Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2556

ข้อสอบกระบวนวิชา SOC 1003 สังคมวิทยาและมานุษยวิทยาเบื้องต้น

คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว (ข้อสอบมีทั้งหมด 120 ข้อ)

1. มาร์กซ์ (Marx) ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Critique of Political Economy มีทัศนะในการศึกษาสังคมอย่างไร

(1) การขัดกับระหว่างคน 2 กลุ่มในแต่ละสังคมเป็นไปตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

Advertisement

(2) สังคมไม่จำเป็นต้องมีดุลยภาพ

(3) สังคมมีโครงสร้างเหมือนร่างกายมนุษย์

(4) สังคมไม่จำเป็นต้องมีความขัดแย้ง

ตอบ 1 หน้า 7 คาร์ล มาร์กซ์ (Karl Marx) นักสังคมวิทยาชาวเยอรมัน ได้มองสังคมในแง่ของการ“ขัดกัน” ของคนในสังคม โดยเขากล่าวไว้ในหนังสือชื่อ Critique of Political Economy ว่า การขัดกันระหว่างคน 2 กลุ่มในแต่ละสังคมเกิดขึ้นตลอดเวลาในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ กล่าวคือ สังคมเศรษฐกิจโบราณมีการขัดแย้งกันระหว่างทาสกับนายทาส ในสังคมเศรษฐกิจ สมัยกลางมีการขัดแย้งกันระหว่างข้าติดที่ดินกับเจ้าของที่ดิน และในสังคมเศรษฐกิจทุนนิยม มีการขัดแย้งกันระหว่างชนชั้นกรรมาชีพ (กรรมกร) กับนายทุน ซึ่งความขัดแย้งระหว่างชนชั้นนี้ จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม จนกระทั่งกลายเป็นสังคมนิยมและสังคมคอมมิวนิสต์

2. มนุษย์มีความคล้ายคลึงกับสัตว์ในด้านใดมากที่สุด

(1) รู้จักสื่อความหมาย

(2) มีการย้ายที่อยู่

(3) รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม

(4) รู้จักพึ่งพาอาศัยกัน

ตอบ 1 หน้า 81 มนุษย์มีความคล้ายคลึงกับสัตว์ในด้านการรู้จักสื่อความหมายมากที่สุด มนุษย์มีการ ติดต่อสื่อสารโดยใช้สัญลักษณ์ ภาษา และยังมีการถ่ายทอดวัฒนธรรมถึงกันได้ในขณะที่สัตว์ ประเภทต่าง ๆ ก็สามารถติดต่อสื่อสารกันได้บ้างแต่เป็นไปในระดับต่ำมาก

3. ตัวเลือกใดเป็นความรู้แบบสามัญสำนึก

(1) ปรากฏการณ์ที่สามารถมองเห็นและประสบได้ด้วยประสาทสัมผัส

(2) ปรากฏการณ์ที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์

(3) ปรากฏการณ์ที่สามารถจำแนกออกเป็นหมวดหมู่ได้

(4) ปรากฏการณ์ที่สามารถจัดระเบียบหาความสัมพันธ์ระหว่างกันได้

ตอบ 1 หน้า 2 ความรู้แบบสามัญสำนึก (Common Sense) คือ ปรากฏการณ์ทางสังคมที่สามารถ มองเห็นและประสบได้ด้วยประสาทสัมผัส ทั้งนี้การศึกษาเกี่ยวกับ “คนและสังคม” ในระยะ เริ่มแรกมีลักษณะเป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ซึ่งเป็นความรู้ที่ได้รับมาในรูปของสามัญสำนึก

4. เพราะเหตุใดจึงต้องศึกษาสังคม

(1) เพื่อเข้าใจลักษณะ รูปแบบ และโครงสร้างของสังคม

(2) เพื่อให้สามารถสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นได้

(3) เพื่อชี้แนวทางการแก้ไขปัญหาสังคม

(4) ถูกทั้งหมด

ตอบ 4 หน้า 4-5 สาเหตุที่ต้องศึกษาสังคมก็เพราะจะได้รับประโยชน์ดังนี้

1. เพื่อให้เข้าใจลักษณะ รูปแบบ และโครงสร้างของสังคมตนเองและสังคมอื่นที่สัมพันธ์ด้วย ทำให้ทราบถึงกลไกการทำงานของสังคมและแนวทางประพฤติปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่สังคม กำหนดขึ้น

2. เพื่อให้สามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีกับบุคคลอื่น/ต่อสมาชิกร่วมสังคมและสมาชิกร่วมโลก เข้าใจสถานภาพและบทบาทของตนเองและผู้อื่น เนื่องจากมนุษย์จะแยกตัวอยู่โดดเดี่ยวไม่ได้

3. เพื่อให้เข้าใจปรากฏการณ์ทางสังคมที่เป็นโทษและสาเหตุที่กำหนดพฤติกรรมเบี่ยงเบน เข้าใจปัญหาและสามารถชี้แนวทางการแก้ไขปัญหาสังคมได้

4. เกิดประโยชน์ต่อทุกวิชาชีพ โดยใช้เป็นวิชาความรู้ควบคู่กับการศึกษาวิชาอื่น ๆ เพราะ ทุกฝ่ายต่างจะต้องใข้วิชาชีพนั้น ๆ กับคนในสังคมทั้งสิ้น

5. เพราะเหตุใดสังคมวิทยาจึงเน้นการศึกษาสังคมโดยการสุ่มตัวอย่าง

(1) ง่ายและสะดวกต่อการศึกษา (2) เน้นการสังเกตส่วนบุคคล

(3) เพื่อทำนายปรากฏการณ์ในอนาคต (4) ศึกษาสังคมปัจจุบันซึ่งมีขนาดใหญ่

ตอบ 4 หน้า 49 – 50, (คำบรรยาย) สังคมวิทยามีแนวโน้มศึกษาสังคมปัจจุบัน สังคมที่รู้หนังสือ และสังคมเชิงซ้อน โดยมีแนวโน้มที่จะใช้วิธีการศึกษาแบบสุ่มตัวอย่าง (Sampling) มากกว่า การศึกษาเป็นรายกรณี (Case Studies) ทั้งนี้เพราะการสุ่มตัวอย่างจะเน้นในเรื่องจำนวน (เนื่องจากสังคมปัจจุบันมีขนาดใหญต้องใช้วิธีสุ่มตัวอย่างจึงจะสามารถทำได้) ส่วนการศึกษา เป็นรายกรณีจะเน้นในเรื่องเวลาและความถี่ถ้วน

6. ประเพณีบวชนาค ฉัตร และการบวงสรวงเทวดา เป็นตัวอย่างการศึกษาสังคมแบบใด

(1) การแข่งขัน (2) สัญลักษณ์ (3) ดุลยภาพทางสังคม (4) พฤติกรรมเฉพาะกิจ

ตอบ 2 หน้า 8 วิธีการศึกษาสังคมโดยมองพฤติกรรมในรูปของ “สัญลักษณ์” (Symbol) เช่น ในสังคมที่มีกษัตริย์จะมีฉัตรหรือสัญลักษณ์ที่แตกต่างจากคนธรรมดาทั่ว ๆ ไป นอกจากนี้ ประเพณีการบวชนาค การแห่นางแมว หรือการบวงสรวงเทวดาของคนในบางสังคมนั้น จะเป็นการแสดงออกในรูปลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความหมายที่สำคัญบางอย่างของสังคม ในบางสังคมสีดำหมายถึง ความโศกเศร้า และบางสังคมใช้ดอกกุหลาบเป็นสื่อที่แสดง ความหมายถึงความรัก ความสดชื่น เป็นต้น

7. คำว่า Sociology มาจากคำในภาษาใด

(1) อังกฤษกับฝรั่งเศส (2) ละตินกับผ่รั่งเศส (3) ละดินกับกรีก (4) กรืกกับอังกฤษ

ตอบ 3 หน้า 16 สังคมวิทยา (Sociology) มาจากศัพท์ 2 คำ คือ คำว่า Socius ซึ่งเป็นภาษาละติน มีความหมายว่า “เพื่อน” (Companion) และคำว่า Logos ซึ่งเป็นภาษากรีก มีความหมายว่า “ถ้อยคำ” (Word) เมื่อรวมคำทั้ง 2 เข้าด้วยกันก็จะแปลว่า การพูดคุยเกี่ยวกับสังคม

8. ใครเป็นผู้เขียนหนังสือเรื่อง “กฎระเบียบเกี่ยวกับวิธีการทางสังคมวิทยา”

(1) ค้องท์ (Comte) (2) เวเบอร์ (Weber)

(3) เดอร์ไคม์ (Durkheim) (4) สเปนเซอร์ (Spencer)

ตอบ 3 หน้า 20 อิมิลี เดอร์ไคม์ (Emile Durkheim) เป็นนักสังคมวิทยาชาวฝรั่งเศสที่สนใจศึกษา สังคมวิทยาเปรียบเทียบ (Comparative Sociology) โดยเขาได้เขียนหนังสือเรื่อง “กฎหรือ ระเบียบเกี่ยวกับวิธีการทางสังคมวิทยา”

9. เพลโต (Plato) บรรยายสภาพสังคมเลอเลิศที่สุดไว้ในหนังสือชื่ออะไร

(1) อุตมรัฐ (2) อุดมคติรัฐ (3) อุดมการณ์รัฐ (4) อมตรัฐ

ตอบ 1 หน้า 17 – 18 ข้อเขียนของเพลโต (Plato) มีหลักสังคมวิทยาอยู่มาก โดยเฉพาะในหนังสือชื่อ The Republic (อุตมรัฐ) ซึ่งเขียนขึ้นมาเพื่อบรรยายสภาพสังคมที่เลอเลิศที่สุด เป็นรัฐในอุดมคติ ที่ประชาชนมีแต่ความผาสุก เพราะผู้ปกครองเป็น “ราชาปราชญ์” (Philosopher King) คือเป็นทั้งราชาที่มีอำนาจและเป็นปราซญ์ที่ทรงไว้ซึ่งความรู้

10. ใครเป็นผู้สนับสนุนการใช้วิธีการศึกษาที่เรียกเป็นภาษาเยอรมันว่า “แวร์สเตเฮ็น” (Verstehen)

(1) เดอร์ไคม์ (Durkheim) (2) มาร์กซ์ (Marx)

(3) ค้องท์ (Comte) (4) เวเบอร์ (Weber)

ตอบ 4 หน้า 20 เวเบอร์ (Weber) เป็นนักสังคมวิทยาชาวเยอรมันที่สนับสนุนการใช้วิธีการศึกษาที่ เรียกเป็นภาษาเยอรมันว่า “แวร์สเตเฮ็น” (Verstehen) แปลว่า Understanding (ความเข้าใจ) ซึ่งเป็นวิธีการที่เน้นความเข้าใจรวม ๆ กันมากกว่าในรายละเอียดของปรากฏการณ์ทางสังคม

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

error: Content is protected !!

Log in with your credentials

Forgot your details?