LAW 2015 กฎหมายธุรกิจ 1 การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2553

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2553

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2015 กฎหมายธุรกิจ 1

คำแนะนำ      ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายชัชอายุ 30 ปี มีอาการป่วยทางจิต โดยแพทย์ได้วินิจฉัยว่านายชัชเป็นคนวิกลจริต วันหนึ่ง นายชัชได้ให้แหวนเพชรของตนแก1นายพันธ์เพื่อนสนิท โดยในขณะที่นายชัชให้แหวนเพชร นายชัชมีจิตปกติ ไม่มีอาการวิกลจริต แต่นายพันธ์ทราบว่านายชัชเป็นคนวิกลจริต ต่อมานายซัชทะเลาะกับนายพันธ์อย่างรุนแรง นายชัชจึงต้องการเอาแหวนเพชรคืน ดังนี้ ให้ท่านวินิจฉัยว่า นายชัช สามารถบอกล้างนิติกรรมการให้แหวนเพชรแก่นายพันธ์ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
ธงคำตอบ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 30 ได้บัญญัติหลักเกี่ยวกับการทำนิติกรรมของคนวิกลจริตไว้ว่า “คนวิกลจริตที่ศาลยังไม่ได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถทำนิติกรรมใด ๆ นิติกรรมนั้นมีผลสมบูรณ์ เว้นแต่จะเป็นโมฆียะก็ต่อเมื่อนิติกรรมนั้นได้กระทำในขณะที่บุคคลนั้นจริตวิกลอยู่ และคู่กรณีอีกฝายหนึ่งได้รู้ อยู่แล้วว่าผู้กระทำเป็นคนวิกลจริต”
จากหลักกฎหมายดังกล่าว คนวิกลจริตที่ศาลยังไม่ได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถนั้น ทำนิติกรรมใด ๆ นิติกรรมนั้นจะมีผลสมบูรณ์ เว้นแต่จะเป็นโมฆียะก็ต่อเมื่อ

Advertisement

1.         นิติกรรมนั้นได้กระทำในขณะที่บุคคลนั้นจริตวิกลอยู่ และ

2.         คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้รู้อยู่แล้วว่าผู้กระทำนิติกรรมนั้นเป็นคนวิกลจริต
ตามปัญหา การที่นายชัชซึ่งเป็นคนวิกลจริตแต่ศาลยังมิได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถได้ทำ นิติกรรมโดยการให้แหวนเพชรของตนแก่นายพันธ์เพื่อนสนิท เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในขณะที่นายชัชให้แหวน เพชรแก่นายพันธ์นั้น นายชัชมีจิตปกติไม่มีอาการวิกลจริตแต่อย่างใด ดังนั้นแม้นายพันธ์จะได้ทราบอยู่แล้วว่า นายชัชเป็นคนวิกลจริต ก็ไม่ทำให้นิติกรรมการให้แหวนเพชรดังกล่าวตกเป็นโมฆียะแต่อย่างใด กล่าวคือนิติกรรม การให้แหวนเพชรนั้นมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย ดังนั้นนายชัชจะบอกล้างนิติกรรมนั้นเพี่อเอาแหวนเพชรคืนไม่ได้

สรุป นายชัชไม่สามารถบอกล้างนิติกรรมการให้แหวนเพชรแก่นายพันธ์ได้ เพราะนิติกรรม ดังกล่าวมีผลสมบูรณ์ ไม่ตกเป็นโมฆียะ

Advertisement