LAW3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน 2/2554

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2554

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน บริษัทฯ

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ

ข้อ 1. จันทร์และอังคารตกลงเข้าหุ้นส่วนกัน โดยตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล (จดทะเบียน) มีวัตถุประสงค์เป็นสถานเสริมความงามและลดความอ้วน โดยลงหุ้นด้วยเงินคนละ 5 ล้านบาท มีจันทร์เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กิจการมีกําไรดีทุกปี ต่อมาพุธซึ่งเป็นเพื่อนของอังคารได้มาชักชวนอังคารร่วมหุ้นกับตนด้วย โดยตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจํากัด มีอังคารเป็นหุ้นส่วนจําพวกจํากัดความรับผิด ลงหุ้น 3 ล้านบาท และพุธเป็นหุ้นส่วนจําพวกไม่จํากัดความรับผิด และเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการด้วย ห้างหุ้นส่วนจํากัดระหว่างพุธและอังคารนี้ก็มีวัตถุประสงค์เป็นสถานเสริมความงามและลดความอ้วน เช่นเดียวกัน และยังได้ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกันกับห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลที่จันทร์และอังคาร เข้าหุ้นกันอีกด้วย เป็นเหตุให้รายได้ของห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลลดลงไปมาก จันทร์จึงกล่าวหาอังคารว่า ไปร่วมหุ้นกับบุคคลอื่นประกอบกิจการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนสามัญ เป็นเหตุให้ห้างหุ้นส่วนสามัญระหว่างตนกับอังคารมีกําไรลดลง ห้างหุ้นส่วนสามัญจึงมีสิทธิเรียกเอาผลกําไร จากอังคารได้ อังคารจึงมาปรึกษาท่านว่า ข้ออ้างของจันทร์ดังกล่าวรับฟังได้หรือไม่ ให้ท่านแนะนํา อังคารด้วย

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1066 “ห้ามมิให้ผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งคนใดในห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนประกอบกิจการ อย่างหนึ่งอย่างใดอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนนั้น ไม่ว่าทําเพื่อประโยชน์ตนหรือเพื่อประโยชน์ผู้อื่น หรือไปเข้าเป็นหุ้นส่วนไม่จํากัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนอื่น ซึ่งประกอบกิจการ อันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกัน และแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนนั้น เว้นไว้แต่จะได้รับคํายินยอม ของผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นทั้งหมด

แต่ข้อห้ามเช่นว่ามานี้ ท่านว่าจะไม่พึงใช้ได้ ถ้าหากผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหลายได้รู้อยู่แล้วในเวลา เมื่อลงทะเบียนห้างหุ้นส่วนนั้นว่า ผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งได้ทํากิจการหรือเข้าเป็นหุ้นส่วนอยู่ในห้างหุ้นส่วนอื่นอันมี วัตถุประสงค์อย่างเดียวกัน และในสัญญาเข้าหุ้นส่วนที่ทําไว้ต่อกันนั้นก็ไม่ได้บังคับให้ถอนตัวออก”

มาตรา 1067 วรรคแรก “ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดกระทําการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติในมาตรา ก่อนนี้ไซร้ ท่านว่าห้างหุ้นส่วนซึ่งจดทะเบียนนั้นชอบที่จะเรียกเอาผลกําไรอันผู้นั้นหาได้ทั้งหมด หรือเรียกเอา ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายซึ่งห้างหุ้นส่วนได้รับเพราะเหตุนั้น”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยมีว่า อังคารได้กระทําการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 1066 หรือไม่ ซึ่งตามมาตรา 1066 นั้น ได้ห้ามมิให้ผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนประกอบกิจการอย่างใดอย่างหนึ่ง อันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนนั้น หรือเข้าไปเป็นหุ้นส่วนไม่จํากัด ความรับผิดในห้างหุ้นส่วนอื่นซึ่งประกอบกิจการอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนนั้น

แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า อังคารไม่ได้ประกอบกิจการแข่งขันกับกิจการของห้างฯ แต่อย่างใด เพียงแต่อังคารได้เข้าไปเป็นหุ้นส่วนจํากัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจํากัดอื่นเท่านั้น ดังนี้ แม้ว่าห้างหุ้นส่วนจํากัด อื่นนั้นจะประกอบกิจการอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนเดิมที่อังคาร เป็นหุ้นส่วนอยู่ก็ตาม ก็ไม่ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามมาตรา 1066 เพราะไม่ได้เข้าไปเป็นหุ้นส่วนไม่จํากัดความรับผิด ดังนั้นการที่จันทร์กล่าวหาอังคารว่าไปร่วมหุ้นกับบุคคลอื่นประกอบกิจการแข่งขันกับกิจการของ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ทําให้ห้างฯ มีสิทธิเรียกเอาผลกําไรจากอังคารได้นั้น ข้ออ้างของจันทร์รับฟังไม่ได้

สรุป ข้าพเจ้าจะแนะนําอังคารว่าข้ออ้างของจันทร์รับฟังไม่ได้ ตามเหตุผลและหลักกฎหมาย ดังกล่าวข้างต้น