LAW4006 กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลและคดีอาญา 2/2557

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2557

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4006 กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลและคดีอาญา

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ

ข้อ 1 ประเสริฐคนสัญชาติไทย มีภูมิลําเนาอยู่ที่อําเภอเบตง จังหวัดยะลา ประเสริฐได้เดินทางไปทํางานอยู่ที่ร้านต้มยํากุ้งในประเทศมาเลเซีย และได้อยู่กินกันฉันสามีภริยากับนางแสนคําคนสัญชาติลาว โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส เกิดบุตรในประเทศมาเลเซียห้าคนก่อน ป.ว.337 ใช้บังคับ ต่อมาประเสริฐ พาครอบครัวกลับมาอยู่ประเทศไทย บุตรทั้งห้าคนขอมีสัญชาติไทย อ้างว่าพวกตนเกิดโดยบิดา เป็นผู้มีสัญชาติไทย อยากทราบว่าบุตรทั้งห้าคนได้สัญชาติไทยตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ เพราะเหตุใด ถ้าจะให้บุตรมีสัญชาติไทย ท่านจะแนะนําอย่างไร ยกหลักกฎหมายประกอบคําตอบให้ชัดเจน

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย พ.ร.บ. สัญชาติ พ.ศ. 2508

มาตรา 7 “บุคคลดังต่อไปนี้ย่อมได้สัญชาติไทยโดยการเกิด

(1) ผู้เกิดโดยบิดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกราชอาณาจักรไทย”

พ.ร.บ. สัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551

มาตรา 7 วรรคสอง “คําว่าบิดาตาม (1) ให้หมายความ รวมถึงผู้ซึ่งได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นบิดาของผู้เกิดตามวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง แม้ผู้นั้นจะมิได้จดทะเบียนสมรส กับมารดาของผู้เกิด และมิได้จดทะเบียนรับรองผู้เกิดเป็นบุตรก็ตาม”

ป.พ.พ. มาตรา 1547 “เด็กเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกัน จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ต่อเมื่อบิดามารดาได้สมรสกันในภายหลังหรือบิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตรหรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร”

มาตรา 1557 “การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 1547 ให้มีผลนับแต่วันที่เด็กเกิด แต่ทั้งนี้จะอ้างเป็นเหตุเสื่อมสิทธิของบุคคลภายนอกผู้ทําการโดยสุจริตในระหว่างเวลาตั้งแต่เด็กเกิดจนถึงเวลาที่ บิดามารดาได้สมรสกันหรือบิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตรหรือศาลพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นบุตรไม่ได้”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่บุตรทั้งห้าคนของประเสริฐเกิดในประเทศมาเลเซีย โดยมีมารดาคือ นางแสนคําเป็นผู้มีสัญชาติลาว และบิดาคือประเสริฐเป็นผู้มีสัญชาติไทยนั้น บุตรทั้งห้าคนย่อมไม่ได้สัญชาติไทย โดยการเกิดตามหลักสายโลหิต ทั้งนี้เพราะบิดาและมารดานั้นมิได้เป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย ประเสริฐจึงเป็น บิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามหลักสายโลหิตตาม พ.ร.บ. สัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7 (1) นั้น บิดาต้องเป็นบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายในขณะที่บุตรเกิด หรือมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย

แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. สัญชาติฯ และประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวนั้นให้นําไปใช้กับผู้ที่เกิดก่อนวันที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมนั้นใช้บังคับด้วย ดังนั้นหากบุตรทั้งห้าคนของประเสริฐต้องการมีสัญชาติไทย สามารถทําได้โดยวิธีใดวิธีหนึ่งใน 2 วิธี ดังนี้คือ

1 ให้ดําเนินการพิสูจน์ตามวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวงว่าประเสริฐเป็นบิดาของ บุตรผู้ร้องทั้ง 5 คนตามสายโลหิตจริงตาม พ.ร.บ. สัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 มาตรา 7 วรรคสอง ซึ่งจะต้อง ดําเนินการพิสูจน์กับบุตรทุกคน เมื่อพิสูจน์ได้แล้วว่าบุตรทั้ง 5 คนเป็นบุตรของประเสริฐจริง บุตรนั้นก็จะกลับได้ สัญชาติไทยโดยการเกิดตามหลักสายโลหิตตาม พ.ร.บ. สัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7 (1) ทั้งนี้แม้ประเสริฐจะมิได้ จดทะเบียนสมรสกับนางแสนคําและมิได้จดทะเบียนรับรองบุตรเหล่านั้นก็ตาม หรือ

2 ให้ประเสริฐจดทะเบียนสมรสกับนางแสนคําหรือจดทะเบียนรับรองบุตรผู้ร้องทั้ง 5 คน ว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายหรือขอให้ศาลพิพากษาว่าบุตรเหล่านั้นเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1547 ทั้งนี้เนื่องจากบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 1557 ที่แก้ไขใหม่นั้นได้กําหนดให้ “การเป็นบุตร ที่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 1547 ให้มีผลย้อนหลังไปนับแต่วันที่เด็กเกิด” ซึ่งผลของการเป็นบุตรโดยชอบ ด้วยกฎหมายดังกล่าว ย่อมทําให้บิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมาแต่เดิมนั้นกลายเป็นบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายด้วย เมื่อเป็นบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงทําให้บุตรผู้ร้องทั้ง 5 คน กลับได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามหลักสายโลหิต ตาม พ.ร.บ. สัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7(1) เช่นกัน

สรุป

บุตรทั้งห้าคนไม่ได้สัญชาติไทยตามที่กล่าวอ้าง และถ้าจะให้บุตรมีสัญชาติไทย ข้าพเจ้า จะให้คําแนะนําว่าให้ดําเนินการโดยวิธีใดวิธีหนึ่งตามที่อธิบายไว้ข้างต้น

 

Advertisement