LAW2011กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตัวแทน 2/2559

ข้อ 2. นายหนึ่งเปิดร้ายขายหนังสือทุกชนิดอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง นายสองเป็นเจ้าของสํานักพิมพ์หนังสือหลายประเภทแต่ไม่มีร้านขายของตนเอง จึงได้ตกลงให้นายหนึ่งเป็นตัวแทนค้าต่างขายหนังสือ ของตนโดยตกลงกันว่าถ้าขายได้จะจ่ายค่าบําเหน็จร้อยละ 25 ของหนังสือที่ขายได้ นายหนึ่งได้ขาย หนังสือของนายสองให้แก่นายสามซึ่งเป็นลูกค้าประจําโดยการขายเชื่อกันมาตลอด แต่ไม่เคยมี ปัญหาใด ๆ ในนามของตนเองเป็นเงินจํานวน 100,000 บาท ปรากฏว่าเมื่อหนี้ถึงกําหนดชําระ นายสามมีปัญหาขัดข้องทางการเงินไม่สามารถนําเงินมาชําระหนี้ได้ นายสองจึงทวงให้นายหนึ่ง ชําระเงินค่าขายหนังสือแทนจํานวน 75,000 บาท ส่วนอีก 25,000 บาท เป็นค่าบําเหน็จให้แก่นายหนึ่ง แต่นายหนึ่งไม่ยอมชําระโดยอ้างว่านายสามยังไม่นําเงินมาชําระให้แก่ตนจึงไม่ต้องรับผิดในเงิน จํานวนดังกล่าว

ดังนี้ ข้ออ้างของนายหนึ่งฟังขึ้นหรือไม่ เพราะเหตุใด อีกกรณีหนึ่งจากอุทาหรณ์ข้างต้น ถ้านายหนึ่งสัญญากับนายสองว่าถ้าตนขายเชื่อแล้ว ผู้ซื้อเชื่อไม่ ชําระหนี้ นายหนึ่งจะรับผิดชดใช้เงินให้แก่นายสองเอง ดังนี้นายหนึ่งชอบที่จะได้รับสิทธิพิเศษอย่างไร หรือไม่ จงอธิบาย

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 838 “ถ้าคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งไม่ชําระหนี้ไซร้ ท่านว่าตัวแทนค้าต่างหาต้องรับผิดต่อ ตัวการเพื่อชําระหนี้นั้นเองไม่ เว้นแต่จะได้มีข้อกําหนดในสัญญา หรือมีปริยายแต่ทางการที่ตัวการกับตัวแทน ประพฤติต่อกัน หรือมีธรรมเนียมในท้องถิ่นว่าจะต้องรับผิดถึงเพียงนั้น

อนึ่ง ตัวแทนค้าต่างคนใดเข้ารับประกันการปฏิบัติตามสัญญาโดยนัยดังกล่าวมาในวรรคก่อน นั้นไซร้ ท่านว่าตัวแทนคนนั้นชื่อว่าเป็นตัวแทนฐานประกัน ชอบที่จะได้รับบําเหน็จพิเศษ”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายหนึ่งเป็นตัวแทนค้าต่างขายหนังสือของนายสองให้แก่นายสาม โดยการขายเชื่อในนามของตนเองเป็นเงินจํานวน 100,000 บาท เมื่อหนี้ถึงกําหนดนายสามไม่นําเงินมาชําระ นายสองจึงมาทวงให้นายหนึ่งชําระค่าหนังสือแทนจํานวน 75,000 บาท แต่นายหนึ่งไม่ยอมชําระโดยอ้างว่านายสาม

ยังไม่นําเงินมาชําระให้แก่ตนจึงไม่ต้องรับผิดในเงินจํานวนดังกล่าวนั้น ข้ออ้างของนายหนึ่งฟังขึ้น ทั้งนี้เพราะการที่นายหนึ่งให้นายสามซื้อเชื่อไปก็เนื่องจากนายสามเป็นลูกค้าประจําโดยการขายเชื่อกันมาตลอดและไม่เคยมี ปัญหาใด ๆ แต่ครั้งนี้เกิดจากมีปัญหาขัดข้องเรื่องเงินจึงไม่สามารถนําเงินมาชําระหนี้ได้ มิได้เกิดจากความ ประมาทเลินเล่อของนายหนึ่ง การที่นายสามซึ่งเป็นคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ซื้อเชื่อแล้วไม่ชําระหนี้ให้แก่นายหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวแทนค้าต่างนั้น นายหนึ่งหาต้องรับผิดต่อนายสองตัวการเพื่อชําระหนี้นั้นเองไม่ตามมาตรา 838 วรรคหนึ่ง ดังนั้น นายหนึ่งจึงไม่ต้องรับผิดชําระหนี้แทนนายสามให้แก่นายสองตัวการ

ส่วนอีกกรณีหนึ่งการที่นายหนึ่งตัวแทนค้าต่างได้สัญญากับนายสองว่า ถ้าตนขายเชื่อแล้ว ผู้ซื้อเชื่อไม่ชําระหนี้ นายหนึ่งจะรับผิดชดใช้เงินให้แก่นายสองเองนั้น การทําสัญญาดังกล่าวเช่นนี้ ถือว่านายหนึ่ง ตัวแทนค้าต่างได้ชื่อว่า “ตัวแทนฐานประกัน” คือตัวแทนที่ให้ความมั่นใจแก่ตัวการว่า ถ้าบุคคลภายนอก ไม่ชําระหนี้ตัวแทนค้าต่างจะชําระหนี้เอง การเป็นตัวแทนฐานประกันนี้ นอกจากจะได้รับบําเหน็จแล้ว ยังจะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มขึ้นอีก คือชอบที่จะได้รับบําเหน็จพิเศษตามมาตรา 838 วรรคสอง ดังนั้นในกรณีนี้ นายหนึ่งจึงมีสิทธิที่จะได้รับบําเหน็จพิเศษนอกเหนือจากบําเหน็จธรรมดา

สรุป

กรณีแรกข้ออ้างของนายหนึ่งที่ว่า นายสามยังไม่นําเงินมาชําระให้แก่ตน จึงไม่ต้องรับผิด ในเงินจํานวนดังกล่าวนั้น ฟังขึ้น

ส่วนอีกกรณีหนึ่ง นายหนึ่งชอบที่จะได้รับสิทธิพิเศษคือจะได้รับบําเหน็จพิเศษ นอกเหนือจากบําเหน็จธรรมดา