LAW3011 กฎหมายลักษณะพยาน 2/2554

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2554

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3011 กฎหมายลักษณะพยาน

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน จํานวน 3 ข้อ

ข้อ 1. โจทก์ฟ้องว่าจําเลยซื้อสินค้าไปจากโจทก์หลายครั้งหลายรายการเป็นเงินรวม 100,000 บาท แต่จําเลยชําระค่าสินค้าไม่ครบถ้วน คงค้างชําระ 20,000 บาท ขอให้บังคับจําเลยชําระเงินจํานวนดังกล่าว พร้อมดอกเบี้ย จําเลยให้การว่าจําเลยไม่ชําระค่าสินค้าตามฟ้องเพราะสินค้าที่โจทก์ส่งมอบไม่มีคุณภาพ ไม่อาจนําไปใช้ได้ตามวัตถุประสงค์แห่งสัญญา ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่ได้แสดงโดย ชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหา คําขอบังคับ และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาและคดีของโจทก์ ขาดอายุความเพราะมิได้ฟ้องมาภายในกําหนด 2 ปี นับแต่วันส่งมอบ ขอให้ยกฟ้อง ในวันชี้สองสถาน เพื่อให้ได้ความชัดในประเด็นตามคําให้การ ศาลได้สอบถามจําเลยในข้อที่จําเลยให้การว่าฟ้องของโจทก์ เคลือบคลุม จําเลยแถลงว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่ระบุว่าจําเลยซื้อสินค้าอะไรเมื่อไร สินค้าแต่ละรายการเป็นเงินเท่าใด ทําให้จําเลยไม่สามารถเข้าใจและต่อสู้คดีได้ ขอให้ศาลกําหนด เป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ด้วย ให้วินิจฉัยว่า คดีมีประเด็นข้อพิพาทและภาระการพิสูจน์ประการใด และถ้าคู่ความต่างแถลงว่าไม่ติดใจสืบพยาน คู่ความฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายชนะคดี

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 84/1 “คู่ความฝ่ายใดกล่าวอ้างข้อเท็จจริงเพื่อสนับสนุนคําคู่ความของตนให้คู่ความ ฝ่ายนั้นมีภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้น แต่ถ้ามีข้อสันนิษฐานไว้ในกฎหมายหรือมีข้อสันนิษฐานที่ควรจะเป็นซึ่ง ปรากฏจากสภาพปกติธรรมดาของเหตุการณ์เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายใด คู่ความฝ่ายนั้นต้องพิสูจน์เพียงว่าตนได้ ปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่งการที่ตนจะได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานนั้นครบถ้วนแล้ว”

มาตรา 177 วรรคสอง “ให้จําเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคําให้การว่า จําเลยยอมรับหรือปฏิเสธ ข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย ดังนี้คือ

1 คดีนี้มีประเด็นข้อพิพาทว่าอย่างไร

2 ภาระการพิสูจน์หรือหน้าที่นําสืบตกแก่คู่ความฝ่ายใด

3 ถ้าคู่ความต่างแถลงว่าไม่ติดใจสืบพยาน คู่ความฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายชนะคดี

 

ประเด็นที่ 1 คดีนี้มีประเด็นข้อพิพาทว่าอย่างไร

คําว่า “ประเด็นข้อพิพาท” หมายถึง ข้ออ้างข้อเถียงในปัญหาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ ฝ่ายหนึ่งยกขึ้นอ้างในคําคู่ความ และคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งไม่รับ ดังนั้นปัญหาข้อใดที่ฝ่ายหนึ่งยกขึ้นอ้างและคู่ความ อีกฝ่ายหนึ่งรับแล้ว ย่อมไม่เกิดเป็นประเด็นข้อพิพาท

ตามอุทาหรณ์ โจทก์ฟ้องว่าจําเลยซื้อสินค้าไปจากโจทก์หลายครั้งเป็นเงินรวม 100,000 บาท แต่จําเลยชําระค่าสินค้าไม่ครบถ้วน คงค้างชําระ 20,000 บาท จําเลยให้การว่าจําเลยไม่ชําระค่าสินค้าตามฟ้อง เพราะสินค้าที่โจทก์ส่งมอบไม่มีคุณภาพ ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมและคดีของโจทก์ขาดอายุความแล้ว

จากคําฟ้องและคําให้การดังกล่าวจะมีประเด็นที่คู่ความโต้แย้งกัน คือ

(1) จําเลยต้องชําระ ราคาสินค้าตามฟ้องหรือไม่ และ

(2) คดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่

ดังนั้นคดีนี้จึงมีข้อพิพาทดังนี้ คือ

1 จําเลยต้องชําระราคาสินค้าตามฟ้องหรือไม่

2 คดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่

ส่วนคําให้การของจําเลยที่ว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมนั้น จําเลยเพียงยกถ้อยคําตามกฎหมาย มาอ้างโดยไม่ได้บรรยายว่าฟ้องของโจทก์ไม่ชัดแจ้งอย่างไร คําให้การของจําเลยจึงแสดงเหตุแห่งการปฏิเสธไม่ชัดแจ้ง (คําพิพากษาฎีกาที่ 4842536) จึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.แพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง ไม่มีประเด็นให้ศาลวินิจฉัย การที่ จําเลยแถลงขอให้ศาลกําหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทด้วยนั้น แม้ในการชี้สองสถาน ศาลมีอํานาจสอบถามคู่ความ เพื่อให้ได้ความชัดในประเด็นข้อพิพาท แต่การสอบถามนั้นก็จําต้องตรวจจากคําคู่ความที่ชอบด้วยกฎหมาย หากไม่เป็น คําคู่ความที่ชอบด้วยกฎหมายเสียแล้ว แม้คู่ความจะแถลงเป็นประการใดก็หาอาจทําให้คําคู่ความนั้นกลับเป็นคําคู่ความ ที่ชอบและมีประเด็นขึ้นตามที่ศาลสอบถามและที่คู่ความแถลงไม่ (คําพิพากษาฎีกาที่ 122 – 130/2529) กรณีจึง ไม่มีประเด็นข้อพิพาทว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่

ประเด็นที่ 2 ภาระการพิสูจน์หรือหน้าที่นําสืบตกแก่คู่ความฝ่ายใด

สําหรับภาระการพิสูจน์หรือหน้าที่นําสืบนั้น ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 84/1 ได้กําหนดหลักเกณฑ์ ไว้ว่า ผู้ใดกล่าวอ้างข้อเท็จจริงใด ผู้นั้นมีหน้าที่นําสืบ ซึ่งแยกพิจารณาตามประเด็นข้อพิพาทได้ดังนี้

ประเด็นข้อพิพาทข้อ 1 โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างว่าจําเลยซื้อสินค้าไปจากโจทก์แล้วไม่ชําระ จําเลยไม่ได้ให้การปฏิเสธว่าจําเลยไม่ได้ซื้อสินค้าไปจากโจทก์ตามฟ้องและชําระครบถ้วนแล้ว ถือว่าจําเลย ให้การรับว่าจําเลยได้ซื้อสินค้าไปจากโจทก์และค้างชําระค่าสินค้าตามฟ้อง แต่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงเรื่องสินค้า ไม่มีคุณภาพขึ้นเป็นข้อต่อสู้ จําเลยจึงมีภาระการพิสูจน์ในประเด็นนี้

ประเด็นข้อพิพาทข้อ 2 แม้จําเลยจะเป็นฝ่ายกล่าวอ้างข้อนี้มาในคําให้การ แต่ศาลฎีกา ได้วินิจฉัยวางบรรทัดฐานไว้ว่า การที่โจทก์ฟ้องนั้นสันนิษฐานว่าเป็นการฟ้องมาภายในกําหนดอายุความ เมื่อจําเลย ให้การปฏิเสธ โจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์ให้ปรากฏว่าคดีของโจทก์ไม่ขาดอายุความ

ประเด็นที่ 3 ถ้าคู่ความต่างแถลงว่าไม่ติดใจสืบพยาน คู่ความฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายชนะคดี

ในกรณีที่คู่ความต่างแถลงว่าไม่ติดใจสืบพยาน โจทก์ซึ่งมีภาระการพิสูจน์ในประเด็นข้อ 2. ต้องเป็นฝ่ายแพ้ในประเด็นข้อนี้ และเมื่อโจทก์เป็นฝ่ายพ้องคดีโจทก์ย่อมแพ้คดีทั้งสํานวน แม้จําเลยแถลง ไม่ติดใจสืบพยานตามภาระการพิสูจน์ในประเด็นข้อ 2. จําเลยก็ย่อมเป็นฝ่ายชนะคดีได้

สรุป

คดีนี้มีประเด็นข้อพิพาทและภาระการพิสูจน์ดังนี้

1 จําเลยต้องชําระราคาสินค้าตามฟ้องหรือไม่ จําเลยมีภาระการพิสูจน์

2 คดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โจทก์มีภาระการพิสูจน์ และถ้าคู่ความแถลงว่าไม่ติดใจสืบพยาน จําเลยย่อมเป็นฝ่ายชนะคดี