แนวข้อสอบภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2563

ข้อสอบกระบวนวิชา ENG 2001 การอ่านเอาความ

Advertisement

Part 1 : Reading Theory (20 points)

Similar meaning (ความหมายใกล้เคียง)

Advertisement

1 What could possibly be more important to us than saving lives?

1 Saving us is more important than saving others.

Advertisement

2 There are other things that are as important as saving lives.

3 Saving lives is the most important thing to us.

Advertisement

4 It is important to save our lives.

ถาม มีอะไรที่น่าจะสําคัญกว่าการรักษาชีวิตให้รอดไหม?

Advertisement

1 การรักษาชีวิตของเราสําคัญกว่าการช่วยคนอื่น

2 ยังมีสิ่งอื่นที่สําคัญเท่ากับการรักษาวิต

3 การรักษาชีวิตเป็นสิ่งสําคัญที่สุดต่อเรา

4 การรักษาชีวิตเราเป็นสิ่งสําคัญ

ตอบ 3 จากประโยคแสดงว่า การรักษาชีวิตรอดเป็นสิ่งสําคัญที่สุดต่อเรา

2 They were born in Europe; therefore, they cannot adapt very easily to hot countries.

1 They cannot adapt very easily to hot countries. As a result, they were born in

Europe.

2 Although they were born in Europe, they feel comfortable living in hot countries.

3 They like hot weather because they were born in Europe.

4 It is difficult for them to live in hot country since they were born in a cold one.

ถาม พวกเขาเกิดในยุโรป ดังนั้นแล้วการปรับตัวเข้ากับประเทศที่อากาศร้อนจึงไม่ง่าย

1 พวกเขาไม่สามารถปรับตัวกับประเทศร้อนได้ง่าย ผลคือพวกเขาเกิดในยุโรป

2 ถึงแม้ว่าพวกเขาเกิดในยุโรป แต่พวกเขารู้สึกสบายใจที่จะอยู่ในประเทศร้อน

3 พวกเขาชอบอากาศร้อนเพราะพวกเขาเกิดในยุโรป

4 เป็นเรื่องยากสําหรับพวกเขาที่จะอาศัยอยู่ในประเทศอากาศร้อน เพราะพวกเขาเกิดในประเทศ

หนาวเย็น

ตอบ 4 ข้อความนี้แสดงว่า การปรับตัวให้เข้ากับประเทศอากาศร้อนไม่ง่ายสําหรับคนที่เกิดในยุโรป

3 Which way to the restroom, please?

1 The way to the restroom is over there.

2 Is there a rest room near here?

3 How do I get to the restroom?

4 There are many ways to rest.

ถาม ช่วยบอกทางไปห้องน้ำหน่อย?

1 ทางไปห้องน้ำอยู่ตรงนั้นค่ะ

2 มีห้องน้ำอยู่ใกล้ที่นี่ไหมค่ะ

3 ฉันจะไปห้องน้ำได้อย่างไร

4 มีหลายวิธีที่จะพักผ่อน

ตอบ 3 คําถามนี้เป็นถามทาง ดังนั้นสํานวนที่เหมือนกัน ใช้ถามทาง เราขึ้นต้นถาม Which way หรือ

How do I get to … เหมือนกัน

4 Some musicians are internationally recognized.

1 Certain musicians are universally well-known.

2 None of the musicians are recognized worldwide.

3 Almost all musicians are locally recognized

4 Not all of the musicians are locally well-known.

ถาม นักดนตรีบางคนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

1 นักดนตรีบางคนเป็นที่รู้จักในระดับสากล

2 ไม่มีนักดนตรีคนใดที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

3 นักดนตรีเกือบทั้งหมดเป็นที่รู้จักในท้องถิ่น

4 ไม่ใช่นักดนตรีทุกคนเป็นที่รู้จักกันในพื้นที่

ตอบ 1 ประเด็นสําคัญคือ การระบุจํานวน some หมายถึง บางคนไม่ใช่ทุกคน และกริยาวิเศษณ์คําว่า

“internationaly” หมายถึง ระดับสากล ฉะนั้นคําว่า certain หมายถึง some กล่าวถึงบางคน เป็นที่ยอมรับ internationally = universally และ well-known = recognized = เป็นที่ ยอมรับ

5 If I went to Lisa’s birthday party, I wouldn’t buy her a kitten.

1 Buying a cat is a good idea for Lisa’s birthday.

2 If tomorrow is Lisa’s birthday, I’ll not take her cat home.

3 I didn’t go to Lisa

4 I know that Lisa likes kittens.

ถาม ถ้าฉันไปงานวันเกิดของลิซ่า ฉันจะไม่ซื้อแมวมาให้เธอ

1 การซื้อแมวเป็นความคิดที่ดีสําหรับวันเกิดของลิซ่า

2 ถ้าพรุ่งนี้เป็นวันเกิดของลิซ่า ฉันจะไม่พาแมวของเธอกลับบ้าน

3 ฉันไม่ได้ไปงานวันเกิดของลิซ่า

4 ฉันรู้ว่าลิซ่าชอบลูกแมว

ตอบ 3 ข้อนี้เป็นประโยคเงื่อนโดย ใช้ if (ถ้าหากว่า) เป็นการสมมติ ซึ่งกรณี if + S +V1 เป็นเงื่อนไขที่

ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เช่น ถ้าฉันไปงานวันเกิดลิซ่า แสดงว่าจริง ๆ ฉันไม่ได้ไปงานวันเกิดของลิซ่า จึงตรงกับตัวเลือกที่ 3

 

B: Prefix, Suffix, Roots (อุปสรรค ปัจจัยและรากศัพท์)

6 Which of the following does NOT share the same root with the other three?

1 omnivore.

2 herbivore

3 VOILEX

4 voracious

ถาม ข้อไหนต่อไปนี้ไม่ได้มีรากศัพท์เหมือนกับคําอื่น ๆ?

ตอบ 3

ข้อ 1 omnivore = omni + vor รากศัพท์คือ “vor” กินทุกอย่าง

ข้อ 2 herbivore = herb + vor รากศัพท์คือ “vor” กินพืช

ข้อ 3 Vortex เป็นคําที่แยกไม่ได้ คือมีความหมายทั้งคํา = น้ำวน

ข้อ 4 voracious = vor + ious รากศัพท์ คือ “vor” ตะกละ

7 In the word “grouchy,” the _____ “-y” makes a noun become a/an ____.

1 prefix; adjective

2 suffix; verb

3 prefix; verb

4 suffix; adjective

ถาม คําว่า “grouchy ” มี –y เป็น ____ ทําให้คํานามกลายมาเป็นคํา _____.

ตอบ 4 grouch เป็นคํานาม หมายถึง บูดบึง อารมณ์เสีย เมื่อใส่ suffix -y ลงท้าย ทําให้กลาย

มาเป็นคําคุณศัพท์ (adj.)

8 The word “unprofitable” consists of ____.

1 one root and two prefixes

2 one prefix, one root, and one suffix

3 one prefix, one root and two suffixes

4 one root and two suffixes

ถาม คําว่า “unprofitable” ประกอบด้วย ____.

ตอบ 2 ประกอบด้วย un + profit + able คือ one prefix, one root และ one suffix

ดังนั้นคําว่าประกอบครบทั้ง 3 ส่วน คือ un(prefix) + profit (root)+ able (suffix)

9 The words “translation, transport, and transparent” have the same ____ meaning ____.

1 suffix; forward

2 prefix; across

3 suffix; between

4 prefix; fast

ถาม คําว่า “translation, transport, transparent” มี ____ เหมือนกันหมายถึง _____

ตอบ 2 ทั้ง 3 คํามี prefix คือ trans หมายถึง across (ข้าม หรือผ่านไป) ถ้า pro จะหมายถึง forward

เช่น process ส่วน inter = between เช่น international เป็นต้น

 

B: Dictionary Entry

 

10 How many different pronunciations does the word “grasp” have?

1 one

2 two

3 three

4 four

ถาม มีการออกเสียงที่แตกต่างกันเท่าไร ในคําว่า “grasp:

ตอบ 2 ดูในพจนานุกรมบรรทัดแรก จะแยกออกเสียงได้ 2 คํา ของ UK (อังกฤษ) และของ Us

(สหรัฐฯ) ออกเสียงต่างกันจะเห็นในเครื่องหมาย / /

11 The word “grasp” can be the following parts of speech EXCEPT _____.

1 intransitive verb

2 noun

3 adjective

4 transitive verb

ถาม คําว่า “grasp” สามารถมีชนิดของคํา ยกเว้น ____.

ตอบ 3 ดูในพจนานุกรมเห็น vt (transitive verb = กริยามีกรรม) และ vi (intransitive verb) = กริยาไม่มีกรรม และคํานาม (n.) ส่วน adjective (adj.) ที่อยู่บรรทัดสุดท้าย grasping มี – ing ลงท้ายเป็นการสร้างคําใหม่เราเรียกว่า derivative ไม่ได้นับเป็น parts of speech หรือดู ว่าโจทย์ถาม “grasp” จากหัวศัพท์ ก็มี vt, vi, n. เท่านั้น ยกเว้น adj.

12 Peter has a good grasp of the multiverse theory. The word “grasp” in this sentence means _____.

1 n1

2 n2

3 n3

4 vt1

ถาม ปีเตอร์เข้าใจทฤษฎีลิขสิทธิ์เป็นอย่างดี คําว่า “grasp” ในประโยคนี้หมายถึง ตอบ 3 จากประโยคที่ให้มา grasp ทําหน้าที่เป็นคํานาม หมายถึง เข้าใจ = understanding

13 The word “grasping” is a ____ term.

1 colloquial

2 obsolete

3 dialect

4 derivative

ถาม คําว่า “grasping” เป็น ____.

ตอบ 4 หัวศัพท์ให้มา grasp บรรทัดสุดท้ายเป็น grasping ด้วยการใส่ sufix -ing ลงท้าย เป็นการสร้างคําใหม่ เราเรียกว่า derivative ส่วนคําอื่น coloquial ใช้ในการภาษาพูด obsolete คําที่ ล้าสมัย dialect ภาษาถิ่น

D: Contextual clues (Items 14-15)

Made up of seven themed lands filled with 37 rides, Universal Studios Beijing Resort ..will be the world’s fifth Universal Studios theme park. It has many of the popular

attractions found at its counterparts in Singapore, Osaka, Los Angeles and Orlando. But there are some Universal firsts as well, including the Kung Fu Panda Land of Awesomeness.

สวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ปักกิ่งรีสอร์ท ซึ่งสร้างขึ้นจากดินแดนที่มีธีมทั้งหมด 7 แห่ง และเครื่องเล่น 37 รายการ จะเป็นสวนสนุกยูนิเวอร์แซลสตูดิโอแห่งที่ 5 ของโลก ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจยอดนิยมที่ คล้ายกันหลายแห่งในสิงคโปร์ โอซาก้า ลอสแองเจลิส แต่ก็มีบางยูนิเวอร์แซลที่มาเป็นอันดับหนึ่งด้วย รวมถึง ความมหัศจรรย์ของกังฟูแพนด้า

14 The word “counterparts” (in bold type) means ____.

1 enemies in business

2 other places that have the same function

3 opponents

4 other places that have different functions

ถาม คําว่า “counterparts” (ในตัวพิมพ์หนา) หมายถึง ___.

1 ศัตรูในธุรกิจ

2 สถานที่อื่นที่ทําธุรกิจเหมือนกัน

3 คู่แข่ง

4 สถานที่อื่นที่ทําธุรกิจแตกต่างกัน

ตอบ 2 counterparts = คู่หู สิ่งที่คล้ายกัน

15 According to the passage, how many Universal Studio theme parks are there?

1 4

2 5

3 7

4 3

ถาม ตามเนื้อเรื่อง มีสวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอกี่แห่ง

ตอบ 2 จากเนื้อเรื่องมี 5 แห่ง

A:Paragraph Structure (Items 16 – 20)

Read the following passage and answer the questions.

จงอ่านเนื้อเรื่องต่อไปนี้และตอบคําถามด้านล่าง

1Ever wonder why zebras have never been used by humans in the way that horses and donkeys have? 2Well, it’s not for lack of trying. 3According to the Dutch Boers, among others, tried and failed to tame zebras to be used in transportation. 4The personality and character of the zebra is to blame: the animals frequently escaped their enclosures, and thwarted the training of their masters. 5This untrainable’ behavior may be the result of evolution: since zebras naturally live in large! . groups in an environment full of predators, their strong survival instinct makes them considerably less friendly to humans than their horse and donkey cousins.

เคยสงสัยหรือไม่ว่าทําไมมนุษย์ถึงไม่เคยใช้ม้าลายในแบบที่ม้าและลามี? “มันไม่ใช่เพราะขาดความพยายาม “ตามนักเขียนฟรานซิส กาลตัน ชาวดัตช์โบเวอร์ บรรดาสัตว์ต่างๆ เขาได้พยายามและล้มเหลวในการทําให้ม้าลาย เรื่องเพื่อใช้ในการขนส่ง “บุคลิกภาพและลักษณะของม้าลายเป็นโทษ มันมักจะหนีจากกรงและขัดขวางการฝึกของเจ้านาย “พฤติกรรมที่ “ฝึกไม่ได้” นี้อาจะเป็นผลมาจากวิวัฒนาการ เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้วม้าลายจะอาศัยอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยผู้ล่า สัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่แข็งแกร่งจึงทําให้พวกมันเป็นมิตร กับมนุษย์น้อยกว่าม้าและลูกพี่ลูกน้องลา

16 What is the topic of this passage?

1 The personality and character of zebras

2 Differences between zebras and horses

3 A reason why we haven’t trained zebras

4 The untrainable behavior

ถาม หัวเรื่องของใจความนี้คืออะไร

1 บุคลิกภาพและลักษณะของม้าลาย

2 ความแตกต่างระหว่างม้าลายและม้า

3 เหตุผลว่าทําไมเราไม่สามารถฝึกม้าลาย

4 พฤติกรรมที่ฝึกไม่ได้

ตอบ 3 มาจากประโยคแรก กล่าวถึงคําหลักที่สําคัญคือเกี่ยวกับม้าลายว่าทําไมฝึกไม่ได้

17 The topic sentence of this passage is the ____.

1 1st sentence

2 2nd sentence

3 3rd sentence

4 4th sentence

ถาม ประโยคหัวเรื่องของใจความนี้คือ ____.

ตอบ ประโยคที่เป็นใจความสําคัญของเรื่องนี้คือ ประโยคที่ 1

18 There are _____ major supporting detail(s) in this passage.

1 1

2 2

3 3

4 no

ถาม มี _____ ประโยคสนับสนุนหลักในเรื่องนี้

ตอบ 3 major supporting detail คือประโยคที่มาสนับสนุน main idea (ประโยคที่ 1) คียประโยคที่

2, 3 และ4 รวมกันมี 3 ประโยค

19 There is/are _____ minor supporting detail(s) in this passage.

1 1

2 2

3 3

4 no

ถาม มี ____ ประโยคสนับสนุนย่อยในเรื่องนี้

ตอบ 1 minor supporting detail คือ ประโยคที่มาสนับสนุน major อีกทีหนึ่งก็คือ ประโยคที่ 5

ดูจากการใช้สรรพนาม This แสดงถึงการอ้างอิงในประโยคที่ 4 นั่นคือ ประโยค 5 สนับสนุน ประโยคที่ 4

20 According to the passage, which statement is NOT true?

1 Zebras are less friendly than donkeys because of their survival instinct.

2 Zebras live with several hunter animals.

3 Zebras cannot be trained.

4 Only Francis Galton tried to tame zebras.

ถาม ตามเนื้อเรื่อง ข้อความไหนไม่ถูกต้อง

1 ม้าลายเป็นมิตรน้อยกว่าลาเพราะสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของพวกมัน

2 ม้าลายอาศัยอยู่กับสัตว์ที่เป็นนักล่าจํานวนมาก

3 ม้าลายไม่สามารถฝึกได้

4 มีแต่ฟรานซิส กาลตันเท่านั้นที่พยายามฝึกม้าลาย

ตอบ 4 ที่ไม่ถูกต้องคือ ตัวเลือกที่ 4 ว่ามีแต่ฟรานซิส กาลตันเท่านั้น ไม่ได้ระบุคําว่า only เท่านั้น

 

Part II : Reading Passages

A: Seen Passages (เนื้อเรื่องในตํารา)

Passage 1 

There are four kinds of meat: red meat, organ meat, fish, and poultry. Red meat includes meat from cows, pigs, and lambs. The most common kinds of red meat are beef (meat from adult cows), veal (meat from very young cows; that is, less than three months old), and pork (meat from pigs). The most popular kinds of pork include bacon, sausages, and ham. Lamb (meat from young sheep) is popular, but mutton (meat from adult sheep) is not popular in the U.S. Organ meat such as livers, heart, kidneys, and brain, give a lot of minerals. There are three types of fish salt water fish, fresh water fish and shellfish, like lobster and clam. Poultry (birds) includes chicken, turkey, and duck.

เนื้อ (meat) มี 4 ประเภท คือ เนื้อแดง, เครื่องในสัตว์, ปลาและสัตว์ปีก (poultry) เนื้อแดงจะรวมถึง เนื้อจากวัว, หมูและแกะ ประเภทเนื้อแดงที่มีทั่วไปมากที่สุดคือเนื้อวัว (เนื้อที่มาจากเนื้อวัวที่โตแล้ว), เนื้อลูกวัว อ่อน (เนื้อจากลูกวัวอ่อน ซึ่งจะมีอายุต่ำกว่า 3 เดือน) และเนื้อหมู (เนื้อจากหมู) ประเภทเนื้อหมูที่นิยมมากที่สุด รวมถึง เบคอน, ไส้กรอก, และแฮม เนื้อลูกแกะ (เนื้อจากลูกแกะ) เป็นที่นิยม, แต่เนื้อแกะ (เนื้อที่มาจากแกะที่โย แล้ว) ไม่เป็นที่นิยมในประเทศสหรัฐอเมริกา เนื้อที่มาจากเครื่องใน (organ meats) เช่น ตับ, หัวใจ, ไตและ สมอง ให้แร่ธาตุมากมาย มีปลา 3 ชนิด คือ ปลาน้ำเค็ม, ปลาน้ำจืด, และสัตว์ทะเลมีเปลือก เช่น กุ้งมังกร และหอย กาบ พวกสัตว์ปีก (นกต่าง ๆ) รวมถึงไก่, ไก่งวง และเป็ด

21 What is the topic of this passage?

1 Benefits of meat

2 Different types of meat

3 How to choose meat

4 Popular meat in America

ถาม หัวเรื่องของบทความนี้คืออะไร?

1 ข้อดีของเนื้อ

2 ชนิดต่าง ๆ ของเนื้อ

3 จะเลือกเนื้ออย่างไร

4 เนื้อที่นิยมในสหรัฐอเมริกา

ตอบ 2 เนื้อเรื่องนี้กล่าวชนิดของเนื้อมี 4 ชนิด จึงตอบตัวเลือกที่ 2 คําว่า kinds = types = ชนิด

22 What kind of meat is not popular in America?

1 ham

2 lamb

3 mutton

4 shellfish

ถาม เนื้อชนิดไหนที่ไม่นิยมในอเมริกา

1 แฮม 2 เนื้อแกะอ่อน 3 เนื้อแกะโตเต็มวัย 4 หอย

ตอบ 3 จากบรรทัดที่ 6 mutton ไม่เป็นที่นิยมในอเมริกา

23 The word “poultry” (in bold type) means or is related to ___.

1 turkeys

2 chickens

3 birds

4 All are correct

ถาม คําว่า “poultry” (ในตัวพิมพ์หนา) หมายถึงหรือเกี่ยวข้องกับ  _____.

1 ไก่งวงป่า 2 ไก่ 3 นก 4 ถูกหมด

ตอบ 4 จากบรรทัดสุดท้าย Poultry (birds) includes chicken, turkey, and duck,

poultry หมายถึง สัตว์ปีก ซึ่งรวมถึง นก ไก่ ไก่งวงป่า และเป็ด

24 Which of the following is NOT organ meat?

1 veal

2 liver

3 kidney

4 brain

ถาม ข้อไหนต่อไปนี้ไม่ใช่เนื้อเครื่องใน

1 เนื้อลูกวัว 2 ตับ 3 ไต 4 สมอง

ตอบ 1 จากบรรทัดที่6 Organ meat such as livers, heart, kidneys, and brain:

25 How many kinds of meat from sheep are mentioned in this passage?

1 1

2 2

3 3

4 4

ถาม มีเนื้อที่มาจากแกะกี่ชนิดที่กล่าวในเนื้อเรื่องนี้

ตอบ 1 จากบรรทัดที่ 5 Lamb (meat from young sheep) is popular, but muttorn (meat from adult sheep) is not popular in the U.S.มี 2 ชนิดคือ lamp และ muitton

26 According to the passage, which statement is NOT true?

1 Heart provides a lot of minerals.

2 Veal is meat from 2-month-old cows.

3 Bacon is one of the most popular kinds of pork.

4 Lobster is a kind of red meat.

ถาม ตามเนื้อเรื่อง ข้อความไหนไม่ถูกต้อง

1 หัวใจให้แร่ธาตุจํานวนมาก

2 veal คือ เนื้อจากวัวอายุ 2 เดือน

3 เบคอนเป็นหมูที่ได้รับความนิยมชนิดหนึ่ง

4 กุ้งมังกรเป็นเนื้อแดงชนิดหนึ่ง

ตอบ 4 กุ้งมังกร เป็นเนื้อแดงชนิดหนึ่งไม่ถูกต้องเพราะในบทความกุ้งมังกร (lobster) เป็นเนื้อสัตว์

ที่มีเปลือกแข็ง (shelfish)

 

Passage 2

Pasta is the Italian name of noodles made from flour. Macaroni and spaghetti are the best-known kinds, but there are many others in many different shapes.

A famous Italian traveler, Marco Polo, probably brought noodles made of flour from China about 600 years ago. They were an immediate success with the Italians, and became a national specialty.

Italian pasta has always been popular in the United States, England and France, but in recent years, more and more people around the world are enjoying it with different sauces and flavorings.

The Japanese, Russians and East Europeans have become enthusiastic pasta eaters. And even the Italians themselves seem to be eating more than ever.

 

พาสต้าเป็นชื่อเรียกก๋วยเตี๋ยวที่ทํามาจากแป้งของชาวอิตาเลียน มะกะโรนีและสปาเก็ตตี้ก็เป็นก๋วยเตี๋ยวอีก อย่างหนึ่งที่มีชื่อเสียงมาก แต่มะกะโรนีและสปาเก็ตตี้ (others) ที่มีรูปทรงที่หลากหลาย

นักเดินทางชาวอิตาเลียนที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งชื่อ มาร์โค โปโล อาจจะเป็นผู้นําก๋วยเตี๋ยวที่ทําจากแป้งนี้มา จากประเทศจีนเมื่อประมาณ 600 ปีมาแล้ว และในทันทีที่มาถึงชาวอิตาเลียนต่างก็นิยมชมชอบ ก๋วยเตี๋ยวที่ทําจาก แป้งจนกลายเป็นอาหารพิเศษประจําชาติไปเลย

พาสต้าของอิตาลีเป็นที่นิยมเสมอมาโดยตลอดในประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส แต่ในช่วง ไม่กี่ปีมานี้ ผู้คนทั่วโลกจํานวนมากชื่นชอบกับการกินพาสต้ากับน้ําซอสปรุงรสและเครื่องปรุงรสที่แตกต่างกันมาก ขึ้น ๆ ทั่วโลก

ชาวญี่ปุ่น รัสเซีย และยุโรปตะวันออก กลายเป็นผู้บริโภคที่ชอบกินพาสต้ามาก และแม้แต่ชาวอิตาลีเองก็ ดูเหมือนว่าจะกินพาสต้ามากขึ้นกว่าในอดีต

 

27 What does this passage mainly mention about?

1 Pasta lovers

2 A famous Italian traveler

3 Italian noodles

4 History of pasta

ถาม เนื้อเรื่องนี้กล่าวถึงอะไรเป็นสําคัญ

1 คนรักพาสต้า

2 นักเดินทางชาวอิตาลีที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง

3 ก๋วยเตี๋ยวอิตาลี

4 ประวัติของพาสต้า

ตอบ 4 เนื้อเรื่องนี้กล่าวถึงประวัติของพาสต้า ว่ามีความเป็นมาอย่างไร ทําจากอะไร

28 According to the passage, what is the most popular kind of Italian noodles?

1 Pasta

2 Macaroni

3 Spaghetti

4 Macaroni and spaghetti

ถาม ตามเนื้อเรื่อง ก๋วยเตี๋ยวอิตาลีประเภทที่นิยมมากที่สุดคือประเภทไหน

1 พาสต้า 2 มักกะโรนี 3 สปาเก็ตตี้ 4 มักกะโรนีและสปาเก็ตตี้

ตอบ 1 จากเนื้อเรื่องนี้ เน้นคําว่า pasta พาสต้า

29 According to the passage, which statement is NOT true about Marco Polo?

1 Thanks to him, pasta is famous in Italy.

2 He was born in China about 600 years ago.

3 He introduced Italians to noodles.

4 He is a well-known person…

ถาม ตามเนื้อเรื่อง ข้อความไหนไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ มาร์โก โปโล

1 ต้องขอบคุณเขาที่ทําให้พาสต้ามีชื่อเสียงในอิตาลี

2 เขาเกิดที่ประเทศจีนเมื่อประมาณ 600 ปีที่แล้ว

3 เขาแนะนําชาวอิตาเลียนให้รู้จักก๋วยเตี๋ยว

4 เขาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง

ตอบ 1 เนื้อเรื่องไม่ได้บอกว่าเกิดที่ประเทศจีน แต่เป็นคนนําก๋วยเตี๋ยวมาจากประเทศจีน

30 According to the passage, which countries have known pasta for a long time?

1 United Kingdom and Eastern Europe.

2 Russia and England

3 Italy and Japan

4 France and America

ถาม ตามเนื้อเรื่อง ประเทศไหนที่รู้จักพาสต้ามานานแล้ว

1 สหราชอาณาจักรและยุโรปตะวันออก

2 รัสเซียและอังกฤษ

3 อิตาลีและญี่ปุ่น

4 ฝรั่งเศสและอเมริกา

ตอบ 4 พาสต้าเป็นที่แพร่หลายเสมอในประเทศ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส

31 The word “others” (in bold type) refers to ____.

1 macaroni and spaghetti

2 kinds of pasta

3 best-known kinds

4 noodle flour

ถาม คําว่า “others” (ในตัวพิมพ์หนา) อ้างอิงถึง ____.

1 มักกะโรนีและสปาเก็ตตี้

2 พาสต้าประเภทต่าง ๆ

3 ประเภทที่รู้จักกันดี

4 แป้งก๋วยเตี๋ยว

ตอบ 1 สรรพนามอ้างอิง (Pronoun References) จะเชื่อมโยงไปยังคํานามโดยอาศัยตัวส่งผ่าน(transitional words) เช่น and, or, but…..หรือคําอื่น ๆ ในข้อนี้มีข้อสังเกตของตัวเชื่อม หรือคําส่งผ่านคือ “but” ทําให้เรารู้ว่า สรรพนาม others เชื่อมไปยังประโยคท่อนแรก “Macaroni and spaghetti..” ดังนั้น others อ้างอิงถึง มะกะโรนีและสปาเก็ตตี้

32 The word “they” (in bold type) refers to ____.

1 Italians

2 Marco Polo

3 Chinese noodles

4 the United States

ถาม คําว่า “they” (ในตัวพิมพ์หนา) อ้างอิงถึง ____.

1 ชาวอิตาเลียน 2 มาร์โก โปโล 3 ก๋วยเตี๋ยวจากจีน 4 สหรัฐอเมริกา

ตอบ 3 อ้างอิงถึง ก๋วยเตี๋ยวที่มาจากจีน

33 Which can best replace the word “specialty” (in bold type)?

1 a well-known product

2 instance

3 an unusual place

4 success

ถาม คําไหนที่สามารถแทนที่คํา “specialty” ได้ดีที่สุด (ในตัวพิมพ์หนา)

1 ผลิตภัณฑ์ที่รู้จักกันดี 2 ตัวอย่าง 3 สถานที่ไม่ธรรมดา 4 ประสบความสําเร็จ

ตอบ specialty ในที่นี้คือ ความนิยมชมชอบจนกลายมาเป็นอัตลักษณ์หรือเรียกว่า ความพิเศษ

เฉพาะตัว ดังตัวเลือกที่ใกล้เคียงที่สุด คือ ตัวเลือกที่ 1 ผลิตภัณฑ์ที่รู้จักกันดี

 

Passage 3 (Items 34-40) 

At one time, people thought that the figures appearing in dreams were messengers from the gods. it was generally believed that dreams came from something outside the dreamer and could be understood only by persons with special skills.

Today it is believed that dreams are created by the dreamer himself. And because dreams are something a person creates; they may have special meaning for the person who dreams them.

Just why you have a particular dream when you do may depend on many things. Your health may affect your dreams. A person who is ill or uncomfortable will have different kinds of dreams than a person who is well and happy. . If a person is hungry or cold, or very tired, his dreams may include this feeling, so that many dreams seem to be made up of disguised feelings. Also, the events of the day before may have a lot to do with what you dream.

Often the persons or situations in a dream are those that you met during the day, Or your emotions may make you have the kind of dream you have. Needing or waiting something may be expressed in a dream, and being frightened may become part of a dream.

ในอดีตนั้นผู้คนคิดว่า ภาพที่ปรากฏขึ้นในความฝัน คือ ผู้นําสารมาจากพระเจ้า ดังนั้นจึงเกิดความเชื่อที่ว่า ความฝันคือสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากตัวผู้ฝันที่จะเข้าถึงได้ และต้องให้ผู้ที่มีทักษะพิเศษเท่านั้นจึงจะเข้าใจความฝันได้

ปัจจุบันความเชื่อ ได้เปลี่ยนไป เชื่อกันว่า ความฝันคือสิ่งที่ผู้ฝันสร้างขึ้นเองและเมื่อความฝันเป็นสิ่งที่คน สร้างขึ้น ดังนั้น ความฝัน (they) อาจจะมีความหมายเฉพาะเจาะจงต่อคนที่ฝันเท่านั้น

เหตุผลทําไมคุณจึงมีความฝันบางอย่างเฉพาะขึ้นมาเมื่อคุณฝันอาจจะขึ้นอยู่กับหลาย ๆ สิ่ง สุขภาพของคุณ อาจจะมีผลต่อความฝันของคุณ คนที่ป่วยหรือรู้สึกไม่สบายใจจะมีความฝันที่แตกต่างกันไปมากกว่าคนที่สบายดี และมีความสุข

ถ้าบุคคลนั้นรู้สึกหิวหรือรู้สึกหนาว, หรือรู้สึกเหนื่อยมาก, ความฝันของเขาอาจจะรวมถึงความรู้สึกนี้ ดังนั้น ความฝันจํานวนมากดูเหมือนจะประกอบไปด้วยความรู้สึกที่น่าขยะแขยงต่าง ๆ เช่นกัน เหตุการณ์ต่าง ๆ ของวัน ก่อน ๆ อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณฝันด้วย

บ่อยครั้งผู้คนหรือสถานการณ์ที่อยู่ในความฝันคือสิ่งที่คุณได้พบในระหว่างวัน หรืออารมณ์ของคุณอาจจะทําให้คุณมีความฝันแบบนั้น ความต้องการหรือการรอคอยอาจจะถูกแสดงออกในความฝันและรู้สึกตื่นตกใจอาจจะกลายมาเป็นส่วนของความฝัน

34 Which of these topics is mainly discussed in the passage?

1 How dreams are created

2 What people think about dreams

3 Dream and its meaning

4 The relationship between health and dreams

ถาม ในบทความนี้ ข้อใดคือหัวเรื่อง (topics) ที่ถูกอธิบายเป็นประเด็นหลัก?

1 ความฝันเกิดขึ้นได้อย่างไร

2 สิ่งที่ผู้คนคิดเกี่ยวกับความฝัน

3 ความฝันและความหมายของมัน

4 ความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพและความฝัน

ตอบ 2 เนื้อเรื่องนี้กล่าวถึง สิ่งที่ผู้คนคิดเกี่ยวกับความฝัน

35 According to the passage, which statement is true about what people in the past

believed?

1 Anyone could interpret people’s dreams.

2 Dreams were messengers from gods, and they were created by their dreamers.

3 Dreams were created by their dreamers.

4 Dreams were messages from gods.

ถาม ตามเนื้อเรื่อง ข้อความไหนถูกต้องเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้คนเชื่อในอดีต

1 ใคร ๆ ก็ตีความฝันของคนได้

2 ความฝันเป็นผู้ส่งสารจากเหล่าทวยเทพ และความฝันถูกสร้างขึ้นมาโดยผู้ฝันเอง

3 ความฝันถูกสร้างขึ้นโดยผู้ฝันเอง

4 ความฝันเป็นข่าวสารจากเหล่าทวยเทพ

ตอบ 4 จากประโยคแรกเลย ว่าในอดีตเชื่อว่ามาจากเหล่าทวยเทพและมาจากสิ่งที่อยู่นอกตัวผู้ฝัน

ถ้าว่าความฝันถูกสร้างขึ้นมาโดยผู้ฝันเอง เป็นความเชื่อในปัจจุบัน

36  According to the passage, what are dreams made up of?

1 what we want

2 people we met

3 emotions

4 All are correct

ถาม ตามเนื้อเรื่อง ความฝันประกอบด้วยอะไร

1 สิ่งที่เราต้องการ 2 ผู้คนที่เราเจอ 3 อารมณ์ 4 ถูกทุกข้อ

ตอบ 4 ถูกทุกข้อ ความฝันประกอบกันขึ้นมาจากผู้ฝัน ความต้องการ การรอคอย คนที่เราไปเจอมา หรือ

อารมณ์ความรู้สึก และรวมถึงสุขภาพด้วย

37  Which statement is NOT true about dreams?

1 Dreams are the way to express our desire.

2 Everyone has similar kinds of dreams no matter how healthy they are.

3 A dream comes from its dreamer.

4 What we did in real life may be part of our dream.

ถาม ข้อความไหนไม่ถูกต้องเกี่ยวกับความฝัน

1 ความฝันเป็นวิธีที่แสดงออกถึงความต้องการของเรา

2 ทุกคนมีความฝันที่คล้ายคลึงกันไม่ว่าจะสุขภาพดีแค่ไหนก็ตาม

3 ความฝันมาจากผู้ฝัน

4 สิ่งที่เราทําในชีวิตจริงอาจเป็นส่วนหนึ่งของความฝันของเรา

ตอบ 2 ไม่ถูกต้องคือ 2 ว่ามีความคล้ายกัน เพราะผู้มีความฝันแตกต่างกัน

38 The word “affect” (in bold type) means ____.

1 to destroy.

2 to activate

3 to influence.

4 to support

ถาม คําว่า “affect” (ในตัวพิมพ์หนา) หมายถึง

1 ทําลาย 2 กระตุ้น 3 มีอิทธิพล 4 ส่งเสริม สนับสนุน

ตอบ 3 affect = influence = มีผลต่อ มีอิทธิพล

39 The word “disguised” (in bold type) means or is related to ____.

1 tired

2 scared

3 sadder

4 hidden

ถาม คําว่า “disguised” (ในตัวพิมพ์หนา) หมายถึงหรือสัมพันธ์กับ

1 เหน็ดเหนื่อย 2 น่ากลัว 3 ที่โศกเศร้า 4 ที่ซ่อนอยู่

ตอบ 4 disguised = hidden = แอบแฝง ซุกซ่อน

40 The word “those” (in bold type) refers to ____.

1 situations

2 dreams

3 people

4 situations and people

ถาม คําว่า “those” (ในตัวพิมพ์หนา) อ้างอิงถึง _____.

1 สถานการณ์ 2 ความฝัน 3 ผู้คน 4 สถานการณ์และผู้คน

ตอบ 4 จากย่อหน้าสุดท้ายว่า the persons or situations in a dream are those ฉะนั้น those

อ้างอิงถึง the persons or situations ตรงกับตัวเลือกที่ 4

 

Passage 4

Now comes the most terrific harm a television can do to children. The arrival of TV in a house marks the decline of family life. “Vanishing is the feeling of wholeness among members of a family. The more time they spend watching television means less time they spend in talking with each other. They do not have a chance to tell what they have done during the day.” said Professor Payom.

If the human relationship of family life which is the fundamental institution of society is destroyed, it is hard therefore to expect warm relationships or co-operation in higher and more complicated stratum of society. :

For the time being, programs intended for young viewers are normally shown between 5 -6.30 p.m. on weekdays. It is true that some are really good. However, “The timing is a hindrance itself.” said Prasai “At that time, most or all children are still stuck in traffic jams or are too tired from their day at school.”

Another program seemingly intended for children is the traditional drama series aired in the evening.

“I agree with the attempt to introduce such folklore or legends to audiences, but what about choosing more appropriate stories and refining them? Existing ones are so tawdry and valueless in every aspect,” complained Prasai, who also suggested that literature and classical dance are long absent from the screen.

ในปัจจุบันอันตรายที่ร้ายแรงมากที่สุดที่โทรทัศน์นี้นํามาสู่เด็ก ๆ การมีโทรทัศน์อยู่ในบ้านเป็น สิ่งบ่งบอกให้เห็นถึงการเลื่อมลงของชีวิตครอบครัว ศาสตราจารย์พะยอมกล่าวว่า “ความรู้สึกห่างเหินจะเกิดกับบรรดาสมาชิกในครอบครัว ยิ่งพวกเขาใช้เวลาดูโทรทัศน์มากขึ้นเท่าใด ก็หมายความว่าพวกเขาจะใช้เวลาพูดคุยกัน น้อยลงเท่านั้น พวกเขาไม่มีโอกาสที่จะได้เล่าสิ่งที่พวกเขาได้ทํามาในระหว่างวันนั้น ๆ ”

ถ้าความสัมพันธ์ของชีวิตครอบครัวของมนุษย์ ซึ่งเป็นสถาบันพื้นฐานของสังคมถูกทําลายไป ดังนั้น มันถึง ยากที่จะคาดหวังถึงความสัมพันธ์อันอบอุ่นหรือความร่วมมือในระดับที่สูงขึ้นและในลําดับชั้นของสังคมที่ซับซ้อนมากขึ้น

สําหรับเรื่องของเวลา รายการที่ตั้งใจสําหรับผู้ชมที่เป็นเด็กหนุ่มสาวดู โดยปกติแล้วมักจะออกอากาศ ระหว่างเวลา 17.00 – 18.30 น. ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เป็นความจริงที่ว่าบางรายการดีจริงๆ แต่กระนั้นก็ตาม “เวลาก็เป็นอุปสรรคโดยตัวของมันเอง” คุณปราศรัยกล่าว “ในช่วงเวลานั้น เด็กส่วนใหญ่หรือทั้งหมดยังคงติดอยู่ บนท้องถนน เนื่องจากสภาพการจราจรที่ติดขัดหรือเหน็ดเหนื่อยจากการเรียนมาตลอดทั้งวันจากโรงเรียน”

รายการอีกรายการหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนว่าจะตั้งใจสําหรับเด็ก ๆ คือ ละครที่เล่นเป็นตอน ๆ ซึ่งออกอากาศใน ตอนเย็น

คุณปราศรัย กล่าวว่า “ผมเห็นด้วยกับความพยายามที่จะแนะนําละครพื้นฐานหรือตํานานในลักษณะเช่นนั้น ให้กับผู้ชมดู แต่ควรเลือกละครที่เหมาะสมมากกว่านี้ และขัดเกลามันเสียใหม่จะดีไหม หลายเรื่องที่มีอยู่ในขณะนี้ จะเป็นแบบเรียบ ๆ พื้น ๆ เกินไป และไม่มีคุณค่าเลยในทุก ๆ ด้าน” และแนะนําอีกว่าวรรณกรรมและการรําไทยได้ ห่างหายไปจากจอโทรทัศน์มานานแล้ว

 

41 According to the passage, how does TV harm family life?

1 Due to TV, children spend more time arguing with their parents.

2 Adults cannot catch up with their younger members because of TV.

3 Tv makes the numbers of family members decline, and children spend more time arguing with their parents due to it.

4 It makes the numbers of family members decline.

ถาม ตามเนื้อเรื่อง ทีวีเป็นอันตรายต่อชีวิตครอบครัวอย่างไร

1 เนื่องจากทีวี เด็ก ๆ สามารถใช้เวลาโต้เถียงกับพ่อแม่มากขึ้น

2 ผู้ใหญ่ไม่สามารถติดต่อกับสมาชิกที่มีอายุน้อยกว่าได้เนื่องจากทีวี

3 ทีวีทําให้จํานวนสมาชิกครอบครัวลดลง และเด็ก ๆ ใช้เวลาโต้เถียงกับพ่อแม่มากขึ้นด้วยเหตุนี้

4 ทําให้จํานวนสมาชิกในครอบครัวลดลง

ตอบ 2 การนําทีวีเข้ามาทําให้ความผูกพันระหว่างสมาชิกในครอบครัวลดลง ทําให้ปฏิสัมพันธ์หรือการ

ติดต่อลดลง

42 According to the passage, why does relationships of a family affect the society?

1 Family is the root of the society.

2 Complicated family plays an important role in co-operation.

3 Warm relationships in a family result from the society.

4 All are correct

ถาม ตามเนื้อเรื่อง ทําไมความสัมพันธ์ของครอบครัวจึงมีผลต่อสังคม

1 ครอบครัวคือรากฐานของสังคม

2 ครอบครัวที่ซับซ้อนมีบทบาทสําคัญในความร่วมมือ

3 ความสัมพันธ์อันอบอุ่นเป็นผลมาจากสังคม

4 ถูกทุกข้อ

ตอบ 4 ถูกทุกข้อ ล้วนมีผลต่อสังคม

43 According to the passage, when can we watch programs for young viewers?

1 5.00p.m. on Sundays

2 7.00 p.m. on Tuesdays

3 6.30 p.m. on Saturdays

4 6.00 p.m. on Mondays

ถาม ตามเนื้อเรื่อง เราสามารถชมรายการสําหรับผู้ชมวัยรุ่นเมื่อไร

1 5 โมงเย็นวันอาทิตย์

2 1 ทุ่มตรงวันอังคาร

3 6 โมงเย็นวันเสาร์

4 6 โมงเย็นวันจันทร์

ตอบ 4 จากบทความย่อหน้าที่ 3 ช่วงเวลาที่รายการดึงดูดผู้ชมวัยรุ่นคือ ช่วง 5 – 6 โมงเย็นวันจันทร์-ศุกร์

ดังนั้น ตัวเลือกที่ 4 จึงถูกที่สุด

44 According to the passage, which statement is true about Mr. Prasai?

1 He believed that traffic jam made students tired.

2 He pointed out that literature has not been seen on TV for a while.

3 He thought that all folklores should be introduced to audiences.

4 He complained that classical dance is too long.

ถาม ตามเนื้อเรื่อง ข้อความไหนถูกต้องเกี่ยวกับคุณปราศรัย

1 เขาเชื่อว่าการจราจรติดขัดทําให้นักเรียนรู้สึกเหน็ดเหนื่อย

2 เขาชี้ให้เห็นว่ารายการวรรณกรรมไม่ได้นํามาแสดงในทีวีเป็นเวลาช่วงหนึ่งแล้ว

3 เขาคิดว่านิทานพื้นบ้านทั้งหมดควรนําเสนอให้กับผู้ชม

4 เขาบ่นว่ารายการนาฏศิลป์ยาวเกินไป

ตอบ 3 จากย่อหน้าสุดท้ายคุณปราศรัยกล่าวควรนําเสนอนิทานพื้นบ้านหรือตํานาน

45 According to the passage, it could be implied that the management of TV programs

for children is _____.

1 effective

2 valuable

3 traditional

4 problematic

ถาม ตามเนื้อเรื่อง พอจะสรุปความได้ว่า การจัดการรายการทีวีสําหรับเด็กๆ เป็น _____.

1 มีประสิทธิภาพ 2 มีคุณค่า 3 เป็นตามธรรมเนียม 4 เป็นปัญหา

ตอบ 4 จากบทความย่อหน้าสุดท้าย ตามความเห็นของคุณปราศรัย เห็นว่ารายการทีวีที่เป็นอยู่เป็นสิ่งที่ไม่

มีค่า (valueless) และควรจะต้องปรับปรุง ดังนั้นสรุปความหรือความหมายทางนัย (implied)

คือข้อ 4 มีปัญหา

46 The word “terrific” (in bold type) is equivalent in meaning to _____.

1 frightening

2 exciting

3 very good

4 very bad

ถาม คําว่า “terrific” (ในตัวพิมพ์หนา) มีความหมายเหมือนกับ _____.

1 น่ากลัว 2 น่าตื่นเต้น 3 ดีมาก 4 แย่มาก

ตอบ 4 terrific = frightening = น่าหวาดกลัว

47 The word “hindrance” (in bold type) is equivalent in meaning to ____.

1 tiredness

2 strength

3 intention

4 obstacle

ถาม คําว่า “hindrance” (ในตัวพิมพ์หนา) มีความหมายเหมือนกับ

1 ความเหน็ดเหนื่อย 2 ความแข็งแรง 3 ความตั้งใจ 4 อุปสรรค

ตอบ 4 “hindrance” = obstacle = อุปสรรค

48 The word “tawdry” (in bold type) is equivalent in meaning to ____.

1 absent

2 elegant

3 cheap

4 boring

ถาม คําว่า “tawdry” (ในตัวพิมพ์หนา) มีความหมายเหมือนกับ ____.

1 ขาด ไม่มี 2 หรูหรา 3 ราคาถูก 4 น่าเบื่อ

ตอบ 4 tawdry = พื้น ๆ เรียบ ๆ = boring = น่าเบื่อ

49 The pronoun “they” (in bold type) refers to ____.

1 family members

2 feelings

3 Professor Payom

4 TV programs

ถาม คําสรรพนาม “they” (ในตัวพิมพ์หนา) อ้างอิงถึง ____.

1 สมาชิกครอบครัว 2 ความรู้สึก 3 ศาสตราจารย์พะยอม 4 รายการทีวี

ตอบ 1 “they” อ้างอิงถึงสมาชิกครอบครัว

50 The pronoun “ones” (in bold type) refers to _____.

1 legends

2 folklore

3 stories

4 All are correct

ถาม คําสรรพนาม “ones” (ในตัวพิมพ์หนา) อ้างอิงถึง ____.

1 ตํานาน 2 นิทานพื้นบ้าน 3 เรื่องราว 4 ถูกหมด

ตอบ 4 ถูกหมด ones อ้างอิงถึง ตํานาน นิทานพื้นบ้านหรือเรื่องราว

 

Part 3  Unseen Passages (เนื้อหานอกตํารา)

 

Passage 1 (Items 51-60)

Dogs seem almost biologically incapable of hiding their inner moods-shuffling, snuffling, tail-wagging clues to contentment, nervousness or sheer, unadorned joy. . Despite what the famous painting might want to tell you, dogs would be terrible poker ” players. We pick up their cues all too easily.

Cats also have sophisticated body language – their moods are signaled through twitching tails, ruffled fur, and the position of ears and whiskers. A purr usually (but not always) signals friendliness or contentment. They’re a usually reliable method of working out if the cat is in friendly mode or best left alone.

While we can reasonably be sure of a dog’s bond with us, despite the thousands of years domesticated cats have kept us company, they still suffer something of a bad PR image. The independence that many see as a bonus is really by others as aloofness or selfishness. Their detractors claim they only really show affection when a food bowl is

empty.

ดูเหมือนว่าสุนัขแทบจะไม่สามารถซ่อนอารมณ์ภายในทางด้านชีววิทยาของมันได้ เช่น การสับเปลี่ยน การ สูดจมูก การกระดิกหางเพื่อความพึงพอใจ ความกังวลใจหรือการหลบหลีก หรือความสุขที่แท้จริง ถึงแม้ว่าภาพวาดที่มีชื่อเสียงต้องการบอกคุณ แต่สุนัขจะเป็นผู้เล่นที่เป็นผู้แหย่ที่น่ากลัว พวกเราจับสิ่งที่เป็นนัยทั้งหมดของพวกมัน ได้อย่างง่าย

แมวเช่นกันมีภาษากายที่ซับซ้อน – อารมณ์ของพวกมันส่งสัญญาณผ่านการกระตุกหาง ขนจะฟูไม่เรียบ และ ตําแหน่งของหูและหนวด เสียงฟี่ของแมวมักจะ (แต่ไม่เสมอไป) บ่งบอกถึงความเป็นมิตรหรือความพึงพอใจ พวก มันโดยปกติมีวิธีเตรียมการที่เชื่อถือได้ถ้าหากแมวอยู่ในโหมดเป็นมิตรหรือปล่อยให้มันอยู่ตามลําพังดีที่สุด

แม้ว่าเราจะสามารถมั่นใจได้อย่างสมเหตุสมผลว่าสุนัขมีความผูกพันกับเรา แม้ว่าแมวบ้านนับพันปีจะคอย เป็นเพื่อนกับเรา แต่พวกมันก็ยังประสบกับภาพลักษณ์ที่ไม่ดีในการประชาสัมพันธ์ ความเป็นอิสระที่หลายคนมอง ว่าเป็นโบนัสนั้นแท้จริงแล้วเป็นความโดดเดี่ยวหรือความเห็นแก่ตัว นักวิจารณ์อ้างว่าพวกเขาแสดงสนิทสนม เมื่อชามอาหารว่างเปล่าเท่านั้น

51 According to the passage, dogs express how they feel by using their _____.

1 noses

2 legs

3 tails

4 All are correct

ถาม ตามเนื้อเรื่อง สุนัขแสควงออกถึงความรู้สึกด้วยการใช้ _____ ของพวกมัน.

1 จมูก

2 ขา

3 หาง

4 ถูกทุกข้อ

ตอบ 4 สุนัขแสดงออกความรู้สึกด้วยการใช้จมูก ขา หาง จึงตอบถูกทุกข้อ

52 If you hear a purr from your cat, it often means _____.

1 you are not permitted to be around it

2 you are anxious

3 you are not trustable

4 you are allowed to be with it

ถาม ถ้าคุณได้ยินเสียงฟี่จากแมวของคุณ มันมักจะหมายถึง

1 คุณไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่รอบ ๆ มัน 2 คุณรู้สึกกระวนกระวายใจ 3 คุณ ไม่สามารถไว้ใจได้ 4 คุณได้รับอนุญาตให้อยู่กับมัน

ตอบ 4 เสียงฟี่ของแมว แสดงถึงความเป็นมิตรและความพึงพอใจ ที่ให้เราอยู่กับมัน

53 According to the passage, when cats express their feelings, their fur might looks

1 flat

2 not smooth

3 not curly

4 straight

ถาม ตามเนื้อเรื่อง เมื่อแมวแสดงถึงความรู้สึกของพวกมัน ขนของมันอาจจะดู

1 แบนราบ 2 ไม่เรียบ 3 ไม่หยิก 4 ตรง

ตอบ 1 ขนของมันจะฟูขรุขระ ไม่เรียบ

54 According to the passage, what is true about cats?

1 Some people believe that they only think of themselves.

2 They have been with humans longer than dogs.

3 Everyone thinks that they are not friendly.

4 All are correct.

ถาม ตามเนื้อเรื่อง ข้อไหนถูกต้องเกี่ยวกับแมว

1 บางคนเชื่อว่าพวกมันคิดถึงแต่พวกมันเท่านั้น

2 มันอยู่กับมนุษย์นานกว่าสุนัข

3 ทุกคนคิดว่าพวกมันไม่เป็นมิตร

4 ถูกทุกข้อ

ตอบ 2 แมวอยู่กับมนุษย์มานานมากกว่าสุนัข

55 Some people believe that cats will be with their owners only when they are ____.

1 happy

2 reliable

3 hungry

  1. lonely

ถาม บางคนเชื่อว่าแมวจะอยู่กับเจ้าของเท่านั้นเมื่อพวกมัน ____.

1 มีความสุข 2 เชื่อถือได้ 3 หิว  4 โดดเดี่ยว

ตอบ 3 จากบทความในย่อหน้าสุดท้าย บรรทัดสุดท้ายอธิบายว่า “นักวิจารณ์ด้านแมวอ้างว่า พวกแมว

จะแสดงความสนิทสนม (affection) เมื่อชาวมข้าวว่างเปล่า” แสดงว่า พวกมันรู้สึกหิว

(hungry)

56 The word “they” (in bold type) refers to _____.

1 cats

2 dogs

3 detractors

4 humans

ถาม คําว่า “they” (ในตัวพิมพ์หนา) อ้างอิงถึง ____.

1 แมว 2 สุนัข 3 ผู้ว่า 4 มนุษย์

ตอบ 1 คําว่า “they” อ้างอิงถึงคําว่า “แมว”

57 The word “contentment” (in bold type) can be replaced by ____.

1 satisfaction

2 curiosity

3 anxiety

4 sophisticated

ถาม คําว่า “contentment” ในตัวพิมพ์หนา สามารถแทนที่ด้วย ____.

1 ความพึงพอใจ 2 ความอยากรู้อยากเห็น 3 ความวิตกกังวล 4 ความซับซ้อน

ตอบ 1 contentment = satisfaction = ความพึงพอใจ

58 The phase “terrible poker players” (in bold type) means being _____.

1 not good at playing games

2 good liars

3 weak in hiding feelings

4 nervous to make decisions

ถาม วลีว่า “terrible poker players” (ในตัวพิมพ์หนา) หมายถึง การเป็น ____.

1 ไม่เก่งการเล่นเกม

2 คนโกหกที่ดี

3 อ่อนแอในการซ่อนความรู้สึกต่าง ๆ

4 กระวนกระวายในการตัดสินใจ

ตอบ 1 การเป็นผู้เล่นที่ไม่ดี หรือแหย่ ๆ ไม่กล้าเล่น

59 The word “aloofness” (in bold type) can be replaced by _____.

1 signal

2 distance

3 capability

4 dependence

ถาม คําว่า “aloofness” (ในตัวพิมพ์หนา) สามารถแทนที่ด้วย _____.

1 สัญญาณ 2 ระยะห่าง 3 ความสามารถ 4 การพึ่งพา

 

ตอบ 2 จากบริบท (context clues) หรือข้อความแวดล้อมที่ใช้เดาความหมายของคําศัพท์ “…or

selfishness” = “…หรือเห็นแก่ตัว” แสดงว่าคําศัพท์คําว่า aloofness ต้องมีความหมายในทาง ลบ (ความหมายไม่ดี) ซึ่งตรงกับคําว่า distance = ระยะห่าง อยู่ห่าง ซอบโดดเดี่ยว ส่วนคําอื่น ไม่มีความหมายเชิงลบเลย

60 The word “detractors” (in bold type) means someone who ____.

1 is not fond of something

2 is selfish

3 judges fairly

4 criticizes something

ถาม คําว่า “detractors” (ในตัวพิมพ์หนา) หมายถึงคนที่ ____.

1 ไม่ชอบกับบางสิ่งบางอย่าง 2 เห็นแก่ตัว 3 ตัดสินอย่างเป็นกลาง 4 วิพากษ์วิจารณ์บางสิ่ง

ตอบ 4 คนที่วิจารณ์หรือกล่าวร้ายบางสิ่ง

 

Passage 2 (Item 61 – 69)

Take a passing glance at Dubai, and you may think life is back to normal. In recent weeks, the bustling city has been a sparkling attraction for tourists, especially from Europe, trying to escape the brutal winter and strict coronavirus lockdowns.

But as tens of thousands of visitors flocked there during its peak year end season, the virus inevitably caught up with the city despite precautions aimed at limiting its spread. Cases began to rise, nearly quadrupling since November.

Even as Covid-19 gained a stronger foothold, the images out of Dubai – particularly from the Instagram feeds of influences or celebrities – painted an image of a wide-open winter sun paradise.

For those back home in countries such as the UK, where most people are being told they cannot travel abroad because of the risk to health, these pictures caused consternation, drawing criticism of the risk to health, these pictures caused consternation, drawing criticism of those enjoying themselves.

For Danish tourist Emma Mathilde, who has frequently visited Dubai over the past few months, the backlash wasn’t surprising.

 

“In Europe, everyone is locked at home, it’s cold and it’s gray,” she says. “Dubai is the only place you can travel to, so everyone is going there. It’s sunny, you can go out to eat, and that’s why people get furious over why they have to stay home when other people are enjoying their lives.”

 

แวบเดียวที่ดูไบ คุณอาจคิดว่าชีวิตกลับมาเป็นปกติแล้ว ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เมืองที่คึกคักแห่งนี้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ส่องประกายระยิบระยับสําหรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากยุโรป ที่พยายามหลบหนีจากฤดูหนาวที่โหดร้ายและการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดของไวรัสโคโรน่า

แต่เนื่องจากนักท่องเที่ยวหลายหมื่นคนแห่กันไปที่นั่นในช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในช่วง ปลายปี ไวรัสจึงตามทันเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าจะมีมาตรการป้องกันที่มุ่งจํากัดการแพร่กระจายของโรคก็ตาม เคสเริ่มเพิ่มขึ้นเกือบสี่เท่าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน

แม้ว่า โควิด-19 จะแข็งแกร่งขึ้น แต่ภาพถ่ายจากดูไบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากฟีดที่มีอิทธิพลหรือคนดังใน อินสตาแกรม วาดภาพของสวรรค์ควงอาทิตย์ฤดูหนาวที่เปิดกว้างสําหรับผู้ที่กลับบ้านเกิดในประเทศต่าง ๆ เช่น

สหราชอาณาจักร ที่คนส่วนใหญ่ถูกบอกว่าไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้เพราะเสี่ยงต่อสุขภาพ ภาพเหล่านี้ สร้างความตกตะลึง วิจารณ์ถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพ ภาพเหล่านี้สร้างความตกตะลึง ชวนวิพากษ์วิจารณ์ถึงผู้คนที่สนุกกับตัวเอง

สําหรับ Emma Mathide นักท่องเที่ยวชาวเดนมาร์ก ซึ่งเคยไปดูไบบ่อยครั้งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา การสะท้อนกลับนั้นไม่น่าแปลกใจเลย

“ในยุโรป ทุกคนถูกขังอยู่ที่บ้าน อากาศหนาวและเป็นสีเทา” เธอกล่าว “ดูไบเป็นสถานที่แห่งเดียวที่คุณ สามารถเดินทางไปได้ ทุกคนต่างก็ไปที่นั่น แดดจัด คุณสามารถออกไปทานอาหารได้ และนั่นเป็นเหตุผลว่าทําไม ผู้คนถึงโกรธเคืองว่าทําไมพวกเขาถึงต้องอยู่บ้าน ในขณะที่คนอื่นมีความสุขกับชีวิตของพวกเขา”

61 What does this passage mainly mention?

1 Celebrities in Dubai.

2 COVID-19 situation in Europe

3 Tourism in Dubai during pandemic

4 Rise of Coronavirus

ถาม เนื้อเรื่องนี้กล่าวถึงอะไรเป็นสําคัญ

1 คนดังในดูไบ

2 สถานการณ์โควิค-19 ในยุโรป

3 เที่ยวดูไบช่วงโรคระบาด

4 การเพิ่มขึ้นของไวรัสโคโรน่า

ตอบ 3 เนื้อเรื่องกล่าวถึงการท่องเที่ยวในดูไบ ช่วงโรคระบาด

62 According to the passage, people from __ came to Dubai because of cold weather?

1 Denmark

2 Russia

3 the United States

4 Russia and Denmark

ถาม ตามเนื้อเรื่อง ผู้คนจาก _____ มาที่ดูไบเพราะอากาศหนาว

1 เดนมาร์ก 2 รัสเซีย 3 สหรัฐอเมริกา 4 รัสเซียและเดนมาร์ก

ตอบ 1 จากเนื้อเรื่องกล่าวว่าผู้คนจากยุโรปมาดูไบในช่วงฤดูหนาว ฉะนั้นประเทศในทวีปยุโรปมี 27

ประเทศ (ออสเตรีย เบลเยียม เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ไอร์แลนด์ อิตาลี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส สเปน สวีเดน สหราชอาณาจักร ไซปรัส เช็ก เอสโตเนีย ฮังการี ลัตเวีย ลิทัวเนีย มอลตา โปแลนด์ สโลวีเนีย สโลวะเกีย โรมาเนียและบัลแกเรีย)

63 According to the passage, why did Coronavirus cases begin to rise again?

1 There were a lot of tourists.

2 The virus become stronger.

3 Influencers spread the virus.

4 People didn’t follow the precautions.

ถาม จากเนื้อเรื่อง ทําไมเคสไวรัสโคโรน่าเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นอีก

1 มีนักท่องเที่ยวจํานวนมาก 2 ไวรัสแรงขึ้น 3 ผู้มีอิทธิพลแพร่กระจายไวรัส 4 ผู้คนไม่ปฏิบัติตามข้อควรระวัง ตอบ 1 เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจํานวนมาก

64 Which statement is NOT true about Emma Mathilde?

1 She understands the feeling of people in the UK.

2 She has stayed in Dubai for more than one month.

3 She’s been to Dubai before.

4 She’s from Denmark.

ถาม ข้อความไหนไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ Emma Mathilde

1 เธอเข้าใจความรู้สึกของผู้คนในสหราชอาณาจักร

2 เธอพักอยู่ในดูไบเป็นเวลามากกว่าหนึ่งเดือน

3 เธอเคยไปที่ดูไบมาก่อน

4 เธอมาจากเดนมาร์ก

ตอบ 1 ที่ไม่ถูกต้องคือตัวเลือกที่ 1 ว่าเข้าใจความรู้สึกผู้คนในสหราชอาณาจักร ไม่ได้กล่าวถึง

65 Which statement is NOT true about Europe?

1 It is winter during that time.

2 Its lockdown rules are still strict.

3 Although the weather is cold, it’s sunny.

4 European people don’t have any choices to travel but Dubai.

ถาม ข้อความไหนไม่ถูกต้องเกี่ยวกับยุโรป

1 เป็นช่วงฤดูหนาวในช่วงเวลานั้น 2 กฎการล็อกคาวน์ยังคงเข้มงวด

3 ถึงแม้อากาศหนาวแต่ก็ยังมีแดดจัด 4 คนยุโรปไม่มีทางเลือกในการเดินทางนอกจากดูไบ

ตอบ 3 จากบทความในบรรทัดที่ 1 ของย่อหน้าสุดท้าย “Its cold and its gray” ที่ยุโรปอากาศหนาว

เย็น และฟ้าสลัวๆ แสดงว่า ที่ยุโรปไม่มีแสงแดด ข้อ 3 จึงเป็นข้อที่ไม่จริงเพราะกล่าวว่ามีแดด สว่าง (sunny)

66 The word “flocked” (in bold type) can be replaced by ____.

1 come together

2 move in

3 go along

4 fly away

ถาม คําว่า “flocked” ในตัวพิมพ์หนา สามารถแทนที่ด้วย _____.

1 มาด้วยกัน 2 ย้ายเข้าไป 3 ไปด้วยกัน 4 บินออกไป

ตอบ 3 flocked = go along = รวมตัวกัน แห่กันไป

67 The word “consternation” (in bold type) is a feeling of _____.

1 anger

2 joy

3 envy

4 worry

ถาม คําว่า “consternation” ในตัวพิมพ์หนาคือความรู้สึกของ _____.

1 ความโกรธ 2 ความสนุกสนาน 3 ความอิจฉา หึง 4 ความกังวล

ตอบ 4 ความตกตะลึงในที่นี้หมายถึง ความวิตกกังวล เกี่ยวกับการแพร่กระจายโรคโควิด-19

68 The word “quadrupling” (in bold type) means to become _____ times bigger.

1 three

2 four

3 five

4 six

ถาม คําว่า “quadrupling” (ในตัวพิมพ์หนา) หมายถึงกลายมาเป็นใหญ่ขึ้น ____ เท่า

ตอบ 2 เตาจาก quaน่าจะจาก quarter หนึ่งในสี่ แสดงว่าน่าจะหมายถึงใหญ่เป็น 4 เท่า

69 The phrase “these pictures” (in bold type) refers to pictures of ____.

1 celebrities

2 those enjoying themselves

3 influences

4 All are correct

ถาม วลีที่ว่า “these pictures” (ในตัวพิมพ์หนา) อ้างอิงถึงภาพของ _____.

1 คนดัง 2 คนที่สนุกกับตัวเอง 3 อิทธิพล 4 ถูกทุกข้อ

ตอบ 2 ภาพเหล่านี้ อ้างอิงถึงภาพของผู้คนที่สนุกกับตัวเอง

 

Passage 3

Kimchi is a collective term for more than 100 types of fermented vegetables in Korea, but it most commonly refers to fermented napa cabbage with seasonings, including red  chili pepper, garlic, ginger and salted seafood.

Fermented vegetables made with ted vegetables made with different ingredients like chonggak kimchi (fermented radish kimchi) also fall under the kimchi umbrella

Pao cai, on the other hand, literally means “soaked vegetables” in Chinese. That’s because pickled vegetables are often made by soaking different types of greens, from cabbages to carrots, in a saline solution, with or without seasonings. The jars of vegetables are then fermented at room temperature.

Because they bear some similarities, kimchi is often referred to as “hanguo pao cai,” which means “Korean fermented vegetables,” in China.

 

กิมจิเป็นศัพท์เรียกรวมของผักหมักกว่า 100 ชนิดในประเทศเกาหลี แต่โดยทั่วไปหมายถึงกะหล่ำปลีหมัก พร้อมเครื่องปรุง เช่น พริกแดง กระเทียม ขิง และอาหารทะเลเค็ม

บรรดาผักหมักดองทั้งหลายที่ทําจากส่วนผสมต่าง ๆ เช่น ชองกักกิมจิ (กิมจิหัวไชเท้าหมัก) หรือกิมจิที่ลด เครื่องเทศลง อย่างเช่น แพค กิมจิ (กิมจิกะหล่ำปลีแบบไม่เผ็ด) นอกจากนี้ในฤดูใบไม้ร่วง (fall) ก็จะมีผักหมักดอง กิมจิเต็มไปหมด

ในทางตรงกันข้าม เปาฉ่าย (Pao cai) หมายถึง “ผักแช่” ในภาษาจีน นั่นเป็นเพราะผักดองมักจะทําโดยการ แช่ผักประเภทต่างๆ ตั้งแต่กะหล่ำปลีไปจนถึงแครอท ในน้ำเกลือที่มีหรือไม่มีเครื่องปรุงก็ได้ จากนั้นนําผักมาหมัก ที่อุณหภูมิห้อง

เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกัน กิมจิจึงมักถูกเรียกว่า “hanguo pai cai” ซึ่งหมายถึง “ผักหมักของเกาหลี” ในประเทศจีน

70 Which of these topics is mainly discussed in the passage?

1 Kimchi in Korea and other countries

2 The difference between kimchi and pao cai

3 How to make fermented vegetables

4 The meaning of kimchi

ถาม เนื้อเรื่องนี้อธิบายถึงเรื่องอะไรเป็นสําคัญ

1 กิมจิในประเทศเกาหลีและประเทศอื่น ๆ 2 ความแตกต่างระหว่างกิมจิและเปาฉ่าย 3 วิธีการทําผักดอง

4 ความหมายของกิมจิ

ตอบ 2 เนื้อเรื่องกล่าวถึงความแตกต่างระหว่าง กิมจิและเปาจ่าย

71 What kind of kimchi is spicy?

1 Chonggak kimchi

2 Baek kimchi

3 Neither of them is correct

4 All are correct

ถาม กิมจิประเภทไหนที่มีรสเผ็ด

ตอบ 3 ที่กล่าวมาไม่ได้กล่าวถึงว่าชนิดไหนที่มีรสเผ็ด

72 Which ingredient is NOT found in Kimchi?

1 Salted shrimp

2 Ginger

3 Chili

4 Garlic

ถาม ส่วนผสมไหนที่ไม่พบในกิมจิ

1 กุ้งเค็ม

2 ขิง

3 พริก

4 กระเทียม

ตอบ 1 จากบรรทัดที่ 1- 3 มีคําว่า salted seafood แต่ไม่มี salted shrimp

73 Which statement is true about pao cai?

1 Vegetables can be fermented in the freezer.

2 It is a kind of kimchi.

3 It is created in China.

4 Seasonings are not always used

ถาม ข้อความไหนถูกต้องเกี่ยวกับเปาจ่าย

1 ผักสามารถหมักในช่องแช่แข็งได้ 2 เป็นกิมจิชนิดหนึ่ง 3 เกิดขึ้นในประเทศจีน

4 เครื่องปรุงมักจะไม่ได้ใช้

ตอบ 3 pao cai ของประเทศจีน ส่วน kimchi ของประเทศเกาหลี

74 The word “hanguo” (in bold type) possibly means ____.

1 China

2 fermented

3 Korean

4 soaked

ถาม คําว่า “hanguo” (ในตัวพิมพ์หนา) น่าจะหมายถึง ____.

1 ประเทศจีน

2 หมัก

3 เกาหลี

4 จุ่ม

ตอบ 3 จาก hanguo bao cai,” which means “Korean fermented vegetables,

ฉะนั้น hanguo น่าจะหมายถึง เกาหลี

75 The word “seasonings” (in bold type) can be replaced by ____.

1 vegetables

2 ingredients

3 spices

4 periods

ถาม คําว่า “seasonings” (ในตัวพิมพ์หนา) สามารถแทนที่ด้วย _____.

1 ผัก 2 ส่วนผสม 3 เครื่องเทศ 4 ช่วงเวลา

ตอบ 3 seasonings เครื่องปรุงรส ตรงกับคําว่า spices เครื่องเทศ ก็เป็นเครื่องปรุงรส

76 The word “umbrella” (in bold type) can be replaced by _____.

1 ferment.

2 degree

3 difference

4 category

ถาม คําว่า “umbrella” (ในตัวพิมพ์หนา) สามารถแทนที่ด้วย _____.

1 หมัก  2 ระดับ องศา 3 ความแตกต่าง 4 หมวด

ตอบ 1 จากบริบทแวดล้อมของบทความพูดถึง 1 ผักหมักกิมจิ และ 2 ฤดูใบไม้ร่วง ดังนั้น umbrella ซึ่ง ปกติหมายถึง ร่ม น่าจะหมายถึง การหมักผักแบบเกาหลี

77 The word “greens” (in bold type) can be replaced by ____.

1 pickles

2 water

3 colors

4 vegetables

ถาม คําว่า “greens” (ในตัวพิมพ์หนา) สามารถแทนที่ด้วย ____.

1 ผักดอง 2 น้ำ 3 สี 4 ผักต่าง ๆ

ตอบ 4 สีเขียวในที่นี้คือ ผักต่าง ๆ

 

Passage 4

China’s ban on cryptocurrency mining has forced bitcoin entrepreneurs to flee overseas. Many are heading to Texas, which is quickly becoming the next global. cryptocurrency capital.

When China announced a crackdown on bitcoin mining and trading in May, Kevin Pan, CEO of Chinese cryptocurrency mining company Poolin, got on a flight the next day to leave the country.

“We decided to move out, once [and] for all. [We’ll never come back again,” Mr. Pan told the BBC.

Headquartered in Hong Kong, Poolin is the second largest bitcoin mining network in the world, with most of its operations in mainland China. The country was home to around 70% of global bitcoin mining power, until the clampdown sent the price of bitcoin into a tailspin and caught miners off guard.

Now China’s “bitcoin refugees” are urgently scrambling to find a new home, whether in neighboring Kazakhstan, Russia or North America, because for bitcoin miners, time is literally money.

“We had to find a new location for the bitcoin mining machines,” Poolin’s vice president Alejandro De La Torres said. “Because every minute that the machine is not on, it’s not making money.”

In what some call the “Great Mining Migration,” the Poolin executives are among the many bitcoin miners who have recently landed in a place reputed as part of America’s wild wild west: Austin, Texas.

การห้ามการขุด cryptocurrency (สินทรัพย์ดิจิตัลประเภทหนึ่งที่มีการเข้ารหัส) ของจีนทําให้ ผู้ประกอบการบิทคอยน์ต้องหนีไปต่างประเทศ หลายคนกําลังมุ่งหน้าไปยังเท็กซัส ซึ่งกําลังกายเป็นเมืองหลวงของ

สกุลเงินดิจิทัลระดับโลกแห่งต่อไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อจีนประกาศปราบปรามการขุดและซื้อขายบิทคอยน์ ในเดือนพฤษภาคม Kevin Pan ซีอีโอของ บริษัทขุด cryptocurrency ของจีน Poolin ขึ้นเครื่องบินในวันรุ่งขึ้นเพื่อเดินทางออกนอกประเทศ

“เราตัดสินใจย้ายออกครั้งเดียว [และ] เพื่อทุกคน [เราจะ] ไม่กลับมาอีก” นายแพนบอกกับ บีบีซี

สํานักงานใหญ่ในฮ่องกง Poolin เป็นเครือข่ายการขุดบิทคอยน์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก โดยส่วน ใหญ่ดําเนินการในจีนแผ่นดินใหญ่ ประเทศนี้เป็นที่ตั้งของพลังการขุดบิทคอยน์ทั่วโลกประมาณ 70% จนกระทั่ง การปราบปรามทําให้ราคาของบิทคอยน์นั้นควบคุมไม่ได้และจับนักขุดโดยไม่ทันได้ระวังตัว

ตอนนี้ “ผู้ลี้ภัยบิทคอยน์” ของจีนกําลังเร่งรีบในการหาบ้านใหม่ ไม่ว่าในคาซัคสถาน ประเทศเพื่อนบ้าน รัสเซีย หรืออเมริกาเหนือ เพราะสําหรับผู้ขุดบิทคอยน์ เวลาคือ เงินอย่างแท้จริง

“เราต้องหาที่ตั้งใหม่สําหรับเครื่องจักร [การขุดบิทคอยน์]” Alejandro De La Torres รองประธาน ของ Poolin กล่าว “เพราะทุกนาทีที่ไม่ได้เปิดเครื่อง มันไม่ทําเงิน”

ในสิ่งที่บางคนเรียกว่า “Great Mining Migration” ผู้บริหารของ Poolin เป็นหนึ่งในนักขุดบิทคอยน์จํานวนมากที่เพิ่งลงจอดในสถานที่ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของป่าตะวันตกของอเมริกา เมืองออสติน รัฐเท็ก

ซัส

78 According to the passage, Poolin _____.

1 is the largest bitcoin mining company and has most of their employees in China

2 needs machines to operate

3 has most of their employees in China

4 is the largest bitcoin mining company

ถาม ตามเนื้อเรื่อง Poolin _____.

1 เป็นบริษัทขุดบิทคอยน์ที่ใหญ่ที่สุดและมีพนักงานส่วนใหญ่ในประเทศจีน

2 ต้องการเครื่องจักรในการดําเนินงาน

3 มีลูกจ้างส่วนใหญ่ในประเทศจีน

4 เป็นบริษัทขุดบิทคอยน์ที่ใหญ่ที่สุด

ตอบ 3 สํานักงานใหญ่ในฮ่องกง Poolin เป็นเครือข่ายการขุดบิทคอยน์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

โดยส่วนใหญ่ดําเนินการ ในจีนแผ่นดินใหญ่ แสดงว่าพนักงานลูกจ้างส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีน

79 Where is the main office of Poolin?

1 Hong Kong

2 Texas

3 Kazakhstan

4 China

ถาม สํานักงานใหญ่ของ Poolin อยู่ที่ไหน

ตอบ 1 อยู่ในฮ่องกง

80 Alejandro De La Torres is ____.

1 Kevin Pan’s boss

2 one of Poolin’s executives

3 a vice-president and one of Poolin’s executives

4 a vice-president

ถาม Alejandro De La Torres เป็น ____.

1 เจ้านายของ Kevin Pan

2 หนึ่งในผู้บริหารของ Poolin

3 รองประธานและหนึ่งในผู้บริหารของ Poolin

4 รองประธาน

ตอบ 3 เป็นรองประธานและหนึ่งในผู้บริหารของ Poolin

81 Many cryptocurrency miners have decided to start their businesses again in ____.

1 Kazakhstan

2 Russia

3 Texas

4 All are correct

ถาม นักขุด cryptocurrency จํานวนมากได้ตัดสินใจเริ่มธุรกิจของพวกเขาอีกครั้งใน ____.

ตอบ 3 รัฐเท็กซัส

82 The word “the country” (in bold type) refers to ____.

1 China

2 Hong Kong

3 Russia

4 Kazakhstan

ถาม คําว่า “the country” (ในตัวพิมพ์หนา) อ้างอิงถึง ____.

ตอบ 1 อ้างอิงถึง ประเทศจีน

83 The word “entrepreneurs” (in bold type) can be replaced by ____.

1 programmers

2 businessmen

3 computer users

4 foreigners

ถาม คําว่า “entrepreneurs” ในตัวพิมพ์หนา สามารถแทนที่ด้วย ____.

ตอบ 2 entrepreneurs = businessman = “ผู้ประกอบการ” หรือเจ้าของธุจกิจ

84 The word “flee” (in bold type) can be replaced by ____.

1 move out

2 move in

3 settle down

4 buckle up

ถาม คําา “flee” (ในตัวพิมพ์หนา) สามารถแทนที่ด้วย _____.

1 ย้ายออก 2 ย้ายเข้า 3 ตั้งรกราก 4 บิด คด

ตอบ 1 flee = move out = เผ่นหนี โกย ย้ายออก

85 The word “tailspin” (in bold type) refers to a situation where things are _____.

1 under control

2 on demand

3 in demand

4 out of control

ถาม คําว่า “tailspin” (ในตัวพิมพ์หนา) อ้างอิงถึงสถานการณ์ที่สิ่งต่าง ๆ เป็น ____.

1 อยู่ภายใต้ควบคุม 2 ตามคําเรียกร้อง 3 ในความต้องการ 4 เหนือการควบคุม

ตอบ 4 “tailspin” = out of control = เหนือการควบคุม / ควบคุมไม่ได้

86 The phrase “caught miners off guard” (in bold type) means to make someone ____.

1 embarrassed

2 surprised

3 scared

4 relaxed

ถาม วลีที่ว่า “caught miners off guard” (ในตัวหนา) หมายถึงทําให้ใครบางคน _____.

1 รู้สึกละอาย 2 รู้สึกแปลกใจ 3 รู้สึกตกใจ ผวา 4 รู้สึกผ่อนคลาย

ตอบ 3 บทความหมายถึงถูกจับโดยไม่ทันระวังตัว แสดงถึงความรู้สึกตกใจ ผวา

87 The statement time is literally money” (in bold type) means _____.

1 People can use money to buy time.

2 It is important to prioritize money before time.

3 It takes some time to make a lot of money.

4 People have to act fast in order to make money.

ถาม ข้อความว่า “time is literally money” (ในตัวพิมพ์หนา) หมายถึง _____.

1 ผู้คนสามารถใช้เงินเพื่อซื้อเวลา

2 สิ่งสําคัญคือต้องจัดลําดับความสําคัญของเงินก่อนเวลา

3 กว่าจะได้เงินเยอะต้องใช้เวลา

4 ผู้คนต้องรีบทําเงิน

ตอบ  2 time is literally money

Passage 5

 

It turns out that people around the world have vastly different techniques for : keeping track of numbers on their hands.

For example, if you’re from the UK or many parts of Europe, you probably start counting with the thumb, and finish with the pinky. While in the US, they start counting with the index finger, ending with the thumb. In parts of the Middle East like Iran, they begin with the pinky, whereas in Japan they start with the fingers extended in an open palm, drawing them in to make a closed fist.

However, this cultural diversity in finger counting hasn’t always been appreciated. “What struck me was that most researchers treated it as if there was just one way of counting with your fingers,” says Andrea Bender, a professor of cognition, culture and language at the University of Bergen, Norway.

“In the past, researchers have believed that finger counting, and especially the way that we do it in the West, is essential for children when they start to learn casting doubt on that is that there is so much cultural diversity in how fingers or body parts are used for counting.”

In India, for example, they use the lines between the segments of the fingers to count. This means each digit can represent four numbers and the whole hand can represent 20. While in parts of Eastern Africa like Tanzania, among speakers of some Bantu languages, they use both hands in a symmetric way as much as possible. The number six, for example, is shown with the index, middle and ring finger of both hands. There’s also the indigenous Northern Pame people of Mexico, who count on their knuckles, and the (now extinct) Yuki language in California, which used the spaces in between the fingers.

However, some cultures don’t use quantities of fingers to represent numbers at all – they use symbols. in China, they count from one to five in the same way as the US, but six to 10 are represented symbolically. Six is shown by extending the thumb and pinky, while 10’is either a closed fist or crossing the index and middle fingers. And the ancient Romans also used a clever (but difficult to master) symbolic system that allowed them to count into the thousands.

ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงแล้วกับการที่ผู้คนทั่วโลกซึ่งมีวิธีการนับจํานวนด้วยนิ้วมือของตัวเองที่หลากหลาย ไม่ซ้ำกัน

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมาจากเกาะอังกฤษหรือประเทศต่าง ๆ ในยุโรป คุณอาจจะเริ่มนับด้วยนิ้วหัวแม่มือ และไปสิ้นสุดที่นิ้วก้อย ขณะที่คนในอเมริกาจะเริ่มนับด้วยนิ้วชี้แล้วไปจบที่นิ้วหัวแม่มือ ในฝากฝั่งตะวันออกกลาง อย่างเช่น อิหร่าน พวกเขาจะเริ่มนับจากนิ้วก้อย แต่ขณะที่คนญี่ปุ่นจะเริ่มจากการกางนิ้วออกแล้วแบเป็นฝ่ามือ แล้ว ลากนิ้วนับไปจนสุดจึงทําการกําหมัด

แต่อย่างไรก็ตาม การใช้นิ้วนับเลขที่เป็นวัฒนธรรมหลากหลายนั้น ไม่ได้เป็นที่ยอมรับกันอย่างสม่ำเสมอ ตลอดเวลา ตามความเห็นของ อังเดร เบนเตอร์ ศาสตราจารย์ด้านทฤษฎีการรับรู้ทางวัฒนธรรมและภาษาแห่ง มหาวิทยาลัยเบอร์เก้น ประเทศนอร์เวย์ ได้ให้ความเห็นว่า “สิ่งที่ทําให้ผมฉุกคิด คือ นักวิจัยส่วนใหญ่เฝ้ารักษา วัฒนธรรมการใช้นิ้วนับเลขเสมือนว่ามันวิธีเดียวที่จะใช้นับจํานวนได้”

เขายังให้ความเห็นอีกว่า “ในอดีตนักวิจัยเชื่อว่า การใช้นิ้วนับจํานวนโดยเฉพาะสิ่งที่เราใช้ในโลก ตะวันตกนั่นคือ สิ่งจําเป็นสําหรับพวกเด็ก ๆ เมื่อพวกเริ่มเรียนรู้ที่จะคาดเดาจํานวนการใช้นิ้วมือนับจํานวนนั่น

แหละคือ วิธีการและวัฒนธรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จนกลายมาเป็นการใช้ส่วนต่างๆของร่างกายและนิ้วมือเพื่อทําการ นับจํานวนคน

ตัวอย่างเช่น ในอินเดียพวกเขาใช้เส้นที่แบ่งส่วนของนิ้วมือเพื่อนับจํานวน หมายความว่า ตัวเลขแต่ละตัว จะแทนค่าจํานวนได้และมือทั้ง 5 นิ้วอาจจะแทนค่าจํานวนถึง 20 ในขณะที่ซีกโลกแอฟริกาตะวันออกอย่าง แทนซาเนีย ในกลุ่มคนที่ใช้ภาษาพูดแบบบันตู พวกเขาใช้มือทั้ง 2 ข้างอย่างมีระบบในการนับจํานวน ตัวอย่างเช่น เลข 6 จะแสดงด้วยนิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนางของมือทั้ง 2 ข้าง นอกจากนี้คนเผ่าปามีตอนเหนือในเม็กซิโก มีวิธีอัน ชาญฉลาด พวกเขานับจํานวนด้วยการเคาะ (Knuckles) และคนที่ใช้ภาษายูกิ ในแคลิฟอร์เนีย (ปัจจุบันไม่มีแล้ว) ต่างก็ใช้พื้นที่ว่างระหว่างมานับจํานวน

แต่อย่างไรก็ตาม บางวัฒนธรรมไม่ได้ใช้จํานวนของนิ้วมือมาแทนจํานวนตัวเลขอีกต่อไป พวกเขาใช้ สัญลักษณ์แทน ในประเทศจีน พวกเขานับตัวเลข 1 ถึง 5 ในแบบเดียวกันกับคนในอเมริกา แต่เลข 6 ถึง 10 คนจีนใช้การแทนค่าอย่างมีระบบ เลข 6 จะแสดงออกโดยกางนิ้วหัวแม่มือและนิ้วก้อย แต่ขณะที่เลข 10 อาจจะใช้กําปั้นหรือ ใช้นิ้วชี้ไขว้กับนิ้วกลางก็ได้ และแม้แต่ในสมัยโบราณ ชาวโรมันยังใช้ระบบสัญลักษณ์อย่างชาญฉลาด (แต่ยากที่จะเข้าใจ) เพื่อทําให้พวกเขานับจํานวนได้ถึงหลักพัน

 

88 What does this passage mainly mention?

1 How researchers study culture and how people around the world count numbers

2 How people around the world count numbers

3 How researchers study culture

4 How children learn to count

ถาม บทความเรื่องนี้อธิบายถึงเรื่องอะไรเป็นสําคัญ?

1 นักวิจัยศึกษาวัฒนธรรมอย่างไร และผู้คนทั่วโลกนับจํานวนอย่างไร

2 ผู้คนทั่วโลกนับจํานวนอย่างไร

3 นักวิจัยศึกษาวัฒนธรรมอย่างไร

4 พวกเด็ก ๆ เรียนการนับอย่างไร

ตอบ 2 บทความกล่าวถึง การนับจํานวนอย่างไร

89 According to the passage, which country finishes counting with little finger?

1 Iran

2 The United Kingdom

3 The United States

4 Japan

ถาม ตามเนื้อเรื่อง ประเทศใดสิ้นสุดการนับด้วยนิ้วก้อย?

1 อิหร่าน 2 สหราชอาณาจักร 3 สหรัฐอเมริกา 4 ญี่ปุ่น

ตอบ 2 จากบทความย่อหน้าที่ 2 ในสหราชอาณาจักรอังกฤษและในประเทศแถบยุโรปเริ่มนับนิ้วหัวแม่มือ

และสิ้นสุดที่นิ้วก้อย (pinky)

90 According to the passage, which country finishes counting by making a fist?

1 Japan

2 The United Kingdom

3 Iran

4 The United States

ถาม ตามเนื้อเรื่อง ประเทศใดสิ้นสุดการนับด้วยการกําปั้น/กําหมัด?

ตอบ 1 ในย่อหน้าที่ 2 ญี่ปุ่นเริ่มนับจากการกางนิ้วออก แล้วสิ้นสุดการนับด้วยการกําหมัด (fist)

91 According to the passage, Andrea Bender ____.

1 believes that there is only one way of counting with fingers

2 lives in Norway

3 is the author of this passage

4 All are correct

ถาม ตามเนื้อหาของเรื่อง อังเดร เบนเดอร์ _____.

1 เชื่อว่ามีวิธีเดียวเท่านั้นที่นับจํานวนคือ ใช้นิ้ว

2 อาศัยอยู่ในนอร์เวย์

3 เป็นผู้เขียนบทความนี้

4 ถูกหมดทุกข้อ

ตอบ 2 จากบทความนี้ ข้อ 1. เป็นการแสดงความเห็นเชิงประชด ข้อ 3 ยังสรุปไม่ได้ว่าเขาเป็นคนเขียน

ดังนั้นข้อ 2 ตรงกับข้อมูลมากที่สุดเพราะเป็นผู้สอนที่มหาวิทยาลัยในนอร์เวย์ก็น่าจะอาศัยอยู่ใน นอร์เวย์

92 Which paragraph talks about people using other body parts for counting?

1 3rd paragraph

2 4th paragraph

3 5th paragraph

4 6th paragraph

ถาม ย่อหน้าใดพูดถึง ผู้คนใช้ร่างกายส่วนอื่นเพื่อนับจํานวน?

ตอบ 1 ในย่อหน้าที่ 3 ยกตัวอย่างกรณีแทนซาเนียใช้มือทั้ง 2 ข้างอย่างเป็นระบบในการนับจํานวน

93 Which paragraph mentions child development?

1 3rd paragraph

2 4th paragraph

3 5th paragraph

4 6th paragraph

ถาม ย่อหน้าใดอธิบายถึงพัฒนาการของเด็ก ๆ

ตอบ 2 ในย่อหน้าที่ 4 อธิบายถึง การเริ่มเรียนรู้ของเด็กที่จะคาดเดาจํานวนโดยใช้นิ้วนับจํานวนจน

กลายเป็นวัฒนธรรม

94 In the past, researchers have believed that counting finger is important for children to _____.

1 study math

2 learn their culture

3 understand numbers

4 All are correct

ถาม ในอดีต นักวิจัยมีความเชื่อว่า การใช้นิ้วนับจํานวนสําคัญต่อพวกเด็ก ๆที่จะ ____.

1 เรียนคณิตศาสตร์

2 เรียนรู้วัฒนธรรม

3 เข้าใจจํานวนตัวเลข

4 ถูกหมดทุกข้อ

ตอบ 4 จากบทความย่อหน้าที่ 4 การใช้นิ้วนับจํานวนเป็นการเริ่มต้นเรียนรู้การคาดเดาจํานวนจนเป็น

วัฒนธรรมที่สืบทอดมาตลอด

95 At most, how many numbers can Indian people count with their 2 hands?

1 10

2 20

3 30

4 40

ถาม จํานวนใดที่คนอินเดียสามารถนับด้วยมือทั้ง 2 ข้าง ข้อใดเป็นไปได้มากที่สุด

ตอบ 4 จากบทความย่อหน้าที่ 5 ตามตัวอย่างของคนอินเดียสามารถนับด้วยมือทั้ง 2 ข้างอย่างเป็นระบบ

และนับได้จํานวนมากที่สุดคือ 20 ด้วยมือ 1 ข้าง ดังนั้นถ้ารวมจํานวนทั้ง 2 ข้างมากที่สุดคือ 40

96 In Tanzania, how many fingers are needed to count number six?

1 3

2 4

3 5

4 6

ถาม ในแทนซาเนีย จําเป็นต้องใช้นิ้วมือนิ้วเพื่อนับจํานวนเลข 6 ?

ตอบ 4 จากบทความย่อหน้าที่ 5 ชาวแทนซาเนียพูดภาษา Bantu ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนาง คือ 3 นิ้ว

แต่ใช้นิ้ว 3 ของ 2 มือ ดังนั้นรวมแล้วคือ 6 นิ้ว ข้อ 4 จึงถูกที่สุด

97 According to the passage, which statement is true?

1 Americans and Chinese people have the same way unt number 4

2 Romans also use their fingers to count number 6

3 In the US, a symbol is used to count number 7

4 In China, symbols are used to count numbers which are higher than 10.

ถาม ตามเนื้อเรื่อง ข้อความไหนถูกต้อง

1 คนอเมริกันและคนจีนใช้วิธีที่เหมือนกันในการนับจํานวนเลข 4

2 ชาวโรมันเองก็ใช้นิ้วของพวกเขานับเลข 6

3 ในประเทศอเมริกา สัญลักษณ์ที่ถูกนับคือ เลข 7

4 ในประเทศจีน สัญลักษณ์ต่าง ๆ ถูกนํามาใช้นับจํานวนที่มากกว่า 10 ขึ้นไป

ตอบ 4 จากบทความย่อหน้าสุดท้าย ตัวอย่างของจีนและอเมริกานับจํานวน 1 ถึง 5 ด้วยวิธีที่เหมือนกัน

แต่จํานวน 6 ถึง 10 ถูกแสดงด้วยสัญลักษณ์อย่างมีระบบ ส่วนโรมันนั้นในระบบสัญลักษณ์นับได้ ถึงหลักพัน ดังนั้นข้อความที่ถูกต้องคือ ข้อ 4

98 The word “them” in bold type refers to ____.

1 Romans

2 Chinese

3 Americans

4 Americans and Romans

ถาม คําว่า “them” ในตัวพิมพ์หนา อ้างอิงถึง _____.

ตอบ 1 จากบทความย่อหน้าสุดท้ายสรรพนามคําว่า “them” ในอนุประโยคใน that clause that

allow them…) ซึ่งไปเชื่อมโยงกับประโยคหลัก (Main clause) ในส่วนข้างหน้า (and the ancient Romans…) ดังนั้นสรรพนามคําว่า them ซึ่งหมายถึง พวกเขา จึงกล่าวอ้างอิงถึง ชาว โรมันในสมัยโบราณ

99 The word “symmetric” in bold type _____.

1 equal

2 effective

3 random

4 routine

ถาม คําว่า “symmetric” ในตัวพิมพ์หนา _____.

1 เท่า ๆ กัน 2 อย่างมีประสิทธิภาพ 3 สุ่มจํานวน 4 เป็นปกติ ประจํา

ตอบ 1 ความหมายโดยปกติของคําว่า “symmetric” คือ สมมาตร หรือสมดุลกัน … ถ้าคาดเดาความหมาย

ด้วยบริบท ข้อความด้านข้างจากท่อน .. as much as possible. จะสังเกตว่า as…as คือคําเชื่อม แสดงการเปรียบเทียบเท่ากัน ฉะนั้น symmetric – equal = เท่า ๆ กัน หรือ สมดุลกัน

100 The word “extinct” in bold type _____.

1 advanced

2 traditional

3 competitive

4 vanished

ถาม คําว่า “extinct” ในตัวพิมพ์หนา _____.

1 ก้าวหน้า, ล่วงหน้า 2 ดั้งเดิม, แบบเดิม 3 เชิงแข่งขันกัน เชิงได้เปรียบ 4 สูญหาย ไม่มีแล้ว

ตอบ 4 extinct = vanish = สูญหาย ไม่มีแล้ว ปัจจุบันภาษายูกิในแคลิฟอร์เนียไม่ได้ใช้แล้ว

 

Advertisement