LAW3006 กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 1 1/2560

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2560

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3006 กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 1

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายดนัยอยู่กินกับนางลดาฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส มีบุตรด้วยกันชื่อนายสกล นายกฤตย์เป็นศัตรูกับนายสกล นายกฤตย์ทําร้ายร่างกายนายสกลจนเป็นเหตุให้นายสกลถึงแก่ความตาย แต่นายกฤตย์กลัวความผิด จึงนําศพของนายสกลไปฝังไว้ที่สวนหลังบ้านเพื่อซ่อนศพ ไม่ให้เป็นหลักฐานทางคดี ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ทําการสอบสวนคดีนี้ตามกระบวนการ สอบสวนจนเสร็จสิ้น ต่อมาพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายกฤตย์ฐานทําร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 290 เละฐานซ่อนเร้นศพ เพื่อปิดบังการตายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 199 ในระหว่างที่ศาลชั้นต้นพิจารณาคดี นายดนัยได้ยื่นคําร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ ศาลชั้นต้นมีคําสั่งอนุญาตให้นายดนัย เข้าร่วมเป็นโจทก์ทุกข้อหา คําสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้นายดนัยเข้าร่วมเป็นโจทก์ดังกล่าว ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 2 “ในประมวลกฎหมายนี้

(4) “ผู้เสียหาย” หมายความถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทําผิดฐานใด ฐานหนึ่งรวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอํานาจจัดการแทนได้ ดังบัญญัติไว้ในมาตรา 4, 5 และ 6”

มาตรา 3 “บุคคลดังระบุในมาตรา 4, 5 และ 6 มีอํานาจจัดการต่อไปนี้แทนผู้เสียหายตาม เงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ

(2) เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา หรือเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ”

มาตรา 5 “บุคคลเหล่านี้จัดการแทนผู้เสียหายได้

(2) ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยา เฉพาะแต่ในความผิดอาญาซึ่งผู้เสียหายถูกทําร้าย ถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจะจัดการเองได้”

มาตรา 30 “คดีอาญาใดซึ่งพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว ผู้เสียหายจะยื่นคําร้องขอ เข้าร่วมเป็นโจทก์ในระยะใดระหว่างพิจารณาก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนั้นก็ได้”

วินิจฉัย

ตามกฎหมาย ผู้ที่จะขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในคดีอาญาได้นั้น จะต้องเป็น ผู้เสียหายตามความใน ป.วิ.อาญา มาตรา 2 (4) ซึ่งอาจเป็นผู้เสียหายที่แท้จริง หรืออาจเป็นผู้มีอํานาจจัดการแทน ผู้เสียหายตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 4, 5 และ 6 ก็ได้

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่ศาลชั้นต้นมีคําสั่งอนุญาตให้นายดนัยเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงาน อัยการทุกข้อหานั้น คําสั่งของศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แยกวินิจฉัยได้ดังนี้

1 การที่นายดนัยขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในข้อหาทําร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 290 นั้น เมื่อนายดนัยเป็นบิดาของนายสกล และแม้จะเป็นบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะนายดนัยอยู่กินกับนางลดาฉันสามีภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่ก็ถือว่านายดนัยเป็นบุพการีของนายสกล ดังนั้น เมื่อนายสกลบุตรของตนซึ่งเป็นผู้เสียหายถูกทําร้ายถึงตาย นายดนัยจึงสามารถขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการได้ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 3 (2), มาตรา 5 (2) และ มาตรา 30 คําสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้นายดนัยเข้าร่วมเป็นโจทก์กรณีนี้จึงชอบด้วยกฎหมาย

2 การที่นายดนัยขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในความผิดฐานซ่อนเร้นศพ เพื่อปิดบังการตายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 199 นั้น ในฐานความผิดดังกล่าวถือเป็นความผิดอาญา ต่อรัฐ รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย เอกชนไม่สามารถเป็นผู้เสียหายได้ ดังนั้น นายดนัยจึงไม่ใช่ผู้เสียหายใน ความผิดฐานดังกล่าว จึงไม่สามารถขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 30 ได้ คําสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้นายดนัยเข้าร่วมเป็นโจทก์ในกรณีนี้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

สรุป

คําสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้นายดนัยเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในข้อหา ทําร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายชอบด้วยกฎหมาย แต่คําสั่งของศาลชั้นต้นให้นายดนัยเข้าร่วม เป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในความผิดฐานซ่อนเร้นศพเพื่อปิดบังการตายไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

Advertisement