Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2559
ข้อสอบกระบวนวิชา THA 1001 ลักษณะและการใช้ภาษาไทย
คําสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคําตอบเดียว (ข้อสอบมีทั้งหมด 120 ข้อ)

1. ข้อใดสะท้อนลักษณะของภาษาไทยที่เป็นคําโดดชัดเจนที่สุด
(1) หล่อนเดินทอดน่องริมชายหาด
(2) เขาดื่มโค้กหมดแล้ว
(3) ย่าทําต้มยํากุ้งหลายหม้อ
(4) หนุ่มขับรถเร็วเกินไป
ตอบ 3
ลักษณะของภาษาไทยที่เป็นคําโดด มีดังนี้
1. คําแต่ละคําต้องออกเสียงพยางค์เดียว และอาจเป็นคําควบกล้ำก็ได้ 2. ต้องเป็นภาษาไทย เท่านั้น ไม่ใช่คํายืมจากภาษาอื่น 3. มีตัวสะกดตรงตามมาตรา 4. มีระบบวรรณยุกต์ ฯลฯ (ส่วนตัวเลือกข้ออื่นมีคํายืมจากภาษาอังกฤษ = โค้ก (Coke), ภาษาเขมร = เดิน (เฎิร) และมีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา = รถ)

2. ข้อใดมีคําบอกกาล
(1) คําแก้วกําลังกลายเป็นงู
(2) ก๋วยเตี๋ยวชามนี้ใส่พริกสด
(3) นิดฉุนจัดเมื่อมีรถขับปาดหน้า
(4) ทองนั่งหลับหลังห้อง
ตอบ 1
การแสดงกาล คือ การแสดงให้รู้ว่ากริยากระทําเมื่อไร ซึ่งนอกจากจะต้องอาศัยกริยาช่วยเพื่อบอกกาลเวลาที่ต่างกันแล้ว เช่น คําว่า “จะ/กําลังจะ” (บอกอนาคต), “กําลัง/อยู่” (บอกปัจจุบัน), “ได้/แล้ว” (บอกอดีต) ฯลฯ ก็ยังมีคํากริยาวิเศษณ์หรือกริยาบางคําที่ช่วยแสดงกาล โดยอาศัยเหตุการณ์และสภาพแวดล้อม เป็นเครื่องชี้ ดังนี้
1. บอกปัจจุบัน ได้แก่ เดี๋ยวนี้ ขณะนี้ ตอนนี้ วันนี้ ฯลฯ
2. บอกอนาคต ได้แก่ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ ปีหน้า เดือนหน้า ฯลฯ
3. บอกอดีต ได้แก่ เมื่อวานนี้ เมื่อก่อนนี้ เมื่อปีก่อน เพิ่ง มา ฯลฯ

3. ข้อใดไม่มีคําบอกพจน์
(1) เพื่อน ๆ พี่หลับกันหมดแล้ว
(2) หนูดีร้องเพลงเพราะเหลือเกิน
(3) ฝูงแกะกําลังถูกตอนขน
(4) ลิลลี่ชอบซื้อทองหนัก 2 บาท
ตอบ 3
การแสดงพจน์ (จํานวน) มีอยู่หลายวิธี แต่ก็ต้องดูความหมายของประโยคด้วย ดังนี้ 1. ใช้คําบอกจํานวนหนึ่ง (เอกพจน์) ได้แก่ โสด เดียว หนึ่ง โทน ฯลฯ 2. ใช้คําบอกจํานวนมากกว่าหนึ่ง (พหูพจน์) ได้แก่ คู่/แฝด (จํานวนสองที่กําหนดไว้เป็นชุด), กลุ่ม/ฝูง/ขบวน (มีจํานวนมากกว่าสองขึ้นไป) ฯลฯ นอกจากนี้ยังสามารถใช้คําขยาย ได้แก่ มาก หลาย เหลือ เกิน ฯลฯ, ใช้คําบอกจํานวนนับ ได้แก่ สอง สี ฯลฯ, ใช้คําซ้ำ ได้แก่ เด็ก ๆหนุ่ม ๆ สาว ๆ เพื่อน ๆ ฯลฯ และใช้คําซ้อน ได้แก่ ลูกเด็กเล็กแดง (เด็กเล็ก ๆ หลายคน) ฯลฯ

Advertisement

4. ข้อใดเป็นสระเดี่ยว
(1) เอื้อย
(2) เอื้อม
(3) แอบ
(4) อ้วน
ตอบ 3 เสียงสระในภาษาไทย แบ่งออกได้ดังนี้
1. สระเดี่ยว 18 เสียง แบ่งเป็นเสียงสั้น 9 เสียง ได้แก่ อะ อิ อี อุ เอะ แอะ เออะ โอะ เอาะ และเสียงยาว 9 เสียง ได้แก่ อา อี คือ อู เอ แอ เออ โอ ออ
2. สระผสม 10 เสียง แบ่งเป็นเสียงสั้น 5 เสียง ได้แก่ เอียะ เอือะ อัวะ เอา ไอ และเสียงยาว 5 เสียง ได้แก่ เอีย เอื้อ อัว อาว อาย (ยกเว้นคําใดที่ลงท้ายด้วย ย/ว ซึ่งเป็นพยัญชนะกึ่งสระ อาจเป็นได้ทั้งตัวสะกด ย/ว หรือเป็นสระผสม 2 เสียง หรือ 3 เสียงก็ได้)

5. ข้อใดไม่เป็นสระเดี่ยว
(1) ชุด
(2) ใช้
(3) ซ้ำ
(4) เชิญ
ตอบ 2
คําว่า “ใช้” = สระไอ, “ชด” = สระโอะ, “ซ้ำ” = สระอะ, “เชิญ” = สระเออ

6. ข้อใดเป็นสระเดี่ยวเสียงยาว
(1) ตรง
(2) ตน
(3) ตุ่น
(4) ต่อ
ตอบ 4
คําว่า “ต่อ” = สระออ, “ตรง/ตน” – สระโอะ, “ตูน” – สระอุ

7. ข้อใดเป็นสระหน้า
(1) แขก
(2) จับ
(3) กบ
(4) โหด
ตอบ 1
สระเดี่ยวที่จําแนกตามส่วนต่าง ๆ ของลิ้นที่ทําหน้าที่ซึ่งจะต้องมีสภาพของริมฝีปากประกอบด้วย แบ่งออกได้ดังนี้
1.สระกลาง ได้แก่ อา คือ เออ อะ อี เออะ
2. สระหน้า ได้แก่ อี เอ แอ อิ เอะ แอะ
3. สระหลัง ได้แก่ อู โอ ออ อุ โอะ เอาะ (คําว่า “แขก” = สระแอ, “จับ” = สระอะ, “กบ” = สระโอะ, “โหด” = สระโอ)

8. ข้อใดเป็นสระสูง หน้า ริมฝีปากไม่ห่อ เสียงยาว
(1) หู
(2) สี
(3) ท่าน
(4) โรค
ตอบ 2
ดูคําอธิบายข้อ 4. และ 7. ประกอบ) คําว่า “สี” = สระอี ซึ่งเป็นสระเดี๋ยวเสียงยาว และเป็นสระหน้า มีระดับของลิ้นสูง เพราะปลายลิ้นจะกระดกขึ้นเกือบจดเพดานแข็ง แต่ยังไม่จด ทําให้ช่องว่างในปากแคบ เรียกว่า ลักษณะปิด และริมฝีปากไม่ห่อแต่จะแบะออกเป็นรูปยิ้ม

9. ข้อใดไม่มีเสียงสระอู
(1) เขย หัว
(2) คิว นวล
(3) เร็ว ปุ๋ย
(4) เปลว ย้าย
ตอบ 3
คําว่า “เร็ว” ประกอบด้วย เอะ + ว (เอะ + อุ) = เอ็ว, “ปุ๋ย” ประกอบด้วย อุ + ย (อุ + อิ) = อุย (ส่วนตัวเลือกข้ออื่นมีคําที่มีเสียงสระอู ได้แก่ คําว่า “หัว/นวล” ประกอบด้วย อู + อา = อัว, “เปลว” ประกอบด้วย เอ + ว (เอ + อู) = เอว)

10. ข้อใดไม่เป็นสระผสม
(1) ผล
(2) ขวบ
(3) ปลิว
(4) อ้อย
ตอบ 1 (ดูคําอธิบายข้อ 4. ประกอบ) คําว่า “ผล” = สระโอะ (ส่วนตัวเลือกข้ออื่นเป็นสระผสม ได้แก่ คําว่า “ขวบ” ประกอบด้วย อู + อา = ตัว, “ปลิว” ประกอบด้วย อิ + ว (อิ + อุ) = อิว, “อ้อย” ประกอบด้วย ออ + ย (ออ + อี) = ออย)

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

Log in with your credentials

Forgot your details?