POL3301 นโยบายสาธารณะ S/2560

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2560

ข้อสอบกระบวนวิชา POL 3301 นโยบายสาธารณะ

คําสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคําตอบเดียว (ข้อสอบมีทั้งหมด 100 ข้อ)

1 ข้อใดถูกต้อง

Advertisement

(1) ทฤษฎีกลุ่ม อธิบายว่า คนกลุ่มน้อยจะจัดสรรคุณค่าของสังคม

(2) ทฤษฎีผู้นํา สะท้อนให้เห็นค่านิยมของผู้นํา

(3) สังคมแบ่งเป็นคนกลุ่มน้อยที่มีอํานาจและคนกลุ่มใหญ่ที่ไม่มีอํานาจ คนกลุ่มน้อยเป็นผู้กําหนดนโยบายตามความต้องการของตนเอง

(4) สถาบันของรัฐเป็นผู้กําหนดนโยบายสาธารณะ คือ ทฤษฎีผู้นํา

(5) ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 2 (เอกสารหมายเลข n-3301-1 หน้า 84 85), (คําบรรยาย) ตัวแบบ/ทฤษฎีผู้นําหรือ ชนชั้นนำ (Elite Model/Theory) อธิบายว่า

1 สังคมถูกแบ่งเป็นคนกลุ่มน้อยที่มีอํานาจกับคนกลุ่มใหญ่ที่ไม่มีอํานาจ โดยผู้นําซึ่งเป็นคนกลุ่มน้อยในสังคม แต่มีอํานาจเป็นผู้จัดสรรคุณค่าของสังคมและกําหนดนโยบายสาธารณะให้เป็นไปตามความต้องการหรือค่านิยมของตน ขณะที่ประชาชนหรือคนส่วนใหญ่ไม่ได้มีส่วนตัดสินใจในนโยบายสาธารณะด้วย

2 ผู้นําจะแสดงความสมานฉันท์กับค่านิยมพื้นฐานของระบบสังคมและพยายามสงวนรักษาระบบไว้

3 นโยบายสาธารณะไม่ได้สะท้อนถึงความต้องการของมวลชน แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นค่านิยมของผู้นํามากกว่า

4 ผู้นํามีอิทธิพลต่อมวลชนมากกว่ามวลชนมีอิทธิพลต่อผู้นํา ฯลฯ

2 ข้อใดถูกต้อง

(1) นโยบายสาธารณะเป็นผลผลิตที่ได้มาจากการเจรจาต่อรองเกี่ยวข้องกับทฤษฎีสถาบันนิยม

(2) สิ่งแวดล้อม เป็นตัวแปรที่สําคัญของทฤษฎีระบบ

(3) ตัวแบบเหตุผลนิยมอยู่ในทฤษฎีการตัดสินใจ

(4) แนวคิดเชิงเศรษฐศาสตร์การเมืองเกี่ยวข้องกับการวางแผนที่เน้นเนื้อหา

(5) ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 2 (เอกสารหมายเลข n-3301-1 หน้า 85 – 86), (คําบรรยาย) ตัวแบบดุลยภาพระหว่างกลุ่มหรือทฤษฎีกลุ่ม (Group Equilibrium Model or Group Theory) อธิบายว่า นโยบายสาธารณะ เป็นผลผลิตของการต่อสู้ระหว่างกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ ระหว่างกลุ่มผลประโยชน์กับนโยบายสาธารณะ โดยชี้ให้เห็นว่านโยบายสาธารณะเป็นผลผลิต ที่ได้มาจากการเจรจาต่อรอง การประนีประนอม และการถ่วงดุลผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ส่วนตัวแบบ/ทฤษฎีระบบ (System Model/Theory) อธิบายว่า นโยบายสาธารณะเป็น ผลผลิตของระบบโดยเน้นการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่สําคัญ 5 ตัวแปร คือ

1 ปัจจัยนําเข้า (Inputs)

2 กระบวนการ (Process)

3 ปัจจัยนําออก/ผลผลิต (Outputs)

4 ข้อมูลป้อนกลับ/ผลสะท้อนกลับ (Feedback)

5 สิ่งแวดล้อม (Environment)

3 ข้อใดไม่ถูกต้อง

(1) ความสมเหตุสมผลทางด้านปทัสถานเกี่ยวข้องกับการวางแผนที่เน้นการตัดสินใจ (2) แนวคิดเชิงมนุษยนิยมเกี่ยวข้องกับการวางแผนที่เน้นการควบคุม

(3) ตัวแบบเหตุผลนิยมอยู่ในทฤษฎีการตัดสินใจ

(4) ถูกทุกข้อ

(5) ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 5 (เอกสารหมายเลข 0-3301-1 หน้า 86 87 88), (คําบรรยาย) ทฤษฎีการตัดสินใจ แบ่ง ออกเป็น 3 ตัวแบบ คือ

1 ตัวแบบเหตุผลนิยมหรือตัวแบบยึดหลักเหตุผล

2 ตัวแบบส่วนเพิ่ม

3 ตัวแบบผสมผสาน ส่วนทฤษฎีการวางแผนที่เน้นการควบคุม อธิบายว่า การวางแผนจะต้องมีการตรวจสอบอํานาจที่เข้าไปแทรกแซง ซึ่งสามารถจําแนกได้ 3 แนว คือ แนวคิดเชิงเศรษฐศาสตร์การเมือง แนวคิดเชิงมนุษยนิยม และแนวคิดเชิงปฏิบัตินิยม ส่วนทฤษฎีการวางแผนที่เน้นการตัดสินใจ (Decision-Centred Planning Theory) แบ่งออก เป็น 2 ประเภท คือ

1 การตัดสินใจแบบสมเหตุสมผลด้านการทําหน้าที่ (Functional Rationalism) ได้พัฒนาไปเป็นทฤษฎีเชิงกรรมวิธีที่มุ่งอธิบายกระบวนการและการวางแผนอย่าง เป็นขั้นตอน ซึ่งทฤษฎีนี้ต่อมาก็พัฒนาไปเป็นทฤษฎีการวางแผนที่เน้นการนํานโยบายไปปฏิบัติ

2 การตัดสินใจแบบสมเหตุสมผลด้านปทัสถาน (Normative Rationalism) ได้พัฒนาไปเป็น ทฤษฎีการวางแผนสังคมและการวางแผนสนับสนุน

4 ข้อใดถูกต้อง

(1) Montjoy & O’Toole สนใจคล้ายกับ Stuart S. Nagel

(2) Ira Sharkansky ได้รับการยาย่องว่าเป็นบิดาแห่งนโยบายศาสตร์

(3) David Easton กล่าวว่า นโยบายสาธารณะ หมายถึง กิจกรรมต่าง ๆ ที่รัฐบาลกระทํา

(4) William Dunn สนใจในการวิเคราะห์นโยบาย

(5) ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 4 (เอกสารหมายเลข n-3301-1 หน้า 24, 33 – 72, 89 – 111), (คําบรรยาย) นักวิชาการที่ศึกษาเรื่องการวิเคราะห์นโยบาย (Policy Analysis) ได้แก่

1 เควด (E.S. Quade)

2 วิลเลียม เอ็น. ดันน์ (William N. Dunn)

3 สจ๊วตท์ เอส. นาเกล (Stuart S. Nagel)

4 โทมัส อาร์. ดาย (Thomas R. Dye)

5 เจมส์ อี. แอนเดอร์สัน (James E. Anderson) ฯลฯ

ส่วนนักวิชาการที่ศึกษาเรื่องการนํานโยบายไปปฏิบัติ (Policy Implementation) ได้แก่

1 กรอส (Gross)

2 ไจแอคควินทา (Giacquinta)

3 เบิร์นสไตล์ (Bernstein)

4 กรีนวูด (Greenwood)

5 แมน (Mann)

6 แมคลัฟลิน (McLaughin)

7 เบอร์แมน (Berman)

8 เดล อี. ริชาร์ด (Dale E. Richards)

9 อีมิลี ไชมี โลวี ไบรเซนไดน์ (Emily Chi-Mei Lowe Brizendine)

10 เพรสแมน (Pressman)

11 วิลดัฟสกี (Wildavsky)

12 มองจอย (Montjoy)

13 โอทูเล (OToole)

14 โทมัส บี. สมิท (Thomas B. Smith) ฯลฯ

5 ข้อใดถูกต้อง

(1) ทัศนคติของผู้นํานโยบายไปปฏิบัติ มีส่วนต่อความสําเร็จของนโยบาย

(2) การประเมินนโยบายจําเป็นต้องใช้วิธีการหลายวิธีเพื่อให้ผลการประเมินถูกต้อง (3) การประเมินผลในรูปแบบทดลอง จะต้องมีกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม

(4) การประเมินผลในรูปแบบกึ่งทดลอง เป็นวิธีการที่เชื่อถือได้และแม่นตรงที่สุด

(5) ถูกทุกข้อ

ตอบ 5 (คําบรรยาย) ข้อที่ถูกต้อง คือ

1 ทัศนคติของผู้นํานโยบายไปปฏิบัติ มีส่วนต่อความสําเร็จของนโยบาย

2 การประเมินนโยบายจําเป็นต้องใช้วิธีการหลายวิธีเพื่อให้ผลการประเมินถูกต้อง

3 การประเมินผลในรูปแบบทดลอง จะต้องมีกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม

4 การประเมินผลในรูปแบบกึ่งทดลอง เป็นวิธีการที่เชื่อถือได้และแม่นตรงที่สุด

6 การพิจารณาปัญหาหรือความต้องการของประชาชนอยู่ในขั้นตอนใด

(1) การจัดลําดับความสําคัญของปัญหา

(2) การก่อตัวของนโยบาย

(3) การอนุมัตินโยบาย

(4) การนํานโยบายไปปฏิบัติ

(5) ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 2 (เอกสารหมายเลข 0-3301-1 หน้า 11) ขั้นตอนการก่อตัวของนโยบาย (Policy Formation)ประกอบด้วย

1 การพิจารณาปัญหาหรือความต้องการของประชาชน

2 การพิจารณาเวลาที่เกิดปัญหา

3 ปัญหาที่รัฐบาลสนใจ

4 การจัดลําดับความสําคัญของปัญหา

7 ข้อใดถูกต้อง

(1) การจับคู่เป็นวิธีการสําคัญในการประเมินผลในรูปแบบทดลอง

(2) การวิเคราะห์ต้นทุน-ผลประโยชน์เป็นรูปแบบหนึ่งของการประเมินผลในรูปแบบทดลอง

(3) การประเมินผลในรูปแบบกึ่งทดลอง เป็นวิธีการที่เชื่อถือได้และแม่นตรงที่สุด

(4) การวิเคราะห์ต้นทุน-ผลประโยชน์เป็นรูปแบบหนึ่งของการประเมินผลในรูปแบบทดลอง

(5) ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 5 (เอกสารหมายเลข 0-3301-1 หน้า 76, 79, 81) การประเมินผลด้วยวิธีกึ่งทดลองมีวิธีการที่สําคัญคือ การจับคู่ (Matching) ซึ่งเป็นการแสวงหาคู่ในระดับบุคคลในพื้นที่ที่มีลักษณะ เป็นเหมือนกัน ส่วนการประเมินผลกระทบแบบไม่ใช้วิธีการวิจัยมี 4 รูปแบบ คือ

1 การเปรียบเทียบโครงการหลาย ๆ โครงการ

2 การวิเคราะห์ต้นทุน-ผลประโยชน์

3 การวิเคราะห์ต้นทุน-ประสิทธิผล

4 การวิเคราะห์เชิงสหวิทยาการ

8 ข้อใดถูกต้อง

(1) ทฤษฎีผู้นํา อธิบายว่า นโยบายสาธารณะไม่ได้สะท้อนความต้องการของมวลชน (2) ทฤษฎีกลุ่มจะสะท้อนความต้องการของมวลชน

(3) ทฤษฎีสถาบันนิยมให้ความสําคัญกับการเจรจาต่อรอง กรออกรางตลอดมลม(4) ทฤษฎีส่วนเพิ่ม เชื่อถือไม่ได้ ไม่ควรนํามาใช้

(5) ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ 1 ดูคําอธิบายข้อ 1ประกอบ

9 ข้อใดถูกต้อง

(1) การนํานโยบายไปปฏิบัติที่มีประสิทธิผลต้องการความสามารถทางการบริหารสูง (2) การนํานโยบายไปปฏิบัติจะเหมาะกับประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา

(3) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเกี่ยวข้องกับการวางแผนที่เน้นผลลัพธ์ (4) ข้อ 1 และ 2 ถูก

(5) ถูกทุกข้อ

ตอบ 4 (เอกสารหมายเลข 0-3301-1 หน้า 18) การนํานโยบายไปปฏิบัติในประเทศต่าง ๆ อาจจะให้ผลแตกต่างกัน ดังนี้

1 การนํานโยบายไปปฏิบัติที่มีประสิทธิผลต้องการความสามารถทางการบริหารสูงจะกลายเป็นข้อจํากัดที่สําคัญของประเทศในโลกที่ 3 และในยุโรปบางประเทศ

2 การนํานโยบายไปปฏิบัติจะง่ายในประเทศที่มีขนาดกลางหรือขนาดเล็ก

3 การนํานโยบายไปปฏิบัติจะเหมาะสมกับประเทศที่ยึดถือการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา

4 การนํานโยบายไปปฏิบัติจะง่ายในประเทศที่มีการปกครองแบบรวมศูนย์อํานาจ

5 การนํานโยบายไปปฏิบัติจะมีประสิทธิผลมากในประเทศที่รัฐบาลมีเสถียรภาพสูง

10 ข้อใดถูกต้อง

(1) การวางแผนที่มุ่งอธิบายกระบวนการอย่างเป็นขั้นตอนเกี่ยวข้องกับการวางแผนที่เน้นการมีส่วนร่วม

(2) การนําศาสตร์ในหลาย ๆ สาขามาใช้ในการวิเคราะห์นโยบายเป็นแนวโน้มเกี่ยวกับเป้าหมายและคุณค่า

(3) การที่หน่วยงานนํานโยบายมาแปลงเป็นแผนงานและโครงการเป็นขั้นตอนการปรับปรุงแก้ไขนโยบาย

(4) ข้อ 1 และ 2 ถูก

(5) ถูกทุกข้อ

ตอบ 3 (เอกสารหมายเลข 0-3301-1 หน้า 12 13, 25) แนวโน้มการวิเคราะห์นโยบายในอนาคต มี 3 แนวโน้มใหญ่ คือ

1 แนวโน้มเกี่ยวกับเป้าหมายและคุณค่า จะมุ่งเน้นการบรรลุเป้าหมายโดยหาทางเลือกที่ดีที่สุด เที่ทําให้ประชาชนพอใจ และสนองต่อคุณค่าต่าง ๆ ของสังคม โดยการเน้นให้ประชาชน กลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็น เพื่อให้นโยบายที่เกิดขึ้นสนองต่อสังคมโดยส่วนรวมอย่างแท้จริง

2 แนวโน้มเกี่ยวกับแนวทางการดําเนินนโยบาย จะมุ่งเน้นการหาวิธีการที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้โดยการพิจารณามิติทางการเมืองและการบริหาร และมีการนําศาสตร์ในหลาย ๆ สาขาวิชามาใช้ในการวิเคราะห์นโยบายในลักษณะสหวิทยาการ

3 แนวโน้มเกี่ยวกับวิธีการ จะมุ่งเน้นการวิเคราะห์เชิงธุรกิจที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและผลตอบแทน (Cost-Benefit) รวมทั้งการคํานึงถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่จะเกิดขึ้นด้วย ส่วนการที่หน่วยงานนํานโยบายมาแปลงเป็นแผนงานและโครงการ เป็นขั้นตอนการนํานโยบายไปปฏิบัติ (Policy Implementation)

Advertisement