ว          4. พ่อของเธอที่กำลังเก็บกิ่งไม้

77.    What the salesman said what he had seen to the farmer’s daughter, she_____

(1) was shocked       (2) was frightened

(3) was not surprised       (4) was surprised

ถาม เมื่อพนักงานขายบอกกับลูกสาวของชาวนาในสิ่งที่เขาเห็น เธอ_____

ตอบ 3

1. ตกใจมาก 2. รู้สึกกลัว      (3) ไม่แปลกใจ 4. ประหลาดใจ

78.    Grandpa was the kind of man who ______

(1) was not aware of danger   (2) had a strong determination

(3) liked to do challenging things   (4) thought only of others not himself

ถาม คุณปู่เป็นคนที่______

ตอบ 2

1. ไม่รู้ถึงอันตราย       (2) มีความตั้งใจแน่วแน่

3. ชอบทำในสิ่งที่ท้าทาย        4. คิดถึงแต่คนอื่นแต่ไม่คิดถึงตัวเอง

79.    The word “coops” (line 3) means_____

(1) cages (2) caves (3) coves (4) coins

ถาม คำว่า “coops” (บรรทัดที่ 3) มีความหมายว่า

ตอบ 1

(1) กรง 2. ถ้ำ 3. อ่าว 4. เหรียญ

80.    This story is most probably_____

(1)    a true story showing how crazy people are

(2)    a true story showing how strong Grandpa was

(3)    a silly lie to deceive foolish people

(4)    an untrue story to make people laugh with happiness

ถาม น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดว่า เนื้อเรื่องนี้เป็น_______

ตอบ 4

1.เรื่องจริงที่แสดงให้เห็นถึงความบ้าๆบอๆของคน

2.เรื่องจริงที่แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของคุณปู่

3.เรื่องโกหกที่เอาไว้หลอกคนเท่านั้น

(4) เรื่องไม่จริงที่ทำให้คนหัวเราะได้อย่างมีความสุข

Passage 4

As I sat talking with this Florence Nightingale of wayfarers, bit by bit my gloom was washed away by the cuppas she kept plying me with. How many scared newcomers before me, I wondered, had sat in this crowded parlor and received her intuitive help.

When I finally told Mrs. Biggs I must leave, she insisted that she had something to show me. She placed a worm-looking cardboard box on the table. It was about half the size of a shoe box, obviously very old and tied with frayed twine. “My most treasured possession,” she explained, caressing the box almost reverentially. “More valuable to me than the Crown Jewels, it is!”

I assumed the faded box held a wealth of cherished momentous. Even my own suitcase held a few simple objects that were, sentimentally speaking, priceless.

ขณะที่ข้าพเจ้านั่งพูดคุยอยู่กับบุคคลผู้หนึ่งซึ่งเปรียบเสมือนกับฟลอเรนซ์ ไนติงเกลของนักเดินทางทั้งหลาย ความมืดมนและสิ้นหวังของข้าพเจ้าก็ค่อย ๆ มลายหายไปทีละเล็กทีละน้อยพร้อมกับชาที่เธอ คอยเฝ้ารินให้ ข้าพเจ้าสงสัยว่ามีผู้ที่ตกอยู่ในความหวาดกลัวกี่คนแล้วที่เดินทางมาก่อนข้าพเจ้า ซึ่งเคยนั่งอยู่ ในห้องโถงที่แออัดไปด้วยผู้คนและได้รับความช่วยเหลือจากเธอด้วยใจจริง

ในที่สุดเมื่อข้าพเจ้าได้บอกกับคุณนายบิกส์ว่าจะต้องไปแล้ว เธอก็ยังยืนยันว่าเธอมีอะไรบางอย่าง ที่จะให้ข้าพเจ้าดู เธอวางกล่องกระดาษแข็งขาด ๆ ใบหนึ่งลงบนโต๊ะ ขนาดของมันก็ประมาณครึ่งหนึ่งของกล่อง ใส่รองเท้า ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามันเก่ามากแล้ว และก็ผูกด้วยเชือกชนิดฟั่นเป็นเกลียวที่หลุดลุ่ย เป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดของดิฉันค่ะ” เธออธิบาย พร้อมกับกอดกล่องใบนั้นอย่างทะนุถนอม มันมีค่าสำหรับดิฉันมากยิ่งกว่า มงกุฎเพชรเสียอีก

ข้าพเจ้าเดาว่ากล่องเก่า ๆ ใบนั้นคงจะมีของที่ระลึกอันมีคุณค่าทางจิตใจอย่างมาก เพราะ แม้แต่กระเป๋าเดินทางของข้าพเจ้าเองก็ยังมีสิ่งของธรรมดา ๆ สองสามอย่างซึ่งหากพูดด้วยความรู้สึกแล้วละก็ มันหาค่ามิได้เลย

81.       According to the passage, the Florence Nightingale of wayfarers was_______.

(1)       Mrs. Biggs         (2) Miss Nightingale

(3) the founder of the Red Cross       (4) an Italian nurse during World War I

ถาม จากเนื้อเรื่อง ผู้ซึ่งเปรียบเสมือนกับฟลอเรนซ ไนติงเกล ของบรรดานักเดินทาง คือ

ตอบ 1

(1) คุณนายบิกส์        2. นางสาวไนติงเกล

3. ผู้ก่อตั้งสภากาชาด  4. นางพยาบาลชาวอิตาลีในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1

82.       We learn from the passage that the writer was______.

(1) one of the wayfarers   (2) a newcomer

(3) rather unhappy   (4) All are correct.

ถาม     เราได้เรียนรู้จากเนื้อเรื่องนี้ว่าผู้เขียนเป็น        

ตอบ 4

1. หนึ่งในนักเดินทางทั้งหลาย 2. ผู้ที่เดินทางมาใหม่

3. คนที่ไม่ค่อยจะมีความสุขนัก           (4) ถูกทุกข้อ

83.       “bit by bit my gloom…me with” (line 1-2) means_____.

(1)       the writer’s room was full of cups

(2)       the writer’s sorrow was gone after his talk with her

(3)       the writer kept pouring tea to please the landlady

(4)       the writer volunteered to wash the cups for the landlady

ถาม ประโยค “bit by bit my gloom…me with” (บรรทัดที่ 1-2) มีความหมายว่า     

ตอบ 2

1. ห้องของผู้เขียนเต็มไปด้วยถ้วยต่าง ๆ

(2) ความโศกเศร้าของผู้เขียนได้หมดสิ้นไปหลังจากที่เขาได้พูดคุยกับเธอ

3.ผู้เขียนคอยรินน้ำชาเพื่อให้สตรีผู้เป็นเจ้าของที่พักพึงพอใจ

4.ผู้เขียนรับอาสาที่จะล้างถ้วยให้กับสตรีผู้เป็นเจ้าของที่พัก

84.       Mrs. Biggs______.

(1) was a nurse and a landlady         (2) kept on serving tea to the writer

(3) asked the writer to keep quiet    (4) always scared the newcomers away

ถาม     คุณนายบิกส์_______     

ตอบ 2

1. เป็นนางพยาบาลและเป็นเจ้าของที่พัก (2) คอยเสิร์ฟน้ำชาให้กับผู้เขียน

3.ขอให้ผู้เขียนหยุดพูด               4. มักจะกลัวเมื่อผู้ทีเดินทางมาใหม่ต้องจากไป

85.       Mrs. Biggs helped the newcomers by_____.

(1) scaring them to death (2) receiving their intuitive help

(3) being friendly and comforting    (4) seating them in her crowded parlor

ถาม.    คุณนายบิกส์ช่วยเหลือผู้ที่เดินทางมาใหม่ด้วยการ______           

ตอบ 3

1. ทำให้พวกเขากลัวจนถึงแก่ความตาย

2. คอยรับความช่วยเหลือจากใจจริงของพวกเขา

(3) เป็นเพื่อนและคอยปลอบประโลมใจ

4. หาที่นั่งให้กับพวกเขาภายในห้องโถงของเธอซึ่งแออัดไปด้วยผู้คน

86.       Mrs. Biggs’ most treasured possession was______.

(1) her house (2) her mother     (3) her antique teapot (4) her cardboard box

ถาม     สมบัติที่มีค่าที่สุดของคุณนายบิกส์คือ_______               

ตอบ . 4          

1. บ้านของเธอ            2. คุณแม่ของเธอ

3. กาน้ำชาโบราณของเธอ       (4) กล่องกระดาษแข็งของเธอ

87.       When Mrs. Biggs said that it was more valuable to her than the Crown Jewels, so she_______.

(1) would not trade it with the Crown Jewels

(2) wanted to trade it with the Crown Jewels

(3) used to own the Crown Jewels  

(4) had already traded it with the Crown Jewels

ถาม     เมื่อคุณนายบิกส์พูดว่ามันมีค่ากับเธอมากยิ่งกว่ามงกุฎเพชรเสียอิก ดังนั้นเธอ         

ตอบ 1

(1) จะไม่แลกมันกับมงกุฎเพชร         2. ต้องการที่จะแลกมันกับมงกุฎเพชร

3. เคยเป็นเจ้าของมงกุฎเพชรมาก่อน  4. เคยแลกมันกับมงกุฎเพชรมาแล้ว

88.       The cardboard box was_______.

(1) already torn          (2) not very big (3) quite big (4) tied with plastic string

ถาม     กล่องกระดาษแข็งใบนั้น______

ตอบ 2

1. ถูกฉีกออกแล้ว        (3) ไมใหญ่มากนัก     3. ใหญ่มาก     4. ผูกด้วยเชือกพลาสติก

89.       The writer guessed that Mrs. Biggs’ box contained______.

(1) gems and jewels  (2) a few simple objects

(3) priceless frayed twine (4) nothing

ถาม     ผู้เขียนเดาว่าในกล่องของคุณนายนิกส์นั้นมี_______                 

ตอบ 2 .

1.เครื่องเพชรพลอย     (2)สิ่งของธรรมดาๆสองสามอย่าง

3. เชือกชนิดฟั่นเป็นเกลียวที่หลุดลุ่ยซึ่งหาค่ามิได้       4. ไม่มีอะไรเลย

90.       We learned from the passage that the writer carried_____in his suitcase.

(1) his treasure

(2) his family business

(3) photographs of his family members

(4) simple, sentimental and priceless objects

ถาม     เราได้เรียนรู้จากเนื้อเรื่องว่า ผู้เขียนได้นำ____ไว้ในกระเป๋าเดินทางของเขา

ตอบ 4

1. ทรัพย์สมบัติของเขา

2. ธุรกิจของครอบครัวเขา

3. รูปภาพของสมาชิกในครอบครัวเขา

(4) สิ่งของธรรมดา ๆ ที่มีคุณค่าทางจิตใจและหาค่ามิได้

Passage 5.

Basketball is one sport—perhaps the only sport—whose exact origin can safely be stated. During the winter of 1891 – 1892, Dr. James Naismith, a college instructor in Springfield, Massachusetts, invented the game of basketball in order to provide exercise for the students between the closing of the football season and the opening of the baseball. He attached fruit baskets overhead on the walls at opposite ends of the gymnasium, and, using a soccer ball, organized nine-man teams to play his new game in which the purpose was to toss the ball into one basket and attempt to keep the opposite team from tossing the ball into the other basket. Although there have since been many changes in the rules (such as the reduction of the member of players ๐ท a team from nine to five), the game is basically the same today. United States soldiers introduced it to the Philippines in 1900 and to Europe during  W.W.I, and, being adopted by foreign nations, it soon became a worldwide sport. It is interesting that although basketball was created as an indoor game, in countries other than the United States it is now played almost entirely outdoors.

บาสเกตบอลเป็นกีฬาชนิดหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นชนิดเดียวเท่านั้นที่สามารถระบุผู้ให้กำเนิดมันที่แท้จริง ได้อย่างแน่นอนในช่วงฤดูหนาวระหว่างปี ค.ศ. 1891 – 1892 ดอกเตอร์เจมส์ ไนสมิธ อาจารย์วิทยาลัยท่านหนึ่ง ในเมืองสปริงฟิลด์ มลรัฐแมสซาชูเซตส์ ได้คิดค้นกีฬาบาสเกตบอลขึ้น เพื่อให้นักศึกษาได้ออกกำลังกาย ในช่วงปิดฤดูการแช่งขันฟุตบอล และก่อนเปิดฤดูการแข่งขันเบสบอล เขาได้แขวนตะกร้าใส่ผลไม้ติดกับ ฝาผนังเหนือศีรษะ ซึ่งอยู่ด้านหลังสุดของทั้งสองฝั่งของโรงยิม กีฬาชนิดใหม่ของเขานี้จะเล่นด้วยลูกซ็อกเกอร์ และจัดทีมโดยมีผู้เล่นทีมละ 9 คน ซึ่งเป้าหมายในการเล่นก็คือการโยนลูกบอลให้ลงในตะกร้าใบหนึ่ง และพยายามที่จะป้องกันไม่ให้อีกฝายหนึ่งโยนลูกบอลลงในตะกร้าอีกใบหนึ่ง ถึงแม้ว่าตั้งแต่นั้นมาจะมีการ เปลี่ยนแปลงกฎกติกาไปหลายอย่าง (เช่น การลดจำนวนผู้เล่นในทีมลงจาก 9 คนเหลือเพียง 5 คน) แต่โดย พื้นฐานของกีฬาชนิดนี้จะมีลักษณะเหมือนในปัจจุบัน เหล่าทหารอเมริกันได้นำกีฬาชนิดนี้เข้าไปในประเทศ ฟิลิปปินส์ในปี ค.ศ. 1990 แล้วก็ในยุโรปในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 และได้มีการนำกีฬาชนิดนี้ ไปเล่นในประเทศต่าง ๆ ในไม่ช้ามันก็กลายเป็นกีฬาที่นิยมแพร่หลายไปทั่วโลก ที่น่าสนใจก็คือ ถึงแม้ว่า กีฬาบาสเกตบอลจะถูกคิดขึ้นมาเพื่อให้เป็นกีฬาในร่ม แต่ในปัจจุบันนี้ประเทศต่าง ๆ มักจะนำมาเล่นเป็น กีฬากลางแจ้ง ยกเว้นประเทศสหรัฐอเมริกา

91.       Which of the following is correct ?

(1)       People did not know the exact origin of basketball.

(2)       It was not safe to state the exact origin of basketball.

(3)       People know exactly where basketball originated.

(4)       It was not safe to play basketball.

ถาม     ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง

ตอบ 3

1. ไม่มีใครรู้ต้นกำเนิดที่แท้จริงของกีฬาบาสเกตบอล

2. ไม่เป็นการปลอดภัยที่จะระบุต้นกำเนิดที่แท้จริงของกีฬาบาสเกตบอล

(3) ผู้คนรู้กันดีว่ากีฬาบาสเกตบอลมีต้นกำเนิดมาจากไหน

4. ไม่เป็นการปลอดภัยเลยที่จะเล่นกีฬาบาสเกตบอล

92.       Where did basketball originate ?

(1) England        (2) The United States (3) The Philippines (4) Europe

ถาม     กีฬาบาสเกตบอลมีต้นกำเนิดที่ไหน

ตอบ 2

1. อังกฤษ        (2).สหรัฐอเมริกา         3. ฟิลิปปินส์    4. ยุโรป

93.       Basketball was invented by a ______

(1) soldier in the Philippines (3) a soccer player in Europe

(2) a college teacher in Springfield (4) a medical doctor in Massachusetts

ถาม     กีฬาบาสเกตบอลถูกคิดค้นขึ้นโดย______           

ตอบ 2

1. ทหารในประเทศฟิลิปปินส์  (2) อาจารย์วิทยาลัยท่านหนึ่งในเมืองสปริงฟิลด์

3. นักช็อกเกอร์ในยุโรป           4. นายแพทย์คนหนึ่งในมลรัฐแมสซาซูเซตส์

94.       Basketball was invented because the inventor wanted______.

(1)       his students to exercise during the gap between the football season and the basketball season

(2)       his students to have something to do during winter

(3)       some attention from the head master of the college where he was teaching

(4)       to show that he had the ability to think of something new

ถาม     กีฬาบาสเกตบอลถูกคิดค้นขึ้นเพราะผู้คิดค้นต้องการ

ตอบ 2

1. ให้นักศึกษาของเขาได้ออกกำลังกายในช่วงที่ว่างระหว่างฤดูการแข่งขันฟุตบอล

และฤดูการแช่งขันบาสเกตบอล

(2)       ให้นักศึกษาของเขาได้มีอะไรทำในช่วงฤดูหนาว

3.         ให้เป็นที่สนใจของอาจารย์ใหญ่ของวิทยาลัยที่เขาสอนอยู่

4.         เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขามีความสามารถที่จะคิดอะไรใหม่ ๆ

95.       When basketball was first invented, it was played_____

(1)       during the football season

(2)       any time of the year

(3)       during the baseball season

(4)       between the football season and the baseball season

ถาม     เมื่อกีฬาบาสเกตบอลถูกคิดค้นขึ้นครั้งแรก ได้มีการแข่งขัน_______                  

ตอบ 4

1. ระหว่างฤดูการแข่งขันฟุตบอล

2.         เวลาใดก็ได้ตลอดทั้งปี

3.         ระหว่างฤดูการแข่งขับเบสบอล

(4)ในช่วงระหว่างฤดูการแข่งขันฟุตบอลและฤดูการแข่งขันเบสบอล

96.       Who first-played basketball ?         

(1) Gymnasts

(2) Soldiers        

(3) College Students

(4) College Instructors

ถาม     กีฬาบาสเกตบอลครั้งแรกมีใครเป็นผู้เล่น

ตอบ 3

1. นักกายกรรม 2. ทหาร         (3) นักศึกษาวิทยาลัย  4. อาจารย์วิทยาลัย

97.       When basketball was first played, a_____ball was used as a ball.

(1) football         (2) soccer  (3) baseball       (4) All are correct.

ถาม     เมื่อมีการเล่นบาสเกตบอลครั้งแรก ลูก_____ถูกนำมาใช้เป็นอุปกรณ์ในการเล่น

ตอบ 2

1. ฟุตบอล (อเมริกันฟุตบอล)  (2) ช็อกเกอร์ (ฟุตบอลของอังกฤษ)

3. เบสบอล      4. ถูกทุกข้อ

หมายเหตุ  “football” หมายถึง กีฬาอเมริกันฟุตบอล ลูกบอลจะมีลักษณะคล้ายลูกรักบี้ “soccer” หมายถึง กีฬาฟุตบอลของอังกฤษ ซึ่งใช้เท้าเตะหรือที่คนไทย เรียกกันว่า ฟุตบอล” ลูกบอลจะมีลักษณะกลม

98.    Since basketball was first invented,_______.

(1)    the game hasn’t changed at alt

(2)    it has been played only in the USA

(3)    the number of players has been reduced from nine to five

(4)    it has been played as an indoor game everywhere

ถาม     นับตั้งแต่มีการคิดค้นกีฬาบาสเกตบอลขึ้นเป็นครั้งแรก          

ตอบ 3

1. เกมการเล่นไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย

2. มีการนำมันมาเล่นเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

(3) จำนวนผู้เล่นลดลงจาก 9 คนเหลือเพียง 5 คน

4. มันถูกนำมาเล่นเป็นกีฬาในร่มทุกประเทศ

99.    Today, basketball is played_____.

(1)    all over the world    (2) only in the USA

(3) only in Europe    (4) None is correct.

ถาม     ทุกวันนี้มีการนำกีฬาบาสเกตบอลมาเล่นกัน

ตอบ 1

(1)ทั่วโลก       2. เฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา

3. เฉพาะในยุโรป       4. ไม่มีข้อใดถูก

100. Which of the following is not correct ?

(1)    The rules for playing basketball have been changed a lot.

(2)    Fruit baskets were used when basketball was first played.

(3)    The purpose of the game was to toss the ball into the opposite team.

(4)    Basketball has been played as an outdoor game everywhere but the USA.

ถาม     ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง

ตอบ 4

1. กฎกติกาในการเล่นบาสเกตบอลเปลี่ยนแปลงไปมาก

2.      ตะกร้าผลไม้ได้ถูกนำมาใช้เมื่อมีการเล่นบาสเกตบอลในครั้งแรก

3.      เป้าหมายของการเล่นกีฬาชนิดนี้ก็คือการโยนลูกบอลให้ลงในตะกร้าของฝ่ายตรงข้าม (4) กีฬาบาสเกตบอลได้ถูกนำมาเล่นเป็นกีฬากลางแจ้งทุกประเทศ ยกเว้นประเทศสหรัฐอเมริกา