LAW3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน 1/2559

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2559

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน บริษัทฯ

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายกีกี้กับนางปีโป้เป็นพี่น้องกัน ได้ตกลงเข้าหุ้นส่วนกันโดยตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนมีวัตถุประสงค์เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวเรือ โดยลงหุ้นกันคนละ 3 หมื่นบาท และใช้ชื่อร้านว่า “ก๋วยเตี๋ยวเรือนายมิรู้อิ่มนนทบุรี” โดยเปิดขายที่ถนนรามคําแหง ซอย 39 เหตุที่ใช้ชื่อนี้ก็เพราะว่า ได้ตกลงกับนายมิรู้อิ่ม โคคา ซึ่งเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวเรือที่จังหวัดนนทบุรีมาก่อนจนมีลูกค้ามากมาย และมีชื่อเสียงคนรู้จักทั่วไป โดยที่นายมิรู้อิ่ม โคคา ได้เรียกเก็บเงินเป็นค่าตอบแทนจํานวน 20,000 บาท และยอมให้นายกีกี้และนางปีโป้ใช้ชื่อ “นายมิรู้อิ่ม” เป็นชื่อร้านก๋วยเตี๋ยว และนายมิรู้อิ่ม โคคา จะเป็น ผู้นําวัตถุดิบที่ตนผลิตได้มาส่งขายให้นายกีกี้และนางปีโป้เพื่อนํามาทําเป็นก๋วยเตี๋ยวเรือขายต่อไป ต่อมานายกีกี้ก็ได้กู้ยืมเงินนางสะโมจํานวน 500,000 บาท เพื่อนํามาขยายกิจการร้านขายก๋วยเตี๋ยว โดยนางสะโมเห็นว่าร้านขายก๋วยเตี๋ยวเรือนายมิรู้อิ่มนนทบุรี ที่นายกีกี้และนางปีโป้ทําอยู่นี้รสอร่อย และเข้าใจว่านายมิรู้อิ่ม โคคา เป็นหุ้นส่วนด้วยจึงยินยอมให้กู้เงินจํานวนดังกล่าว แต่เมื่อหนี้เงินกู้ ถึงกําหนดชําระนางสะโมก็ทวงถามจากนายกีกี้และนางปีโป้ แต่ทั้งสองคนไม่มีเงินชําระหนี้ นางสะโม จึงได้ทวงถามจากนายมิรู้อิ่ม โคคา แต่ว่านายมิรู้อิ่ม โคคา ปฏิเสธและไม่ยอมชําระหนี้ดังกล่าว โดยอธิบายเหตุผลต่อนางสะโมว่าตนไม่ใช่หุ้นส่วนกับนายกีกี้และนางปีโป้ และตนไม่ใช่เจ้าของ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือดังกล่าว แต่การที่ตนยินยอมให้นายกีกี้กับนางปีโป้ใช้ชื่อตนเป็นชื่อร้านก็เพราะ เป็นเรื่องของการทําธุรกิจการค้า ประกอบกับรู้สึกสงสารนายกีกี้กับนางปีโป้

Advertisement

ให้ท่านวินิจฉัยว่า คําอธิบายของนายมิรู้อิ่ม โคคา ฟังขึ้นหรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1025 “อันว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น คือห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคน ต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจํากัด”

มาตรา 1050 “การใด ๆ อันผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งได้จัดทําไปในทางที่เป็นธรรมดา การค้าขายของห้างหุ้นส่วนนั้น ท่านว่าผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนย่อมมีความผูกพันในการนั้น ๆ ด้วย และจะต้องรับผิด ร่วมกันโดยไม่จํากัดจํานวนในการชําระหนี้ อันได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะจัดการไปเช่นนั้น”

มาตรา 1054 วรรคหนึ่ง “บุคคลใดแสดงตนว่าเป็นหุ้นส่วนด้วยวาจาก็ดี ด้วยลายลักษณ์อักษร ก็ดี ด้วยกิริยาก็ดี ด้วยยินยอมให้เขาใช้ชื่อตนเป็นชื่อห้างหุ้นส่วนก็ดี หรือรู้แล้วไม่คัดค้านปล่อยให้เขาแสดงว่าตน เป็นหุ้นส่วนก็ดี ท่านว่าบุคคลนั้นย่อมต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนเสมือนเป็นหุ้นส่วน”

วินิจฉัย

ตามมาตรา 1025 และมาตรา 1050 ได้บัญญัติให้ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนในห้างหุ้นส่วนสามัญ จะต้องร่วมกันรับผิดและโดยไม่จํากัดจํานวนในบรรดาหนี้สินที่ผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งได้ก่อให้เกิดขึ้น เนื่องจากการที่ได้จัดทําไปในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนนั้น

และตามมาตรา 1054 วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติให้บุคคลที่ไม่ได้เป็นหุ้นส่วน แต่ได้แสดงตนว่า เป็นหุ้นส่วน หรือยินยอมให้เขาใช้ชื่อตนเป็นชื่อห้างหุ้นส่วน หรือรู้แล้วไม่คัดค้านปล่อยให้เขาแสดงว่าตนเป็นหุ้นส่วน จะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนเสมือนว่าตนเป็นหุ้นส่วน และต้องรับผิดก็แต่เฉพาะ ในกรณีที่บุคคลภายนอกถูกหลอกลวง หรือหลงผิดเข้าใจว่าบุคคลนั้นเป็นหุ้นส่วน และหนี้ของห้างหุ้นส่วนได้เกิดขึ้น และเป็นผลโดยตรงจากการที่บุคคลนั้นได้แสดงตนว่าเป็นหุ้นส่วนหรือยินยอมให้เขาใช้ชื่อของตนเป็นชื่อห้างหุ้นส่วน หรือปล่อยให้เขาแสดงว่าตนเป็นหุ้นส่วนด้วย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายมิรู้อิ่มซึ่งไม่ได้เป็นหุ้นส่วนร่วมกับนายกีกี้และนางปีโป้ ได้ยินยอม ให้นายกีกี้และนางปีโป้ใช้ชื่อของตนไปใช้เป็นชื่อของห้างหุ้นส่วน ทําให้นางสะโมเข้าใจโดยสุจริตว่า นายมิรู้อิ่มเป็น หุ้นส่วนร่วมกับนายกีกี้และนางปีโป้จึงยินยอมให้นายกีกี้กู้ยืมเงินนั้น การกระทําของนายมิรู้อิ่มถือว่าได้แสดงตนว่า เป็นหุ้นส่วนร่วมกันกับนายกีกี้และนางปีโป้ ดังนั้น นายมิรู้อิมจึงต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกในบรรดาหนี้สิน ต่าง ๆ อันเกิดจากการจัดกิจการในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างเสมือนว่านายมิรู้อิมเป็นหุ้นส่วนด้วย ตามมาตรา 1054 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 1025 และมาตรา 1050

และการที่นายกีกี้ก็ได้กู้ยืมเงินจากนางสะโมจํานวน 500,000 บาท เพื่อนํามาขยายกิจการร้าน ขายก๋วยเตี๋ยวนั้น ถือว่าเป็นหนี้ที่เกิดจากการจัดกิจการในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนที่ผู้เป็น หุ้นส่วนคนอื่น ๆ รวมทั้งนายมิรู้อิ่มจะต้องร่วมกันรับผิดโดยไม่จํากัดจํานวน ดังนั้น เมื่อนางสะโมได้ทวงถามให้ นายมิรู้อิ่มชําระหนี้ แต่นายมิรู้อิ่มปฏิเสธไม่ยอมชําระหนี้โดยอธิบายเหตุผลต่อนางสะโมว่าตนไม่ใช่หุ้นส่วนกับ นายกีกี้และนางปีโป้นั้น คําอธิบายของนายมิรู้อิ่ม จึงฟังไม่ขึ้น

สรุป คําอธิบายของนายมิรู้อิ่ม โคคา ดังกล่าว ฟังไม่ขึ้น

Advertisement