LAW2006 กฎหมายอาญา 1 ภาคฤดูร้อน/2553

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2553

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2006  กฎหมายอาญา 1

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1 

Advertisement

ก.      เป็นเจ้าพนักงานไทยได้รับแต่งตั้งให้เดินทางไปซื้อเรือดำน้ำที่ประเทศเยอรมนี  เมื่อ  ก  เดินทางไปถึงประเทศเยอรมนี  ก  ได้ร่วมกันกับ  ข  นักธุรกิจไทยซึ่งเดินทางไปทำธุรกิจที่ประเทศเยอรมนี  โดยให้  ข  ไปเรียกเงินจากบริษัทขายเรือดำน้ำ  5  แสนมาร์ค  ถ้าได้จากบริษัทใดก็จะซื้อจากบริษัทนั้น  บริษัทหนึ่งได้ตกลงตามที่  ข  เรียกร้อง  ก  จึงซื้อเรือดำน้ำจากบริษัทนั้นและแบ่งเงินให้  ข  1  แสนมาร์ค  ดังนี้  ก  และ  ข  จะต้องรับผิดและรับโทษในราชอาณาจักรไทยหรือไม่  เพราะเหตุใด

 ธงคำตอบ

มาตรา  7  ผู้ใดกระทำความผิดดังระบุไว้ต่อไปนี้นอกราชอาณาจักรจะต้องรับโทษในราชอาณาจักร  คือ

(1) ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  107  ถึงมาตรา  129

(1/1) ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  135/1  มาตรา  135/2  มาตรา  135/3  และมาตรา  135/4

(2) ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  240  ถึงมาตรา  249  มาตรา  254  มาตรา  256  มาตรา  257  และมาตรา  266(3) และ (4)

(2 ทวิ)  ความผิดเกี่ยวกับเพศ  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  282  และมาตรา  283

(3) ความผิดฐานชิงทรัพย์  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  339  และความผิดฐานปล้นทรัพย์  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  340  ซึ่งได้กระทำในทะเลหลวง

มาตรา  8  ผู้ใดกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร  และ

(ก)  ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนไทย  และรัฐบาลแห่งประเทศที่ความผิดได้เกิดขึ้น  หรือผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ  หรือ

(ข)  ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนต่างด้าว  และรัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหาย  และผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ

ถ้าความผิดนั้นเป็นความผิดดังระบุไว้ต่อไปนี้  จะต้องรับโทษภายในราชอาณาจักร  คือ 

(1) ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  217  มาตรา  218  มาตรา  221  ถึงมาตรา  223  ทั้งนี้  เว้นแต่กรณีเกี่ยวกับมาตรา  220  วรรคแรก  และมาตรา  224  มาตรา  226  มาตรา  228  ถึงมาตรา  232  มาตรา  237  และมาตรา  233  ถึงมาตรา  236  ทั้งนี้  เฉพาะเมื่อเป็นกรณีต้องระวางโทษตามมาตรา  238

(2) ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  264  มาตรา  265  มาตรา  266(1)  และ  (2)  มาตรา  268  ทั้งนี้ เว้นแต่กรณีเกี่ยวกับมาตรา  267  และมาตรา  269

(2/1)  ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  269/1  ถึงมาตรา  269/7

(2/2)  ความผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทาง  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  269/8  ถึงมาตรา  269/15

(3) ความผิดเกี่ยวกับเพศ  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  276  มาตรา  280  และมาตรา  285  ทั้งนี้  เฉพาะที่เกี่ยวกับมาตรา  276

(4) ความผิดต่อชีวิต  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  288  ถึงมาตรา  290

(5) ความผิดต่อร่างกาย  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  295  ถึงมาตรา  298

(6) ความผิดฐานทอดทิ้งเด็ก  คนป่วยเจ็บ  หรือคนชรา  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  306  ถึงมาตรา  308

(7) ความผิดต่อเสรีภาพ  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  309  มาตรา  310  มาตรา  312  ถึงมาตรา  315  และมาตรา  317  ถึงมาตรา  320

(8) ความผิดฐานลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  334  ถึงมาตรา  336

(9) ความผิดฐานกรรโชก  รีดเอาทรัพย์  ชิงทรัพย์  และปล้นทรัพย์  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  337  ถึงมาตรา  340

(10)                    ความผิดฐานฉ้อโกง  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  341  ถึงมาตรา  344  มาตรา  346  และมาตรา  347

(11)                    ความผิดฐานยักยอก  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  352  ถึงมาตรา  354

(12)                    ความผดฐานรับของโจร  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  357

(13)                    ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  358  ถึงมาตรา  360

มาตรา  9  เจ้าพนักงานของรัฐบาลไทยกระทำความผิดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  147  ถึงมาตรา  166  และมาตรา  200  ถึงมาตรา  205 นอกราชอาณาจักร  จะต้องรับโทษในราชอาณาจักร

วินิจฉัย

โดยหลักทั่วไป  กฎหมายของรัฐใดย่อมใช้บังคับแก่การกระทำความผิดที่เกิดขึ้นภายในเขตของรัฐนั้น  แต่ประมวลกฎหมายอาญาได้บัญญัติยกเว้นหลักดังกล่าวไว้ว่า  ถึงแม้ผู้กระทำจะกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร  แต่จะต้องรับผิดและรับโทษในราชอาณาจักรหากเป็นกรณีตามมาตรา  7  มาตรา  8  และมาตรา  9

กรณีตามอุทาหรณ์  การที่  ก เป็นเจ้าพนักงานไทยซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เดินทางไปซื้อเรือดำน้ำที่ประเทศเยอรมนีได้ร่วมกันกับ  ข  โดยให้  ข  ไปเรียกเงินจากบริษัทขายเรือดำน้ำ  ถ้าได้จากบริษัทใดก็จะซื้อจากบริษัทนั้น  และบริษัทหนึ่งได้ตกลงตามที่  ข  เรียกร้อง  และ  ก  จึงซื้อเรือดำน้ำจากบริษัทหนึ่ง  ดังนั้น  เมื่อ  ก  เป็นเจ้าพนักงานของรัฐบาลไทย  ก  จึงมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับสินบนตาม  ป.อ.  มาตรา  149  และ  เมื่อเป็นกรณีที่  ก  ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของรัฐบาลไทยได้กระทำความผิดตามที่บัญญัติไว้ใน  ป.อ.  มาตรา  147  ถึงมาตรา  166  นอกราชอาณาจักร  ดังนั้น  ก  จึงต้องรับผิดและรับโทษในราชอาณาจักรตาม  ป.อ.  มาตรา  9

ส่วนกรณีของ  ข  นั้น  เมื่อ  ข  ไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานของรัฐบาลไทย  จึงไม่มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับสินบนตาม  ป.อ. มาตรา  149  เพราะบุคคลธรรมดาไม่อาจจะมีความผิดตามมาตรานี้ได้  กรณีจึงไม่ต้องด้วย  ป.อ.  มาตรา  9  และการกระทำของ  ข  ดังกล่าว  ก็ไม่ต้องด้วยกรณีตาม  ป.อ.  มาตรา  7  และมาตรา  8  แต่อย่างใด  ดังนั้น  ข  จึงไม่ต้องรับผิดและไม่ต้องรับโทษในราชอาณาจักร

สรุป  ก  ต้องรับผิดและรับโทษในราชอาณาจักร  ส่วน  ข  ไม่ต้องรับผิดและไม่ต้องรับโทษในราชอาณาจักร

Advertisement