การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2560

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4002 การว่าความและการจัดทําเอกสารทางกฎหมาย

Advertisement

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ

วันที่ 1 มกราคม 2560 นายสมชัย ใจดี ได้ทําสัญญากู้ยืมเงินจากนายหิรัญ ภักดีมาก จํานวน 1,000,000 บาท โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี กําหนดชําระคืน 1 ปี โดยนายสมชัยได้นําเอาโฉนดที่ดิน 1 แปลง จํานวน 60 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ 123 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ประกันหนี้โดยให้ นายหิรัญยึดถือเอาไว้เป็นประกัน เมื่อครบกําหนดชําระหนี้ นายสมชัยไม่ยอมชําระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยจํานวน 1,150,000 บาท นายหิรัญทวงถามทั้งทางโทรศัพท์และไปหาที่บ้านของนายสมชัยแต่ก็ติดต่อนายสมชัยไม่ได้

Advertisement

ต่อมา 1 กุมภาพันธ์ 2561 นายหิรัญทราบมาว่า เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2560 เวลา 10.00 นาฬิกา นายสมชัยได้ไปแจ้งความต่อสถานีตํารวจนครบาลหัวหมาก แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ว่า โฉนดที่ดินดังกล่าวสูญหายซึ่งเป็นข้อความอันเป็นเท็จเพื่อให้เจ้าพนักงานออกใบแจ้งความร้องทุกข์นําไปขอออก โฉนดใบใหม่ และขณะนี้โฉนดใบนั้นถูกจํานองอยู่ที่ธนาคารออมสิน สาขาหัวหมาก แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ซึ่งทําให้นายหิรัญเสียหาย ดังนั้น นายหิรัญจึงได้แจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้เจ้าพนักงานดําเนิน คดีอาญาความผิดฐานแจ้งความเท็จกับนายสมชัย ต่อมาเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 12.00 นาฬิกา เจ้าพนักงานสถานีตํารวจนครบาลหัวหมากได้จับกุมนายสมชัยได้และนําส่งพนักงานสอบสวนทําการสอบสวน นายสมชัยให้การรับสารภาพ ต่อมานายสมชัยได้ประกันตัวไป พนักงานสอบสวนสรุปสํานวนส่งพนักงานอัยการ พนักงานอัยการจึงสั่งฟ้องคดีดังกล่าวที่ศาลแขวงพระนครเหนือ

วันที่ 1 มีนาคม 2561 นายหิรัญได้มาหาท่านที่สํานักงานกฎหมายนิติรามทนายความและเพื่อน เลขที่ 9 ถนนรามคําแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร แต่งตั้งท่านเป็นทนายความและให้ท่าน ส่งหนังสือบอกกล่าวทวงถามลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับเรียกให้นายสมชัยชําระเงินต้นและดอกเบี้ยจํานวน 1,150,000 บาท ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าว ท่านจึงทําหนังสือดังกล่าวส่งออกไปทวงถาม ในวันที่ 5 มีนาคม 2561 เมื่อได้รับหนังสือบอกกล่าวทวงถามและไปรษณีย์ตอบรับแล้วแต่นายสมชัยกลับเพิกเฉย

Advertisement

วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 นี้ นายหิรัญต้องการให้ท่านในฐานะทนายความยื่นคําฟ้องคดีแพ่งเรียกร้อง เพียงเงินต้นและดอกเบี้ยจํานวน 1,150,000 บาทจากนายสมชัยคืนทั้งหมดที่ศาลแพ่ง

ดังนี้ ให้ท่านร่างเอกสารกฎหมายดังต่อไปนี้ในฐานะทนายความ

Advertisement

1 ร่างหนังสือบอกกล่าวทวงถาม

2 ร่างคําฟ้องและคําขอท้ายฟ้องคดีแพ่ง เฉพาะเนื้อหาคําฟ้องและคําขอท้ายฟ้องโดยไม่คํานึงถึง แบบพิมพ์ศาล

Advertisement

และให้ท่านในฐานะอัยการ

3 ร่างคําฟ้องคดีอาญาในคามผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานยังศาลแขวงพระนครเหนือ โดยร่างเฉพาะเนื้อหาคําฟ้องไม่คํานึงถึงแบบพิมพ์ศาล

ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 137 ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทําให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษ…

 

ธงคําตอบ

1 หนังสือบอกกล่าวทวงถาม

ทําที่ สํานักงานกฎหมายนิติรามทนายความและเพื่อน

เลขที่ 9 ถ.รามคําแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ

กรุงเทพมหานคร

วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2561

เรื่อง ขอให้ชําระหนี้

เรียน นายสมชัย ใจดี ผู้กู้

อ้างถึง หนังสือสัญญากู้ยืมเงินระหว่าง นายหิรัญ ภักดีมาก ผู้ให้กู้ กับ นายสมชัย ใจดี ผู้กู้

ฉบับลงวันที่ 1 มกราคม 2560

ตามสัญญากู้ยืมเงินที่อ้างถึง ท่านได้กู้ยืมเงินไปจากนายหิรัญ ภักดีมาก ผู้ให้กู้ จํานวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) โดยท่านตกลงชําระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี กําหนดชําระคืน 1 ปี โดยท่านได้นําเอา โฉนดที่ดิน 1 แปลง จํานวน 60 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ 123 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ประกันหนี้โดยให้นายหิรัญ ภักดีมาก ผู้ให้กู้ ยึดถือเอาไว้เป็นประกันนั้น

บัดนี้ปรากฏว่า เมื่อครบกําหนดชําระหนี้ตามสัญญาในวันที่ 1 มกราคม 2561 ท่านไม่ได้นําเงินต้น พร้อมดอกเบี้ยจํานวน 1,150,000 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) มาชําระ จึงถือว่าท่านได้ผิดสัญญา ตามที่ได้ตกลงกันไว้

โดยหนังสือฉบับนี้ ข้าพเจ้าทนายความผู้รับมอบอํานาจจากนายหิรัญ ภักดีมาก ผู้ให้กู้ จึงขอบอกกล่าวมายังท่าน ขอให้ท่านนําเงิน 1,150,000 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ไปชําระให้แก่ ผู้ให้กู้หรือทนายความ ณ สํานักงานทนายความ ภายในกําหนด 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ หากท่าน ไม่ดําเนินการ ข้าพเจ้าจําเป็นต้องดําเนินการทางคดีกับท่านต่อไป

ขอแสดงความนับถือ

ลงชื่อ…………….

ทนายความผู้รับมอบอํานาจ

 

2 คําฟ้องคดีแพ่งและคําขอท้ายฟ้อง

 

ข้อ 1 เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2560 จําเลยได้ทําสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ไปเป็นจํานวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี กําหนดชําระคืน 1 ปี ซึ่งจําเลยได้รับเงิน จํานวนที่กู้ไปครบถ้วนแล้ว โดยจําเลยได้นําเอาโฉนดที่ดิน 1 แปลง จํานวน 60 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ 123 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ประกันหนี้ โดยให้โจทก์ยึดถือเอาไว้เป็นประกัน รายละเอียด ปรากฏตามสัญญากู้ฉบับลงวันที่ 1 มกราคม 2560 เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 และโฉนดที่ดินเอกสารท้ายฟ้อง หมายเลข 2

ข้อ 2 เมื่อครบกําหนดชําระหนี้ตามสัญญากู้ จําเลยไม่ยอมชําระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย จํานวน 1,150,000 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ดังกล่าว โจทก์ได้ทวงถามทั้งทางโทรศัพท์และ ไปหาที่บ้านของจําเลย แต่ก็ติดต่อจําเลยไม่ได้

ข้อ 3 ต่อมาโจทก์ได้ให้ทนายความส่งหนังสือบอกกล่าวทวงถามลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับ เรียกให้จําเลยนําเงินต้นและดอกเบี้ยจํานวน 1,150,000 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) มาชําระ ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าว เมื่อจําเลยได้รับหนังสือบอกกล่าวทวงถามและไปรษณีย์ตอบรับแล้ว แต่จําเลยกลับเพิกเฉย รายละเอียดปรากฏตามสําเนาหนังสือทวงถามและไปรษณีย์ตอบรับเอกสารท้ายคําฟ้อง หมายเลข 3 และ 4

โจทก์ไม่มีทางอื่นใดที่จะตกลงกับจําเลยได้จึงขอบารมีศาลเป็นที่พึ่ง ขอให้ศาลบังคับจําเลย ชําระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี เป็นเวลา 1 ปี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,150,000 บาท (หนึ่งล้าน หนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) แก่โจทก์

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

คําขอท้ายฟ้อง

1 ขอให้จําเลยชําระเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างชําระรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,150,000 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)

2 ขอให้จําเลยชําระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงิน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจําเลยจะชําระหนี้แก่โจทก์เสร็จสิ้น

3 ขอให้จําเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์

 

3 คําฟ้องคดีอาญา

ข้อ 1 เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2560 เวลากลางวัน จําเลยได้ไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานว่า โฉนดที่ดิน 1 แปลง จํานวน 60 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ 123 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร สูญหายซึ่งเป็นข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งอาจทําให้นายหิรัญ ภักดีมาก ซึ่งเป็นผู้ให้กู้และยึดถือโฉนดที่ดินที่จําเลย นํามาประกันหนี้เงินกู้เอาไว้เสียหาย

เหตุเกิดที่ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร

ข้อ 2 ต่อมาเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 เวลากลางวัน เจ้าพนักงานจับกุมจําเลยได้ และนําจําเลยส่งพนักงานสอบสวนทําการสอบสวน

ชั้นสอบสวน จําเลยให้การรับสารภาพ

จําเลยถูกควบคุมตัวตลอดมา ต่อมาได้ประกันตัวไป ได้ส่งตัวจําเลยมาพร้อมกับฟ้องนี้แล้ว ขอศาลพิจารณาพิพากษาลงโทษจําเลยต่อไป

Advertisement