การสอบไล่ภาคฤดู  1  ปีการศึกษา  2551

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2005 

Advertisement

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยซื้อขาย แลกเปลี่ยนให้

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  3  ข้อ

Advertisement

 ข้อ 1.       นายจันทร์ขายที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (นส.3) ของตนแปลงหนึ่งให้นายอังคาร ในราคา 8 แสนบาท และนายจันทร์ได้ส่งมอบให้นายอังคารพร้อมกับรับชำระราคา นายอังคารอยู่ในที่แปลงนี้มาได้ 6 เดือน นายจันทร์ยังนำที่แปลงนี้ไปจดทะเบียนโอนขายให้นายพุธในราคา 1 ล้านบาทอีก นายพุธซื้อโดยสุจริต และจดทะเบียนโดยสุจริต หลังจากนั้นอีก 2 วัน นายอังคารถูกนายพุธฟ้องขับไล่

ดังนี้ ถ้านายอังคารมาถามท่านว่า นายอังคารมีสิทธิในที่ดินแปลงนี้หรือไม่ ท่านจะให้คำตอบนายอังคารอย่างไร เพราะเหตุใด

แนวคำตอบ            

Advertisement

หลักกฎหมาย  

มาตรา 456 วรรค 1  การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์  ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ  วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรื่อมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป  ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย 

Advertisement

มาตรา 1378  การโอนไปซึ่งการครอบครองนั้นย่อมทำได้โดยส่งมอบทรัพย์สินที่ครอบครอง

สัญญาระหว่างนายจันทร์กับนายอังคารเป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด  คู่สัญญาหาได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ย่อมตกเป็นโมฆะ  ถือว่าสัญญาเป็นอันไม่มีไม่เกิด และคู่สัญญาย่อมกลับคืนสู่ฐานะเดิม ตามมาตรา 456 วรรค 1   แต่ที่ดิน นส.3 เป็นที่ดินที่มีเพียงสิทธิครอบครอง  นายจันทร์ส่งมอบที่ดินแปลงนี้ให้นายอังคารเป็นการโอนไปซึ่งการครอบครอง  นายอังคารย่อมได้ไปซึ่งสิทธิครอบครอง  นายอังคารย่อมมีสิทธิในที่ดินแปลงนี้ ตามมาตรา 1378   

Advertisement

 

ข้อ 2.       แสงประมูลซื้อเครื่องถ่ายเอกสารของเสียง จากการทอดตลาดจำนวนสี่เครื่อง ราคาเครื่องละ 50,000 บาท โดยมีข้อตกลงว่านายเสียงผู้ขายไม่รับผิดในความชำรุดบกพร่องและการรอนสิทธิในเครื่องถ่ายเอกสารทั้งหมด

เมื่อประมูลได้แล้วเสียงจึงจัดการส่งเครื่องถ่ายเอกสารทั้งหมดไปให้แสง แต่ขณะส่งของคนงานของเสียงได้ทำเครื่องถ่ายเอกสารเครื่องหนึ่งชำรุด อีกเครื่องหนึ่งสี่ได้นำเจ้าพนักงานตำรวจมายึดคืนไปโดยเจ้าพนักงานตำรวจแจ้งว่าเป็นของที่ถูกขโมยมาจากร้านของสี่ แล้วนำมาขายต่อให้เสียงโดยเสียงเองก็ไม่รู้

และเสียงได้นำมาทอดตลาด แสงจึงได้รับเฉพาะเครื่องถ่ายเอกสารเพียงสองเครื่อง ส่วนเครื่องที่ชำรุด แสงจะให้คนงานของเสียงกลับไปเปลี่ยนเอาเครื่องใหม่มาแทนได้หรือไม่ และแสงจะเรียกร้องเสียงในเครื่องที่ถูก   เจ้าพนักงานตำรวจยึดคืนไปได้เพียงใด

แนวคำตอบ            

มาตรา 483  คู่สัญญาซื้อขายจะตกลงกันว่าผู้ขายไม่ต้องรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องหรือเพื่อการรอนสิทธิก็ได้

มาตรา 484  ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิดนั้น  ย่อมไม่คุ้มผู้ขายให้พ้นจากการต้องส่งเงินคืนตามราคา  เว้นแต่จะได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา 485  ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิดนั้น  ไม่อาจคุ้มความรับผิดของผู้ขายในผลของการอันผู้ขายได้กระทำไปเอง  หรือผลแห่งข้อความจริงอันผู้

ขายได้รู้อยู่แล้วและปกปิดเสีย

 มาตรา 473  ผู้ขายย่อมไม่ต้องรับผิดในกรณีดังจะกล่าวต่อไปนี้  คือ

(3)  ถ้าทรัพย์สินนั้นได้ขายทอดตลาด

แสงประมูลซื้อเครื่องถ่ายเอกสารของเสียง  จากการทอดตลาดจำนวนสี่เครื่อง ราคาเครื่องละ 50,000 บาท โดยมีข้อตกลงว่านายเสียงผู้ขายไม่รับผิดในความชำรุดบกพร่องและการรอนสิทธิในเครื่องถ่ายเอกสารทั้งหมด  เมื่อประมูลได้แล้วจึงจัดการส่งไปให้แสง  แต่ขณะส่งของ คนงานของเสียงได้ทำเครื่องถ่ายเอกสารเครื่องหนึ่งชำรุด  ในกรณีความชำรุดบกพร่องแม้มีข้อตกลงยกเว้นความรับผิด แต่เป็นการที่ผู้ขายหรือตัวแทนของผู้ขายได้กระทำไปเองซึ่งยังต้องรับผิดตามมาตรา 485  แต่เนื่องจากเป็นการขายทอดตลาด  ผู้ขายจึงไม่ต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่อง แต่เรียกร้องให้รับผิดในการส่งมอบทรัพย์ไม่เป็นไปตามสภาพในเวลาที่จะส่งมอบตาม ม. 32391  ถ้าทรัพย์สินนั้นขายทอดตลาด ตามมาตรา 473 (3) 

ส่วนเครื่องถ่ายเอกสารอีกเครื่องหนึ่ง  สี่ได้นำเจ้าพนักงานตำรวจมายึดคืนไปโดยเจ้าพนักงานตำรวจแจ้งว่าเป็นของที่ถูกขโมยมาจากร้านของสี่  นายแสงจึงถูกรอนสิทธิ เมื่อมีข้อตกลงยกเว้นความรับผิดไว้ตามมาตรา 483  และไม่เข้าตามมาตรา 485   เสียงจึงไม่ต้องรับผิดในการรอนสิทธิต่อนายแสง  ดังนั้น แสงให้คนงานของเสียงกลับไปเปลี่ยนเอาเครื่องใหม่มาแทนไม่ได้  จะเรียกร้องให้รับผิดในความชำรุดบกพร่องของทรัพย์ไม่ได้ตาม 473 (3) แต่เรียกร้องให้รับผิดตาม ม. 323 ว.1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน  และจะเรียกร้องให้เสียงรับผิดในเครื่องที่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจยึดคืนไปก็ไม่ได้เช่นกัน  เพราะสัญญาซื้อขายมีข้อตกลงให้ผู้ขายไม่ต้องรับผิดในการรอนสิทธิ และเสียงผู้ขายก็ไม่ทราบถึงการรอนสิทธินั้นๆ  แต่ไม่คุ้มผู้ขายให้ส่งเงินคืนตามราคา  มาตรา 1484  

 


ข้อ 3.       อาทิตย์ได้จดทะเบียนขายฝากที่ดินแปลงหนึ่งของอาทิตย์ไว้กับจันทร์ ในทะเบียนได้ระบุให้พุธเป็นผู้มีสิทธิไถ่คืน

ต่อมาทั้งจันทร์และพุธตาย ศุกร์ซึ่งเป็นทายาทคนเดียวของพุธได้นำเงินสินไถ่ทั้งหมดมาไถ่ที่ดินแปลงนี้คืนกับพฤหัส ซึ่งเป็นทายาทคนเดียวของจันทร์เช่นกัน ในขณะที่กำหนดเวลาไถ่คืนยังไม่สิ้นสุด แต่พฤหัสไม่ยอมรับอ้างว่าศุกร์ไม่มีสิทธิไถ่ทรัพย์คืน

ศุกร์จึงได้นำเงินค่าสินไถ่ไปวางไว้ที่สำนักงานวางทรัพย์ ก่อนที่จะพ้นกำหนดเวลาไถ่โดยสละสิทธิถอนทรัพย์ที่วางไว้ ศุกร์จะไถ่ที่ดินแปลงนี้คืนได้หรือไม่ กรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนี้ได้โอนมายังศุกร์แล้วหรือยัง

แนวคำตอบ            

 มาตรา 492  ในกรณีที่มีการไถ่ทรัพย์สินซึ่งขายฝากภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด  หรือผู้ไถ่ได้วางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์ภายในกำหนดเวลาไถ่โดยสละสิทธิถอนทรัพย์สินที่ได้วางไว้  ให้ทรัพย์สินซึ่งขายฝากตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ไถ่ตั้งแต่เวลาที่ผู้ไถ่ได้ชำระสินไถ่หรือวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่  แล้วแต่กรณี

มาตรา 497  สิทธิในการไถ่ทรัพย์สินนั้น  จะพึงใช้ได้แต่บุคคลเหล่านี้  คือ

(3)  บุคคลซึ่งในสัญญายอมไว้โดยเฉพาะว่าให้เป็นผู้ไถ่ได้

มาตรา 498สิทธิในการไถ่ทรัพย์สินนั้น  จะพึงใช้ได้เฉพาะบุคคลเหล่านี้  คือ

(1) ผู้ขายเดิม  หรือทายาทของผู้ขายเดิม  หรือ

                อาทิตย์ได้จดทะเบียนขายฝากที่ดินแปลงหนึ่งของอาทิตย์ไว้กับจันทร์  ในทะเบียนได้ระบุให้พุธเป็นผู้มีสิทธิไถ่คืน  พุธจึงเป็นผู้มีสิทธิไถ่คืนมาตรา 497 (3)  เมื่อพุธตาย สิทธิไถ่จึงตกไปยังทายาทของพุธคือศุกร์  ตามกฎหมายมรดกเพราะสิทธิไถ่เป็นสิทธิที่ตกทอดมรดกได้  เมื่อศุกร์นำสินไถ่ทั้งหมดมาไถ่ที่ดินคืนภายในกำหนดเวลาไถ่  ศุกร์จึงมีสิทธิไถ่ต่อพฤหัสซึ่งเป็นทายาทของจันทร์ตามมาตรา 478 (1)  พฤหัสจึงต้องยอมให้ศุกร์ไถ่ที่ดินแปลงนั้นคืน  พฤหัสจะไม่ยอมรับไถ่โดยอ้างว่าศุกร์ไม่มีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนไม่ได้  และเมื่อศุกร์ได้นำเงินค่าสินไถ่ไปวางไว้ที่สำนักงานวางทรัพย์ก่อนที่จะพ้นกำหนดเวลาไถ่โดยสละสิทธิถอนทรัพย์ที่วาง  กรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนี้ได้โอนมายังศุกร์แล้วโดยผลของกฎหมายตามมาตรา 492

Advertisement