การสอบซ่อมภาค  1  ปีการศึกษา 2551

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 3001 กฎหมายอาญา 3

Advertisement

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  4  ข้อ

ข้อ 1.       เอ๋และอ้นประสบปัญหารักสามเส้าหาทางออกไม่ได้  เอ๋จึงชวนอ้นให้ฆ่าตัวตายพร้อมกัน  โดยเอ๋ไปซื้อยาพิษเอามาผสมเครื่องดื่มคนละแก้ว  แล้วเอ๋และอ้นต่างก็ดื่มยาพิษพร้อม ๆ กัน  ปรากฏว่ามีผู้มาพบนำทั้งคู่ส่งโรงพยาบาลให้แพทย์ล้างท้อง  แต่ช่วยชีวิตเอ๋ได้เพียงคนเดียว  ส่วนอ้นถึงแก่ความตายในวันนั้นเอง ดังนี้เอ๋จะมีความผิดต่อชีวิตฐานใดหรือไม่
ธงคำตอบ
 
หลักกฎหมาย      มาตรา 288          
 

วินิจฉัย               

Advertisement

 เอ๋ไม่มีความผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนา  (มาตรา 288)  เพราะทั้ง 2 คน ต่างสมัครใจฆ่าตนเอง   ต่างก็ยกเครื่องดื่มดื่มเอง  โดยเอ๋ไม่ได้บังคับโดยจับอ้นกรอกยาพิษแต่อย่างใด  เอ๋จึงไม่มีความผิด

 

Advertisement

ข้อ 2.        นายเพชรสั่งจ่ายเช็คชำระหนี้ให้แก่นายสว่าง 50,000 บาท  ต่อมานายสว่างได้สลักหลังโอนเช็คฉบับนั้นเพื่อชำระค่าสินค้าให้แก่นางพลอย  เมื่อถึงกำหนดวันที่ลงในเช็คนางพลอยได้นำเช็คไปขึ้นเงิน แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะเงินในบัญชีของนายเพชรไม่พอจ่าย  นายสว่างจึงจ่ายเงินตามเช็คให้แก่นางพลอยและขอรับเช็คคืน  หลังจากนั้นนายสว่างได้เรียกให้นายเพชรจ่ายเงินคืนให้ตามจำนวนที่ระบุในเช็คแต่นายเพชรก็บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา  วันหนึ่งนายสว่างได้ลักพาตัวเด็กชายก้องบุตรของนายเพชรไปขังไว้ ณ ที่แห่งหนึ่งและขู่เข็ญให้นายเพชรจ่ายเงินตามเช็คให้  โดยขู่ว่าถ้าไม่ยอมจะทำร้ายเด็กชายก้อง  ในที่สุดนายเพชรก็พาเจ้าพนักงานตำรวจไปช่วยพาเอาตัวเด็กชายก้องออกมาได้โดยปลอดภัย  ส่วนนายสว่างก็ถูกดำเนินคดีในข้อหาเอาตัวเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่  ดังนี้ให้วินิจฉัยว่าการกระทำของนายสว่างจะเป็นความผิดตามข้อกล่าวหาหรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

Advertisement

หลักกฎหมาย  มาตรา 313

การที่นายสว่างเรียกเอาเงินตามจำนวนที่ระบุในเช็คจากนายเพชรเป็นการเรียกเอาเงินซึ่งนายสว่างมีสิทธิจะได้เงินดังกล่าว จึงไม่ถือว่าเป็นค่าไถ่ตามกฎหมาย  ดังนั้นการกระทำของนายสว่างจึงไม่เป็นความผิดฐานเรียกค่าไถ่ตามมาตรา 313

Advertisement

 

ข้อ 3    จำเลยเป็นลูกจ้างธนาคารแห่งหนึ่งตำแหน่งธนากรมีหน้าที่รับฝากและถอนเงินให้ลูกค้า  วันเกิดเหตุจำเลยใช้ใบถอนเงินปลอมถอนเงินจากบัญชีของนาย ก. จำนวน 100,000 บาท จากนั้นนำเงินไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตน  ดังนี้ จำเลยมีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334  บัญญัติว่า ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยสุจริต  ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์

มาตรา 335  บัญญัติว่า ผู้ใดลักทรัพย์

(11) ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่จำเลยใช้ใบถอนเงินปลอมถอนเงินจากบัญชีของนาย ก. จำนวน 100,000 บาท จากนั้นนำเงินไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตน  การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ของนายจ้าง ตามมาตรา 335 (11) เพราะเงินที่ลูกค้านำมาฝากเข้าบัญชีไว้กับธนาคารถือได้ว่าเงินอยู่ในความครอบครองของธนาคาร ไม่ได้อยู่ในความครอบครองของจำเลย เมื่อจำเลยเอาทรัพย์ไปจากการครอบครองของผู้อื่นจึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ (ฎีกาที่ 1104/2545)

สรุป  จำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ของนายจ้างตามมาตรา 335 (11)

 

ข้อ 4    นายหนึ่งจัดงานเลี้ยงที่บ้าน  เพื่อนของนายหนึ่งมาร่วมงานหลายคนรวมทั้งนายสองปรากฏว่ามีคนลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่ห้องรับแขก  นายหนึ่งเข้าใจว่าเป็นของนายสองจึงถามนายสองว่ากระเป๋าสตางค์ใบนี้เป็นของนายสองใช่หรือไม่  นายสองพยักหน้า  นายหนึ่งจึงมอบกระเป๋าสตางค์ให้แก่นายสองไป  โดยที่ความจริงกระเป๋าสตางค์นั้นไม่ใช่ของนายสอง  ดังนี้ นายสองมีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

                ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341  บัญญัติว่า  ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ  หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งและโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอนหรือทำลายเอกสารสิทธิ  ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง

                กรณีตามอุทาหรณ์  การที่มีคนลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่ห้องรับแขก  นายหนึ่งเข้าใจว่าเป็นของนายสองจึงถามนายสองว่า กระเป๋าสตางค์ใบนี้เป็นของนายสองใช่หรือไม่ นายสองพยักหน้า นายหนึ่งจึงมอบกระเป๋าสตางค์ให้แก่นายสองไป  กรณีดังกล่าวการกระทำของนายสองเป็นการหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ  ด้วยการใช้กิริยาท่าทางอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นเหตุให้ได้ไปซึ่งกระเป๋าสตางค์จากนายหนึ่ง  การกระทำของนายสองจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341

                สรุป   นายสองมีความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341

Advertisement