LAW3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน S/2559

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2559

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน บริษัทฯ

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. เมื่อต้นปี พ.ศ. 2560 กิจการค้าขายเครื่องมือขุดเจาะน้ำมันโดยนายโตเป็นผู้ประกอบการ กิจการฯก่อหนี้ค้างชําระนายฟาดี จํานวน 100 ล้านบาท ต่อมากิจการฯ ได้ว่าจ้างนางเหมือนฝันเป็น หัวหน้าฝ่ายการตลาดมีลูกน้องใต้บังคับบัญชา 70 คน นางเหมือนฝันใช้ความรู้ความสามารถของตน เพิ่มยอดสั่งซื้อสินค้าปีละมากกว่า 1,000 ล้านบาท นายโตจึงทําข้อตกลง “แบ่งกําไร” ให้แก่ นางเหมือนฝัน 30 เปอร์เซ็นต์ของกําไรของกิจการฯ ทุก ๆ ปี เพื่อตอบแทนความเพียรของ นางเหมือนฝัน ต่อมากลางปี พ.ศ. 2560 กิจการฯ ก่อหนี้ค้างชําระนายโทนี่อีกจํานวน 200 ล้านบาท และต่อมาปลายปี พ.ศ. 2560 ในขณะที่นางเหมือนฝันยังมิได้ลาออกจากกิจการฯ เดิม นางเหมือนฝัน ได้ตกลงกันร่วมลงทุนกับนายโปโปโดยดําเนินกิจการค้าขายเครื่องขุดเจาะน้ำมันเป็นกิจการฯ ใหม่ เพื่อหากําไรแบ่งปันกันระหว่างนางเหมือนฝันกับนายโปโปแข่งขันกับกิจการฯ เดิม เมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2560 กิจการฯ ใหม่ มีกําไร 2,000 ล้านบาท และก่อหนี้ค้างชําระนายฟาดี จํานวน 300 ล้านบาท ให้ท่านวินิจฉัยประเด็นปัญหาข้อกฎหมาย ดังต่อไปนี้ พร้อมทั้งแสดงเหตุผลและหลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ประกอบการวินิจฉัย

Advertisement

(ก) นายฟาดี และนายโทนี่ มีอํานาจฟ้องบังคับชําระหนี้ต่อบุคคลใด เพราะเหตุใด

(ข) นางเหมือนฝัน จะต้องรับผิดต่อกิจการฯ เดิม หรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1012 “อันว่าสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคน ขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทํากิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกําไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทํานั้น”

มาตรา 1025 “อันว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น คือห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคน ต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจํากัด”

มาตรา 1038 “ห้ามมิให้ผู้เป็นหุ้นส่วนประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งมีสภาพดุจเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนนั้น ไม่ว่าทําเพื่อประโยชน์ตนหรือประโยชน์ผู้อื่น โดยมิได้รับความ ยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่น ๆ

ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดทําการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรานี้ไซร้ ผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่น ๆ ชอบที่จะเรียกเอาผลกําไรซึ่งผู้นั้นหาได้ทั้งหมด หรือเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อการที่ห้างหุ้นส่วนได้รับความเสียหาย เพราะเหตุนั้น แต่ท่านห้ามมิให้ฟ้องเรียกเมื่อพ้นเวลาปีหนึ่งนับแต่วันทําการฝ่าฝืน”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ แยกวินิจฉัยได้ดังนี้

(ก) การที่นายโตเป็นผู้ประกอบการกิจการค้าขายเครื่องมือขุดเจาะน้ำมัน ได้ว่าจ้าง นางเหมือนฝันเป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาดโดยมีลูกน้องใต้บังคับบัญชา 70 คนนั้น ถือเป็นเพียงสัญญาจ้างแรงงาน เท่านั้น โดยนายโตอยู่ในฐานะนายจ้าง ส่วนนางเหมือนฝันอยู่ในฐานะลูกจ้าง แม้นางเหมือนฝันได้ใช้ความรู้ ความสามารถของตนเพิ่มยอดสั่งซื้อสินค้าปีละมากกว่า 1,000 ล้านบาท และนายโตได้ทําข้อตกลงแบ่งกําไรให้แก่นางเหมือนฝัน 30 เปอร์เซ็นต์ของกําไรของกิจการฯ ทุก ๆ ปีก็ตาม ก็ไม่ทําให้นายโตกับนางเหมือนฝันเป็น หุ้นส่วนกันตามนัยของมาตรา 1012 เหตุผลเพราะแม้ว่านางเหมือนฝันจะได้รับส่วนแบ่งกําไรจากกิจการฯ แต่นางเหมือนฝันก็ไม่มีสิทธิไม่มีส่วนร่วมในการจัดกิจการงานนั้นแต่อย่างใด

เมื่อนางเหมือนฝันมิใช่หุ้นส่วนกับนายโต ดังนั้นการที่กิจการฯ ของนายโตเป็นหนี้ค้างชําระ นายฟาดีจํานวน 100 ล้านบาท และเป็นหนี้ค้างชําระนายโทนี่อีกจํานวน 200 ล้านบาท นายฟาดีและนายโทนี่ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ จึงต้องฟ้องบังคับชําระหนี้เอาจากนายโตเท่านั้น จะฟ้องบังคับชําระหนี้เอาจากนางเหมือนฝันไม่ได้

ส่วนการที่นางเหมือนฝันได้ตกลงกันร่วมลงทุนกับนายโปโปโดยดําเนินกิจการค้าขาย เครื่องมือขุดเจาะน้ำมันเป็นกิจการใหม่ เพื่อหากําไรแบ่งปันกันระหว่างนางเหมือนฝันกับนายโปโปนั้น ถือว่าข้อตกลง ระหว่างนางเหมือนฝันกับนายโปโปเป็นสัญญาเข้าหุ้นส่วนกันแล้วตามนัยของมาตรา 1012 ดังนั้นเมื่อกิจการ ดังกล่าวเป็นหนี้ค้างชําระนายฟาดีจํานวน 300 ล้านบาท หนี้รายนี้นายฟาดีจึงสามารถฟ้องบังคับชําระหนี้เอาจาก นางเหมือนฝันและนายโปโปได้ตามมาตรา 1012 ประกอบมาตรา 1025 ที่ว่า ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนจะต้องรับผิด ร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จํากัดจํานวน

(ข) การที่นางเหมือนฝันได้ตกลงเข้าไปเป็นหุ้นส่วนกับนายโปโปดําเนินกิจการค้าขาย เครื่องมือขุดเจาะน้ำมันเป็นกิจการใหม่นั้น แม้เป็นกิจการที่มีสภาพเป็นอย่างเดียวกันกับกิจการของนายโตก็ตาม เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่านางเหมือนฝันมิได้เป็นหุ้นส่วนกับนายโต การกระทําดังกล่าวของนางเหมือนฝันจึงมิใช่เป็น การกระทําที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 1038 แต่อย่างใด ดังนั้นนางเหมือนฝันจึงไม่ต้องรับผิดต่อกิจการฯ เดิม

สรุป

(ก) นายฟาดีมีอํานาจฟ้องบังคับชําระหนี้จํานวน 100 ล้านบาทจากนายโตได้ ส่วนหนี้รายหลังจํานวน 300 ล้านบาท นายฟาดีมีอํานาจฟ้องบังคับชําระหนี้เอาจากนางเหมือนฝันและนายโปโปได้

นายโทนี่มีอํานาจฟ้องบังคับชําระหนี้จํานวน 200 ล้านบาทจากนายโตได้ แต่จะฟ้องบังคับเอาจากนางเหมือนฝันไม่ได้

(ข) นางเหมือนฝันไม่ต้องรับผิดต่อกิจการฯ เดิม

 

Advertisement