LAW3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน 1/2557

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2557

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน บริษัทฯ

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายแสงเข้าหุ้นกับนายสีและนายเสียง โดยตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน มีวัตถุประสงค์ขายและให้เช่าเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ลําโพง และอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด ดําเนินกิจการมาได้หลายปี ก็ขาดเงินสดหมุนเวียน เนื่องจากมีการปฏิวัติขายสินค้าไม่ค่อยได้และไม่มีผู้ใดมาเช่าอุปกรณ์ดังกล่าว ไปจัดมหรสพ ทั้งสามคนจึงไปกู้ยืมเงินจากนางสาวพิมพ์สนิทมาใช้จ่ายในห้างฯ จํานวน 3 แสนบาท ต่อมาทั้งสามคนได้ดําเนินการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลโดยมีวัตถุประสงค์ เช่นเดิมทุกประการ แต่กิจการของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนก็ยังไม่ดีขึ้น นายแสงจึงได้ลาออกจากการเป็น หุ้นส่วน ซึ่งนายสีและนายเสียงก็ไม่ขัดข้อง เมื่อนายแสงได้ออกจากห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนได้ 3 ปีแล้ว นางสาวพิมพ์สนิทจึงได้ทวงถามให้ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลชําระหนี้ 3 แสนบาท พร้อมทั้ง ดอกเบี้ยร้อยละ 15 บาทต่อปี แต่ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลก็ไม่มีเงินชําระหนี้ นางสาวพิมพ์สนิท จึงฟ้องนายแสง นายสี และนายเสียงให้ชําระหนี้ดังกล่าวแทนห้างฯ แต่นายแสงต่อสู้ว่าตน ได้ออกจากการเป็นหุ้นส่วนเกิน 2 ปีแล้วไม่ขอรับผิดชอบในหนี้ทั้งหมด

Advertisement

ดังนี้ให้นักศึกษาวินิจฉัยว่า ข้อต่อสู้ของนายแสงรับฟังได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1051 “ผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งออกจากหุ้นส่วนไปแล้วยังคงต้องรับผิดในหนี้ซึ่งห้างหุ้นส่วน ได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนที่ตนได้ออกจากหุ้นส่วนไป”

มาตรา 1068 “ความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน อันเกี่ยวแก่หนี้ซึ่ง ห้างหุ้นส่วนได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนที่ตนออกจากหุ้นส่วนนั้น ย่อมมีจํากัดเพียงสองปีนับแต่เมื่อออกจากหุ้นส่วน”

วินิจฉัย

ห้างหุ้นส่วนสามัญนั้นไม่ว่าจะเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียนหรือไม่จดทะเบียน กฎหมาย ได้กําหนดให้ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนจะต้องร่วมกันรับผิดในบรรดาหนี้สินของห้างหุ้นส่วนที่เกิดขึ้นเนื่องจากการ จัดทํากิจการในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จํากัดจํานวน และแม้ว่าผู้เป็นหุ้นส่วนคนใด จะได้ออกจากการเป็นหุ้นส่วนไปแล้ว ก็ยังคงต้องรับผิดในหนี้ซึ่งห้างหุ้นส่วนได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนที่ตนจะได้ออกจาก หุ้นส่วนไป (มาตรา 1051) เพียงแต่ถ้าเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียน ความรับผิดดังกล่าวย่อมมีจํากัดเพียง สองปีนับแต่เมื่อออกจากหุ้นส่วนไป (มาตรา 1068)

ตามอุทาหรณ์ การที่นายแสง นายสี และนายเสียง ได้ไปกู้ยืมเงินจากนางสาวพิมพ์สนิทมาใช้จ่าย ในห้างฯ เป็นเงินจํานวน 3 แสนบาท ในขณะที่ห้างฯ ยังมิได้จดทะเบียนนั้น หนี้เงินกู้ดังกล่าวจึงต้องถือว่าเป็นหนี้ ของห้างหุ้นส่วนสามัญที่ยังไม่จดทะเบียน ที่ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งสามคนจะต้องร่วมกันรับผิด เพราะเป็นหนี้ที่เกิด จากการกู้มาใช้จ่ายในกิจการของห้างฯ และแม้ต่อมาห้างหุ้นส่วนสามัญจะได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ก็มิได้ทําให้ ความรับผิดในหนี้ดังกล่าวของผู้เป็นหุ้นส่วนเปลี่ยนแปลงไป กล่าวคือ แม้นายแสงจะได้ออกจากหุ้นส่วนไปแล้ว ก็ยังคงรับผิดในหนี้ดังกล่าว และต้องรับผิดตลอดไปจนกว่าจะได้มีการชําระหนี้หรือหนี้จะขาดอายุความ มิใช่ รับผิดจํากัดเพียงสองปีนับแต่เมื่อได้ออกจากหุ้นส่วนไปตามมาตรา 1068 แต่อย่างใด

ดังนั้น เมื่อนางสาวพิมพ์สนิทได้ฟ้องให้นายแสง นายสี และนายเสียงชําระหนี้เงินกู้ดังกล่าว นายแสงจะต่อสู้ว่าตนได้ออกจากการเป็นหุ้นส่วนเกิน 2 ปีแล้ว และไม่ขอรับผิดชอบในหนี้ทั้งหมดไม่ได้

สรุป ข้อต่อสู้ของนายแสงดังกล่าวรับฟังไม่ได้ ตามเหตุผลและหลักกฎหมายดังกล่าวข้างต้น

Advertisement