PHI1003 ปรัชญาเบื้องต้น 1/2559

การสอบไลาไค 1 ปีการศึกษา 2559

ข้อสอบกระบวนวิชา PHI 1003 ปรัชญาเบื้องต้น

คําสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคําตอบเดียว (ข้อสอบมีทั้งหมด 100 ข้อ)

1 “ความรักความรู้” เป็นความหมายตามศัพท์ของคําใด

(1) ปรัชญา

(2) อภิปรัชญา

(3) Philosophy

(4) Metaphysics

ตอบ 3 หน้า 1 คําว่า “Philosophy” มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกโบราณที่ประกอบด้วยคําว่า“Philos” ซึ่งหมายถึง ผู้รัก และคําว่า “Sophia” ซึ่งหมายถึง ความปราดเปรื่อง โดยคําทั้งสองนี้ เมื่อรวมกันแล้วจะหมายถึง ผู้รักความปราดเปรื่องหรือผู้รักในความรู้ ผู้ปรารถนาจะเป็นปราชญ์หรือผู้ปรารถนาจะฉลาด หรือผู้ที่ยังไม่รู้และปรารถนาจะรู้มากขึ้น

2 ปรัชญาเกิดขึ้นเพราะกิจกรรมใดของมนุษย์

(1) ความสงสัยใคร่รู้

(2) ความสอดรู้สอดเห็น

(3) ความต้องการพ้นทุกข์

(4) ความพยายามแก้ปัญหา

ตอบ 1 หน้า 1 – 2, (คําบรรยาย) คุณสมบัติสําคัญที่ทําให้มนุษย์คิดค้นกิจกรรมทางปรัชญา คือ การที่มนุษย์ไม่ยอมรับสิ่งใด ๆ โดยง่ายดาย แต่จะเป็นคนช่างสงสัยใคร่รู้ในปัญหาต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา และจะใช้ความสามารถในการไตร่ตรองหรือใช้ปัญญาขบคิด เพื่อแสวงหา คําตอบหรือความเชื่อที่เป็นไปได้ในสิ่งที่ตนยังสงสัย รวมทั้งชอบวิพากษ์วิจารณ์ความเชื่อในสิ่งที่ตนยังคิดว่าเป็นปัญหาอยู่อย่างมีเหตุผลด้วย

3 ลัทธิประสบการณ์นิยม หมายถึงอะไร

(1) นักปรัชญาตะวันตกยุคใหม่

(2) ผู้นิยมวิธีแสวงหาความรู้แบบวิทยาศาสตร์

(3) นักปรัชญา 3 คน คือ Locke, Berkeley, Hume

(4) ถูกทุกข้อ

ตอบ 4 หน้า 8, 112 – 113, 130 ลัทธิประจักษนิยมหรือลัทธิประสบการณ์นิยม เป็นลัทธิที่จัดอยู่ในกลุ่มปรัชญาตะวันตกยุคใหม่ ซึ่งเชื่อว่า วิธีคิดที่ถูกต้องที่สุดคือการยึดมั่นในประสบการณ์ และการใช้ความรู้ที่ผ่านประสาทสัมผัส โดยแนวคิดนี้มีลักษณะคล้ายกับการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ตัวอย่างของนักปรัชญากลุ่มนี้ ได้แก่ Locke, Hume และ Berkeley

4 ข้อใดคือปัญหาปรัชญาบริสุทธิ์

(1) อะไรคือความเป็นจริง

(2) เรารู้ความเป็นจริงได้อย่างไร

(3) เราจะปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะสอดคล้องกับความเป็นจริง

(4) ถูกทุกข้อ

ตอบ 4 หน้า 11 – 18 ปรัชญาบริสุทธิ์ หมายถึง ปัญหาหรือขอบเขตของปรัชญาที่เป็นเรื่องของปรัชญาโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีการศึกษาถึงปัญหาสําคัญ 3 ปัญหาคือ

1 ปัญหาทางอภิปรัชญา ซึ่งจะศึกษาเรื่องความเป็นจริง เช่น ความเป็นจริงคืออะไร ฯลฯ

2 ปัญหาทางญาณวิทยา ซึ่งจะศึกษาเรื่องความรู้ เช่น เรารู้ความเป็นจริงได้อย่างไร ฯลฯ

3 ปัญหาทางจริยศาสตร์ ซึ่งจะศึก เรื่องความดี เช่น เราควรปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะสอดคล้องกับความเป็นจริง ฯลฯ

5 ปัญหาที่นักปรัชญากรีกโบราณยุดเริ่มต้นสนใจ สามารถจัดเป็นปัญหาปรัชญาสาขาใด

(1) อภิปรัชญา

(2)

(3) จริยศาสตร์

(4) ปรัชญาประยุกต์

ตอบ 1 หน้า 7, 11, 21 – 22 ทาเลส (Thales) เป็นนักปรัชญาชาวตะวันตกคนแรกที่ริเริ่มปรัชญากรีกโบราณยุคเริ่มต้นไว้ โดยเขาเชื่อว่า มนุษย์สามารถอธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติโดยไม่ต้อง อ้างเทพเจ้า เพราะเอกภพมีกฎเกณฑ์ตายตัว และปรากฏการณ์ธรรมชาติมีความเป็นระเบียบ ถ้ามนุษย์สามารถเรียนรู้กฎเกณฑ์ของธรรมชาติแล้ว มนุษย์ก็จะสามารถควบคุมธรรมชาติได้เช่นเดียวกัน ซึ่งนักปรัชญากรีกในยุคนี้จัดว่าเป็นปัญหาปรัชญาภาคอภิปรัชญา

6 ข้อใดแสดงความสัมพันธ์ระหว่างชื่อลัทธิกับปัญหาได้ถูกต้อง

(1) สสารนิยม – บ่อเกิดของความรู้

(2) สัจนิยม – บ่อเกิดของความรู้

(3) สุขนิยม – บ่อเกิดของความรู้

(4) ประสบการณ์นิยม – บ่อเกิดของความรู้

ตอบ 4 หน้า 14 – 16, 103, 127 ปัญหาทางญาณวิทยาหรือปัญหาเรื่องทฤษฎีของความรู้ คือ ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

1 ปัญหาเรื่องบ่อเกิดของความรู้ มีแนวคําตอบอยู่ 2 แนว คือ ทฤษฎีเหตุผลนิยม และทฤษฎีประจักษนิยม (ประสบการณ์นิยม)

2 ปัญหาธรรมชาติของความรู้มีแนวคําตอบอยู่ 2 แนว คือ ทฤษฎีสัจนิยม และทฤษฎีจิตนิยมแบบอัตนัย

7 “Metaphysics” มีความหมายตรงกับศัพท์ภาษาไทยคําใด

(1) ปรัชญา

(2) อภิปรัชญา

(3) ญาณวิทยา

(4) อตินทรีย์วิทยา

ตอบ 4 หน้า 21 – 22 Metaphysics แปลว่า วิชาที่ว่าด้วยสิ่งที่อยู่เบื้องหลังวัตถุ หรือวิชาที่ว่าด้วยสิ่งที่อยู่เบื้องหลังสิ่งที่รู้สึกทางประสาทสัมผัส จะมีความหมายตรงกับคําว่า “อตินทรีย์วิทยา” ซึ่งแปลว่า ล่วงเลยอินทรีย์หรือประสาทสัมผัส แต่คําว่าอตินทรีย์วิทยานี้ไม่เป็นที่นิยมใช้กัน โดยคําที่นิยมใช้ก็คือ “อภิปรัชญา” ซึ่งแปลว่า ความรู้อันประเสริฐที่ยิ่งใหญ่ อันมีความหมายเท่ากับ “ปรมัตถ์” หรือ “ความรู้ขั้นปรมัตถ์” ซึ่งแปลว่า ความรู้ที่มีเนื้อหาลึกซึ้งอย่างยิ่ง

8 อสสารมีลักษณะอย่างไร

(1) ไร้รูปร่าง สัมผัสไม่ได้ แต่มีอายุขัย

(2) มีรูปร่าง สัมผัสได้ แต่ไร้อายุขัย

(3) มีรูปร่าง สัมผัสได้ และมีอายุขัย

(4) ไร้รูปร่าง สัมผัสไม่ได้ และไร้อายุขัย

ตอบ 4 หน้า 25 – 27 จิตนิยม เห็นว่า สสาร วัตถุ หรือสิ่งที่เป็นรูปธรรมทั้งหมดนั้นมีอยู่จริง แต่ยังมีสิ่งที่จริงกว่าวัตถุและสสาร กล่าวคือ ยังมี “ของจริง” อีกอย่างหนึ่งที่จับต้องหรือสัมผัสไม่ได้ มองเห็นไม่ได้ ไม่มีตัวตน (ไร้รูปร่าง) มีอยู่เป็นนิรันดรหรือมีสภาวะเป็นอมตะ (ไร้อายุขัย) และ ไม่อยู่ในระบบของอวกาศและเวลา ซึ่งมีลักษณะเป็นอสสาร (Immaterial) สิ่งนั้นคือ “จิต” เช่น แบบ วิญญาณ และพระเจ้า ฯลฯ อันเป็นต้นกําเนิดหรือต้นแบบของวัตถุ ดังนั้นสิ่งที่มนุษย์มองเห็นอยู่บนโลกนี้ จึงเป็นเพียงสภาพที่ปรากฏของสิ่งที่เป็นจริงเท่านั้น

9 สสารมีลักษณะอย่างไร

(1) ไร้รูปร่าง สัมผัสไม่ได้ แต่มีอายุขัย

(2) มีรูปร่าง สัมผัสได้ แต่ไร้อายุขัย

(3) มีรูปร่าง สัมผัสได้ และมีอายุขัย

(4) ไร้รูปร่าง สัมผัสไม่ได้ และไร้อายุขัย

ตอบ 3 หน้า 31 ลัทธิสสารนิยม เชื่อว่า สสารเป็นสิ่งที่ครองเวลา จะต้องมีอยู่ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งจะมีอยู่ตลอดเวลาไม่ได้ ซึ่งสสารหรือวัตถุทั้งปวงนี้เป็นสิ่งที่รู้จักได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 และ ประสาทสัมผัสทั้ง 5 เท่านั้นที่จะรู้จักสสารได้ โดยสสารเหล่านี้ จะเป็นสิ่งที่มีรูปร่าง สัมผัสได้ และมีอายุขัยเพียงชั่วระยะเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น

10 สาเหตุที่ทําให้วัตถุประเภทเดียวกันมีลักษณะอย่างเดียวกัน คืออะไรในทัศนะของเพลโต

(1) วัตถุนั้นจําลองมาจากแม่แบบเดียวกัน

(2) วัตถุนั้นมีโครงสร้างของอะตอมเหมือนกัน

(3) วัตถุนั้นถูกพระเจ้าเนรมิตขึ้นจากแบบเดียวกัน

(4) ความเหมือนเป็นเพียงข้อสังเกตของมนุษย์

ตอบ 1 หน้า 26 – 27 เพลโต อธิบายว่า โลกของแบบเท่านั้นที่เป็นจริง เป็นสิ่งเที่ยงแท้และเป็นต้นแบบของโลกแห่งประสาทสัมผัส ซึ่งแบบเป็นอสสารที่มองไม่เห็น ไม่มีตัวตน จับต้องไม่ได้ และเป็นหลักสําคัญให้โลกวัตถุมีอยู่ได้ เช่น ทอง ขมิ้น และดอกดาวเรือง ฯลฯ แม้วัตถุทั้งหมดนี้จะมีความแตกต่างกัน แต่ก็จําลองมาจากแบบเดียวกัน คือ “เหลือง”และมนุษย์รับรู้ด้วยเหตุผล