LAW2015 กฎหมายธุรกิจ1 1/2558

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2558

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2015 กฎหมายธุรกิจ 1

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ

ข้อ 1. นางสาวแก้ว อายุ 25 ปี เป็นบุคคลวิกลจริตซึ่งศาลยังไม่ได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ นางสาวแก้วยกสร้อยทองให้นายก้องน้องชาย นางสาวแก้วมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ในขณะที่ยกสร้อยทอง ให้นายก้อง แต่นายก้องรู้อยู่แล้วว่านางสาวแก้วเป็นคนวิกลจริต ดังนี้ การที่นางสาวแก้วยกสร้อยทองให้นายก้อง มีผลทางกฎหมายอย่างไร

Advertisement

ธงคําตอบ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 30 ได้บัญญัติหลักเกี่ยวกับการทํานิติกรรมของ คนวิกลจริตไว้ว่า “คนวิกลจริตที่ศาลยังไม่ได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถทํานิติกรรมใด ๆ นิติกรรมนั้นมีผลสมบูรณ์ เว้นแต่จะเป็นโมฆี่ยะก็ต่อเมื่อนิติกรรมนั้นได้กระทําในขณะที่บุคคลนั้นจริตวิกลอยู่ และคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้รู้อยู่แล้วว่า ผู้กระทําเป็นคนวิกลจริต”

จากหลักกฎหมายดังกล่าว คนวิกลจริตที่ศาลยังไม่ได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถนั้น ทํานิติกรรมใด ๆ นิติกรรมนั้นจะมีผลสมบูรณ์ เว้นแต่จะเป็นโมฆียะก็ต่อเมื่อ

1 นิติกรรมนั้นได้กระทําในขณะที่บุคคลนั้นจริตวิกลอยู่ และ

2 คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้รู้อยู่แล้วว่าผู้กระทํานิติกรรมนั้นเป็นคนวิกลจริต

ตามปัญหา การที่นางสาวแก้วซึ่งเป็นบุคคลวิกลจริตที่ศาลยังไม่ได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ ได้ทํานิติกรรมโดยการยกสร้อยทองให้แก่นายก้องน้องชายนั้น เมื่อปรากฏว่าในขณะที่นางสาวแก้วได้ให้สร้อยทอง แก่นายก้องนั้น นางสาวแก้วมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ไม่ได้มีอาการวิกลจริตแต่อย่างใด ดังนั้น แม้นายก้องจะ รู้อยู่แล้วว่านางสาวแก้วเป็นคนวิกลจริตก็ตาม นิติกรรมการให้สร้อยทองของนางสาวแก้วแก่นายก้องก็มีผลสมบูรณ์ ตามกฎหมายไม่ตกเป็นโมฆียะ

สรุป

การที่นางสาวแก้วยกสร้อยทองให้นายก้องจึงมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย

Advertisement