แนวข้อสอบชุดพิเศษ 1 ปีการศึกษา 2563

ข้อสอบกระบวนวิชา ENG 2001 การอ่านเอาความ

Advertisement

Part 1 : Reading Theory (20 points) (ทฤษฎีการอ่าน)

Read the following passage and answer the questions.

Advertisement

จงอ่านเนื้อเรื่องต่อไปนี้และตอบคําถามด้านล่าง

100th Anniversary of the First Thai Cement Manufacturer (The Siam Cement Public Company Limited) Commemorative Stamp

Advertisement

1The picture of the first cement plant on the postage stamp reflects the beginning of the first cement industry of Thailand in the past century. 2It was initiated by the insight of King Vajiravudh (Rama VI) with the aim for Thailand to produce its own cement and help reducing its reliance on the import. 3 In this respect, he has directed Lord Yamaraj (Pun Sukhum), Minister of the Metropolis, to implement the incorporation of Siam Cement on December 8th, 1913.

แสตมป์ที่ระลึก 100 ปี กิจการปูนซิเมนต์แห่งแรกของไทย (บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จํากัด (มหาชน)

Advertisement

ภาพของโรงงานปูนซิเมนต์แห่งแรกที่อยู่บนดวงตราไปรษณีย์สะท้อนให้เห็นถึงจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรม ปูนซิเมนต์แห่งแรกของประเทศไทยในร้อยปีที่ผ่านมา 2 มันได้ถูกริเริ่มจากการมองเห็นการณ์ไกลของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ด้วยพระราชประสงค์ที่จะให้ประเทศไทยผลิตปูนซิเมนต์ใช้เองและช่วยลดการพึ่งพาในการนําเข้า 3 ด้วยเหตุนี้ พระองค์ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เสนาบดีกระทรวงนครบาล เพื่อดําเนินการจัดตั้งบริษัทปูนซิเมนต์ไทยเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ.1913

 

Advertisement

1 The main idea of the paragraph is sentence _____.

1 1

2 2

3 3

4 None is correct

ถาม ใจความสําคัญของย่อหน้านี้อยู่ที่ประโยค _____.

ตอบ 1

2 What is the passage about?

1 The first cement manufacturer in Thailand

2 A Commemorative Stamp

3 The history of the first postage stamp

4 The 100th anniversary of the first Thai cement manufacturer

ถาม เนื้อเรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร

ตอบ 1 1 กิจการปูนซิเมนต์แห่งแรกในประเทศไทย 2 แสตมป์ที่ระลึก

3 ประวัติสาสตร์เกี่ยวกับดวงตราไปรษณีย์

4 ครบรอบ100 ปี กิจการเซรามิกแห่งแรกของไทย

จากเนื้อเรื่องมีคําหลักที่กล่าวบ่อย ๆ ก็คือ First Thai Cement และคําว่า stamp ทําให้เรา พอจะเดาจากเนื้อเรื่องได้ที่ตอบครอบคลุมได้ดีคือช้อย 1

3 The major supporting sentence is/are found in sentence/s _____.

1 1 and 2

2 2

3 3

4 2 and 3

ถาม ประโยครายละเอียดสนับสนุนหลักพบในประโยคที่

ตอบ 2 ประโยที่ 2 ใช้คําสรรพนาม It แสดงเป็นคําแทนคํานามหรือกลุ่มคําที่กล่าวไว้ในประโยคที่ 1

4 Who initiated the first cement industry in Thailand?

1 King Rama V

2 Prince Mongkut

3 King Vajiravudh

4 Rama VII

ถาม ใครเป็นผู้ริเริ่มอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์แห่งแรกในประเทศไทย

ตอบ 3 จากประโยคที่สอง King Vajiravudh (Rama VI) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า

เจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)

5 Which statement describes Lord Yamaraj?

1 His name is Pun Sukhum.

2 He was the Minister of the Metropolis.

3 He implemented the incorporation of Siam Cement.

4 All of the above.

ถาม ข้อความไหนที่อธิบายถึงเจ้าพระยายมราช

1 ชื่อของท่าน คือ ปั้น สุขุม

2 ท่านเป็นเสนาบดีกระทรวงนครบาล

3 ท่านคําเนินการจัดตั้งบริษัทปูนซิเมนต์ไทย

ตอบ 4 ถูกทุกข้อ จากข้อความที่อยู่ในประโยคที่ 3

 

Dictionary Entry

6 What part of speech in the word “lifeless”?

1 verb

2 adverb

3 noun

4 adjective

ถาม คําว่า “ifeless” ทําหน้าที่เป็นชนิดของคําอะไร

ตอบ 4 ตูจากพจนานุกรมบรรทัดแรกเลยค่ะ มีคําว่า adj. นั่นคือทําหน้าที่เป็นคําคุณศัพท์ (adjective) เราเรียกว่ามี parts of speech (หน้าที่ของคํา) ชนิดเดียว แต่มีสามความหมาย (meaning) ที่เราเห็นเป็นหมายเลข 1,2,3 นั่นคือความหมายที่อธิบายเป็นภาษาอังกฤษ

7 “She lay lifeless in the snow.”

The word “lifeless” in this sentence means _____.

1 appear

2 dead

3 completely

4 without living things

ถาม  “เธอนอน lifeless อยู่บนหิมะ”

คําว่า “ifeless” ในประโยคนี้หมายถึง ____.

ตอบ 2 เราดูจากความหมายที่ 1 dead (ตาย) แล้วมองลงมาอีกบรรทัดเห็นตัวอย่างที่ยกในพจนานุกรม

ว่า She lay – in the Snow. เหมือนโจทย์ข้อเจ็คนี้ แสดงว่าความหมายตรงกับความหมายที่ เนี้ว่าเธอนอนตายบนหิมะ

8 “The acting was dull and rather lifeless.”

The word “lifeless” is used as a/an _____.

1 verb v.2

2 adv. 1

3 adj. 3

4 adv. 3

ถาม “การแสดงนี้น่าเบื่อและค่อนข้าง lifeless

คําว่า “ifeless” ถูกใช้เป็น ____.

ตอบ 3 เราเห็นจากโจทย์มีคําว่า dull ซึ่งตรงกับในพจนานุกรมหมายเลข 3 dull/without interest

แสดงว่าตรงกับความหมาย adj. 3

9 “cold and lifeless, limp and lifeless” are ____.

1 phrases

2 colloquial

3 derivative

4 dialect

ถาม “cold and lifeless, limp and lifeless” เป็น ____.

ตอบ 1 เราเห็นจากบรรทัดสุดท้ายของหมายเลข 1 ในพจนานุกรมว่า PHRASES- cold and limp

and – ซึ่งตรงกับโจทย์ข้อเก้านี้เลย ฉะนั้นแสดงว่าเป็น phrases (กลุ่มคําหรือวลี)

 

Prefix, Sufix, Roots (อุปสรรค ปัจจัยและรากศัพท์)

10 The instructor told Suda to avoid ____ in her writing.

1 ambiguity

2 ambiguous

3 ambivalent

4 ambition

ถาม อาจารย์บอกสุคาว่าให้หลีกเลี่ยง ____ ในการเขียนของเธอ

ตอบ 1 กริยา avoid ตามด้วยคํานาม ฉะนั้นเราต้องคําที่เป็นคํานามได้โดยดูจากการลงท้ายหรือ

Sufix (ปัจจัย)ที่เราเรียนมา นั่นคือ ลงท้ายด้วย -ty และ ior ในช้อย 1 และ 3 เท่านั้นที่เป็น คํานาม เรามาดูสองคํานี้

ambiguity (n.) = ความหมายที่คลุมเครือ ambition (n.) = ความทะเยอทะยาน คําศัพท์ที่เข้ากันได้กับโจทย์ที่ใช้กับการเขียนก็คือ ambiguity

11 “That rude child is an embarrassment to her parents.”

The word “embarrassment” is composed of _____.

1 one prefix and one stem

2 one root and one suffix

3 one prefix, one root, and one suffix

4 one prefix and two roots

ถาม “เด็กที่หยาบคายคนนั้นเป็นที่ embarrassment ต่อพ่อแม่ของเธอ”

คําว่า “embarrassment” ประกอบด้วย _____.

ตอบ 3 สามารถแยกออกเป็น em + barra + ment นั่นคือประกอบด้วย prefix +root+sufix

12 “The social class into which a child is born often seems to ____ determine his later career.” The right prefix to be put in the space provided in the sentence is ____.

1 under

2 over

3 pre

4 super

ถาม “ชนชั้นทางสังคมของเด็กที่เกิดขึ้นมามักจะดูเหมือนว่าได้กําหนด ____ กับอาชีพในตัวของ

เขาไว้แล้ว

ปัจจัยที่ถูกต้องที่จะนําไปวางไว้หน้าช่องว่างคําศัพท์ที่จัดไว้ให้ในประโยคคือ ____.

ตอบ 3 prefix ที่จะใส่ไว้หน้าคํา determine ได้นั้นคือ pre เมื่อใส่แล้วเป็น predetermine

หมายถึง กําหนดไว้ก่อนแล้ว กําหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว

13 “Some parents are very liberal; they allow their children to do whatever they want.” The word “liberal” means ____.

1 nature

2 order

3 close

4 free

ถาม “พ่อแม่บางคนใจกว้างมาก พวกเขาปล่อยให้ลูก ๆ ของเขาทําอะไรก็ได้ตามที่ลูก ๆต้องการ”

คําว่า “liberal” หมายถึง _____.

ตอบ 4 คําว่า liberal มีรากศัพท์มาจาก -liber- หมายถึง free = อิสระ ใจกว้าง

 

Similar meaning (ความหมายใกล้เคียง)

14 If I were a millionaire, I would buy everything.

1 I am going out to buy everything.

2 I won the first prize in the lottery and became a millionaire.

3 Today I am rich and I buy everything I want.

4 I am not a millionaire, so I cannot buy everything.

ถาม ถ้าฉันเป็นเศรษฐีเงินล้าน ฉันจะซื้อทุกอย่าง

1 ฉันกําลังจะออกไปซื้อทุกอย่าง

2 ฉันถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งแล้วกลายเป็นเศรษฐีเงินล้าน

3 ปัจจุบันฉันรวย และฉันซื้อทุกอย่างที่ฉันต้องการ

4 ฉันไม่ได้เป็นเศรษฐีเงินล้าน ดังนั้นฉันไม่สามารถซื้อทุกอย่างได้

ตอบ 4 ประโยคที่เชื่อมด้วย If นั่นเป็นข้อความที่สมมติไม่เป็นความจริง อย่างเช่น เราพูดว่า ถ้าเรามีเงิน

สิบล้าน เราก็จะทําโน่นทํานี้ แต่ความจริงก็คือเราไม่มีเงินสิบล้าน ก็คือประโยคที่เชื่อมด้วย if ถ้าเขาทํามาเป็นประโยคบอกเล่า เราก็ปฏิเสธไปว่าไม่ใช่อย่างนั้น อย่างข้อนี้ ถ้าฉันเป็นเศรษฐี เงินล้าน แสดงว่าฉันไม่ใช่เศรษฐีเงินล้าน และฉันก็ไม่สามารถซื้อทุกอย่างได้

15 Found guilty by the jury, Mr. Chote was returned to his prison cell.

1 Mr. Chote found the jury guilty.

2 The jury found Mr. Chote guilty.

3 The judge sentenced Mr. Chote to death.

  1. Policemen arrested Mr. Chote and sent him to jail.

ถาม คณะลูกขุนตัดสินให้นายโชติมีความผิด ดังนั้นเขาจึงได้ถูกส่งตัวกลับเข้าห้องขัง

1 นายโชติพบว่าคณะลูกขุนมีความผิด

2 คณะลูกขุนพบว่านายโชติมีความผิด

3 ผู้พิพากษาตัดสินประหารชีวิตนายโชติ

4 ตํารวจจับกุมนายโชติและส่งเขาเข้าห้องขัง

ตอบ 2 ประโยคที่มี by เป็นรูปถูกกระทํา (passive voice) มาจากประโยคเต็มว่า Mr. Chote

was found guilty by the jury. (นายโชติถูกพบว่ามีความผิดโดยคณะลูกขุน) เราสามารถเขียนกลับหัวให้อยู่ในรูป active voice คือ The jury found Mr. Chote guilty.

16 Had I been sitting in the front of the bus, I would have died.

1 I sat in the front of the bus, but I was not killed.

2 Thad a bus accident, but I was not killed.

3 I was not dead since I sat in the front of the bus.

4 I was sitting in the front of the bus when the accident took place.

ถาม ถ้าฉันนั่งแถวหน้ารถประจําทางคันนั้น ฉันก็คงจะตายไปแล้ว

1 ฉันนั่งแถวหน้ารถประจําทาง แต่ฉันไม่ตาย

2 ฉันประสบอุบัติเหตุรถประจําทาง แต่ฉันไม่ตาย

3 ฉันไม่ตายเพราะฉันนั่งแถวหน้ารถประจําทาง

4 ฉันนั่งแถวหน้ารถประจําทางเมื่อตอนที่อุบัติเหตุเกิดขึ้น

ตอบ 2 ประโยคนี้ยก Had ไว้หน้าประธานก็เหมือนกับประโยค if เพียงแต่ตัด if ออก แล้วยก Had

ขึ้นหน้าแทน แสดงว่าความจริง ฉันไม่ได้นั่งแถวหน้ารถประจําทางและฉันก็ไม่ตาย แต่ฉันได้ ประสบกับอุบัติเหตุรถประจําทางแน่นอน จึงกล่าวประโยคนี้มาได้ ซึ่งตรงกับช้อย 2 ว่าฉันไม่ตาย

17 It embarrasses me to volunteer answers in English class.

1 I love to answer the teacher’s questions in English class.

2 In English class, few students ask questions.

3 In English class, I am not willing to answer the questions.

4 I feel at ease whenever I attend English class.

ถาม ฉันรู้สึกอึดอัดที่จะอาสาตอบคําถามในชั้นเรียนภาษาอังกฤษ

1 ฉันชอบตอบคําถามของครูในชั้นเรียนภาษาอังกฤษ

2 ในชั้นเรียนภาษาอังกฤษ มีนักเรียนไม่กี่คนที่ถามคําถาม

3 ในชั้นเรียนภาษาอังกฤษ ฉันไม่สมัครใจที่จะตอบคําถาม

4 ฉันรู้สึกสบาย เมื่อใดก็ตามที่ฉันได้เข้าเรียนชั้นเรียนภาษาอังกฤษ

ตอบ 3 คําว่า embarrasses หมายถึง รู้สึกอึดอัด แสดงว่า not willing to คือ ไม่เต็มใจ ไม่สมัครใจ

18 John is now insensitive to criticism.

1 When people talk, John listens.

2 John does not care what people say about him.

3 John is sensitive to all forms of comments.

4 John pays attention to his work

ถาม ตอนนี้จอห์นไม่รู้สึกอ่อนไหวต่อคําวิพากษ์วิจารณ์แล้ว

1 เมื่อมีคนพูด จอห์นก็จะฟัง

2 จอห์นไม่สนใจสิ่งที่ผู้คนพูดเกี่ยวกับเขา

3 จอห์นรู้สึกอ่านไหวต่อคําวิจารณ์ทุกรูปแบบ

4 จอห์นสนใจงานของเขา

ตอบ 2 คําว่า insensitive ไม่อ่อนไหว ก็คือ not care ไม่สนใจ

 

Contextual clues (การเดาความหมายของคําโดยอาศัยข้อความข้างเคียง)

 

19 “There are many ways of propagating or reproducing plants. The most common method of reproducing flowering as well as vegetable and cereal crops is through the use of seeds.” “Propagation” means ____.

1 method

2 reproduction

3 ways

4 advertisement

ถาม “มีหลายวิธีมากมายในการ propagating หรือการขยายพันธุ์พืช วิธีธรรมดาทั่วไปที่ใช้มาก

ที่สุดในการขยายพันธุ์ดอกไม้ และผักและธัญพืชต่าง ๆ ก็คือ การใช้เมล็ด”

“propagation” หมายถึง _____ .

ตอบ 2 เทคนิคการเขียนของผู้เขียนที่จะให้ความหมายของคําศัพท์ใหม่หรือยากนั้นด้วยการให้คํานิยาม

หรือคําจํากัดความ โดยเราสามารถสังเกตจากการใช้คําต่อไปนี้ คือ or (หรือ), be (คือ), mean (หมายถึง), define (ให้คําจํากัดความ), be called (เรียกว่า) หรืออาจจะใช้เครื่องหมายวรรค ตอนเช่น , – – หรือ ( )

สําหรับข้อนี้ไม่ต้องแปลอะไรมากมายเราเห็นคําว่า or แสดงว่า propagating กับคําว่า reproducing มีความหมายเดียวกัน คือ ขยายพันธุ์

20 “Many children know that snakes are reptiles but are unaware that the group also · includes turtles, lizards, alligators and crocodiles.”

Which of the following is not a reptile?

1 Lizards.

2 Alligators.

3 Turtles

4 Hyenas

ถาม เด็กจํานวนมากรู้ว่าเป็นสัตว์เลื้อยคลาน แต่ไม่รู้ว่าสัตว์ที่อยู่ในกลุ่มสัตว์เลื้อยคลานยังรวมไป ถึงเต่า จิ้งจก ตะเข้ และจระเข้”

ข้อไหนต่อไปนี้ไม่ใช่สัตว์เลื้อยคลาน

ตอบ 4 เราสามารถเดาได้ว่าข้อความที่ให้มาในโจทย์มี snakes, turtles, lizards, alligators และ

crocodiles เมื่อคําถามถามว่าข้อไหนไม่ใช่ ก็ตอบที่ไม่มีในตัวเลือก ก็คือ hygenas(ไฮยีน่า)

 

Part 2 : Seen Passages (เนื้อเรื่องในตํารา)

Passage 1 

There are four kinds of meat: red meat, organ meat, fish, and poultry. Red meat includes meat from cows, pigs and lambs. The most common kinds of red meat are beef (meat from adult cows), veal (meat from very young cows; that is, less than three months old), and pork (

meat from pigs). The most popular kinds of pork include bacon, sausage, and ham. Lamb (meat from young sheep) is popular, but mutton (meat from adult sheep) is not popular in the U.S. Organ meats, such as liver, heart, kidneys, and brain, give a lot of minerals. There are three types of fish: salt water fish, fresh water fish and shellfish, like lobster and clam. Poultry (birds) includes chicken, turkey and duck.

เนื้อ (meat) มี 4 ประเภท คือ เนื้อแดง, เครื่องในสัตว์, ปลาและสัตว์ปีก (poultry) เนื้อแดงจะรวมถึง เนื้อจากวัว, หมู และแกะ ประเภทเนื้อแดงที่มีทั่วไปมากที่สุดคือเนื้อวัว (เนื้อที่มาจากเนื้อวัวที่โตแล้ว), เนื้อลูกวัว อ่อน (เนื้อจากลูกวัวอ่อน ซึ่งจะมีอายุต่ำกว่า 3 เดือน) และเนื้อหมู (เนื้อจากหมู) ประเภทเนื้อหมูที่นิยมมากที่สุด รวมถึง เบคอน, ไส้กรอก, และแฮม เนื้อลูกแกะ (เนื้อจากลูกแกะ) เป็นที่นิยม, แต่เนื้อแกะ (เนื้อที่มาจากแกะที่โต แล้ว) ไม่เป็นที่นิยมในประเทศสหรัฐอเมริกา เนื้อที่มาจากเครื่องใน (organ meats) เช่น ตับ, หัวใจ, ไตและ สมอง ให้แร่ธาตุมากมาย มีปลา 3 ชนิด คือ ปลาน้ำเค็ม, ปลาน้ำจืด, และสัตว์ทะเลมีเปลือก เช่น กุ้งมังกร และหอย กาบ พวกสัตว์ปีก (นกต่าง ๆ) รวมถึงไก่, ไก่งวง และเป็ด .

21 Which of the following is not considered red meat?

1 Pork

2 Fish

3 Mutton

4 Veal

ถาม ข้อไหนต่อไปนี้ไม่ใช่พวกเนื้อแดง

1 เนื้อหมู

2 ปลา

3 เนื้อแกะ

4 เนื้อวัวอ่อน

ตอบ 2 จากประโยคที่ 2 เนื้อแดงมี เนื้อวัว เนื้อหมูและเนื้อแกะ

22 What is beef?

1 Meat from pigs

2 Meat from very young cows

3 Meat from adult cows

4 None is correct

ถาม เนื้อวัว คืออะไร

1 เนื้อจากหมู

2 เนื้อจากวัวที่อายุยังน้อยมาก

3 เนื้อจากวัวที่โตเต็มที่

4 ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 3 beef เรารู้ความหมายจากการดูในวงเล็บว่า (meat from adult cows) ส่วน veal (meat from very young cows) เนื้อวัวอ่อน

23 Examples of organ meats are the following EXCEPT _____.

1 crab

2 kidneys

3 liver

4 brain

ถาม ตัวอย่างของเนื้อเครื่องในมีดังต่อไปนี้ ยกเว้น _____.

1 ปู

2 ไต

3 ตับ

4 สมอง

ตอบ 1 เนื้อเครื่องในได้แก่ liver, heart, kidney and brain

24 Which statement is not true?

1 Organ meats give a lot of minerals.

2 Lobster and clam are examples of shellfish.

3 Poultry includes chicken, turkey, and duck.

4 Lamb is meat from adult sheep.

ถาม ข้อความไหนไม่ถูกต้อง

1 เนื้อเครื่องในให้แร่ธาตุมากมาย

2 กุ้งมังกรและหอยกาบเป็นตัวอย่างของสัตว์ทะเลที่มีเปลือกหุ้ม

3 สัตว์ปีกรวมถึง ไก่ ไก่งวง และเมื่อ

4 เนื้อแกะอ่อน คือ เนื้อจากแกะที่โตแล้ว

ตอบ 4 lamp (meat from young sheep)

25 Popular kinds of pork include the following EXCEPT _____.

1 ham

2 sausage

3 lasagna

4 bacorit

ถาม เนื้อหมูชนิดที่เป็นที่นิยมมีดังต่อไปนี้ ยกเว้น ____.

1 แฮม 2 ไส้กรอก 3 ลาซานญ่า 4 เบคอน

ตอบ 3 pork ที่นิยมคือ bacon, sausage and ham

 

Passage 2

Pasta is the Italian name for noodles made from flour. Macaroni and spaghetti are the best-known kinds, but there are many others in many different shapes.

A famous Italian traveler, Macro Polo, probably brought noodles made of flour from China about 600 years ago. They were an immediate success with the Italians, and became a national specialty.

Italian pasta has always been popular in the United States, England and France, but in recent years more and more people around the world are enjoying it with different sauces and flavorings.

The Japanese, Russians and East Europeans have become enthusiastic pasta eaters. And even the Italians themselves seem to be eating more than ever.

The Japanese are eating more but for different reasons. They have become more open to Western-style food in recent years because they have traveled more widely.

พาสต้าเป็นชื่อภาษาอิตาเลียนสําหรับก๋วยเตี๋ยวที่ทํามาจากแป้ง มะกะโรนีและสปาเกตตีเป็นชนิดที่รู้จักกัน ดีที่สุด แต่มีอีกมากมายหลายชนิดซึ่งมีรูปทรงที่แตกต่างกันออกไปเป็นจํานวนมาก

เป็นไปได้ว่า มาร์โค โปโล นักเดินทางที่มีชื่อเสียงชาวอิตาเลียน อาจจะนําก๋วยเตี๋ยวที่ทําจากแป้งนี้มาจาก ประเทศจีนเมื่อประมาณ 600 ปีมาแล้ว มันประสบความสําเร็จอย่างรวดเร็วในหมู่ชาวอิตาลี และได้กลายเป็นอาหารพิเศษประจําชาติ

พาสต้าของอิตาลีเป็นที่นิยมเสมอมาโดยตลอดในประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส แต่ในช่วง ไม่กี่ปีมานี้ ผู้คนทั่วโลกจํานวนมากชื่นชอบกับการกินพาสต้ากับน้ำซอสปรุงรสและเครื่องปรุงรสที่แตกต่างกันมาก ขึ้น ๆ ทั่วโลก

ชาวญี่ปุ่น รัสเซีย และยุโรปตะวันออก กลายเป็นผู้บริโภคที่ชอบกินพาสต้ามาก และแม้แต่ชาวอิตาลีเองก็ดู เหมือนว่าจะกินพาสต้ามากขึ้นกว่าในอดีต

26 Who first brought noodles from China about 600 years ago?

1) The Japanese

2) Macaroni

3) Marco Polo

4) Magellan

ถาม ใครเป็นคนแรกที่นําก๋วยเตี๋ยวจากประเทศจีนเมื่อประมาณ 600 ปีมาแล้ว

ตอบ 3

1 ชาวญี่ปุ่น 2 มะกะโรนี 3 มาร์โค โปโล 4 แมกเจลแลน

มาจากย่อหน้าที่ 2

27 Italian noodles made from flour are called _____.

1) spaghetti in

2) pizza

3) pancake

4) pasta

ถาม ก๋วยเตี๋ยวแบบอิตาลีที่ทําจากแป้งเรียกว่า _____.

ตอบ 4

1 สปาเกตตี้ 2 พิซซ่า 3 แพนเค้ก 4 พาสต้า

  1. Which statement is not true? .

1) There are very few kinds of Italian pasta.

2) More people around the world enjoy Italian pasta.

3) Italians themselves seem to eat more noodles.

4) Macaroni and spaghetti are the best known kinds of pasta

ถาม ข้อความไหนไม่ถูกต้อง

ตอบ 1

1 มีพาสต้าแบบอิตาลี เพียง 2-3 ชนิดเท่านั้น

2 ผู้คนจํานวนมากขึ้นทั่วโลกชอบทานพาสต้าอิตาลี

3 ชาวอิตาลีเองดูเหมือนชอบทานเส้นก๋วยเตี๋ยวมากขึ้น

4 มะกะโรนีและสปาเกตตี้เป็นพาสต้าชนิดที่รู้จักกันดีที่สุด

จากตัวเลือกว่ามีพาสต้าน้อยชนิดมาก ไม่ถูกต้อง เพราะจากบรรทัดที่ 2 ว่า there are many others in many different shapes. (มีอีกหลายชนิดในรูปทรงที่แตกต่างกัน ไม่ใช่มีแต่สปาเกตตี้และมะกะโรนีเท่านั้น)

29 The definition of “pasta” is ____.

1) many different shapes of noodles

2) famous and popular

3) noodles made from flour

4) national specialty

ถาม คําจํากัดความของ “พาสต้า” คือ ____.

ตอบ 3

1 เส้นก๋วยเตี๋ยวที่มีรูปทรงที่แตกต่างกันหลากหลายออกไป

2 มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยม

3 เส้นก๋วยเตี๋ยวที่ทํามาจากแป้ง

4 อาหารพิเศษประจําชาติ

30 Why are the Japanese eating more pasta?

1) They like it.

2) They have travelled more widely.

3) They become more open to Western-style food.

4) All are correct

ถาม ทําไมชาวญี่ปุ่นจึงกินพาสต้ามากขึ้น

ตอบ 4

1 พวกเขาชอบมัน 2 พวกเขาได้เดินทางกว้างไกลมากขึ้น 3 พวกเขาได้เปิดกว้างกับอาหารรูปแบบตะวันตกมากขึ้น 4 ถูกทุกข้อ

 

Passage 3

After being verbally attacked by a man, the Lord Buddha responded, “son, if someone decline to accept a present, to whom would it belong?” The man answered, “TO him who offered it.”

“And so,” said the Lord Buddha, “I decline to accept your abuse.”

“The world is full of people who establish their worth by degrading others. They have pockets and purses full of put-downs and they hand them out to anyone.

Refuse to accept their insults, even when hurled under the guise of love. ignoring them, you’ll reduce tension, strengthen your relationships and increase your joy.

 

หลังจากมนุษย์ผู้หนึ่งได้โจมตีพระพุทธเจ้า (atacked) ด้วยวาจา (verbaly), พระพุทธเจ้า (the Lord Buddha) ตอบกลับว่า “ลูกข้า, ถ้ามีคนนําของขวัญ (a present) มาให้แต่ปฏิเสธการรับของขวัญนั้น ของขวัญ นั้นจะเป็นของใคร ?” มนุษย์ตอบว่า “ของนั้นย่อมตกเป็นของคนที่นํามาให้”

“เช่นเดียวกัน” พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ฉันก็ปฏิเสธ (decline) ที่จะรับคําสบประมาท (abuse) ของท่าน”

“โลกนี้เต็มไปด้วยคนที่สร้าง (establish) คุณค่าให้ตัวเองโดยการลดคุณค่า (degrade) ของคนอื่น ผู้คน เหล่านี้จะสร้างสมเต็มไปด้วยคําพูดดูถูกดูหมิ่นหรือคําด่า (put – downs) คนอื่น และพวกเขาจะยื่นคําสบ ประมาทให้กับคนอื่น

จงปฏิเสธ (อย่ารับ) คําดูถูกดูหมิ่นหรือคําสบประมาท, แม้แต่พวกที่แอบแฝงเสแสร้งในรูปของความรัก ความปรารถนาดี ด้วยการไม่สนใจ (เฉย) กับคําสบประมาท คุณจะลดความเครียดลงได้, เสริมสร้างมิตรภาพของ ท่านให้แข็งแกร่งขึ้นและเพิ่มความสุขของท่านอีกด้วย

31 According to the passage, the man whom the Lord Buddha spoke to ____.

1 criticized him

2 offered him a present

3 was his disciple

4 asked him for a present

ถาม ตามเนื้อเรื่อง มนุษย์ที่พระพุทธเจ้าพูดถึง ____.

1 วิพากษ์วิจารณ์พระพุทธเจ้า

2 เสนอของขวัญให้พระพุทธเจ้า

3 เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า

4 ขอของขวัญจากพระพุทธเจ้า

ตอบ 1 จากเนื้อเรื่อง มนุษย์ผู้หนึ่งได้กล่าวโจมตี ก็คือวิพากษ์วิจารณ์ (criticize) พระพุทธเจ้า

32 The Lord Buddha responded to the man by ____.

1 silence

2 asking him to stop

3 offering him a present

4 asking him a question

ถาม พระพุทธเจ้าตอบกลับไปยังมนุษย์ด้วยการ _____.

1 นิ่งเงียบ

2 ขอให้เขาหยุดพูด

3 เสนอของขวัญให้มนุษย์คนนั้น

4 ถามคําถาม

ตอบ 4 เมื่อมนุษย์กล่าวโจมตีพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็ยกคําถามถามมนุษย์

33 The word “abuse” (in bold type) can be replaced by ___.

1 verbal attack

2 injury

3 crime

4 feeling

ถาม คําว่า “abuse” ในตัวพิมพ์หนาสามารถแทนด้วยคําว่า ____.

1 การโจมตีด้วยวาจา

2 การบาดเจ็บ

3 อาชญากรรม

4 ความรู้สึก

ตอบ 1 abuse หมายถึง คําค่า คําสบประมาท = verbal attack, insult = คําดูหมิ่น

34 According to the writer, many people establish their worth by ____ others.

1 killing

2 helping

3 degrading

4 fighting

ถาม  ตามความคิดของผู้เขียน ผู้คนจํานวนมากมักจะสร้างคุณค่าให้กับพวกเขาโดย ____ คนอื่น.

1 การฆ่า

2 การช่วยเหลือ

3 การลดระดับ (ดูถูก)

4 ต่อสู้

ตอบ 3 ลอกจากบรรทัดที่ 5 ที่ว่า The world is full of people who establish their worth by degrading others.

35 According to the writer,we can assume that ____.

1 people always degrade others

2 people must defend themselves from abuse

3 even the Lord Buddha had enemies

4 the writer does not believe in the Buddha’s teachings

ถาม ตามความคิดเห็นของผู้เขียน เราสามารถสันนิษฐานว่า ____.

1 ผู้คนมักจะลดระดับ (ดูถูก) คนอื่นเสมอ (ผิดตรง always)

2 ผู้คนต้องปกป้องตัวเอง จากการดูหมิ่น (ผิดต้อง must)

3 แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ยังมีศัตรู

4 ผู้เขียนไม่เชื่อในคําสอนของพระพุทธเจ้า

ตอบ 3 จากเนื้อเรื่อง เราจะได้เห็นว่าแม้แต่พระพุทธเจ้าก็ยังมีคําวิพากษ์วิจารณ์กล่าวโจมตี

36 The writer of this passage advised the reader to ____ verbal attacks.

1 understand

2 ignore

3 use

4 accept

ถาม ผู้เขียนของเรื่องนี้แนะนําให้ผู้อ่าน _____ การกล่าวโจมตีด้วยคําพูด

ตอบ 2

1 เข้าใจ 2 เฉยเมย 3 ใช้ 4 ยอมรับ

เรื่องนี้เราควรจําคําว่า ignore หมายถึง นิ่งเฉย เฉยเมย เมื่อคนอื่นดูถูกหรือว่าเรา

 

Passage 4

Just why you have a particular dream when you do may depend on many things. Your health may affect your dreams. A person who is ill or uncomfortable will have different kinds of dreams than a person who is well and happy.

If a person is hungry or cold, or very tired, his dreams may include this feeling, so that many dreams seem to be made up of disguised feelings. Also, the events of the day before may have a lot to do with what you dream.

Often the persons or situations in a dream are those that you met during the day. Or your emotions may make you have the kind of dream you have. Needing or waiting

something may be expressed in a dream, and being frightened may become part of a dream.

The feelings of happiness or disappointment which come out in dreams were probably in the dreamer before. All the dreams give them an outlet

เหตุผลทําไมคุณจึงมีความฝันบางอย่างเฉพาะขึ้นมาเมื่อคุณฝันอาจจะขึ้นอยู่กับหลาย ๆ สิ่ง สุขภาพของคุณ อาจจะมีผลต่อความฝันของคุณ คนที่ป่วยหรือรู้สึกไม่สบายใจจะมีความฝันที่แตกต่างกันไปมากกว่าคนที่สบายดี และมีความสุข

ถ้าบุคคลนั้นรู้สึกหิวหรือรู้สึกหนาว, หรือรู้สึกเหนื่อยมาก, ความฝันของเขาอาจจะรวมถึงความรู้สึกนี้ ดังนั้น ความฝันจํานวนมากดูเหมือนจะประกอบไปด้วยความรู้สึกที่น่าขยะแขยงต่าง ๆ เช่นกัน เหตุการณ์ต่าง ๆ ของวัน

ก่อน ๆ อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณฝันด้วย บ่อยครั้งผู้คนหรือสถานการณ์ที่อยู่ในความฝันคือสิ่งที่คุณได้พบในระหว่างวัน หรืออารมณ์ของคุณอาจจะทําให้คุณมีความฝันแบบนั้น ความต้องการหรือการรอคอยอาจจะถูกแสดงออกในความฝันและรู้สึกตื่นตกใจอาจจะกลายมาเป็นส่วนของความฝัน

ความรู้สึกมีความสุขหรือความผิดหวังที่ปรากฏออกมาในความฝันก็อาจจะเป็นความรู้สึกที่มีอยู่ในผู้ฝัน ก่อนหน้านี้ ความฝันทั้งหมดจะทําให้ความรู้สึก (them =feelings) ผ่อนคลายทางอารมณ์

37 Why you have a particular dream depends on your ____.

1 health

2 feelings

3 events of the day

4 all of the above

ถาม เหตุผลว่าทําไมคุณมีความฝันเฉพาะอย่างขึ้นอยู่กับ ____ ของคุณ

1 สุขภาพ 2 ความรู้สึก 3 เหตุการณ์ของวัน 4 ถูกทุกข้อ

ตอบ 4 ถูกทุกข้อ มาจากย่อหน้าที่ 1

38 Which of the following is not considered a feeling?

1 Being hungry

2 Being tired

3 Situations

4 Emotions

ถาม ข้อไหนต่อไปนี้ไม่ถูกคิดว่าเป็นความรู้สึก

1 การรู้สึกหิว 2 การรู้สึกเหน็ดเหนื่อย 3 สถานการณ์ต่าง ๆ 4 อารมณ์

ตอบ 3 สถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ใช่เป็นความรู้สึก

39 The word “those” (line 7) refers to ____.

1 hungry and coldness

2 the persons or situations

3 needing or wanting

4 feeling cold or tired

ถาม คําว่า “เหล่านั้น” (บรรทัดที่ 7) อ้างอิงถึง ____.

ตอบ 2 “those” อ้างอิงถึง คํานามพหูพจน์ที่อยู่ข้างหน้าคือ the persons or siutations

40 What you need or want ____ in a dream.

1 may be expressed

2 can come true

3 is only a feeling

4 may disappear

ถาม สิ่งที่คุณปรารถนาหรือต้องการ ____ ในความฝันได้

1 อาจจะแสดงออกมา

2 สามารถเป็นจริง

3 เป็นเพียงความรู้สึกเท่านั้น

4 อาจจะหายไป

ตอบ 4 จากย่อหน้าที่ 3

41 Which statement is not true?

1 Feelings of happiness or disappointment can come out in dreams.

2 The dreamer felt haoppy or disappointed before he dreamed.

3 All the dreams give the feelings an outlet.

4 Only the feeling of fright may become part of a dream.

ถาม ข้อความไหนที่ไม่ถูกต้อง

1 ความรู้สึกเป็นสุขหรือความผิดหวังสามารถปรากฏอยู่ในความฝันได้

2 ผู้ฝันรู้สึกเป็นสุขหรือผิดหวังมาก่อนที่เขาจะฝัน

3 ความฝันทั้งหมดทําให้ความรู้สึกต่าง ๆ ได้ระบายออกมา (ถูกต้องจากบรรทัดสุดท้าย)

4 ความรู้สึกตกใจเท่านั้นอาจจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของความฝัน

ตอบ 4 ที่ไม่ถูกต้องคือตัวเลือกที่ 4 เพราะใช้คําว่า only ว่ามีแต่ความรู้สึกตกใจเท่านั้นอย่างเดีไม่ได้

 

Passage 5

Although we do not know the exact origins of the earliest Olympic games, we know that the ancient Greeks had a festival in which athletes competed in sport. This celebration was held regularly every four years and was open to all men and boys who spoke Greek as their native language. These ancient games were simpler than our modern ones. For the month before the festival, the athletes attended a formal course of exercise at the gymnasium in the city of Olympia. Then the competition itself consisted of a single footrace. Later festivals included such sports as jumping, wrestling, discus throwing, and horse racing.

ถ้าแม้ว่าเราจะไม่รู้ต้นกําเนิดที่แน่นอนของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในสมัยแรกเริ่ม แต่เรารู้ว่าชาวกรีกโบราณนั้นมีงานเฉลิมฉลอง ซึ่งในงานเฉลิมฉลองนี้จะมีนักกีฬามาแข่งขันกีฬากัน เทศกาลงานเฉลิมฉลองนี้ (celebration) ถูกจัดขึ้นเป็นประจําทุก 4 ปี และจะเปิดกว้างให้เข้าชมสําหรับผู้ชายและเด็กผู้ชายทุกคนที่พูดภาษากรีกเป็นภาษาพื้นเมือง การแข่งขันกีฬาในสมัยก่อนนี้เป็นไปแบบเรียบง่ายกว่าการแข่งขันกีฬาในปัจจุบัน เป็นเวลา หนึ่งเดือนก่อนถึงฤดูการแข่งขันจะเริ่มขึ้น นักกีฬาจะต้องเข้าร่วมหลักสูตรการออกกําลังกายที่เป็นทางการใน โรงยิมของเมืองโอลิมเปีย การแข่งขันในขณะนั้นประกอบไปด้วยการแข่งขันวิ่งแข่งเพียงอย่างเดียว ในเวลาต่อมา งานแข่งขันนี้ก็ได้รวมถึงกีฬาประเภทต่าง ๆ เช่น การกระโดดไกล, มวยปล้ำ, การขว้างจักร, และแข่งม้า

42 The ancient Greeks’ festival in which athletes competes in sports may be assumed to be the origin of ____.

1) the Asian Games

2) the Paralympic Games

3) the Seap Games

4) the earliest Olympic Games

ถาม การเฉลิมฉลองของชาวกรีกโบราณที่ให้นักกีฬาแข่งขันกีฬาต่าง ๆ อาจจะสันนิษฐานได้ว่าเป็น

ต้นกําเนิดของ _____.

ตอบ 4

1 กีฬาเอเชียนเกมส์

2 กีฬาพาราลิมปิกเกมส์

3 กีฬาเชียบเกมส์

4 กีฬาโอลิมปิกในยุคแรกเริ่ม

43 It can be inferred from the passage that athletes who joined the ancient Greek games must be _____.

1) non-native

2) anybody

3) only athletes

4) Greek natives

ถาม สามารถสรุปได้จากเนื้อเรื่องว่านักกีฬาที่เข้าร่วมกีฬากรีกโบราณจะต้องเป็น ____.

ตอบ 4

1 ไม่ใช่ชนพื้นเมือง 2 ใครก็ได้ 3 นักกีฬาเท่านั้น 4 ชนพื้นเมืองกรีก

44 The only event in the early festivals was _____.

1) exercising

2) running

3) horse racing

4) dancing

ถาม การแข่งขันกีฬาประเภทเดียวในยุคเริ่มแรกคือ ____.

ตอบ 2

1 การออกกําลังกาย 2 การวิ่งแข่ง 3 การแข่งม้า 4 การเต้นรํา

45 The later festivals included these events except ____.

1) wresting

2) horse racing

3) jumping ถาม

4) boxing

การแข่งขันกีฬาต่อมาได้รวมถึงการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ ยกเว้น

ตอบ 4

1 มวยปล้ำ 2 การแข่งม้า 3 การกระโดด 4 การชกมวย (ไม่มี)

46 The athlete is someone who is good at (the) ____.

1) competition

2) gambling

3) sports

4) contest

ถาม นักกีฬาคือคนที่เก่งในด้าน ____.

ตอบ 3

1 การแข่งขัน 2 การพนัน 3 กีฬา 4 การประกวด

 

Passage 6

It has been said that for young children, television is an early window onto the world through which they will learn and understand more about life. That is an optimistic supposition. Looking through the other end of the picture tube, a number of repercussions are to be found.

As modern day parents find themselves more and more caught up in a hectic

nd outside activities, children tend to seek comfort in watching television to the extent that it becomes a routine.

Up to the age of 18, children spend more hours in ront of a TV set than engaged in any other single activity except sleeping.

One question frequently asked is whether television is detrimental to children’s eyesight. Professor Payom Ingkatanuwat, a former head of the Child Psychiatry section at Chulalongkorn Hospital, is of the view that it has the potential to be so, saying: children’s

eyesight. Professor Payom Ingkatanuwat, a former head of the Child Psychiatry section at chulalongkorn Hospital, is of the view that it has the potential to be so, saying.

“Companies that produce TV sets confirm that radioactivity released from a TV is not up to a level that would harm viewer including children. But I fear for the accumulating effects. I think the common problem of nearsightedness among children has something to do with television.”

An optician, however, said that any sustained and concentrated use of the eyes on small figures or small movements could cause eyestrain: “Television may impair children’s eyesight where conditions for viewing are not good. Too much or too little light, too much or too little distance are factors involved.”

Eye specialists say that children who look up at the tube and view it in a dark room, maximizes the glare and therefore risk eyestrain.

The physical effects are easily defined and prevented. Harder are the emotional ones. We have to accept that childhood is a period of learning, absorbing and changing At this stage a child learns and changes more than he will do in other phases of life. What

children see from TV will be recorded in their memory and will contribute in the formation of habits, values and attitudes which will stay with them for the rest of their life. Research conducted by Dr. Seri Wongmontha pointed out that the favourite children’s programmed is the soap opera, after new time.

การเกิดขึ้นมาของโทรทัศน์นี้ก่อให้เกิดข้อดีมากมาย และข้อเสียก็มากมายเช่นกัน อติยา อาชากุลวิสุทธิ์ ค้นคว้าถึงผลกระทบของโทรทัศน์ที่มีต่อความคิดและจิตใจของเยาวชน

เป็นที่กล่าวกันว่า สําหรับเด็กวัยรุ่นแล้ว โทรทัศน์เป็นหน้าต่างที่เปิดออกไปสู่โลกในยามเช้า โดยผ่านสิ่งซึ่ง พวกเขาจะเรียนรู้และจะเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับชีวิต นั่นคือสมมติฐานที่เป็นการมองโลกในแง่ดี การพิจารณาถึงอีก ด้านหนึ่งของจอภาพ เราจะพบสิ่งสะท้อนกลับที่มีลักษณะตรงกันข้ามมากมาย

ขณะที่พ่อแม่สมัยใหม่พบว่าตัวเองต้องรีบเร่งให้ทันเวลามากขึ้นเรื่อย ๆ ตามตารางการทํางานและกิจกรรม ภายนอกที่สับสนวุ่นวาย เด็ก ๆ จึงมีแนวโน้มที่จะไปแสวงหาความสบายใจจากการดูโทรทัศน์ มากจนถึงขนาดที่ว่า กลายเป็นกิจวัตรประจําวัน

เด็ก ๆ จะใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่หน้าจอโทรทัศน์มากกว่าที่จะไปเข้าร่วมกิจกรรมอื่น ๆ ยกเว้น การนอน ไปจนกระทั่งถึงอายุ 18 ปี

คําถามข้อหนึ่งที่มักจะถูกถามบ่อย ๆ ก็คือว่า โทรทัศน์จะทําให้สายตาของเด็ก ๆ เสียหรือไม่ ศาสตราจารย์พะยอม อิงคะตานุวัตร อดีตหัวหน้าแผนกจิตเวชเด็ก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ให้ความคิดเห็นว่า มันมี ความเป็นไปได้สูงมาก โดยกล่าวว่า

“บริษัทหลายแห่งที่ผลิตเครื่องรับโทรทัศน์ยืนยันว่า กัมมันตภาพรังสีที่ถูกปล่อยออกมาจากโทรทัศน์ไม่ได้ สูงถึงระดับที่จะทําอันตรายผู้ชมซึ่งรวมถึงเด็ก ๆ ด้วย แต่ผมกลัว สําหรับผลกระทบที่สะสมของมัน ผมคิดว่าปัญหา สายตาสั้นที่พบได้ทั่วๆ ไปในหมู่เด็ก ๆ มีบางสิ่งบางอย่างที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับโทรทัศน์

แต่อย่างไรก็ตาม นักจักษุแพทย์กล่าวว่า การใช้สายตาเป็นเวลานานและเพ่งไปบนภาพเล็ก ๆ หรือการ เคลื่อนไหวเล็กน้อย สามารถเป็นสาเหตุปวดตาได้ “โทรทัศน์อาจจะทําให้สายของเด็ก ๆ เสีย ในสภาวะที่การ มองเห็นไม่ดี เช่น แสงมากหรือน้อยเกินไป ระยะใกล้หรือไกลเกินไป ก็เป็นปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง”

ผู้เชี่ยวชาญด้านสายตากล่าวว่า เด็ก ๆ ที่ดูโทรทัศน์ในห้องที่มืดจะทําให้เกิดแสงจ้ามากเกินไป และดังนั้น ย่อมเสี่ยงทําให้เกิดการปวดตา

ผลกระทบในทางกายภาพสามารถอธิบายและป้องกันได้อย่างง่ายดาย แต่ผลกระทบด้านอารมณ์จะป้องกัน ได้ยากกว่า เราต้องยอมรับว่าวัยเด็กเป็นช่วงเวลาของการเรียนรู้ การซึมซับและการเปลี่ยนแปลงในช่วงระยะนี้เด็กๆ จะเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงมากกว่าในระยะอื่นของชีวิต สิ่งที่เด็ก ๆ เห็นจากโทรทัศน์จะถูกบันทึกไว้ในความทรงจํา ของพวกเขา และจะส่งเสริมทําให้เกิดการสร้างเป็นนิสัย ค่านิยมและทัศนคติ ซึ่งจะติดตัวของพวกเขาไปตลอดชีวิต งานวิจัยที่ทําโดย ดร.เสรี วงศ์มณฑา ชี้ให้เห็นว่า รายการโทรทัศน์ที่แสนจะโปรดปรานของเด็กๆ คือ ละครที่เล่น เป็นตอน ๆ ในช่วงหลังข่าว

47 Parents nowadays court on television as ____.

1) a baby sister

2) something to occupy their children’s time

3) an entertaining accessory at home

4) All are correct

ถาม พ่อแม่ทุกวันนี้อาศัยโทรทัศน์เป็น _____.

ตอบ 4 ถูกทุกข้อ 1 พี่เลี้ยงเด็ก 2 บางสิ่งบางอย่างที่ครอบงําเวลาของลูก ๆ ของพวก

เขา 3 อุปกรณ์เพื่อความบันเทิงที่บ้าน

48 “The picture tube” (line 3-4) refers to ____.

1) the world

2) the broadcast

3) television

4) work

ตอบ 3 “จอภาพ” ในที่นี้อ้างอิงถึง โทรทัศน์

49 Television effects children _____.

1) days and nights

2) slightly on weekends

3) especially

4) physically and emotionally

ถาม โทรทัศน์มีผลกระทบต่อเด็ก ๆ _____.

ตอบ 4 1 ทั้งวันทั้งคืน 2 เล็กน้อยในวันสุดสัปดาห์ 3 เป็นพิเศษ 4 ทางด้านร่างกายและทางด้านอารมณ์

50 Which of the following is a physical effect from television?

1) Children identify themselves with the televised characteristics

2) Television may impair children’s eyesight

3) Children form habit and values from what they see from TV

4) The violence shown in cartoons is dangerous for the development of a child’s

attitude

ถาม ข้อใดต่อไปนี้เป็นผลกระทบทางด้านร่างกายจากโทรทัศน์?

ตอบ 2  1 เด็ก ๆ จะแสดงตัวเขาเองออกมาด้วยลักษณะเฉพาะที่ถูกแพร่ภาพทางโทรทัศน์

2 โทรทัศน์อาจจะทําให้สายของเด็ก ๆ เสีย

3 เด็ก ๆ จะสร้างนิสัยและค่านิยมของตัวเองจากสิ่งที่พวกเขาได้เห็นจากโทรทัศน์

4 ความรุนแรงที่แสดงอยู่ในการ์ตูนเป็นอันตรายสําหรับพัฒนาการทางด้านทัศนคติของเด็ก

Part 3 : Unseen Passages (เนื้อหานอกตํารา)

Passage 1

My four-year-old son Jamal spotted a cheap water pistol at the supermarket and pleaded with me to buy it. I pointed out that the gun was so flimsy it was sure to break easily, finishing up my argument by suggesting that we could find a much better one elsewhere.

Unconvinced, Jamal continued to beg and wheedle, so I took the easily way out and bought the toy for him. We were just getting out of the car at home when the plastic gun fell to the pavement and shattered. “See, what did I tell you?” I said, annoyed.

He looked up at me and said, “You shouldn’t listen to me. I’m just a kid.”

จามัล เด็กอายุ 4 ขวบของฉันมองเห็นปืนฉีดน้ำราคาถูกกระบอกหนึ่งในซูเปอร์มาเก็ตและอ้อนวอนให้ฉัน ซื้อ ฉันชี้แจงว่าปืนกระบอกนั้นบอบบางมากเสียจนฉันแน่ใจได้เลยว่ามันจะแตกหักอย่างง่ายดาย ฉันจึงจบการ โต้แย้งด้วยการแนะนําว่าเราควรหาที่อื่นที่ดีกว่านี้

แต่จามัล ไม่เชื่อ ยังคงร้องขอและคะยั้นคะยอต่อไป ดังนั้นฉันจึงตัดความรําคาญโดยซื้อของเล่นชิ้นนั้น ให้กับแก เมื่อพวกเรามาถึงบ้านเพียงแค่เรากําลังจะก้าวลงจากรถยนต์ ปืนพลาสติกกระบอกนั้นหล่นลงบนทางเท้า ละแตกเป็นเสี่ยง ๆ “เห็นไหม แม่เคยบอกเธอว่ายังไง” ฉันพูดด้วยความหงุดหงิด

แกเงยหน้าขึ้นมองฉันและพูดว่า “แม่ไม่ควรฟังผม ผมเป็นแค่เด็กเล็ก ๆ คนหนึ่ง”

51 Jamal ____ a low-price water pistol at the supermarket.

1 loved

2 saw

3 mentioned

4 knew

ถาม จามัลปืนฉีดน้ำราคาถูกกระบอกหนึ่งในซูเปอร์มาเก็ต

ตอบ 2 1 รัก 2 เห็น 3 กล่าวถึง 4 รู้

52 He told his mother that ____.

1 he wanted

2 it was rather cheap

3 it was a good gun

4 he had never seen it before

ถาม เขาบอกแม่ของเขาว่า ____.

ตอบ 1

1 เขาต้องการมัน

2 มันค่อนข้างราคาถูก

3 มันเป็นปืนที่ดี

4 เขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน

53 His mother tried to explain to her son that ____.

1 she would get it for him

2 it was dangerous for him

3 it was not a good gun

4 it was not good for children

ถาม แม่ของเขาพยายามที่จะอธิบายให้ลูกชายฟังว่า ____.

ตอบ 3

1 เธอจะเอามันมาให้เขา 2 มันอันตรายสําหรับเขา 3 มันเป็นปืนที่ไม่ดี 4 มันไม่ดีสําหรับเด็ก

54 The boy wanted the pistol very much, so he ____.

1 talked very rudely to his mother

2 cried very loudly

3 jumped up and down

4 talked to his mother very nicely

ถาม เด็กชายต้องการปืนฉีดน้ํามา ดังนั้นเขา _____.

ตอบ 4

1 พูดกับแม่ของเขาอย่างหยาบคาย 2 ร้องไหเสียงดัง 3 กระโดดขึ้นลง 4 พูดกับแม่ของเขาอย่างดี

55 His mother decided to buy him the gun because ____.

1 she wanted her son to win the case

2 she wanted to solve the problem

3 her son didn’t let go

4 the sales clerk persuaded her

ถาม แม่ของเขาตัดสินใจซื้อปืนให้เขาเพราะ ____.

ตอบ 2

1 เธอต้องการให้ลูกชายชนะในเรื่องนี้ 2 เธอต้องการแก้ปัญหา 3 ลูกชายของเธอไม่ยอมปล่อย 4 พนักงานขายโน้มน้าวเธอ

56 The gun was broken ____.

1 as soon as they got out of the supermarket

2 while they were on the way home

3 as soon as they reached home

4 while they were walking to their car

ถาม ปืนกระบอกนั้นแตก _____.

ตอบ 3

1 ทันทีที่พวกเขาออกจากซูเปอร์มาเก็ต 2 ในขณะที่พวกเขาอยู่ระหว่างทางกลับบ้าน 3 ทันทีที่พวกเขามาถึงบ้าน 4 ในขณะที่พวกเขากําลังเดินไปที่รถ

57 The gun was broken because _____.

1 it was dropped on the ground

2 the boy was trying to play with it

3 the plastic gun was very thin

4 the boy threw it away

ถาม ปืนกระบอกนั้นแตกเพราะ _____.

ตอบ 1 1 มันตกลงบนพื้น 2 เด็กชายกําลังพยายามที่จะเล่นมัน 3 ปืนพลาสติกบอบบางมาก 4 เด็กชายขว้างมันทิ้ง

58 His mother _____ when she saw the incident.

1 punished him

2 didn’t say anything

3 got out of the car

4 was rather angry

ถาม แม่ของเขา _____ เมื่อเธอเห็นเหตุการณ์

ตอบ 4

1 ทําโทษเขา 2 ไม่พูดอะไร 3 ลงจากรถ 4 ค่อนข้างโกรธ

59 The mother ____ what she had told her son in the store.

1 convinced

2 confirmed

3 confined

4 considered

ถาม แม่ ____ สิ่งที่เธอได้พูดกับลูกชายของเธอในร้าน

ตอบ 2

1 ทําให้เชื่อ 2 ยืนยัน 3 จํากัด 4 พิจารณา

60 The boy ____ his mother for listening to him.

1 frightened

2 adored

3 gaped at

4 blamed

ถาม เด็กชาย ____ แม่ของเขาที่ฟังเขาพูด

ตอบ 4

1 ทําให้ตกใจกลัว 2 บูชา 3 จ้องมอง 4 ตําหนิ ว่า

Passage 2

Bob went over to his friend Joe’s house and was amazed at how Joe treated his wife. He often told her how attractive she was, complimented her on her cooking and showed her with hugs and kisses.

“Wow.” Bob remarked later, “you really make a big fuss over your wife.”

“I started to appreciate her more about six months ago,” Joe said. “It has revived our marriage, and we couldn’t be happier.”

Inspired, Bob hurried home, hugged his wife and told her how much he loved her, and said he wanted to hear all about her day. But she burst into tears.

“Honey,” Bob said, “what’s the matter?”

“This has been the worst day,” she replied, “This morning Billy fell off his bike and hurt his ankle, then the washing machine broke. Now, to top it off you come home drunk!”

บ๊อบแวะไปที่บ้านเพื่อนของเขาที่ชื่อ โจ และรู้สึกประหลาดใจว่าโจช่างปฏิบัติต่อภรรยาของเขาอย่างดี เขา มักจะบอกกับเธอเสมอ ๆ ว่า เธอช่างสวยเหลือเกิน ยกยอการทําอาหารของเธอ และมักโอบกอดและจูบเธอเสมอ

“โอ้โฮ” ป้อบกล่าวในเวลาต่อมา “คุณช่างเอาใจภรรยาของคุณ จริง ๆ เลย”

“ผมเริ่มชื่นชมเธอมากขึ้นเมื่อประมาณ 6 เดือนที่ผ่านมานี้เอง” โจพูด “มันทําให้การแต่งงานของเรามี ชีวิตชีวาขึ้น และเราก็มีความสุขที่สุดเลย”

“บ๊อบได้แรงบันดาลใจ เขารีบกลับบ้าน กอดภรรยาของเขา และบอกเธอว่าเขารักเธอมากเพียงใด และพูดว่า เขาต้องการที่จะได้ยินเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเธอตลอดทั้งวัน แต่แล้วเธอกลับร้องไห้โฮออกมา

“ที่รัก” บ๊อบพูด “เกิดอะไรขึ้นเหรอ”

“วันนี้เป็นวันที่แย่ที่สุดเลย” เธอตอบ “เมื่อเช้านี้บิลลี่ขี่รถจักรยานล้มและเจ็บข้อเท้า เครื่องซักผ้าก็เสีย แล้วตอนนี้ที่แย่ที่สุดคือ คุณยังเมากลับมาบ้านอีก!”

61 Bob was ____ when he saw that Joe ____.

1 surprised; behaved nicely to his wife

2 shocked; treated his wife rudely

3 amazed; called his wife good girl

4 happy; took his wife to dine out

ถาม  บ๊อบรู้สึก ____ เมื่อเขาเห็นว่าโจ ____.

1 ประหลาดใจ; ปฏิบัติต่อภรรยาของเขาอย่างดี

2 ตกใจ ; ปฏิบัติต่อภรรยาของเขาอย่างหยาบคาย

3 แปลกใจ ; เรียกภรรยาของเขาว่าเด็กดี

4 เป็นสุข ; พาภรรยาของเขาไปทานอาหารค่ำนอกบ้าน

62 Joe always _____.

1 complained about his wife

2 disliked his wife’s behavior

3 admired his wife for what she had done

4 grumbled at his wife’s good deeds

ถาม โจมักจะ ____.

ตอบ 3

1 บ่นเกี่ยวกับภรรยาของเขา 2 ไม่ชอบพฤติกรรมของภรรยาของเขา

3 ชื่นชมภรรยาของเขาในสิ่งที่เธอได้ทํา

4 บ่นเกี่ยวกับการกระทําที่ดี ๆ ของภรรยาของเขา

63 Bob ____ Joe for being a good husband.

1 complimented

2 appreciated

3 approved of ถาม

4 All are correct

ถาม บ๊อบ ____ โจสําหรับการเป็นสามีที่ดี

ตอบ 4 ถูกหมด

1 ชมเชย 2 ชื่นชม 3 เห็นด้วย

64 We can infer from the reading passage that _____.

1 Joe’s wife was not really a good wife.

2 Bob had never complimented his wife before

3 Bob’s wife was also a good wife

4 Bob always admired his wife

ถาม เราสามารถสรุปจากเนื้อเรื่องที่อ่านว่า ____.

ตอบ 2

1 จริง ๆ แล้วภรรยาของโจไม่ใช่ภรรยาที่ดี

2 บ๊อบไม่เคยชมเชยภรรยาของเขามาก่อน

3 ภรรยาของบ็อบเป็นภรรยาที่ดีเช่นกัน

4 บ๊อบมักจะชื่นชมภรรยาของเขา

65 Joe’s sweet words and tenderness _____.

1 made his wife fussy

2 made his married life better

3 influenced his wife very much

4 satisfied only his wife but not himself

ถาม คําพูดหวาน ๆ และอ่อนโยนของโจ ____.

ตอบ 2

1 ทําให้ภรรยาของเขาเป็นคนรู้จี้ขี้บ่น

2 ทําให้ชีวิตการแต่งงานของเขาดีขึ้น

3 มีอิทธิพลต่อภรรยาของเขาอย่างมาก

4 ทําให้ภรรยาของเขาพึงพอใจเคนแต่ไม่ใช่เขา

66 Bob _____, returned home enthusiastically.

1 had nothing to do with Joe

2 wanted to surprise his wife

3 did not believe what Joe told him

4 got a good idea from Joe

ถาม บ็อบ ____ กลับบ้านอย่างกระตือรือล้น

ตอบ 4

1 ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับโจ 2 ต้องการที่จะทําให้ภรรยาของเขาประหลาดใจ 3 ไม่เชื่อสิ่งที่โจบอกเขา 4 ได้ความคิดที่ดีจากโจ

67 When Bob’s wife heard sweet words from him she ____.

1 was happy to hear that :

2 was surprised to hear that

3 did not get the compliments

4 did not notice her husband

ถาม เมื่อภรรยาของบ็อบได้ยินคําพูดหวาน ๆ จากเขา เธอ ____.

ตอบ 2

1 มีความสุขที่ได้ยินอย่างนั้น 2 รู้สึกแปลกใจที่ได้ยินอย่างนั้น 3 ไม่ได้รับคําชมเชย 4 ไม่ได้สังเกตสามีของเธอ

68 We know from the passage that Bob’s wife ____.

1 was upset with her day

2 had a good day today

3 was a good wife for him

4 was happy to hear what he said

ถาม เรารู้จากเนื้อเรื่องว่าภรรยาของบ๊อบ ____.

ตอบ 1

1 รู้สึกอารมณ์เสียกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอตลอดวัน 2 มีวันที่สนุกสนานวันนี้ 3 เป็นภรรยาที่ดีสําหรับเขา 4 มีความสุขที่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด ”

69 Which of following is not correct according to the passage?

1 Bob and Joe are friends.

2 Joe had just started to compliment his wife a few weeks ago.

3 Joe’s wife as satisfied with him

4 Bob’s wife cried loudly when Bob said sweet words to her.

ถาม ข้อไหนต่อไปนี้ไม่ถูกต้องตามเนื้อเรื่อง

ตอบ 2

1 บ๊อบและโจเป็นเพื่อนกัน

2 โจเพิ่งจะเริ่มชมเชยภรรยาของเขาเมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

3 ภรรยาของโจรู้สึกพอใจกับเขา

4 ภรรยาของบ๊อบร้องไห้เสียงดังเมื่อป๊อบพูดหวาน ๆ กับเธอ

70 Bob’s wife misunderstood that he ____.

1 was in good mood

2 made fun of her

3 was in his cups

4 broke the washing machine

ถาม ภรรยาของบ็อบเข้าใจผิดว่าเขา ____.

ตอบ 3

1 อยู่ในอารมณ์ดี 2 เล่นตลกกับเธอ 3 เมา 4 ทําเครื่องซักผ้าเสีย

 

Passage 3

Nine-year-old Tan Chee Keong of Ipoh, Malaysia, was waiting for his mother to pick him up at school on afternoon last year, when a man and woman approached him. “Your parents are busy and they asked us to fetch you,” the man said. Chee Keong knew he shouldn’t go with the strangers, so he ran toward the school’s gymnasium, where he knew other students were gathered. The couple followed the boy, but fled before he reached the gym. Chee Keong was lucky—he sensed the danger before it was too late and knew what to do.

Kidnapping by a stranger is a relatively rare crime, but it does happen. For example, the Royal Malaysia Police says 2189 children were reported missing in Malaysia in 1996, the most recent statistic available, and experts agree that some of these children. were abducted. “It is naïve to think that children are always safe,” says Sharene Wan, director of Safe-T-Child, a private organization in Malaysia that teaches children how to avoid becoming crime victims.

Emy Liwag, a development psychologists at the Wellness Center, a psychology clinic at the Atento de University in Manila, points out that children are vulnerable anywhere. “Recent rape-murder cases of children in rural areas here in the Philippines highlight that crime is not limited o the city.” More frequent crimes against children include theft and robbery. She says that more and more child crime victims are coming to the clinic for counseling.

Even in low-crime Singapore, authorities are taking the matter seriously. “Children need to be reminded constantly what to do to prevent crime and protect themselves,” says Veronica Chan, head of crime prevention for the Singapore Police Force.

Tan Chee Keong อายุ 9 ขวบ อาศัยอยู่ในเมือง Ipoh ประเทศมาเลเซีย กําลังคอยแม่ของเขามารับที่ โรงเรียนในบ่ายวันหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว มีชายหญิงคู่หน้าเข้ามาหาเขา “พ่อแม่ของหนูมีงานยุ่งมาก พวกเขาขอให้เรามารับหนู” ผู้ชายเป็นคนพูด Chee Keong รู้ว่าเขาไม่ควรไปกับคนแปลกหน้าคู่นี้ ดังนั้นเขาจึงวิ่งตรงไปยังโรงยิม ของโรงเรียน ที่ซึ่งเขารู้เด็กนักเรียนคนอื่น ๆ รวมตัวกันอยู่ที่นั่น ชายหญิงคู่นั้นเดินตามเด็กชายไป แต่ได้หนีไป ก่อนที่เขาจะไปถึงโรงยิม Chee Keong โชคดี เขารับรู้ถึงอันตรายก่อนที่มันจะสายเกินไปและรู้ว่าต้องทําอะไร

การลักพาตัวโดยคนแปลกหน้าเป็นอาชญากรรมที่ค่อนข้างจะพบได้ยาก แต่มันก็เกิด ยกตัวอย่างเช่น ตํารวจ มาเลเซียกล่าวว่ามีการรายงานว่าเด็ก 2,189 คน หายตัวไปในประเทศมาเลเซียในปี ค.ศ. 1996 ซึ่งนับว่าเป็นสถิติที่มากที่สุดเมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ได้บันทึกไว้ และผู้เชี่ยวชาญต่างก็เห็นด้วยว่าเด็กเหล่านี้บางคนถูกลักพาตัว “เป็นความไร้ เดียงสาที่จะคิดว่าเด็ก ๆ จะปลอดภัยเสมอไป” Sharene Wan ผู้อํานวยการองค์กรเอกชนที่ชื่อ Safe-T-Child ในประเทศมาเลเซียกล่าว องค์กรนี้สอนเด็ก ๆ ถึงวิธีที่จะหลีกเลี่ยงการกตเป็นเหยื่อของอาชญากรรม

Emy Liwang นักจิตวิทยาพัฒนาการแห่ง Wellness Center ซึ่งเป็นคลินิกจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัย Atento de University ในกรุงมะนิลา ชี้ให้เห็นว่าเด็ก ๆ นั้นมีความเสี่ยงไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม “คดีฆ่าข่มขืนเด็ก ทุกวันนี้ในพื้นที่ชนบทที่นี่ในประเทศฟิลิปปินส์ ทําให้เห็นว่าอาชญากรรมไม่ได้ถูกจํากัดอยู่แค่ในเมืองใหญ่” อาชญากรรมที่เกิดขึ้นกับเด็กบ่อยครั้งมากขึ้น ส่วนหนึ่งก็คือการลักขโมยและการปล้น เธอกล่าวว่ามีเหยื่อ อาชญากรรมเด็กเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ มาที่คลินิกเพื่อต้องการคําปรึกษา

แม้แต่ในประเทศสิงคโปร์ที่มีอาชญากรรมน้อย เจ้าหน้าที่กําลังให้ความสนใจอย่างเอาจริงเอาจัง “เด็ก ๆ จําเป็นต้องได้รับคําเตือนอย่างสม่ําเสมอตลอดเวลาว่าต้องทําตัวอย่างไรเพื่อป้องกันอาชญากรรมและปกป้องตนเอง” Veronica Chan หัวหน้างานป้องกันอาชญากรรมแห่งกองกําลังตํารวจสิงคโปร์กล่าว

71 Which of the following is not correct according to the passage?

1 Tan Chee Keong was nine years old.

2 His mother didn’t come to pick him up.

3 The incident took place in the afternoon.

4 A man and a woman came to pick him up.

ถาม ข้อไหนต่อไปนี้ไม่ถูกต้องตามเนื้อเรื่อง

ตอบ 2

1 Tan Chee Keong อายุ 9 ขวบ 2 แม่ของเขาไม่ได้มารับเขา

3 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในตอนบ่าย 4 ชายหญิงคู่หนึ่งมารับเขา

72 The man and the woman ____.

1 were the boy’s cousins

2 were husband and wife

3 told the boy a lie

4 knew the boy’s parents

ถาม ชายหญิงคู่นั้น ____.

ตอบ 3

1 เป็นญาติของเด็กชายคนนั้น

2 เป็นสามีภรรยากัน

3 พูดโกหกกับเด็กผู้ชายคนนั้น

4 รู้จักพ่อแม่ของเด็กชายคนนั้น

73 We can infer from the passage that Chee Keong was ____.

1 a clever boy

2 very talkative

3 easily cheated

4 rather stupid

ถาม เราสามารถสรุปจากเนื้อเรื่องว่า Chee Keong เป็น _____.

ตอบ 1

1 เด็กชายที่ฉลาด 2 พูดมาก 3 ถูกหลอกง่าย 4 ค่อนข้างโง่

74 Chee Keong ____.

1 knew the couple very well

2 didn’t know what to do

3 was ready to go with them

4 knew well what to do

ถาม Chee Keong _____.

ตอบ 4

1 รู้จักคู่สามีภรรยานั้นอย่างดี

2 ไม่รู้ว่าจะทําอย่างไร

3 เตรียมพร้อมที่จะไปกับพวกเขา

4 รู้ดีว่าจะต้องทําอะไร

75 He ran to the school’s gymnasium because he knew that ____.

1 he could hide himself safely

2 there were many students there

3 many students could protect him

4 gymnasium was the best place for him

ถาม เขาวิ่งไปที่โรงยิมของโรงเรียนเพราะเขารู้ว่า _____.

ตอบ 2

1 เขาสามารถซ่อนตัวเขาได้อย่างปลอดภัย

2 มีนักเรียนมากมายที่นั่น

3 นักเรียนมากมายสามารถปกป้องเขาได้

4 โรงยิมเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสําหรับเขา

76 The author of this passage was trying to tell us about kidnapping by ____.

1 comparing the story

2 summarizing the story

3 showing us an example

4 advertising in the newspaper

ถาม ผู้เขียนในเรื่องนี้กําลังพยายามที่บอกเราเกี่ยวกับการลักพาตัวโดย _____.

ตอบ 3

1 เปรียบเทียบเรื่องราว

2 สรุปเรื่องราว

3 แสดงตัวอย่างให้เราเห็น

4 โฆษณาในหนังสือพิมพ์

77 The number of children missing in Malaysia in 1996 was ____.

1 rather little

2 quite rare

3 easily seen

4 very great

ถาม จํานวนของเด็กที่หายตัวไปในประเทศมาเลเซียในปี ค.ศ. 1996 ____.

ตอบ 4

1 ค่อนข้างน้อย 2 ค่อนข้างหายาก 3 เห็นได้ง่าย 4 มีจํานวนมาก

78 Children in Malaysia are taught ____.

1 how to prevent being abducted

2 to take care of themselves

3 to look after themselves and not become crime victims

4 All are correct

ถาม เด็ก ๆ ในประเทศมาเลเซีนถูกสอน ____.

ตอบ 4

1 วิธีป้องกันการถูกลักพาตัว 2 ดูแลใส่ใจตัวพวกเขาเอง 3 ดูแลตัวเองและไม่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม 4 ถูกหมด

79 Emy Liwag showed us that ___.

1 children were not protected against attack

2 she was a psychologist at the Wellness Center

3 a psychology clinic was at Atento de University in Manila

4 rape-murder cases of children were rare in Philippines

ถาม Emy Liwag แสดงให้เราเห็นว่า _____.

ตอบ  1 เด็ก ๆ ไม่ได้รับการปกป้องจากการโดนจู่โจม

2 เธอเป็นนักจิตวิทยาที่ Wellness Center

3 คลินิกจิตวิทยาอยู่ที่ Atento de University ในกรุงมะนิลา

4 คดีฆ่าข่มขืนเด็กมีน้อยในประเทศฟิลิปปินส์

80 What should be the best title for this passage?

1 Safe-T-Child

2 Crime Victims

3 Kidnapping

4 Recent Rape-Murders

ถาม ชื่อเรื่องที่ดีที่สุดสําหรับเรื่องนี้คืออะไร

ตอบ 2

1 องค์กร Safe-T-Child 2 เหยื่ออาชญากรรม 3 การลักพาตัว 4 การฆ่าข่มขืนในทุกวันนี้

 

Passage 4

Adults find it very hard to realize that young children have no regard for property. They do not destroy it deliberately – they destroy it unconsciously.

:I once saw a normal, happy girl burning holes with a red-hot poker into the walnut mantelpiece in our staff room. When challenged, she started and seemed quite surprised. “I did it without thinking,” she said, and she spoke truthfully. Her action was a symbolic one beyond the control of the conscious mind.

The fact is that adults are possessive about things of value and children are not. Any living together between children and adults must therefore result in conflict over material things. At Summerhill, the children will turn up the furnace five minutes before going up to bed. They will generously heap it with coals–for coals to them are only black rocks while to me they mean a bill of one thousand dollars a year. The children will leave electric lights on because they do not associate light with electricity bills.

ture to a child is practically nonexistent. So at Summerhill we buy old car seats and old bus seats. And in a month or two they look like wrecks. Every now and again at mealtime, some youngster waiting for his second helping will while away the time, by twisting his fork almost into knots. This is usually done unconsciously or, at best, semiconsciously. And it isn’t only school property that a child neglects or destroys: he leaves his new bicycle out in the rain after the newness has had a three weeks’ vogue.

ผู้ใหญ่พบว่ามันยากมากที่จะตระหนักว่าเด็กวัยรุ่นไม่มีความเอาใจใส่ต่อทรัพย์สินต่างๆ พวกเขาไม่ได้ตั้งใจ ทําลายมัน แต่พวกเขาทําลายมันโดยไม่รู้ตัว

มีอยู่ครั้งหนึ่งฉันเคยเห็นเด็กผู้หญิงธรรมดา ๆ ที่มีความสุขกําลังใช้เหล็กเขียไฟที่กําลังร้อนแดงไปที่ทิ้ง เหนือเตาผิงที่ทําด้วยไม้วอลนัทในห้องพักครูของเราจนเป็นรู เมื่อถูกทักท้วงเธอสะดุ้งและดูเหมือนว่าจะรู้สึก

ประหลาดใจ เธอพูดว่า “หนูทําโดยไม่ได้ตั้งใจค่ะ” เธอพูดอย่างน่าเชื่อถือ การกระทําของเธอเป็นการกระทําเชิง เป็นนัยที่อยู่เหนือการควบคุมของจิตสํานึก

ข้อเท็จจริงก็คือว่าผู้ใหญ่มีความรู้หวงแหนเกี่ยวกับสิ่งที่มีค่า แต่เด็ก ๆ ไม่มี ดังนั้นการอยู่ร่วมกันระหว่างเด็ก กับผู้ใหญ่จึงย่อมเป็นสาเหตุให้เกิดความขัดแย้งในเรื่องเกี่ยวกับวัตถุสิ่งของ ที่โรงเรียนซัมเมอร์ฮีลล์ เด็ก ๆ จะมา รวมกันที่เตาเผา 5 นาทีก่อนเข้านอน พวกเขาจะกองถ่านหินสุมเตาไฟอย่างไม่ขี้เหนียวเพราะสําหรับพวกเขาแล้ว ถ่านหินเป็นเพียงก้อนสีดํา ขณะที่สําหรับฉันแล้วมันหมายถึงใบเรียกเก็บเงิน หนึ่งพันคอลลาร์ต่อปี เด็ก ๆ จะเปิด ไฟทิ้งไว้เพราะว่าพวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับใบเรียกเก็บเงินค่าไฟฟ้า

ในทางปฏิบัติ สําหรับเด็ก ๆ แล้ว เฟอร์นิเจอร์ไม่มีอยู่จริง ดังนั้นที่ซัมเมอร์ฮีลล์ เราจึงซื้อเบาะที่นั่งรถยนต์ เก่า ๆ และที่นั่งรถบัสที่เก่าๆ และในหนึ่งถึงสองเดือนพวกมันจะอยู่ในสภาพที่พังพินาศ บางครั้งในเวลา รับประทานอาหาร วัยรุ่นบางคนที่รอคอยอาหารจานที่สอง เขาจะฆ่าเวลาที่ผ่านไปโดยการบิดล้อมจนเป็นปม ตามปกติแล้วเขาทําแบบนี้โดยไม่รู้ตัว หรืออย่างมากที่สุดก็ถึงรู้ตัว และมันไม่ใช่แค่ทรัพย์สินของโรงเรียนเท่านั้นที่ เด็กละเลยไม่เอาใจใส่หรือทําลาย แต่เขายังจอดจักรยานคันใหม่ของเขาทิ้งไว้กลางฝน หลังจากเห่อความใหม่ได้ 3 สัปดาห์

81 Adults and children have ____ attitudes towards their properties.

1 the same

2 different

3 good

4 bad

ถาม ผู้ใหญ่และเด็กมีทัศนคติ ____ ต่อทรัพย์สินของพวกเขา

ตอบ 2

1 เหมือนกัน 2 แตกต่างกัน 3 ดี 4 ไม่ดี

82 Children ___ that they destroy their property.

1 know very well

2 tell the adults

3 don’t realize

4 are so argry

ถาม 1 เด็ก ๆ ____ ว่าพวกเขาทําลายทรัพย์สินของพวกเขา

ตอบ 3

1 รู้ดีมาก 2 บอกผู้ใหญ่ 3 ไม่รู้ตัว 4 โกรธมาก

83 “Unconsciously’ (line 2) means ____.

1 know every well what one is doing

2 do not want to destroy things intentionally

3 unaware of what one has done

4 no one does things without knowing it

ถาม “Unconsciously” (บรรทัดที่ 2) หมายถึง _____

ตอบ 3

1 รู้ดีในสิ่งที่เขากําลังทํา 2 ไม่ต้องการทําลายสิ่งของอย่างตั้งใจ

3 ไม่รู้ตัวในสิ่งที่เขาทํา 4 ไม่มีใครทําสิ่งต่างๆ โดยไม่รู้ตัว

84 Paragraph 2 is the ____that ____ Paragraph 1.

1 example; supports

2 summary; depends on

3 comparison; supports

4 cause; depends on

ถาม ย่อหน้าที่ 2 เป็น _____ ซึ่ง _____ ย่อหน้าที่ 1 .

ตอบ 1

1 ตัวอย่าง ; สนับสนุน

2 สรุป: ขึ้นอยู่กับ

3 เปรียบเทียบ ; สนับสนุน

4 สาเหตุ : ขึ้นอยู่กับ

85 Adults think that things of value _____.

1 are priceless

2 are valuable

3 cannot be damaged

4 belong to them

ถาม ผู้ใหญ่คิดว่าสิ่งของที่มีค่า ____.

ตอบ 2

1 มีค่านับไม่ถ้วน 2 มีคุณค่า 3 ไม่สามารถทําลายได้ 4 เป็นของพวกเขา

86 We can infer from the passage that adults ____.

1 are materialistic

2 are idealistic

3 an separate right from wrong

4 have no reason to be possessive

ถาม เราสามารถสรุปได้จากเนื้อเรื่องว่าผู้ใหญ่ ____.

ตอบ 3

1 เป็นพวกวัตถุนิยม 2 เป็นพวกยึดถืออุดมคติ 3 สามารถแยกถูกผิดได้ 4 ไม่มีเหตุผลที่จะหวงแหน

87 Children do not understand ____.

1 how much money they waste

2 why they cannot turn on electric lights

3 the difference between coals and a bill

4 why adults are so possessive

ถาม เด็ก ๆ ไม่เข้าใจว่า _____.

1 เงินจํานวนมากแค่ไหนที่พวกเขาทําให้สูญเสียเปล่าประโยชน์

2 ทําไปพวกเขาจึงไม่สามารถเปิดไฟได้

3 ความแตกต่างระหว่างถ่านหินกับใบเรียกเก็บเงิน

4 ทําไมผู้ใหญ่จึงชอบหวงแหน

88 Which of the following is not true?

1 Children are destroyers.

2 Adults are possessive.

3 Adults do not understand children.

4 Children and adults have something in common.

ถาม ข้อไหนต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง

ตอบ 4

1 เด็ก ๆ เป็นนักทําลาย 2 ผู้ใหญ่ชอบหวงแหน 3 ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจเด็ก ๆ 4 เด็กและผู้ใหญ่มีบางอย่างที่เหมือน ๆ กัน

89 From reading the passage, one can guess that “Summerhill” is a ____.

1 home

2 school

3 hospital

4 hotel

ถาม จากที่อ่านเนื้อเรื่อง เราสามารถเดาว่า “Summerhill” เป็น _____.

ตอบ 2

1 บ้าน 2 โรงเรียน 3 โรงพยาบาล 4 โรงแรม

90 The main idea of the last paragraph _____ the first two paragraphs.

1 opposes to

2 dislikes

3 supports

4 compares with

ถาม ใจความสําคัญของย่อหน้าสุดท้าย ____ สองย่อหน้าแรก

ตอบ 3

1 ขัดแย้งกับ 2 ไม่ชอบ 3 สนับสนุน 4 เปรียบเทียบกับ

 

Passage 5

Petroleum products, such as gasoline, kerosene, home heating oil, residual fuel oil, and lubricating oils, come from one source-crude oil found below the earth’s surface, as well as under large bodies of water, from a few hundred feet below the surface to as deep as 25,000 feet into the earth’s interior. Sometimes crude oil is secured by drilling a hole through the earth, but more dry holes are drilled than those producing oil. Pressure at the source or pumping forces crude oil to the surface.

Crude oil wells flow at varying rates, from ten to thousands of barrels per hour. Petroleum products are always measured in 42-gallon barrels.

Petroleum products vary greatly in physical appearance: thin, thick, transparent or opaque, but regardless, their chemical composition is made up of only two elements: carbon and hydrogen, which form compounds called hydrocarbons. Other chemical elements found in union with the hydrocarbons are few and are classified as impurities. Trace elements are also found, but these are of such minute quantities that they are disregarded. The combination of carbon and hydrogen forms many thousands of compounds which are possible because of the various positions and joining of these two atoms in the hydrocarbon molecule.

The various petroleum products are refined from the crude oil by heating and condensing the vapors. These products are the so-called light oils, such as gasoline, kerosene, and distillate oil. The residue remaining after the light oils are distilled is known. as heavy or residual fuel oil and is used mostly for burning under boilers. Additional complicated refining processes rearrange the chemical structure of the hydrocarbons to produce other products, some of which are used to upgrade and increase the octane rating of various types of gasoline.

ผลผลิตจากปิโตรเลียม เช่น แก็สโซลีน เคโรซีน น้ำมันที่ให้ความร้อนภายในบ้าน น้ำเชื้อเพลิงส่วนตกค้าง และน้ำมันหล่อลื่น ล้วนมาจากแหล่งเดียวกัน นั่นคือ น้ำมันดิบที่ถูกพบอยู่ใต้พื้นผิวโลก รวมทั้งใต้แหล่งน้ำขนาด ใหญ่ จากความลึก 200 – 300 ฟุตใต้พื้นผิวโลก ไปจนถึงความลึก 25,000 ฟุตที่อยู่ชั้นในของโลก บางครั้งน้ำมันดิบ ได้มาจากการขุดเจาะเป็นหลุมลึกลงไปใต้พื้นโลก แต่หลุมที่ไม่มีน้ำมันจะถูกเจาะมากกว่าหลุมที่ให้น้ำมัน แรงดัน จากแหล่งน้ำมันหรือการใช้เครื่องปั้มจะทําให้น้ำมันดิบขึ้นมายังพื้นผิวโลก

บ่อน้ำมันดิบไหลออกมาในอัตราที่แตกต่างกันจาก 10 – 1,000 บาร์เรลต่อชั่วโมง ผลผลิตจากปิโตรเลียม มักจะถูกวัดปริมาณเป็นบาร์เรลที่ 42 แกลลอน

ผลผลิตจากปิโตรเลียมจะแตกต่างกันอย่างมากมายในลักษณะทางกายภาพ นั่นคือ เหลว ข้น ใส หรือเข้ม แต่ว่า องค์ประกอบทางเคมีของพวกมันประกอบด้วยธาตุที่สําคัญเพียงสองชนิดเท่านั้น นั่นคือ คาร์บอนและ ไฮโดรเจน ซึ่งประกอบกันขึ้นเป็นสารประกอบที่เรียกว่า ไฮโดรคาร์บอน ส่วนธาตุเคมีอื่น ๆ ที่ถูกพบอยู่ด้วยกันกับ ไฮโดรคาร์บอนมีเพียงเล็กน้อยและถูกจําแนกว่าเป็นสารเจือปน ธาตุที่มีในพืชและสัตว์ก็ถูกพบด้วยเช่นกัน แต่ธาตุ เหล่านี้มีปริมาณน้อยมากเสียจนกระทั่งถูกมองข้ามไป การรวมตัวกันของคาร์บอนและไฮโดรเจนก่อให้เกิด สารประกอบที่เป็นไปได้มากมายหลายพันชนิด เนื่องจากตําแหน่งและลักษณะการเกาะเกี่ยวที่แตกต่างกันมากมาย ของอะตอมสองชนิดนี้ในโมเลกุลไฮโดรคาร์บอน

ผลผลิตจากปิโตรเลียมชนิดต่าง ๆ ถูกกลั่นมาจากน้ำมันดิบ โดยการให้ความร้อนและการควบแน่นไอ ระเหย ผลผลิตเหล่านี้คือสิ่งที่เรียกกันว่า น้ำมันเบา อย่างเช่น แก๊สโซลีน เคโรซีน และน้ำมันกลั่น สิ่งที่หลงเหลือ จากน้ํามันเบาถูกกลั่นไปแล้วจะรู้จักกันในนามของน้ํามันเชื้อเพลิงหนักหรือน้ำมันเชื้อเพลึงส่วนตกค้างและส่วน ใหญ่แล้วถูกใช้สําหรับการเผาไหม้ใต้หม้อไอน้ำ กระบวนการกลั่นที่สลับซับซ้อนที่เพิ่มเข้ามาจะจัดโครงสร้างทาง เคมีของไฮโดรคาร์บอนใหม่อีกครั้งหนึ่งเพื่อก่อให้เกิดผลผลิตอื่น ๆ ซึ่งผลผลิตบางอย่างหถูกใช้เพื่อยกระดับและ เพิ่มค่าออกเทนของแก็สโซลีนหลากหลายชนิด

 

91 Crude oil can be found ____ .

1 over land and water

2 below land and water

3 both over and under land and water

4 everywhere on earth

ถาม น้ํามันดิบสามารถถูกพบได้ _____ .

ตอบ 2

1 เหนือผืนดินและน้ำ

2 ใต้ผืนดินและน้ำ

3 ทั้งเหนือและใต้ผืนดําและน้ำ

4 ทุกแห่งบนโลก

92 Which of the following does not come from crude oil?

1 Kerosine

2 Fuel Oil

3 Natural gas

4 Lubricating oils

ถาม ข้อไหนต่อไปนี้ไม่ได้มาจากน้ำมันดิบ

ตอบ 3 จากบรรทัดที่ 1 มี gasoline, kerosene, home heating oil, residual fuel oil, and

lubricating oils ฉะนั้นยกเว้น natural gas

93 How is crude oil brought to the surface?

1 Pressure and pumping .

2 Expansion of the hydrocarbons

3 Vacuum created in the drilling pipe.

4 Expansion and contraction of the earth’s surface

ถาม น้ำมันดิบถูกนําขึ้นมาบนพื้นผิวโลกได้อย่างไร

ตอบ 1

1 ความดันและการใช้เครื่องปั้ม

2 การขยายตัวของไฮโดรคาร์บอน

3 สุญญากาศที่ถูกสร้างในท่อขุดเจาะ

4 การขยายตัวและการหดตัวของพื้นผิวโลก

94 Which of the following is not true?

1 Crude oil is found under the sea.

2 A variety of petroleum products is obtained from crude oil.

3 Crude oil is always found a few hundred feet below the surface.

4 Crude oil is secured by drilling a hole through the earth.

ถาม ข้อไหนต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง

ตอบ 3

1 น้ำมันดิบถูกพบใต้ทะเล

2 ผลผลิตจากปิโตรเลียมหลากหลายชนิดได้มาจากน้ำมันดิบ

3 น้ำมันดิบมักจะพบ 200 – 300 ฟุตใต้พื้นผิวโลกเสมอ

4 น้ำมันดิบได้มาด้วยการขุดเจาะเป็นหลุมลึกลงไปใต้พื้นโลก

95 The rates of crude oil well flow are ____.

1 the same

2 unpredictable

3 easily seen

4 different

ถาม อัตราการไหลของบ่อน้ำมันดิบ

ตอบ 4

1 เท่า ๆ กัน 2 ไม่สามารถคาดการณ์ได้ 3 เห็นได้ง่าย 4 แตกต่างกัน

96 We can see petroleum products in ____ physical appearances.

1 only one

2 two

3 three

4 many

ถาม เราสามารถเห็นผลผลิตปิโตเลียมในด้านลักษณะทางกายภาพที่ _____ ลักษณะ

ตอบ 4

1 เพียงอย่างเดียว 2 สอง 3 สาม 4 หลากหลาย

97 Many thousands of hydrocarbon compounds are possible because _____.

1 the petroleum products vary greatly in physical appearance

2 complicated refining processes rearrange the chemical structure

3 the two atoms in molecule assume many positions

4 the pressure needed to force it to the surface causes molecular transformation

ถาม สารประกอบไฮโดรคาร์บอนเป็นไปได้มากมายหลายพันชนิด เพราะ _____.

ตอบ 3

1 ผลผลิตจากปิโตรเลียมแตกต่างกันมากมายในด้านลักษณะทางกายภาพ

2 กระบวนการกลั่นที่สลับซับซ้อจะจัดโครงสร้างทางเคมีเสียใหม่

3 อะตอมสองชนิดในโมเลกุลมีหลายตําแหน่ง

4 ความดันที่ต้องใช้เพื่อทําให้มันขึ้นมาสู่พื้นผิวโลกเป็นสาเหตุให้เกิดการเปรียบแปลงทางโมเลกุล

98 Which of the following is true?

1 the various petroleum products are produced by filtration

2 Heating and condensation produce the various products.

3 Chemical separation is used to produce the various products.

  1. Mechanical means such as the centrifuge are used to produce the various

products

ถาม ข้อไหนต่อไปนี้ถูกต้อง

ตอบ 2

1 ผลผลิตจากปิโตรเลียมหลากหลายชนิดถูกผลขึ้นมาโดยการกรอง

2 การให้ความร้อนและการควบแน่นก่อให้เกิดผลผลิตที่หลากหลาย

3 การแยกตัวทางเคมีถูกใช้เพื่อก่อให้เกิดผลผลิตที่หลากหลาย

4 วิธีการทางเครื่องกลเช่นแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ถูกใช้เพื่อก่อให้เกิดผลผลิตที่หลากหลาย

99 Which of the following is not listed as a light oil?

1 Lubricating oil

2 distillate oil

3 Gasoline

4 Kerosene

ถาม ข้อไหนต่อไปนี้ไม่ได้อยู่ในรายการน้ำมันเบา

ตอบ 1

1 น้ำมันหล่อลื่น

2 น้ำมันกลั่น

3 แก๊สโซลีน

4 เคโรซีน

100 This passage is about ____.

1 crude oil

2 petroleum products

  1. other chemical elements

4 the combination of carbon and hydrogen

ถาม เนื้อเรื่องนี้เกี่ยวกับ ____.

ตอบ 2

1 น้ำมันดิบ

2 ผลผลิตปิโตรเลียม

3 ธาตุเคมีอื่น ๆ

4 การรวมตัวของคาร์บอนและไฮโดรเจน

 

Advertisement