LAW2007 กฎหมายอาญา 2 การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2557

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2557
ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2007 กฎหมายอาญา 2
คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก มาดูผลสอบที่มหาวิทยาลัย ทราบข่าวว่านักศึกษารุ่นน้องของตัวเองถูกนักศึกษามหาวิทยาลัยคู่อริทําร้ายหลายคน บางคนบาดเจ็บสาหัสยังไม่ฟื้น หกคนจึงปรึกษากันว่าจะ ทํายังไงดีที่จะกู้ศักดิ์ศรีคืนมา หนึ่งพูดว่าเจอมันที่ไหนฆ่าอย่างเดียวเอาไหม สอง สาม สี่ ห้า พูดพร้อมกัน ว่าเอาด้วย ส่วนหกพูดว่าไม่ดีไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา แล้วทุกคนแยกย้ายกันไป สองขับรถยนต์ฝ่าไฟแดง หลังจากที่แยกจากกลุ่มเพื่อน จ.ส.ต.ขยันจราจรเห็นเหตุการณ์จับสองข้อหาขับรถฝ่าไฟแดง สองพูดกับ จ.ส.ต.ขยันว่าปล่อยผมเถอะ ผมจะรีบไปทําธุระทั้งตัวผมมีแค่ร้อยเดียวเอาไปเถอะครับ ผมไม่ถ่ายคลิปหรอก แล้วยืนเงิน 100 บาท ให้ จ.ส.ต.ขยัน จ.ส.ต.ขยันไม่รับเงิน ดังนี้ สองจะมีความผิดอาญาฐานใดหรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ
หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 144 “ผู้ใดให้ ขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เพื่อจูงใจให้กระทําการ ไม่กระทําการหรือ ประวิ่งการกระทําอันมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษ”

Advertisement

มาตรา 210 วรรคแรก “ผู้ใดสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทําความผิดอย่างหนึ่งอย่างใด ตามที่บัญญัติไว้ในภาค 2 นี้ และความผิดนั้นมีกําหนดโทษจําคุกอย่างสูงตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป ผู้นั้นกระทําความผิด ฐานเป็นซ่องโจร ต้องระวางโทษ…”

วินิจฉัย
กรณีตามอุทาหรณ์ สองจะมีความผิดอาญาฐานใดหรือไม่ แยกพิจารณาได้ดังนี้

ประเด็นแรก ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชนฐานเป็นซ่องโจรตามมาตรา 210 วรรคแรก มีองค์ประกอบ ดังนี้

1. สบคบกัน
2. ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
3. เพื่อกระทําความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่บัญญัติไว้ในภาค 2 นี้ และความผิดนั้นมีกําหนดโทษจําคุกอย่างสูงตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป
4. โดยเจตนา

คําว่า “การสมคบกัน” ที่จะเป็นความผิดฐานเป็นซ่องโจรนั้น จะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ที่ สําคัญ 2 ประการ คือ

(ก) จะต้องมีการประชุมปรึกษาหารือร่วมกัน และ
(ข) จะต้องมีการตกลงร่วมกันว่าจะกระทําความผิด

และการสมคบกันนั้น จะต้องสมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปด้วยจึงจะเป็นความผิดโดยอาจจะสมคบกันมากกว่า 5 คน หรือ 5 คนพอดีก็ได้

ตามอุทาหรณ์ การที่หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า และหกได้ปรึกษากันโดยหนึ่งพูดว่าถ้าเจอคู่อริที่ไหน ก็ให้ฆ่ามันอย่างเดียวโดยมีสอง สาม สี่ และห้าตกลงเอาด้วย ดังนี้แม้หกจะไม่เห็นด้วย แต่เมื่อการสมคบกัน เพื่อที่จะฆ่าคู่อรินั้น เป็นการสมคบกันมีจํานวน 5 คนแล้ว และเป็นการสมคบกันเพื่อกระทําความผิดฐานฆ่าคนตาย ซึ่งเป็นความผิดตามที่บัญญัติไว้ในภาค 2 และความผิดนั้นมีกําหนดโทษจําคุกอย่างสูงตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป และเมื่อได้กระทําโดยเจตนา จึงครบองค์ประกอบของความผิดฐานเป็นซ่องโจรตามมาตรา 210 วรรคแรก ดังนั้น สองจึง มีความผิดฐานเป็นซ่องโจรตามมาตรา 210 วรรคแรก แม้ว่าความผิดตามที่ตกลงกันจะยังมิได้กระทําก็ตาม

ประเด็นที่สอง ความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงานตามมาตรา 144 มีองค์ประกอบ ดังนี้
1. ให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้
2. ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด
3. แก่เจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล
4. เพื่อจูงใจให้กระทําการ ไม่กระทําการ หรือประวิงการกระทําอันมิชอบด้วยหน้าที่
5. โดยเจตนา

คําว่า “ขอให้” หมายถึง เสนอจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์แก่เจ้าพนักงาน เช่น เอ่ยปากขอให้เงินแก่เจ้าพนักงาน แม้เจ้าพนักงานยังไม่ได้ตกลงจะรับเงินก็เป็นความผิดสําเร็จแล้ว

ตามอุทาหรณ์ การที่ จ.ส.ต.ขยัน ได้จับสองข้อหาขับรถฝ่าไฟแดง และสองพูดกับ จ.ส.ต.ขยัน ว่าปล่อยผมเถอะ แล้วยื่นเงิน 100 บาทให้ จ.ส.ต.ขยันนั้น ถือได้ว่าเป็นกรณีที่สองขอให้ทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้ไม่กระทําการอันมิชอบด้วยหน้าที่ และเมื่อได้กระทําโดยเจตนาการกระทําของสองจึงครบองค์ประกอบของความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงานตามมาตรา 144 แม้ว่า จ.ส.ต.ขยันจะไม่รับเงินก็ตาม ดังนั้น สองจึงมี ความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงานตามมาตรา 144 อีกกระทงหนึ่ง

สรุป
สองมีความผิดอาญาฐานเป็นซ่องโจรตามมาตรา 210 และมีความผิดฐานให้สินบนแก่ เจ้าพนักงานตามมาตรา 144

Advertisement