Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2559
ข้อสอบกระบวนวิชา THA 1001 ลักษณะและการใช้ภาษาไทย
คําสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคําตอบเดียว (ข้อสอบมีทั้งหมด 120 ข้อ)

1. ข้อใดมีคําบอกพจน์ที่มีจํานวนอยู่ในระดับกลางของจํานวน 4 ข้อ
(1) เขาซื้อทุเรียนมาโหลหนึ่ง
(2) นักศึกษา 2 คู่นี้แอบกินขนม
(3) ฝูงลิงกระโดดลงมาจากเขา
(4) ขนมครก 4 ฝานี้เต็มไป
ตอบ 1
การแสดงพจน์ (จํานวน) มีอยู่หลายวิธี แต่ก็ต้องดูความหมายของประโยคด้วย ดังนี้ 1. ใช้คําบอกจํานวนหนึ่ง (เอกพจน์) ได้แก่ โสด เดียว หนึ่ง โทน ฯลฯ
2. ใช้คําบอกจํานวนมากกว่าหนึ่ง (พหูพจน์) ได้แก่ คู่/แฝด (จํานวนสองที่กําหนดไว้เป็นชุด), กลุ่ม/ฝูง/ขบวน/ช่อ (มีจํานวนมากกว่าสองขึ้นไป) ฯลฯ นอกจากนี้ยังสามารถใช้คําขยาย ได้แก่ มาก หลาย ฯลฯ, ใช้คําบอกจํานวนนับ ได้แก่ สอง สี โหล ฯลฯ, ใช้คําซ้ํา ได้แก่ เด็ก ๆ หนุ่ม ๆ สาว ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ฯลฯ และใช้คําซ้อน ได้แก่ ลูกเด็กเล็กแดง (เด็กเล็ก ๆ หลายคน) ฯลฯ

(คําบอกพจน์ที่มีจํานวนอยู่ในระดับกลางของจํานวน 4 ข้อ คือ โหล ซึ่งเรียงจํานวนจากมากไปน้อย ได้แก่ ฝูง, โหล = 12, 4 ฝา, 2 คู่ = 4)

2. “ผมเห็นผีจะจะเลย” จากข้อความปรากฏลักษณะของภาษาไทยแบบใด
(1) บอกเพศ
(2) บอกกาล
(3) คําคําเดียวมีหลายความหมาย
(4) มีระบบเสียงสูงต่ำ
ตอบ 1
คํานามในภาษาไทยบางคําก็แสดงเพศได้ชัดเจนในตัวของมันเอง เช่น คําที่บอกเพศชาย ได้แก่ พ่อ พระ เณร ทิด เขย ชาย หนุ่ม บ่าว ปู่ ตา ผม นาย ลุง พลาย (ช้างตัวผู้) ฯลฯ และคําที่บอกเพศหญิง ได้แก่ แม่ ชี สะใภ้ หญิง สาว นาง ป้า ย่า ยาย ดิฉัน พัง (ช้างตัวเมีย) ฯลฯ แต่คําบางคําที่เป็นคํารวมทั้งสองเพศ เช่น พี่ น้อง เด็ก น้า อา ลูก หลาน เพื่อน ฯลฯ เมื่อต้องการแสดงเพศให้ชัดเจนตามแบบภาษาคําโดดจะต้อง ใช้คําที่บ่งเพศมาประกอบเข้าข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้าง หรือประสมกันตามแบบคําประสมบ้าง เช่น พี่สาว น้องชาย เด็กสาว น้าชาย อาหญิง ลูกชาย หลานสาว เพื่อนหญิง เพื่อนชาย ฯลฯ

Advertisement

3. ข้อใดสะท้อนลักษณะของภาษาไทยที่ปรากฏประเภทน้อยที่สุด
(1) ดอกไม้ช่อนี้ขายหน้าบ้านยาย
(2) นายทองนั่งท่องชื่อลูกค้าทั้งคืน
(3) ตาคว้าต้นกล้าไปปลูกบนภูเขา
(4) ชมพู่ผลสีชมพูวางบนลังไม้หลายลูก
ตอบ 3 (ดูคําอธิบายข้อ 1. และ 2. ประกอบ) ข้อความที่สะท้อนลักษณะของภาษาไทยเรียงจากน้อยไปมาก มีดังนี้
1. ตาคว้าต้นกล้าไปปลูกบนภูเขา (บอกเพศ = ตา)
2. ดอกไม้ช่อนี้ขายหน้าบ้านยาย (บอกพจน์ = ช่อ, บอกเพศ = ยาย)
3. ชมพู่ผลสีชมพูวางบนลังไม้หลายลูก (มีระบบเสียงสูงต่ำ = พู/พู่, บอกพจน์ = หลาย)
4. นายทองนั่งท่องชื่อลูกค้าทั้งคืน (บอกเพศ = นาย, มีระบบเสียงสูงต่ำ = ทอง/ท่อง, บอกกาล (เวลา) = ทั้งคืน)

4. “ข้าวตังหน้าตั้งวางหน้าตั่งของคุณยาย” จากข้อความปรากฏลักษณะของภาษาไทยแบบใด
(1) คําคําเดียวมีหลายความหมาย
(2) บอกพจน์
(3) บอกมาลา
(4) มีระบบเสียงสูงต่ำ
ตอบ 4 ระบบเสียงสูงต่ำ (เสียงวรรณยุกต์) ในภาษาไทย คือ การกําหนดเสียงสูงต่ำไว้ตายตัวในคําแต่ละคํา เพื่อต้องการแยกความหมาย โดยให้เสียงหนึ่ง มีความหมายอย่างหนึ่ง หากเปลี่ยนเสียงความหมายก็ย่อมเปลี่ยนไปด้วย เช่น ตัง (เสียงสามัญ) ในคําว่า “ข้าวตัง” = ข้าวสุกที่ติดเป็นแผ่นเกรียมอยู่ก้นหม้อหรือกระทะ, ตั้ง (เสียงโท) ในคําว่า “ หน้าตั้ง” – ของว่างซึ่งทําด้วยหมู กุ้ง และกะทิ สําหรับกินกับข้าวตั้งทอด, ตั่ง (เสียงเอก) = ที่สําหรับนั่ง ไม่มีพนัก อาจมีขาหรือไม่มีขาก็ได้

5. ข้อใดเป็นสระเดี่ยว
(1) ค้าง
(2) เคียง
(3) เคือง
(4) ครัว
ตอบ 1
เสียงสระในภาษาไทย แบ่งออกได้ดังนี้
1. สระเดี่ยว 18 เสียง แบ่งเป็นเสียงสั้น 9 เสียง ได้แก่ อะ อิ อี อุเอะ แอะ เออะ โอะ เอาะ และเสียงยาว 9 เสียง ได้แก่ อา อี คือ อู เอ แอ เออ โอ ออ
2. สระผสม 10 เสียง แบ่งเป็นเสียงสั้น 5 เสียง ได้แก่ เอียะ เอือะ อัวะ เอา ไอ และเสียงยาว 5 เสียง ได้แก่ เอีย เอื้อ อัว อาว อาย (ยกเว้นคําใดที่ลงท้ายด้วย ย/ว ซึ่งเป็นพยัญชนะถึงสระ อาจเป็นได้ทั้งตัวสะกด ย/ว หรือเป็นสระผสม 2 เสียง หรือ 3 เสียงก็ได้)

6. “อาหารอีสานรสแซบหลาย” มีสระเดี่ยวที่เสียง (ไม่นับเสียงซ้ำ)
(1) 3 เสียง
(2) 4 เสียง
(3) 5 เสียง
(4) 6 เสียง
ตอบ 2
(ดูคําอธิบายข้อ 5. ประกอบ) จากข้อความมีสระเดี่ยว 4 เสียง (ไม่นับเสียงซ้ำ) ได้แก่
1. สระอา (อาหาร, ลาน)
2. สระอี (อี)
3. สระโอะ (รส)
4. สระแอ (แซบ)

7. ข้อใดมีสระเดี่ยวเสียงยาวมากที่สุด (ไม่นับเสียงซ้ำ)
(1) บ้านบนดิน
(2) รถสิบล้อ
(3) เห็ดหูหนู
(4) คลองน้ำแคบ
ตอบ 4
(ดูคําอธิบายข้อ 5. ประกอบ) ข้อความ “คลองน้ำแคบ” มีสระเดี่ยวเสียงยาวมากที่สุดคือ 2 เสียง (ไม่นับเสียงซ้ำ) ได้แก่
1. สระออ (คลอง)
2. สระแอ (แคบ)

8. ข้อใดเป็นสระหน้า
(1) ท่าน
(2) เก็บ
(3) ซบ
(4) เสริม
ตอบ 2
สระเดี่ยวที่จําแนกตามส่วนต่าง ๆ ของลิ้นที่ทําหน้าที่ซึ่งจะต้องมีสภาพของริมฝีปากประกอบด้วย แบ่งออกได้ดังนี้
1.สระกลาง ได้แก่ อา อ๋อ เออ อะ อี เออะ
2. สระหน้า ได้แก่ อี เอ แอ อิ เอะ แอะ
3. สระหลัง ได้แก่ อู โอ ออ อุ โอะ เอาะ
(คําว่า “เก็บ” = สระเอะ, “ท่าน” = สระอา, “ซบ” = สระโอะ, “เสริม” – สระเออ)

9. ข้อใดไม่ประกอบด้วยเสียงสระอา
(1) เที่ยง
(2) เสือ
(3) เร็ว
(4) บวบ
ตอบ 3
คําว่า “เร็ว” ประกอบด้วย เอะ + ว (เอะ + อุ) = เอ็ว (ส่วนคําว่า “เที่ยง” ประกอบด้วย อี + อา = เอีย, “เสือ” ประกอบด้วย คือ + อา = เอื้อ, “บวบ” ประกอบด้วย อู + อา = ตัว)

10. ข้อใดมีคําประกอบด้วยเสียงสระอี
(1) นิ่ว รับ
(2) ปุ๋ย เข้า
(3) โดน เหว
(4) ท้อง หอย
ตอบ 4 คําว่า “หอย” ประกอบด้วย ออ + ย (ออ + อี) = ออย

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

Log in with your credentials

Forgot your details?