LAW 2012 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยประกันภัย S/2553

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2553

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 2012 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยประกันภัย 

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  3  ข้อ

ข้อ  1  นายชายอยู่กินกับนางสมฉันสามีภริยา  โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส  นายชายขวนขวายจัดให้นางสมเอาประกันชีวิตแบบอาศัยความมรณะไว้กับบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งเป็นเงิน  1  ล้านบาท  โดยนายชายเป็นผู้ให้ข้อความในแบบพิมพ์คำขอประกันชีวิต  และนายชายเป็นผู้จ่ายเบี้ยประกันแทนนางสม  ในกรมธรรม์ประกันภัยมีชื่อผู้เอาประกันคือนางสม  แต่ระบุให้นายชายเป็นผู้รับประโยชน์

ต่อมาในระหว่างที่สัญญามีผลบังคับ  นางสมถึงแก่ความตาย  นายชายจึงยื่นขอรับประโยชน์  ปรากฏว่าบริษัทประกันชีวิตปฏิเสธการจ่ายเงิน  อ้างว่านางสมไม่ได้ชำระเบี้ยประกันภัยเอง  แต่นายชายเป็นผู้จ่ายเบี้ยประกัน  นายชายจึงเป็นผู้เอาประกันไม่ใช่นางสม  สัญญาประกันชีวิตรายนี้จึงเป็นการที่นายชายประกันชีวิตผู้อื่นคือนางสม  ไม่ใช่เป็นการที่นางสมประกันชีวิตตนเอง  ดังนี้ให้วินิจฉัยว่า

Advertisement

(ก)   สัญญานี้ใครเป็นผู้เอาประกันชีวิต

(ข)  เป็นการประกันชีวิตตนเองหรือผู้อื่น

(ค)  สัญญาผูกพันหรือไม่

(ง)   บริษัทประกันชีวิตต้องจ่ายเงิน  1  ล้านบาท  ให้นายชายหรือไม่  เพราะเหตุใด
 ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  862  ตามข้อความในลักษณะนี้

คำว่า  ผู้เอาประกันภัย”  ท่านหมายความว่า  คู่สัญญาฝ่ายซึ่งตกลงจะส่งเบี้ยประกันภัย

มาตรา  863  อันสัญญาประกันภัยนั้น  ถ้าผู้เอาประกันภัยมิได้มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยไว้นั้นไซร้  ท่านว่าย่อมไม่ผูกพันคู่สัญญาแต่อย่างหนึ่งอย่างใด

มาตรา  867  วรรคสาม  กรมธรรม์ประกันภัย  ต้องลงลายมือชื่อของผู้รับประกันภัย  และมีรายการดังต่อไปนี้

(8)  ชื่อหรือยี่ห้อของผู้เอาประกันภัย

มาตรา  889  ในสัญญาประกันชีวิตนั้น  การใช้จำนวนเงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของบุคคลคนหนึ่ง

วินิจฉัย

 กรณีตามอุทาหรณ์  พิจารณาได้ดังนี้

(ก)   จากข้อเท็จจริง  การที่นายชายเป็นผู้จ่ายเบี้ยประกันภัยนั้น  ไม่ได้หมายความว่านายชายจะต้องเป็นผู้เอาประกันภัยเสมอไป  เพราะเบี้ยประกันภัยเป็นหนี้ตามสัญญาซึ่งผู้เอาประกันภัยตกลงจะส่งให้ผู้รับประกันภัย  (มาตรา  862)  ซึ่งในทางปฏิบัติผู้เอาประกันภัยอาจไม่ได้ชำระเบี้ยประกันภัยด้วยตนเอง  คนอื่นซึ่งเป็นบุคคลภายนอกอาจเป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัยแทนผู้เอาประกันภัยก็ได้ส่วนใครเป็นผู้เอาประกันภัยรายนี้นั้น  เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า  นายชายได้ขวนขวายจัดให้นางสมเอาประกันชีวิต  และในกรมธรรม์ประกันภัยมีชื่อผู้เอาประกันภัยคือ  นางสม  ดังนั้นตามมาตรา  867  วรรคสาม(8)  สัญญานี้ผู้เอาประกันชีวิตก็คือนางสมนั่นเอง  ทั้งนี้เพราะนางสมเป็นผู้เอาประกันโดยแท้จริง  และมิได้มีเจตนาหลีกเลี่ยงในเรื่องส่วนได้เสียแต่อย่างใด (ฎ. 1769/2521)

 (ข)   จากข้อเท็จจริง  เมื่อนางสมเป็นผู้เอาประกันชีวิต  และชีวิตที่เอาประกันแบบอาศัยความมรณะ  ก็คือชีวิตของนางสมเอง  จึงเป็นการประกันชีวิตตนเอง

 (ค)   จากข้อเท็จจริง  เมื่อเป็นการเอาประกันชีวิตของนางสม  โดยนางสมเป็นผู้เอาประกันซึ่งเป็นการประกันชีวิตตนเอง  ดังนั้น   จึงถือว่านางสมผู้เอาประกันภัยมีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยไว้นั้น  เพราะในเรื่องสัญญาประกันชีวิตมีหลักอยู่ว่า  ทุกคนล้วนแล้วแต่มีส่วนได้เสียในชีวิตของตนเองทั้งสิ้น  ดังนั้น  สัญญาจึงมีผลผูกพันคู่สัญญาตามมาตรา  863

 (ง)   จากข้อเท็จจริง  เมื่อสัญญาประกันชีวิตมีผลผูกพันคู่สัญญา  และนางสมผู้เอาประกันชีวิตถึงแก่ความตายนั้น  ดังนั้น  บริษัทประกันชีวิตจึงมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินประกันจำนวน  1  ล้านบาท  ให้แก่นายชายผู้รับประโยชน์ (มาตรา 889) 

สรุป

(ก)    สัญญานี้นางสมเป็นผู้เอาประกันชีวิต

(ข)   เป็นการประกันชีวิตตนเอง

(ค)   สัญญามีผลผูกพัน

(ง)    บริษัทประกันชีวิตต้องจ่ายเงิน  1  ล้านบาทให้แก่นายชาย

Advertisement