Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2559

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด ฯลฯ

คำแนะนำ ข้อสอบเมินอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นางอมรามีอาชีพรับเลี้ยงเด็ก รับจ้างเลี้ยงเด็กหญิงนานาอายุห้าขวบ ซึ่งเป็นบุตรสาวของนางกวาง วันเกิดเหตุ เด็กหญิงนานาเล่นซุกซนวิ่งไปชนแจกันแก้วของป้าญาแตกเสียหาย นางอมราไปขอโทษแต่ถูกป้าญาต่อว่าที่ไม่ดูแลเด็กให้ดี นางอมราโกรธจึงเอามือทุบโต๊ะอย่างแรง ทำให้โต๊ะของป้าญาแตกหักเสียหาย ดังนี้ให้ทำบวินิจฉัยว่า

(ก) เด็กหญิงนานาต้องรับผิดต่อป้าญาหรือไม่ เพราะเหตุใด และนางกวางกับนางอมราต้องร่วมรับผิดด้วยหรือไม่ เพราะเหตุใด

Advertisement

(ข) นางอมราต้องรับผิดต่อป้าญาหรือไม่ เพราะเหตุใด และนางกวางต้องร่วมรับผิดกับนางอมราในฐานะผู้ว่าจ้างหรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 420 ‘‘ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”

มาตรา 428 “ผู้ว่าจ้างทำของไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันผู้รับจ้างได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำการงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ หรือในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง”

มาตรา 429 “บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถเพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิดในผลที่ตนทำละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาลของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขาด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น”

มาตรา 430 “ครูบาอาจารย์ นายจ้าง หรือบุคคลอื่นซึ่งรับดูแลบุคคลผู้ไร้ความสามารถอยู่เป็นนิตย์ก็ดี ชั่วครั้งคราวก็ดี จำต้องรับผิดร่วมกับผู้ไร้ความสามารถในการละเมิด ซึ่งเขาได้กระทำลงในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของตน ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้น ๆ มิได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ แยกวินิจฉัยได้ดังนี้

(ก) การที่เด็กหญิงนานาบุตรสาวของนางกวางเล่นซุกซนวิ่งไปชนแจกันแก้วของป้าญาแตกเสียหายนั้น ถือว่าการกระทำของเด็กหญิงนานาเป็นการทำละเมิดต่อป้าญาตามมาตรา 420 เพราะเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายทำให้เขาเสียหายต่อทรัพย์สิน และการกระทำของเด็กหญิงนานามีความสัมพันธ์กับผลที่เกิดขึ้น ดังนั้นเด็กหญิงนานาจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และแม้ว่าเด็กหญิงนานาจะเป็นผู้เยาว์ก็ยังคงต้องรับผิดในผลที่ตนทำละเมิดนี้ตามมาตรา 429

และเมื่อผู้กระทำละเมิดเป็นผู้เยาว์ ดังนั้น นางกวางซึ่งเป็นมารดาก็ต้องร่วมกันรับผิดกับเด็กหญิงนานาด้วยตามมาตรา 429 เว้นแต่นางกวางจะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลเด็กหญิงนานาผู้เยาว์แล้ว

ส่วนนางอมรานั้น เมื่อปรากฏว่าการทำละเมิดของเด็กหญิงนานาซึ่งเป็นผู้ไร้ความสามารถ(ผู้เยาว์) ต่อป้าญานั้น ได้กระทำลงในขณะที่อยู่ในความดูแลของนางอมราและนางอมราก็ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น ดังนั้น นางอมราซึ่งเป็นผู้รับดูแลจึงต้องรับผิดร่วมกับเด็กหญิงนานาในผลแห่งละเมิดนั้นตามมาตรา 430

(ข) การที่นางอมราโกรธป้าญา จึงได้เอามือทุบโต๊ะอย่างแรงทำให้โต๊ะของป้าญาแตกหักเสียหายนั้น การกระทำดังกล่าวของนางอมราถือว่าเป็นการทำละเมิดตามมาตรา 420 เพราะเป็นการกระทำโดยจงใจและผิดกฎหมายทำให้เขาเสียหายแก่ทรัพย์สิน และการกระทำของนางอมรามีความสัมพันธ์กับผลที่เกิดขึ้น ดังนั้นนางอมราจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ป้าญา

ส่วนนางกวางซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้น เมื่อการกระทำของนางอมราผู้รับจ้างซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นแก่บุคคลภายนอกนั้น มิใช่ความเสียหายที่เกิดจากการทำการงานที่ผู้ว่าจ้างสั่งให้ทำ หรือในคำสังที่ผู้ว่าจ้างให้ไว้แต่อย่างใด ดังนั้นนางกวางจึงไม่ต้องรับผิดในฐานะผู้ว่าจ้างตามมาตรา 428

สรุป

(ก) เด็กหญิงนานาต้องรับผิดต่อป้าญาตามมาตรา 420 และ 429 ส่วนนางกวางกับนางอมราต้องร่วมรับผิดด้วยตามมาตรา 428 และ 430 ตามลำดับ

(ข) นางอมราต้องรับผิดต่อป้าญาตามมาตรา 420 ส่วนนางกวางไม่ต้องร่วมรับผิดกับนางอมราในฐานะผู้ว่าจ้างตามมาตรา 428

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

error: Content is protected !!

Log in with your credentials

Forgot your details?