LAW1001 หลักกฎหมายมหาชน การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2553

Advertisement

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2553

ข้อสอบกระชวนวิชา  LAW 1001 หลักกฎหมายมหาชน 

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  3  ข้อ

ข้อ  1 

Advertisement

ก.      กฎหมายมหาชนคืออะไร  มีความสัมพันธ์กับหลักความยุติธรรม  และหลักประโยชน์สาธารณะ  (Public  Interest)  อย่างไร  จงอธิบายข.      กฎหมายที่ดี  (Good  Law)  มีลักษณะอย่างไรบ้าง  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ.2550  มาตรา  309  ขัดกับหลักการดังกล่าวอย่างไรบ้าง  จงอธิบาย

ธงคำตอบ

ก.      “กฎหมายมหาชน”  ได้แก่  กฎหมายที่เกี่ยวกับรัฐ  อำนาจรัฐและการใช้อำนาจรัฐเกี่ยวกับการปกครองหรือเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดระเบียบการปกครองภายในรัฐ  กล่าวคือ  กฎหมายมหาชนเป็นกฎหมายที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ  หน่วยงานของรัฐ  รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐกับราษฎรในลักษณะที่รัฐ  หน่วยงานของรัฐรวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเป็นฝ่ายปกครองมีเอกสิทธิ์หรือมีสถานะเหนือกว่าราษฎรซึ่งเป็นเอกชน

ความสัมพันธ์ของกฎหมายมหาชนกับความยุติธรรม

ความยุติธรรมคืออะไร  เป็นสิ่งที่นักกฎหมายต้องพิจารณาและให้ความสำคัญอย่างมาก  เพราะกฎหมายนั้นตราออกมาใช้บังคับเพื่อความเป็นธรรมในสังคม  ความยุติธรรมนี้จะเอาอะไรมาเป็นปทัสถานของความยุติธรรมว่าพอดี  หรือเพียงพอแล้ว  เพราะเวลาพูดถึงความยุติธรรมถ้าใช้สามัญสำนึกของตัวเองเป็นหลัก  บางเรื่องก็อาจจะเห็นว่าไม่เป็นธรรม  แต่ถ้าเอาสังคมส่วนรวมเป็นที่ตั้งก็อาจเป็นธรรม  เช่น  กรณีออกกฎหมายเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ  หากใช้บังคับแก่คนทั่วไปโดยไม่เลือกใช้เฉพาะกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งแล้ว  เช่นนี้ก็ย่อมถือว่ากฎหมายนั้นมีความยุติธรรมแล้ว

โดยทั่วไป  ความยุติธรรมเป็นสิ่งบางอย่างที่  “รู้สึกได้”  หรือรับรู้ได้โดย “สัญชาตญาณ”  แต่ก็ยากที่จะอธิบาย  หรือให้นิยามความหมายของสิ่งที่รู้สึกได้ดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

ความหมายของคำว่า  ความยุติธรรม”  มีความหลากหลาย  รายละเอียดต่างๆอาจศึกษาหาอ่านได้โดยตรงในวิชานิติปรัชญา  ในที่นี้จะเพียงยกคำจำกัดความของนักกฎหมายหรือนักปราชญ์เพียงบางท่าน  เช่น

เดวิด  ฮูม  (David  Hume)  อธิบายไว้ว่า  ความยุติธรรมเป็นคุณธรรมอย่างหนึ่งที่มิได้ปรากฏขึ้นเองโดยธรรมชาติ  แต่เป็นคุณธรรมที่เกิดจากการคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์  (Artificial  Virtue)

เพลโต  (Plato : 427 – 347 B.C.)  ปรัชญาเมธีชาวกรีกในงานเขียนเรื่อง  “อุดมรัฐ”  (The  Republic)  ได้ให้คำนิยามความยุติธรรมว่า  หมายถึง  การทำความดี  (Doing  well  is  Justice)  หรือการทำสิ่งที่ถูกต้อง  (Right  Conduct) 

อริสโตเติล  (Aristotle)  มองว่าความยุติธรรม  คือ  คุณธรรมทางสังคม  (Social  Virtue)  ประการหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล  และ คุณธรรมเรื่องความยุติธรรมนี้จะใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเมื่อมนุษย์ได้ ปลดปล่อยตัวเขาเองจากแรงผลักดันของความเห็นแก่ตัวอย่างยิ่ง

อริสโตเติล  แบ่งความยุติธรรมออกเป็น  2  ประเภท  คือ

1       ความยุติธรรมโดยธรรมชาติ  (Natural  Justice)  หมายถึง  หลักความยุติธรรม  ซึ่งมีลักษณะเป็นสากล  ไม่เปลี่ยนแปลง  ใช้ได้ต่อมนุษย์ทุกคน  ไม่มีขอบเขตจำกัด  และอาจค้นพบได้โดย  “เหตุผลบริสุทธิ์”  ของมนุษย์

2       ความยุติธรรมตามแบบแผน  (Conventional  Justice)  หมายถึง  ความยุติธรรมซึ่งเป็นไปตามตัวบทกฎหมายของบ้านเมือง  หรือธรรมนิยมปฏิบัติของแต่ละสังคมหรือชุมชน  ความยุติธรรมลักษณะนี้  อาจเข้าใจแตกต่างกันตามสถานที่และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลาหรือตามความเหมาะสม

กฎหมายกับความยุติธรรมนั้นย่อมมีความสัมพันธ์กัน  ดังที่พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่  9  ในพิธีพระราชทานประกาศนียบัตรแก่ผู้สอบไล่ได้วิชาความรู้ชั้นเนติบัณฑิต  สมัยที่  33  ปีการศึกษา  2523  ณ  อาคารใหม่สวนอัมพร  24 ตุลาคม  2524  ตอนหนึ่งว่า  “ตัวกฎหมายก็ไม่ใช่ความยุติธรรมเป็นแต่เพียงเครื่องมือที่ใช้ในการประสิทธิ์ประสาทความยุติธรรมเท่านั้น  ดังนั้นนักกฎหมายในการใช้กฎหมายจึงต้องมุ่งหมายใช้เพื่อรักษาและอำนวยความยุติธรรม  และการรักษาความยุติธรรมในแผ่นดินก็มิได้มีวงแคบอยู่เพียงแค่ขอบเขตของกฎหมาย  หากต้องขยายออกไปให้ถึงศีลธรรมจรรยา  ตลอดจนเหตุและผลตามเป็นจริงด้วย” 

ความสัมพันธ์ของกฎหมายมหาชนกับหลักประโยชน์สาธารณะ

กฎหมายมหาชน  เป็นกฎหมายที่มีหลักการเพื่อประโยชน์สาธารณะ  ตอบสนองความต้องการของประชนชนคนส่วนใหญ่ของประเทศ  เน้นการปกครองโดยกฎหมายตามหลักนิติรัฐ  และเน้นการใช้การตีความกฎหมายตามหลักนิติธรรม  เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและสร้างดุลยภาพขององค์กรที่ใช้อำนาจรัฐ

ดังนั้น  ถ้าผู้มีอำนาจหรือผู้ปกครองออกกฎหมายที่คุ้มครองตนเองหรือเพื่อประโยชน์ส่วนตัว  จึงไม่ถือว่าเป็นประโยชน์สาธารณะ  และเป็นการเขียนกฎหมายที่เห็นแก่ตัว  เห็นแก่ได้  โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของปะเทศชาติ  และประชาชน

 ข.      กฎหมายที่ดี  (Good  Law)

การปกครองบ้านปกครองเมืองโดยกฎหมายที่เป็นธรรมนั้น  ก็คือ  ต้องมีกฎหมายที่ดี  (Good  Law)  ซึ่งกฎหมายที่ดีจะมีลักษณะสำคัญอยู่  5  ประการ  คือ

1       กฎหมายต้องมีลักษณะเป็นการทั่วไป  กล่าวคือ  กฎหมายมีผลใช้บังคับทั่วไป  มิได้มุ่งหมายใช้กับกรณีใดกรณีหนึ่งหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ
2       กฎหมายต้องมีความชัดเจนแน่นอน

3       กฎหมายต้องไม่มีผลย้อนหลัง

4       กฎหมายต้องไม่ขัดต่อหลักความได้สัดส่วน

5       กฎหมายต้องไม่กระทบต่อเนื้อหาอันเป็นแก่นแท้ของสิทธิและเสรีภาพ
กฎหมายใดก็ตามที่มุ่งให้เกิดผลแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น  ย่อมขัดต่อหลักแห่งความเสมอภาคและย่อมขัดกับหลักกฎหมายที่ดี  ความไม่ขัดต่อหลักความได้สัดส่วนก็มีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดความสมดุลที่เป็นธรรม  เพื่อให้ทุกฝ่ายดำรงอยู่ได้  ส่วนที่ว่ากฎหมายต้องไม่ขัดแย้งต่อเนื้อหาอันเป็นแก่นแท้ของสิทธิและเสรีภาพนั้น  ก็คือ  พลเมืองทุกคนมีสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญที่จะกระทำหรือดำเนินการอย่างใดๆได้ รวมทั้งสิทธิดำเนินการในทางการเมือง

ดังนั้น  กฎหมายใดก็ตามที่จำกัดสิทธิตามรัฐธรรมนูญโดยมุ่งหมายให้เกิดผลร้ายกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น  ย่อมไม่ใช่กฎหมายที่ดี

มาตรา  309  แห่งรัฐธรรมนูญ 2550  ขัดกับหลักกฎหมายที่ดี  เพราะเป็นกฎหมายที่เขียนขัดต่อหลักนิติรัฐ  หลักนิติธรรม  และหลักประโยชน์สาธารณะ  คือ  ไม่ได้เป็นประโยชน์กับประชาชน  และประเทศชาติ  แต่เป็นประโยชน์กับผู้ทำการรัฐประหาร  และพวกของผู้ทำรัฐประหาร  หรือพรรคการเมืองที่ร่วมกับการรัฐประหาร  การเขียนกฎหมายดังกล่าวจึงขัดกับหลักกฎหมาย  หลักความรับผิด  และหลักความยุติธรรม  ซึ่งมีแต่จะก่อให้เกิดการแตกแยก  การแบ่งฝักแบ่งฝ่าย  ใครอยู่ฝ่ายตรงข้าม  คิดไม่เหมือน  คิดต่าง  คือ  ศัตรูทางความคิด  ทางการเมืองต้องขจัด  ทำให้ประเทศชาติไม่สงบ  ประชาชนไม่ได้ประโยชน์

Advertisement