Advertisement

ข้อ 4 เอนําเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยจํานวนสามแสนบาทมาชําระหนี้เงินกู้และขอสัญญากู้ยืมเงินคืน บีเข้าไปหยิบซองเอกสารมาส่งให้เอหลอกว่าเป็นซองใส่สัญญากู้ เอหลงเชื่อจึงชําระหนี้และรับเอกสารคืนไป เมื่อกลับถึงบ้านเปิดดูจึงรู้ว่าเป็นซองบรรจุกระดาษเปล่า เอไปขอเงินคืนจากบีแต่ถูกปฏิเสธจึงไปฟ้องในความผิดฐานฉ้อโกง ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่า บีจะมีความผิดตามฟ้องหรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 341 “ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิด ข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทําให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทํา ถอน หรือทําลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทําความผิดฐานฉ้อโกง ต้อง ระวางโทษ”

Advertisement

วินิจฉัย

องค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 ประกอบด้วย

1 หลอกลวงผู้อื่นด้วยการ

(ก) แสดงข้อความเป็นเท็จ หรือ

(ข) ปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง

2 โดยการหลอกลวงนั้น

(ก) ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือ

(ข) ทําให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทํา ถอน หรือทําลายเอกสารสิทธิ์

3 โดยเจตนา

4 โดยทุจริต

กรณีตามอุทาหรณ์

การที่เอนําเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยจํานวนสามแสนบาทมาชําระหนี้เงินกู้ และขอสัญญากู้ยืมเงินคืนจากบี แต่บีได้นําซองเอกสารบรรจุกระดาษเปล่าคืนให้เอโดยหลอกเอว่าเป็นซองใส่ สัญญากู้ เมื่อเอกลับถึงบ้านจึงรู้และไปขอเอกสารสัญญากู้จากบี แต่บีปฏิเสธ เอจึงไปฟ้องบีในความผิดฐานฉ้อโกงนั้น การกระทําของบีไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 แต่อย่างใด ทั้งนี้เพราะแม้ว่าบีจะหลอกลวงเอด้วยการ แสดงข้อความอันเป็นเท็จ แต่การหลอกลวงนั้นก็มิได้ทําให้บีได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากเอผู้ถูกหลอกลวงแต่อย่างใด และเงินจํานวนสามแสนบาทก็เป็นเงินที่เอได้นํามาชําระหนี้อันเป็นสิทธิพึงมีพึงได้ของบีที่จะได้รับชําระหนี้อยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่มีความผิดฐานฉ้อโกงตามฟ้อง

สรุป บีไม่มีความผิดฐานฉ้อโกงตามฟ้อง

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

Log in with your credentials

Forgot your details?