LAW3011 กฎหมายลักษณะพยาน 2/2549

Advertisement

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2549

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3011 กฎหมายลักษณะพยาน 

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  จำนวน  3  ข้อ

ข้อ  1  โจทก์ฟ้องว่า  โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์  (น.ส.3)  เลขที่  1111  โดยซื้อมาจากเจ้าของเดิมและจดทะเบียนรับโอนมาโดยชอบแล้ว  จำเลยปลูกสร้างบ้านอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินแปลงดังกล่าวก่อนที่โจทก์จะรับโอนที่ดินแปลงดังกล่าวโดยไม่มีสิทธิตามกฎหมาย  โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยออกจากที่ดินพิพาท  แต่จำเลยเพิกเฉย  โจทก์ได้รับความเสียหาย  ไม่อาจนำออกให้ผู้อื่นเช่าหาผลประโยชน์ได้  คิดค่าเสียหายเดือนละ  1,000  บาท  ขอให้ขับไล่จำเลยออกไปจากที่ดินพิพาท  และชดใช้ค่าเสียหายนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าวจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินพิพาทแก่โจทก์

Advertisement

จำเยให้การว่า  โจทก์รับจดทะเบียนโอนที่ดิน  น.ส.3  ก.  ตามฟ้องมาโดยไม่สุจริต  ที่ดินพิพาทเดิมเป็นของบิดาจำเลยซึ่งเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์มาแต่แรก  จำเลยครอบครองต่อเนื่องมาจากบิดา  น.ส. 3 ก.  เลขที่  1111  ออกทับที่ดินที่บิดาของจำเลยครอบครอง  จึงออกมาไม่ชอบ  โจทก์เสียหายตามฟ้องหรือไม่  จำเลยไม่ทราบ  ขอให้ยกฟ้อง

เช่นนี้  คดีมีประเด็นตามคำฟ้อง  ประเด็นตามคำให้การ  และประเด็นข้อพิพาทอย่างไร  และฝ่ายใดมีหน้าที่นำสืบ

ธงคำตอบ

มาตรา  84  วรรคแรก  ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างใดๆ  เพื่อสนับสนุนคำฟ้องหรือคำให้การของตนให้หน้าที่นำสืบข้อเท็จจริงนั้นตกอยู่แก่คู่ความฝ่ายที่กล่าวอ้าง

(2) ถ้ามีข้อสันนิษฐานไว้ในกฎหมายเป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายใด  คู่ความฝ่ายนั้นต้องพิสูจน์แต่เพียงว่าตนได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่งการที่ตนจะได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานนั้นครบถ้วนแล้ว

มาตรา  177  วรรคสอง  ให้จำเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่า  จำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วน  รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น

มาตรา  438  ค่าสินไหมทดแทนจะพึงใช้โดยสถานใดเพียงใดนั้น  ให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด

มาตรา  1373  ถ้าทรัพย์สินเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้จดไว้ในทะเบียนที่ดิน  ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลผู้มีชื่อในทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง

วินิจฉัย

ประเด็นตามฟ้อง  คือ  ข้ออ้างทั้งหลายที่โจทก์กล่าวในคำฟ้อง  ซึ่งมีดังนี้

1       โจทก์เป็นผู้ครอบครองที่ดิน  น.ส. 3 ก.  ตามฟ้อง

2       จำเลยปลูกสร้างบ้านอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทโดยไม่มีสิทธิตามกฎหมาย

3       โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยออกจากที่ดินพิพาท  แต่จำเลยเพิกเฉย

4       โจทก์ได้รับความเสียหายเดือนละ  1,000  บาท

ประเด็นตามคำให้การ  คือ  ข้อเถียงทั้งหลายที่จำเลยยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ข้ออ้างของโจทก์  หรือกล่าวอ้างขึ้นใหม่ในคำให้การ  ซึ่งมีดังนี้

1       โจทก์จดทะเบียนรับโอนที่ดิน  น.ส.3  ก.  ตามฟ้องมาโดยไม่สุจริต

2       ที่ดินพิพาทเป็นสิทธิของจำเลยซึ่งครอบครองต่อเนื่องมาจากบิดา

3       น.ส.3  ก.  เลขที่  1111  ออกมาโดยไม่ชอบเพราะออกทับที่ดินบิดาของจำเลยครอบครอง

4       โจทก์ได้รับความเสียหายตามฟ้องหรือไม่เพียงใด  จำเลยไม่ทราบ

ประเด็นข้อพิพาท  หมายถึง  ข้ออ้างข้อเถียงในปัญหาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ฝ่ายหนึ่งยกขึ้นอ้างในคำคู่ความ  และคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งไม่รับ  ดังนั้นปัญหาข้อใดที่ฝ่ายหนึ่งยกขึ้นอ้างและคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งรับแล้ว  ย่อมไม่เกิดเป็นประเด็นข้อพิพาท

ดังนั้น  คดีตามอุทาหรณ์จึงมีประเด็นข้อพิพาทดังนี้

1       โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทหรือไม่

2       โจทก์เสียหายเพียงใด

เนื่องจากประเด็นตามคำฟ้อง  จ้อ  1  จำเลยให้การปฏิเสธไว้ตามประเด็นให้คำให้การข้อ  2  และ  ข้อ  3  จึงมีประเด็นข้อพิพาทว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทหรือไม่

ประเด็นตามคำฟ้อง  ข้อ  2  ในส่วนที่ว่าจำเลยปลูกสร้างบ้านอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาท  ประเด็นนี้จำเลยไม่ได้ให้การปฏิเสธ  ถือว่าจำเลยยอมรับว่าจำเลยปลูกสร้างบ้านอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาท  จึงไม่มีประเด็นข้อพิพาทในส่วนนี้  สำหรับข้อที่ว่าจำเลยไม่มีสิทธิตามกฎหมายนั้น จำเลยให้การปฏิเสธไว้แล้วตามประเด็นคำให้การข้อ  2  และข้อ  3  ไม่ต้องกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทขึ้นอีก

ประเด็นตามคำฟ้อง  ข้อ  3  จำเลยไม่ได้ให้การปฏิเสธ  จึงถือว่าจำเลยยอมรับ  ไม่เป็นประเด็นข้อพิพาทในข้อนี้  ประเด็นตามคำฟ้อง  ข้อ 4  ที่ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายนั้น  จำเลยให้การเพียงว่าโจทก์ได้รับความเสียหายตามฟ้องหรือไม่เพียงใด  จำเลยไม่ทราบ  กรณีถือว่าเป็นคำให้การไม่ชัดแจ้งว่ารับหรือถูกปฏิเสธ  จึงไม่ชอบด้วย 

ป.วิ.พ.  มาตรา  177  วรรคสอง  ไม่มีประเด็นข้อพิพาทว่าโจทก์ได้รับความเสียหายตามฟ้องหรือไม่  แต่ปัญหาว่าค่าเสียหายมีมากน้อยเพียงใดซึ่งแม้จำเลยให้การว่าไม่ทราบอันเป็นคำให้การไม่ชัดแจ้งก็ตาม  แต่ศาลยังต้องพิจารณากำหนดค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามที่โจทก์นำสืบหรือตามพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด  จึงยังคงมีปัญหาข้อพิพาทที่ต้องกำหนดว่าโจทก์เสียหายเพียงใด

ส่วนประเด็นตามคำให้การข้อ  1  ที่จำเลยให้การว่าโจทก์รับจดทะเบียนโอนที่ดิน  น.ส.3  ก.  ตามฟ้องมาโดยไม่สุจริตนั้น  จำเลยให้การปฏิเสธโดยไม่ปรากฏเหตุแห่งการปฏิเสธว่าไม่สุจริตอย่างไร  จึงเป็นคำให้การที่ไม่ชอบด้วย  ป.วิ.พ. มาตรา  177  วรรคสอง  ไม่ก่อให้เกิดประเด็นข้อพิพาท

สำหรับหน้าที่นำสืบหรือภาระการพิสูจน์นั้นตาม  ป.วิ.พ.  มาตรา  84  วรรคแรก  ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่า  ผู้ใดกล่าวอ้างข้อเท็จจริงใด  ผู้นั้นมีหน้าที่นำสืบ  แต่อย่างไรก็ตาม  ถ้ามีข้อสันนิษฐานไว้ในกฎหมายเป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายใด  คู่ความฝ่ายนั้นต้องพิสูจน์แต่เพียงว่าตนได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่งการที่ตนจะได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานนั้นครบถ้วนแล้วตาม  ป.วิ.พ.  มาตรา  84  วรรคสอง  (2)  ซึ่งแยกพิจารณาตามประเด็นได้ดังนี้

ประเด็นข้อพิพาทที่  1  เนื่องจากที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตาม  น.ส.  3  ก.  ที่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  โดยมีโจทก์เป็นผู้มีชื่อในทะเบียน  จึงเป็นกรณีที่มีข้อสันนิษฐานไว้ใน  ป.พ.พ.  มาตรา  1373 เป็นคุณแก่โจทก์  เมื่อข้อเท็จจริงเบื้องต้นปรากฏแล้วว่า  โจทก์มีชื่ออยู่ใน  น.ส.3  ก.  โจทก์ย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมายดังกล่าว  ว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง  ดังนี้ จำเลยจึงมีหน้าที่นำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานนี้  (ฎ. 2516/2549,  ฎ. 4343/2539)

ประเด็นข้อพิพาทข้อ  2  โจทก์กล่าวอ้าง  โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบในข้อนี้  แต่แม้โจทก์จะไม่นำสืบหรือนำสืบไม่ได้ตามฟ้อง  กรณีเช่นนี้ ศาลก็อาจกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ได้เองตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดตาม  ป.พ.พ.  มาตรา  438  วรรคแรก

สรุป  ประเด็นตามคำฟ้อง  มีดังนี้

1       โจทก์เป็นผู้ครอบครองที่ดิน  น.ส.3  ก.  ตามฟ้อง

2       จำเลยปลูกสร้างบ้านอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทโดยไม่มีสิทธิตามกฎหมาย

3       โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยออกจากที่ดินพิพาท  แต่จำเลยเพิกเฉย

4       โจทก์ได้รับความเสียหายเดือนละ  1,000  บาท

ประเด็นตามคำให้การ  มีดังนี้

1       โจทก์จดทะเบียนรับโอนที่ดิน  น.ส.3  ก.  ตามฟ้องมาโดยไม่สุจริต

2       ที่ดินพิพาทเป็นสิทธิของจำเลยซึ่งครอบครองต่อเนื่องมาจากบิดา

3       น.ส.3  ก  เลขที่  1111  ออกมาโดยไม่ชอบเพราะออกทับที่ดินบิดาของจำเลยครอบครอง

4       โจทก์ได้รับความเสียหายตามฟ้องหรือไม่เพียงใด  จำเลยไม่ทราบ

ประเด็นข้อพิพาท  มีดังนี้

1       โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทหรือไม่  ภาระการพิสูจน์ข้อนี้ตกแก่จำเลย

2       โจทก์เสียหายเพียงใด  ภาระการพิสูจน์ข้อนี้ตกแก่โจทก์

Advertisement