การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2545

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3010 กฎหมายล้มละลาย

Advertisement

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  จำนวน  3  ข้อ

 ข้อ  1  เหตุใดจึงตองมีการไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผย  การไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยจะกระทำเมื่อใด  และมีวิธีการอย่างไร  ลูกหนี้จะให้ทนายความเข้าทำการแทนได้หรือไม่

ธงคำตอบ

Advertisement

เหตุใดจึงตองมีการไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผย 

เหตุที่ต้องมีการไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยในคดีล้มละลายนั้น  มีความประสงค์เพื่อต้องการทราบถึงเหตุ  3  ประการดังนี้

Advertisement

1       เพื่อทราบกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้  เช่น  ลูกหนี้ทำอะไรและมีทรัพย์สินอยู่แห่งใด  เท่าใด

2       เพื่อทราบถึงสาเหตุที่ทำให้มีหนี้สินล้นพ้นตัว  เช่น  ค้าขายขาดทุน

Advertisement

3       เพื่อทราบถึงความประพฤติของลูกหนี้  ว่าได้กระทำการหรือละเว้นกระทำการใด  อันเป็นความผิดตามกฎหมายล้มละลาย  หรือเป็นข้อบกพร่องอันจะเป็นเหตุให้ศาลไม่ยอมปลดจากล้มละลายโดยไม่มีเงื่อนไข

ทั้งนี้เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาคำขอประนอมหนี้ของลูกหนี้  หรือพิจารณาคำขอปลดจากล้มละลายตามมาตรา  51  และมาตรา  70  (มาตรา  42  วรรคแรก)

Advertisement

การไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยจะกระทำเมื่อใด  และมีวิธีการอย่างไร

การไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยนี้  กฎหมายบังคับไว้แต่เพียงว่า  ต้องกระทำภายหลังประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกแล้วเท่านั้น  จะกระทำก่อนหรือหลังพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายก็ได้  (ฎ. 2181/2535)  ทั้งนี้ศาลจะต้องทำการไต่สวนทุกคดี  จะงดเสียมิได้  เว้นแต่ศาลเห็นว่าไม่สามารถไต่สวนได้เพราะลูกหนี้

1       วิกลจริต

2       จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

3       กายพิการ

กรณีเช่นนี้ศาลมีอำนาจสั่งงดการไต่สวนโดยเปิดเผย  หรือจะสั่งให้มีการไต่สวนโดยวิธีอื่นใด  ณ  ที่ใดตามที่เห็นสมควรก็ได้  (มาตรา  44)

สำหรับวิธีการไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยนั้น  ต้องกระทำเป็นการด่วน  โดยให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่งประกาศแจ้งความกำหนดวันเวลานัดไต่สวนให้ลูกหนี้และเจ้าหนี้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า  7  วัน  และต้องโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันไม่น้อยกว่า  1  ฉบับ  ทั้งนี้เพื่อให้เจ้าหนี้ทั้งหลายได้มีโอกาสซักถามลูกหนี้ได้เต็มที่  (มาตรา  42  วรรคสอง)

ลูกหนี้จะให้ทนายความเข้าทำการแทนได้หรือไม่

การไต่สวนโดยเปิดเผยนั้น  ลูกหนี้จะต้องมาศาลด้วยตนเองเพราะจะต้องสาบานตัวและตอบคำถามแก่ศาล  เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และเจ้าหนี้ซึ่งได้ขอรับชำระหนี้แล้วหรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้  ในเรื่องที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์  3  ประการดังที่กล่าวมาข้างต้น  ลูกหนี้จะตั้งตัวแทนให้มาตอบคำถามแทนตน  หรือจะตั้งทนายความให้มาตอบคำถามแทนตนเหมือนอย่างคดีแพ่งสามัญไม่ได้  แต่ทั้งนี้มิได้ห้ามลูกหนี้ที่จะตั้งทนายความเข้ามาช่วยเหลืออย่างอื่นที่ไม่ใช่การตอบคำถาม  เช่น  เขียนคำร้อง  คำขอต่างๆ  (มาตรา  43)


ข้อ  2  แดงกับขาวร่วมกันกู้เงินเหลืองไป  
500,000  บาท  โดยทำหนังสือสัญญากู้ให้ไว้เป็นหลักฐาน  ต่อมาแดงถูกเจ้าหนี้อื่นฟ้องให้ล้มละลาย  ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แดงเด็ดขาด  ขาวออกเงินชำระหนี้ให้เหลืองไปจนครบทั้ง  500,000  บาท  ขาวจะขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลายที่แดงเป็นจำเลยได้เพียงไร  หรือไม่  อนึ่ง  ถ้าขาวยังมิได้ออกเงินชำระหนี้ให้เหลืองเลย  ขาวจะขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายนั้นได้เพียงไรหรือไม่  ถ้าคดีล้มละลายที่แดงเป็นจำเลยนั้น  รวบรวมทรัพย์สินได้พอที่จะจ่ายส่วนแบ่งให้เจ้าหนี้  20%  เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะจ่ายส่วนแบ่งให้ขาวในกรณีแรกและกรณีหลังต่างกันหรือไม่

ธงคำตอบ

มาตรา  101  ถ้าลูกหนี้ร่วมบางคนถูกพิทักษ์ทรัพย์  ลูกหนี้ร่วมคนอื่นอาจยื่นคำขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ตนอาจใช้สิทธิไล่เบี้ยในเวลาภายหน้าได้  เว้นแต่เจ้าหนี้ได้ใช้สิทธิขอรับชำระหนี้ไว้เต็มจำนวนแล้ว

บทบัญญัติในวรรคก่อนให้ใช้บังคับแก่ผู้ค้ำประกัน  ผู้ค้ำประกันร่วม  หรือบุคคลที่อยู่ในลักษณะเดียวกันนี้โดยอนุโลม

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา  296  ในระหว่างลูกหนี้ร่วมกันทั้งหลายนั้น  ท่านว่าต่างคนต่างต้องรับผิดเป็นส่วนเท่าๆกัน  เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

วินิจฉัย

แยกพิจารณาได้ดังนี้

1       กรณีที่ขาวออกเงินชำระหนี้ให้เหลืองไปจนครบ  500,000  บาท  ในกรณีเช่นนี้ขาวมีสิทธิขอรับชำระหนี้ได้เท่ากับจำนวนที่ตนอาจใช้สิทธิไล่เบี้ยจากแดงในฐานะลูกหนี้ร่วม  คือ  250,000  บาท  ตามมาตรา  101  ซึ่งแดงกับขาวต้องรับผิดในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมเป็นจำนวนเท่าๆกัน  ตาม  ป.พ.พ.  มาตรา  296

2       กรณีที่ขาวยังมิได้ออกเงินชำระหนี้ให้เหลืองเลย  ขาวก็สมารถขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลายได้  ทั้งนี้เพียงเท่าจำนวนที่ขาวอาจใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาจากแดงได้ในอนาคตเท่านั้น  คือ  250,000  บาท  ตามมาตรา  101  ประกอบ  ป.พ.พ.  มาตรา  296  แต่อย่างไรก็ตาม  ถ้าเหลืองเจ้าหนี้ใช้สิทธิขอรับชำระหนี้ไว้เต็มจำนวน  500,000  บาทแล้ว  ขาวก็หมดสิทธิขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายนั้น

3       ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รวบรวมทรัพย์สินของแดงได้พอที่จะจ่ายส่วนแบ่งให้เจ้าหนี้ได้เพียง  20%  เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องจ่ายส่วนแบ่งให้ขาวในกรณีแรกและกรณีหลังเท่ากัน  คือ  50,000  บาท  (20%  ของ  250,000)  เพราะไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด  ขาวก็มีสิทธิได้รับชำระหนี้เพียง  250,000  บาท  เพียงเท่าที่ตนอาจใช้สิทธิไล่เบี้ยในฐานะลูกหนี้ร่วมเท่านั้น

สรุป

1       กรณีที่ขาวชำระหนี้ครบทั้งหมด  ขาวมีสิทธิขอรับชำระหนี้ได้เพียง  250,000  บาท

2       กรณีที่ขาวยังมิได้ชำระหนี้  ขาวก็มีสิทธิขอรับชำระหนี้ได้  250,000  บาทเช่นกัน

3       เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องจ่ายส่วนแบ่งให้แก่ขาวไม่ว่าในกรณีแรกและกรณีหลังเท่ากัน  คือ  50,000  บาท


ข้อ  3  เจ้าหนี้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้  ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอและนัดไต่สวนคำร้องขอในวันที่  1  มีนาคม  2546  เมื่อถึงวันนัดไต่สวนศาลมีคำสั่งให้เลื่อนการไต่สวนไปในวันที่  10  มีนาคม  2546  ลูกหนี้ประสงค์จะยื่นคำคัดค้านคำร้องขอดังกล่าว  และมาปรึกษาท่าน  ท่านจะให้คำปรึกษาแก่ลูกหนี้ประการใด

ธงคำตอบ

มาตรา  90/9  วรรคสาม  ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้อาจยื่นคำคัดค้านก่อนวันนัดไต่สวนนัดแรกไม่น้อยกว่าสามวัน  ในกรณีที่เป็นการคัดค้านผู้ทำแผน  ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้จะเสนอชื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ทำแผนด้วยหรือไม่ก็ได้  การเสนอชื่อผู้ทำแผนต้องเสนอหนังสือยินยอมของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ทำแผนด้วย

วินิจฉัย

การที่ลูกหนี้จะยื่นคำคัดค้านขอฟื้นฟูกิจการได้นั้น  ลูกหนี้ต้องยื่นเสียก่อนวันนัดไต่สวนนัดแรกไม่น้อยกว่า  3  วัน (มาตรา  90/9  วรรคสาม)

กรณีตามอุทาหรณ์  ภายหลังจากที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอแล้ว  ศาลได้นัดไต่สวนคำร้องขอนัดแรกในวันที่  1  มีนาคม  พ.ศ. 2546  กรณีเช่นนี้  หากลูกหนี้ประสงค์จะยื่นคำคัดค้านคำร้อง  ลูกหนี้จะต้องยื่นเสียก่อนที่จะถึงวันที่  1  มีนาคม  พ.ศ. 2546  ไม่น้อยกว่า  3  วัน  ตามมาตรา  90/9  วรรคสาม  และแม้ศาลจะมีคำสั่งให้เลื่อนการไต่สวนไปในวันที่  10  มีนาคม  พ.ศ.2546  วันนัดไต่สวนนัดแรกก็ยังคงเป็นวันที่  1  มีนาคม  พ.ศ. 2546  อยู่เช่นเดิม  การที่ศาลมีคำสั่งเลื่อนการไต่สวนไปก็เป็นเพียงการสะดวกแก่การพิจารณาเท่านั้น  หาทำให้วันนัดไต่สวนนัดแรกเปลี่ยนแปลงไปไม่

ดังนั้น  เมื่อล่วงเลยเวลาดังกล่าวมาแล้ว  ลูกหนี้จึงไม่มีสิทธิยื่นคำคัดค้านได้  เมื่อลูกหนี้มาปรึกษาข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าจะให้คำปรึกษาดังกล่าวแก่ลูกหนี้

สรุป  ข้าพเจ้าจะให้คำปรึกษาแก่ลูกหนี้ว่า  ลูกหนี้ไม่มีสิทธิยื่นคำคัดค้านได้  เพราะล่วงเลยเวลาที่จะยื่นมาแล้ว  

Advertisement