LAW4007 นิติปรัชญา 2/2560

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2560

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4007 นิติปรัชญา

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ

ข้อ 1. ให้อธิบายแนวคิดพื้นฐานของทฤษฎีปฏิฐานนิยม (Legal Positivism) และให้อธิบายว่าแนวคิดปฏิฐานนิยมในอดีตที่ยืนยันการดํารงอยู่ของกฎหมายว่ามิได้ขึ้นอยู่กับศีลธรรมใด ๆ เป็นผลมาจากอะไร และการพิจารณากฎหมายกับศีลธรรมในลักษณะดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกับ การพิจารณาประเด็นความยุติธรรมได้อย่างไรบ้าง โดยเปรียบเทียบกับการนําเสนอความคิดเกี่ยวกับ ความยุติธรรมของปรัชญากฎหมายธรรมชาติ (Natural Law) พอสังเขป และให้แสดงความคิดเห็นว่า นักศึกษามีความเห็นอย่างไรต่อแนวคิดของจอห์น ออสติน (John Austin) ที่ถือว่ากฎหมายคือ เจตจํานงหรือความประสงค์ของผู้สั่ง หรือคือคําสั่งของรัฏฐาธิปัตย์ที่สั่งการบังคับกับประชาชนว่า เป็นส่วนหนึ่งของความคิดเกี่ยวกับกฎหมายกับศีลธรรมตามแนวของปฏิฐานนิยมทางกฎหมาย

Advertisement

ธงคําตอบ

แนวคิดพื้นฐานของทฤษฎีปฏิฐานนิยมทางกฎหมาย (Legal Positivism) ได้แก่

1 การยืนยันว่า การดํารงอยู่ของกฎหมายใด ๆ มิได้ขึ้นอยู่กับการที่มันตอบสนองหรือ สอดคล้องกับหลักคุณค่าทางศีลธรรมอันหนึ่งอันใดที่สามารถบรับใช้ได้อย่างเป็นสากลในทุก ๆ ระบบกฎหมาย

2 การยืนยันว่า การดํารงอยู่ของกฎหมายขึ้นอยู่กับการที่มันถูกสร้างขึ้นโดยผ่านการ ตกลงปลงใจของมนุษย์ในสังคม และแยกกฎหมายคืออะไร (IS) กับกฎหมายควรจะเป็นอย่างไร (Ought) ออกจากกัน โดยเด็ดขาด

3 จุดยืนเกี่ยวกับภาคบังคับของกฎหมายที่ต้องมีสภาพบังคับหรือบทลงโทษ

ผลของแนวคิดปฏิฐานนิยมในอดีตที่ยืนยันการดํารงอยู่ของกฎหมายว่ามิได้ขึ้นอยู่กับศีลธรรมใด ๆ พิจารณาได้จากภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของตะวันตก ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 – 19 การกําเนิดและขยายตัวฟื้นฟู ของรัฐชาติสมัยใหม่ การเปลี่ยนแปลงของสังคม การรวมศูนย์อํานาจอธิปไตยภายในรัฐ ความเชื่อมั่นในความจําเป็น ของรัฐที่ต้องมีอํานาจเด็ดขาด ความชอบรรรมหรือความศักดิ์สิทธิ์เด็ดขาดในการใช้อํานาจรัฐโดยอิสระไม่ต้องพึ่งพิง การสนับสนุนจากศาสนจักร และจากแนวคิดที่ว่า สิ่งที่กําหนดกฎหมายคือ อํานาจหาใช่สัจธรรมใด ๆ ไม่

การพิจารณากฎหมายกับศีลธรรมในลักษณะที่ยืนยันว่าการดํารงอยู่ของกฎหมายใด ๆ มิได้ ขึ้นอยู่กับการที่มันตอบสนองหรือสอดคล้องกับหลักคุณค่าทางศีลธรรม เป็นการยืนยันการแยกขาดจากกันโดยเด็ดขาด ของกฎหมายของรัฐกับจริยธรรม แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกับการพิจารณาประเด็นความยุติธรรมที่ชี้ให้เห็นว่า ความยุติธรรมคือความถูกต้องตามกฎหมาย เป็นความยุติธรรมตามกฎหมาย และถือว่าความสมบูรณ์ถูกต้องของ กฎหมายปรากฏจากสภาพบังคับของกฎหมาย กฎหมายของรัฏฐาธิปัตย์ไม่อาจเป็นอยุติธรรมได้ เพราะสิ่งที่ถือว่าเป็น ความยุติธรรม ความอยุติธรรม หรือความถูกผิดเป็นสิ่งที่ถูกกําหนดโดยกฎหมายของรัฐ

เมื่อเปรียบเทียบกับการนําเสนอความคิดเกี่ยวกับความยุติธรรมของปรัชญกฎหมายธรรมชาติ (Natural Law) แล้วจะเห็นว่ามีความแตกต่างกับแนวคิดของปฏิฐานนิยมทางกฎหมาย เพราะปรัชญากฎหมายธรรมชาติ ให้ความสําคัญกับคุณค่าของศีลธรรมกับกฎหมาย โดยเชื่อว่าการดํารงอยู่และความสมบูรณ์ของกฎหมายมีรากฐานจาก กฎหมายธรรมชาติหรือบรรทัดฐานทางศีลธรรมซึ่งมีผลผูกมัดการกระทําของมนุษย์โดยธรรมชาติ ยืนยันว่าธรรมชาติของมนุษย์มีเหตุผลคือ มีความสามารถในการที่จะรู้ถึงระบบระเบียบทางศีลธรรมหรือความผิดชอบชั่วดีซึ่งเป็น กฎหมายธรรมชาติได้ กฎเกณฑ์ที่ใช้ในสังคมมนุษย์ กฎหมายบ้านเมือง เกิดมาจากเหตุผลของมนุษย์ที่เป็นส่วนของ กฎหมายธรรมชาติ กฏเกณฑ์นั้นจึงควรสอดคล้องกับเหตุผลธรรมชาติ หรือกฎหมายธรรมชาติ การนําเสนอประเด็น ความยุติธรรมตามกฎหมายธรรมชาติจึงถือเป็นแก่นสารอุดมคติในกฎหมาย เป็นเสมือนเป้าหมายสูงสุดของกฎหมาย และเชื่อว่าความยุติธรรมเป็นสิ่งเดียวกับกฎหมายธรรมชาติซึ่งเป็นหลักความถูกต้อง หรือเกณฑ์อุดมคติที่เข้าถึงได้ โดยอาศัยเหตุผลในตัวมนุษย์ จึงเป็นการยืนยันว่าความเป็นธรรม ความยุติธรรม และศีลธรรมเป็นสิ่งที่มีความสัมพันธ์ อย่างใกล้ชิดกับกฎหมายบ้านเมือง

สําหรับแนวคิดของจอห์น ออสติน (John Austin) ที่ถือว่ากฎหมายคือเจตจํานงหรือความประสงค์ ของผู้สั่ง หรือคือคําสั่งของรัฏฐาธิปัตย์ที่สั่งการบังคับกับประชาชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความคิดเกี่ยวกับกฎหมาย กับศีลธรรมตามแนวของปฏิฐานนิยมทางกฎหมายนั้น ข้าพเจ้าเห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว ทั้งนี้เพราะเมื่อพิจารณา เกี่ยวกับกฎหมายที่ออกมาบังคับใช้กับประชาชนในปัจจุบัน เช่น กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากรต่าง ๆ แล้วจะเห็นได้ว่า เป็นกฎหมายที่ออกมาโดยอาศัยอํานาจของรัฏฐาธิปัตย์ เท่านั้น โดยไม่คํานึงว่าประชาชนจะให้การยอมรับหรือไม่ หรือจะสอดคล้องกับศีลธรรมหรือเหตุผลทางธรรมชาติ หรือไม่ แต่เป็นกฎหมายที่ออกมาโดยมีเนื้อหาที่เน้นอํานาจสูงสุดของผู้ปกครองในฐานะเป็นผู้วางกฎเกณฑ์เป็นหลัก ทําให้ถูกมองว่าเป็นกฎหมายที่ให้ความสนับสนุนระบบเผด็จการ จึงเป็นกฎหมายที่ขาดความชอบธรรมที่ประชาชน จะยอมรับได้ แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นกฎหมายที่ขาดความชอบธรรม ขาดการยอมรับจากประชาชน แต่เมื่อ เป็นกฎหมายหรือคําสั่งที่ออกโดยรัฏฐาธิปัตย์ ประชาชนก็ต้องปฏิบัติตาม มิฉะนั้นอาจจะถูกลงโทษได้

* หมายเหตุ นักศึกษาอาจแสดงความคิดเห็นเป็นอย่างอื่นได้ แต่ต้องแสดงความคิดเห็น โดยอาศัยทฤษฎีปฏิฐานนิยมทางกฎหมายของจอห์น ออสติน ดังกล่าวข้างต้น

Advertisement