LAW4007 นิติปรัชญา 1/2548

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2548

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW4007 นิติปรัชญา 

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  3  ข้อ

ข้อ  1  จงสรุปเปรียบเทียบปรัชญากฎหมายธรรมชาติของนักบุญอไควนัส (St. Thomas  Aquinas)  และปรัชญากฎหมายธรรมชาติร่วมสมัย/ยุคปัจจุบัน

ธงคำตอบ

ปรัชญากฎหมายธรรมชาติของอไควนัสปรากฏในงานนิพนธ์ชิ้นสำคัญของเขาคือ  เรื่อง  “Summa  Theologica”  เป็นการนำเสนอโดยเชื่อมวิธีคิดแบบเหตุผลนิยมเข้ากับเจตนนิยม  โดยนำเอาปรัชญาของอริสโตเติ้ลมาสังเคราะห์กับปรัชญาทางคริสต์ศาสนา  ในขณะที่อริสโตเติ้ลยืนยันว่ามนุษย์สามารถค้นพบกฎหมายธรรมชาติได้โดยอาศัยเหตุผลในตัวมนุษย์เอง  อไควนัสก็ได้พยายามเชื่อมโยงเรื่องเหตุผลดังกล่าวเข้ากับเจตจำนงของพระเจ้า  โดยถือว่าเหตุผลของพระเจ้าเป็นเครื่องมือที่สมบูรณ์ถูกต้องมากกว่าเหตุผลของมนุษย์  ในการค้นหากฎหมายธรรมชาติตรงจุดนี้อไควนัสสรุปว่า  หลักธรรมหรือโองการหรือเจตจำนงของพระเจ้าคือที่มาของกฎหมายธรรมชาติ

อไควนัสได้แบ่งกฎหมายออกเป็น  4  ประเภท  คือ

1       กฎหมายนิรันดร์

2       กฎหมายธรรมชาติ

3       กฎหมายอันศักดิ์สิทธิ์

4       กฎหมายของมนุษย์

กฎหมายธรรมชาติในทรรศนะของอไควนัสถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายนิรันดร์ที่มนุษย์สามารถเข้าถึงได้  โดยอาศัยเหตุผลอันเป็นคุณสมบัติธรรมชาติที่พระเจ้าประทานให้  ถึงแม้ว่ากฎหมายธรรมชาติจะเป็นเสมือนภาพสะท้อนอันไม่สมบูรณ์ซึ่งเหตุผลอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า  แต่ก็ถือเป็นหลักชี้นำการกระทำต่างๆของมนุษย์โดยมีหลักธรรมอันแน่นอนต่างๆ  ในจำนวนนี้หลักธรรมอันเป็นมูลฐานที่สุดก็คือ  การทำความดีและละเว้นความชั่ว

ทางด้านกฎหมายของมนุษย์  อไควนัสหมายถึงกฎหมายที่มนุษย์บัญญัติขึ้นใช้ในสังคมซึ่งอยู่ภายใต้บังคับของกำหมายนิรันดร์  กฎหมายธรรมชาติ  และกฎหมายอันศักดิ์สิทธิ์  โดยอไควนัสนิยามกฎหมายของมนุษย์ว่าเป็น  ระเบียบเหตุผลที่ผู้ปกครองได้บัญญัติและประกาศใช้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน  กฎหมายของมนุษย์ที่มีเนื้อหาไม่เป็นธรรมและขัดต่อกฎหมายธรรมชาติ  อไควนัสไม่ถือว่าเป็นกฎหมาย  แต่เป็นความวิปริตของกฎหมาย  ซึ่งอยู่ห่างไกลจากลักษณะของกฎหมายที่มีจุดมุ่งหมายให้ทุกคนเป็นคนดี

ส่วนปรัชญากฎหมายธรรมชาติร่วมสมัยหรือยุคปัจจุบันในจุดที่จะนำมาเปรียบเทียบก็คือ  บทบาทของปรัชญากฎหมายธรรมชาติในแง่ทฤษฎีกฎหมายซึ่งสนับสนุนอุดมคติทางกฎหมายเชิงจริยธรรม  เป็นการยืนยันความเชื่อมั่นในเรื่องความยุติธรรมในฐานะเป็นจุดหมายปลายทางแห่งกฎหมาย  ความเชื่อมั่นในเรื่องความสัมพันธ์ที่จำต้องมีระหว่างกฎหมายกับความยุติธรรมหรือหลักศีลธรรมจริยธรรมต่างๆ  แต่ทั้งนี้ก็ไม่ถือว่ามีสิ่งที่เรียกว่าหลักความยุติธรรมหรือหลักกฎหมายอุดมคติ  ซึ่งแน่นอน  เป็นสากล  หรือใช้ได้ทุกกาละสถานที่  นอกจากนี้ปรัชญากฎหมายธรรมชาติร่วมสมัยยังมีลักษณะผ่อนปรนประนีประนอมมากขึ้น  กล่าวคือ  ไม่มีการยืนยันว่ากฎหมายบัญญัติใดที่ขัดแย้งกับหลักอุดมคติ  หลักความยุติธรรมตามธรรมชาติต้องตกเป็นโมฆะ  หรือไม่สมบูรณ์  ไม่มีผลใช้บังคับในทางกฎหมาย

ฟุลเลอร์  นักปรัชญากฎหมายธรรมชาติร่วมสมัยเชื่อมั่นในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายกับศีลธรรม  พร้อมกันนั้นก็ปฏิเสธหลักกฎหมายธรรมชาติในแง่ความเป็นกฎหมายที่สูงกว่ากฎหมายธรรมดา  รวมทั้งยืนกรายปฏิเสธทฤษฎีกฎหมายธรรมชาติใดซึ่งพยายามจะสร้างหรือวางหลักประมวลหลักกฎหมายธรรมชาติล่วงหน้าที่เป็นนิรันดร์

จอห์น  ฟินนีส  นักปรัชญากฎหมายธรรมชาติร่วมสมัย  เจ้าของผลงานหนังสือชื่อ  กฎหมายธรรมชาติและสิทธิธรรมชาติ  ได้กล่าววิจารณ์การตีความหมายอย่างผิดๆของพวกนักวิจารณ์  ต่อคำขวัญหรือสุภาษิตที่ว่า  กฎหมายที่ไม่ยุติธรรมมิใช่เป็นกฎหมาย  (Lex Injusta  Est  Lex)  ซึ่งในสายตาของฟินนีส  กฎหมายที่ไม่ยุติธรรมมิได้เป็นโมฆะในแง่ที่ว่าเป็นสิ่งซึ่งบุคคลไม่ต้องปฏิบัติตามโดยสิ้นเชิง  กฎหมายที่ไม่ยุติธรรมเพียงแต่ขาดสิ่งซึ่งเป็นอำนาจผูกมัดทางมโนธรรม  ซึ่งกฎหมายทั่วไปมีอยู่ตามปกติ  ดังนั้นสำหรับฟินนีสแล้วหน้าที่ทางศีลธรรมที่ต้องเชื่อฟังปฏิบัติตามกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมจึงอาจจำต้องมีอยู่  หากว่าการขัดขืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมแล้วจะนำมาซึ่งความอ่อนแอ  ไร้เสถียรภาพในระบบกฎหมาย  ซึ่งมีความเป็นธรรมในส่วนรวม

จุดเปรียบเทียบระหว่างปรัชญากฎหมายธรรมชาติของอไควนัสกับปรัชญากฎหมายธรรมชาติยุคปัจจุบัน  มีทั้งจุดเหมือน(คล้ายคลึง)  และจุดแตกต่างกันดังจะอธิบายดังนี้

จุดเหมือน  ต่างก็ยืนยันว่ากฎหมายควรสอดคล้องกับศีลธรรมหรือความยุติธรรม  ต่างก็ยอมรับว่ากฎหมายที่ไม่เป็นธรรมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้

จุดแตกต่าง  อไควนัสถือว่ากฎหมายธรรมชาติสูงกว่ากฎหมายที่รัฐบัญญัติขึ้น  ส่วนยุคปัจจุบันไม่ถือเช่นนั้น  อย่างฟุลเลอร์ก็ปฏิเสธกฎหมายธรรมชาติในแง่ความเป็นกฎหมายที่สูงกว่ากฎหมายธรรมดาที่รัฐตราขึ้น

อไควนัสมีการยืนยันว่ากฎหมายที่ไม่เป็นธรรมตกเป็นโมฆะ  ประชาชนไม่จำต้องปฏิบัติตาม  เช่น  กรณีกฎหมายออกมาเพื่อสนองกิเลสของผู้ออก  ออกเกินอำนาจของผู้ออก  ส่วนยุคปัจจุบันมีลักษณะผ่อนปรนกว่าคือไม่มีการยืนยันว่ากฎหมายที่ขัดกับความยุติธรรมเป็นโมฆะ  ดังปรากฏในข้อวิจารณ์ของฟินนีสนั่นเอง

ปรัชญากฎหมายธรรมชาติของอไควนัสจะมีกลิ่นอายของศาสนาคริสต์อยู่เป็นอย่างมาก  คำอธิบายจะผูกอิงอยู่กับพระเจ้า  ส่วนยุคปัจจุบันจะไม่มีคำอธิบายสิ่งเร้นลับเช่นนั้น  โจทย์ของนักกฎหมายธรรมชาติร่วมสมัยจะอยู่ที่ตรากฎหมายอย่างไรออกมาอย่างเป็นธรรมและมีผลในเชิงปฏิบัติ