LAW2006 กฎหมายอาญา 1 การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2556

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2556
ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2006 กฎหมายอาญา 1

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายชัยและนางสมศรีเป็นสามีภริยามีบุตรด้วยกัน 3 คน นายชัยได้ไปราชการที่ชายแดน เมื่อกลับบ้านนางสมศรีภริยาได้เล่าให้นายชัยฟังว่า เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนายโก๋ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันได้บุกรุกขึ้นมา บนบ้านและข่มขืนกระทําชําเราตน นายชัยได้ฟังดังนั้นก็โกรธมากจึงพกปืนออกจากบ้านเพื่อจะไปฆ่า นายโก๋ เมื่อนายชัยพบนายโก๋จึงยกปืนขึ้นเล็งเพื่อจะยิงนายโก๋ แต่นายโก๋เหลือบเห็นเข้าพอดี จึงชักปืนยิงถูกนายชัยได้รับบาดเจ็บและกระสุนปืนยังเลยไปถูกนางสมศรีซึ่งตามนายชัยมาด้วยความเป็นห่วงถึงแก่ความตายอีกด้วย ดังนี้ นายชัยและนายโก๋จะต้องรับผิดทางอาญาอย่างไร หรือไม่

ธงคําตอบ
หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา

Advertisement

มาตรา 59 วรรคแรกและวรรคสอง “บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทําโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทําโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทําโดยประมาท หรือ เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทําโดยไม่มีเจตนา
การกระทําโดยเจตนา ได้แก่ กระทําโดยรู้สํานึกในการที่กระทํา และในขณะเดียวกันผู้กระทําประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทํานั้น”

มาตรา 60 “ผู้ใดเจตนาที่จะกระทําต่อบุคคลหนึ่ง แต่ผลของการกระทําเกิดแก่อีกบุคคลหนึ่ง โดยพลาดไป ให้ถือว่าผู้นั้นกระทําโดยเจตนาแก่บุคคลซึ่งได้รับผลร้ายจากการกระทํานั้น”

มาตรา 68 “ผู้ใดจําต้องกระทําการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตน หรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตราย ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทําพอสมควรแก่เหตุ การกระทํานั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด”

มาตรา 72 “ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงกระทําความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกําหนดไว้สําหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้”

มาตรา 80 วรรคแรก “ผู้ใดลงมือกระทําความผิดแต่กระทําไปไม่ตลอด หรือกระทําไปตลอดแล้ว แต่การกระทํานั้นไม่บรรลุผล ผู้นั้นพยายามกระทําความผิด”

วินิจฉัย
กรณีตามอุทาหรณ์ นายชัยและนายโก๋จะต้องรับผิดทางอาญาอย่างไร หรือไม่ แยกพิจารณาได้ดังนี้

ความรับผิดของนายชัย
การที่นายชัยได้ยกปืนขึ้นเล็งไปที่นายโก๋ ถือว่าเป็นการกระทําโดยรู้สํานึกในการที่กระทํา และในขณะเดียวกันผู้กระทําประสงค์ต่อผลของการกระทํานั้น การกระทําของนายชัยจึงเป็นการกระทําโดยเจตนา ตามมาตรา 59 วรรคสอง นายชัยจึงต้องรับผิดทางอาญาตามมาตรา 59 วรรคแรก แต่เมื่อปรากฏว่านายโก๋เหลือบเห็นเข้าพอดี จึงชักปืนยิงถูกนายชัยได้รับบาดเจ็บก่อนที่นายชัยจะยิงนายโก๋ การกระทําของนายชัยจึงถือเป็นการลงมือกระทําความผิดแล้วแต่กระทําไปไม่ตลอด จึงเป็นการพยายามกระทําความผิดตามมาตรา 30

แต่อย่างไรก็ตาม การกระทําดังกล่าวของนายชัยนั้น ได้เกิดขึ้นเนื่องจากนายชัยทราบจาก นางสมศรีภริยาของตนว่าถูกนายโก๋บุกรุกขึ้นมาบนบ้านและข่มขืนกระทําชําเรา ซึ่งถือเป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรง ด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมต่อนายชัย และนายชัยได้กระทําความผิดต่ยนายโก๋ผู้ข่มเหงในขณะที่นายชัยยังโกรธอยู่ การกระทําของนายชัยดังกล่าว จึงเป็นการกระทําความผิดในขณะบันดาลโทสะ อันเป็นเหตุให้นายชัยได้รับการลงโทษให้น้อยลงตามมาตรา 72

ความรับผิดของนายโก๋
การที่นายโก๋ชักปืนยิงถูกนายชัยได้รับบาดเจ็บ ถือว่าเป็นการกระทําโดยรู้สํานึกในการที่กระทํา และในขณะเดียวกันผู้กระทําประสงค์ต่อผลของการกระทํานั้น การกระทำของนายโก๋จึงเป็นการกระทําโดยเจตนา ตามมาตรา 59 วรรคสอง นายโก๋จึงต้องรับผิดทางอาญาตามมาตรา 59 วรรคแรก

และเมื่อปรากฏว่ากระสุนปืนยังเลยไปถูกนางสมศรีซึ่งตามนายชัยมาด้วยความเป็นห่วงถึงแก่ความตายด้วย จึงเป็นกรณีที่นายโก๋เจตนากระทําต่อบุคคลหนึ่ง แต่ผลของการกระทําเกิดแก่อีกบุคคลหนึ่งโดยพลาดไป ซึ่งกฎหมายให้ถือว่านายโก๋เจตนากระทําต่อนางสมศรีโดยพลาดไปตามมาตรา 60 และทั้งสองกรณีนี้ นายโก๋จะอ้างว่าการกระทําของตนเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 68 ไม่ได้ เพราะนายโก๋เป็น ผู้ก่อภัยขึ้นเองตั้งแต่แรก

สรุป นายชัยต้องรับผิดทางอาญาฐานพยายามกระทําความผิดตามมาตรา 80 แต่ได้รับการลดโทษให้น้อยลงตามมาตรา 72 เพราะเป็นการกระทําโดยบันดาลโทสะ นายโก๋ต้องรับผิดทางอาญาต่อนายชัยตามมาตรา 59 วรรคแรก และรับผิดทางอาญาต่อ นางสมศรีฐานกระทําโดยพลาดตามมาตรา 60

Advertisement