POL2310 (PA211) ทฤษฎีองค์การ ภาค 2 ปีการศึกษา 2553

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา 2553 

ข้อสอบกระบวนการวิชา   POL2310 (PA 211) ทฤษฎีองค์การ

 

คำสั่ง    ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว (ข้อสอบมีทั้งหมด 100 ข้อ)

 

1.             ประเทศใดก่อให้เกิดองค์การที่มีขนาดใหญ่ในยุคต้น ๆ

 

1. จีน                      2.อินเดีย                                 3.อียิปต์                                 4. รัสเซีย                5. อเมริกา

 

ตอบ  3   (คำบรรยาย) องค์การที่เป็นทางการที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกยุคต้นเกิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศอียิปต์ โดยเป็นองค์การที่ปฏิบัติภารกิจด้านการก่อสร้างพีระมิดสูง 481 ฟุต ครอบคลุมพื้นที่13 เอเคอร์ ซึ่งประกอบไปด้วยคนงานจำนวน 1 แสนคน ร่วมกันทำงานถึง 20 ปีโดยอยู่ภายใต้ผู้บังคับบัญชาสูงสุด คือ ฟาโรห์ และมีอัครมหาเสนาบดีเป็นผู้จัดการรับผิดชอบควบคุมงานด้านต่าง

ๆ เช่น การเงิน ทรัพย์สิน ตลอดจนการตัดสินคดีความและขัดแย้งต่าง ๆ ในองค์การ

 

2.             อะไรคือเหตุผลที่ทำให้กิจกรรมแบบองค์การขยายตัวเพิ่มมากขึ้น

 

                1. ธรรมชาติขององค์การ                         2. วิวัฒนาการสังคม

 

                3. การเรียนรู้ของมนุษย์ด้วยตนเอง      4. การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม                5. ถูกทุกข้อ

 

ตอบ  5   (คำบรรยาย) สาเหตุที่ทำให้กิจกรรมแบบองค์การขยายตัวเพิ่มมากขึ้น มีดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำให้เกิดการปฏิวัติสังคมจากสังคมชนบทไปเป็นสังคมเมือง

2. การเรียนรู้ของมนุษย์เกี่ยวกับผลประโยชน์ขององค์การ

3. ธรรมชาติขององค์การที่เปรียบเสมือน ผีดิบคือ องค์การจะอยู่รอดต่อไปได้และไม่มีวันตาย โดยการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมและพยายามรักษาทรัพยากรของตนไว้

4. การเกิดวิวัฒนาการของสังคม เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา การขยายตัวของระบบสวัสดิการ ความเจริญด้านเทคโนโลยี ตลอดจนการเพิ่มขึ้นของประชากรโลก

 

3.             การศึกษาองค์การในฐานะที่เป็นระบบปิดนั้นจะละเลยองค์ประกอบในเรื่องใด  

 

1. ปัจจัยภายในองค์การ

 

2. ปัจจัยภายนอกองค์การ  

 

3. เป้าหมายองค์การ   

 

4. ศักยภาพขององค์การ              

5. สมาชิกขององค์การ

 

ตอบ  2   (คำบรรยาย) การศึกษาองค์การในฐานะที่เป็นระบบปิด (Close System) คือ การศึกษาเฉพาะองค์ประกอบปัจจัยภายในองค์การ โดยละเลยการพิจารณาถึงองค์ประกอบปัจจัยภายนอกหรือสภาพแวดล้อมภายนอกองค์การ

 

4.             ข้อใดคือความหมายของคำว่า ทฤษฏีองค์การ                           

 

1. วิธีมองหรือวิเคราะห์องค์การ

 

2. ความจริงขององค์การ                                                                    

 

3. กฎเกณฑ์ขององค์การ

 

4. พฤติกรรมขององค์การ                                                                   

 

5. รูปแบบขององค์การ

 

ตอบ  1   (เอกสารหมายเลข 192 หน้า 18) ทฤษฏีองค์การ คือ วิธีการมอง การวิเคราะห์ หรือการกำหนดแนวคิดเกี่ยวกับองค์การบนพื้นฐานของรูปแบบ (Model) กฎเกณฑ์ หรือความเป็นระเบียบในเรื่องพฤติกรรมขององค์การและการออกแบบโครงสร้างขององค์การ

 

5.             ข้อใดคือประโยชน์ของการศึกษาทฤษฏีองค์การ            

 

1. ช่วยให้รู้จักธรรมชาติของโลกมนุษย์

 

2. ช่วยให้ทราบถึงสถานภาพของวิชาทฤษฏีองค์การ  

 

3. ช่วยให้ฝ่ายจัดการสามารถมีอำนาจมากขึ้น

 

4. ฝ่ายจัดการทราบถึงสาเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้นภายในองค์การ

 

5. ไม่มีข้อใดถูก

 

ตอบ  4   (เอกสารหมายเลข 192 หน้า 20), (คำบรรยาย) การศึกษาทฤษฏีองค์การ (Organization

Theory) ซึ่งเป็นจุดสนใจสำคัญของสาขารัฐศาสตร์ มีประโยชน์ดังนี้      1. ช่วยให้เกิดความเข้าใจในปรากฏการณ์ต่าง ๆ ภายในองค์การ และรู้จักความเป็นไปของสังคมมนุษย์

2. ช่วยให้ฝ่ายจัดการหรือฝ่ายบริหารเข้าใจและมองภาพกลไกการทำงานขององค์การได้ดีกว่าเดิม ทำให้สามารถวิเคราะห์และทราบถึงเหตุต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในองค์การได้ดียิ่งขึ้น

3. ช่วยให้ผู้จัดการสามารถที่จะบริหารงานได้อย่างมีอำนาจและมีอิทธิพล ฯลฯ

 

6.             มิติใดเป็นมิติคงที่ขององค์การ                                                                                         

 

1.สิ่งแวดล้อม

 

2. โครงสร้าง                       

 

3.กระบวนการ                    

 

4. พฤติกรรม                        

 

5. สมาชิกในองค์การ

 

ตอบ  2   (คำบรรยาย) มิติด้านโครงสร้าง (Structure Dimension) คือ การมองเกี่ยวกับลักษณะภายในองค์การ ซึ่งเป็นมิติคงที่ (Static) ที่สำคัญมากเพราะเป็นส่วนที่อธิบายถึงความแตกต่างขององค์การแต่ละองค์การ โดยในการศึกษาองค์การเชิงเปรียบเทียบมักจะนำมิติด้านโครงสร้างมาเปรียบเทียบกัน

 

7.             ตัวแปรในมิติโครงสร้างขององค์การหมายถึงเรื่องใด

 

1. กฎเกณฑ์ระเบียบวิธีปฏิบัติ                           2. การแบ่งงานเป็นแผนก                  3. มาตรฐานของงาน

 

4. ขอบเขตการควบคุม                                        5. ถูกทุกข้อ

 

ตอบ  5   (คำบรรยาย) ตัวแปรในมิติด้านโครงสร้างขององค์การ มีดังนี้

1. กฎเกณฑ์ระเบียบปฏิบัติ (Formalization)                  

2. การแบ่งงานเป็นแผนกตามลักษณะความรู้ความชำนาญ (Specialization)                              

3. มาตรฐานของงาน (Standardization)

4. ขอบข่ายของการควบคุมในแนวดิ่ง (Vertical Span of Control)

5. จุดรวมแห่งอำนาจ (Concentration of Authority) หรือรูปแบบการใช้อำนาจ

6. สายการบังคับบัญชาของอำนาจ (Hierarchy of Authority) ฯลฯ

 

8. Hierarchy of Authority หมายความถึงเรื่องใด             

 

1. จำนวนผู้ใต้บังคับบัญชา

 

2. ขนาดของการควบคุม                                                    

 

3. การกำหนดว่าใครต้องรายงานกับใคร

 

4. จำนวนของแผนกงาน                                                   

 

5. การกระจายอำนาจ

 

ตอบ  3   (คำบรรยาย) สายการบังคับบัญชาของอำนาจ (Hierarchy of Authority) เป็นการกำหนดความสัมพันธ์ตามลำดับขั้นในการติดต่อสื่อสารข้อความระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาในแต่ละองค์การว่า ใครต้องสั่งการกับใคร และใครต้องรายงานกับใคร

 

9.             ปัจจัยเรื่องใดเป็นตัววัดความสลับซับซ้อนขององค์การ              

 

1. อำนาจ หน้าที่

 

2. คน ทรัพย์สิน เทคโนโลยี                                                             

 

3. การเปลี่ยนแปลงด้านประชากร

 

4. การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี                                                         

 

5. ถูกทุกข้อ

 

ตอบ  5   (คำบรรยาย) ปัจจัยที่เป็นตัวชี้วัดความสลับซับซ้อนขององค์การ มีดังนี้

 

1. อำนาจ หน้าที่ สายการบังคับบัญชา และขนาดของการควบคุม              

 

2. จำนวนของแผนกงาน

 

3. จำนวนคนละทรัพย์สินขององค์การ          

 

4. เทคโนโลยีขององค์การ 

 

5. การเปลี่ยนแปลงของสังคม เช่น การเปลี่ยนแปลงด้านประชากร ระดับการศึกษา และเทคโนโลยี เป็นต้น

 

10.          ข้อใดต่อไปนี้คือวงจรชีวิตขององค์การ                                          

 

1. จัดตั้ง ดำเนินการ ประเมิน

 

2. จัดตั้ง บริโภคทรัพยากร ดำเนินการ                                            

 

3. เกิด แก่ เจ็บ ตาย

 

4. เกิด วัยหนุ่มสาว วัยผู้ใหญ่                                                            

 

5. เกิด วัยเด็ก วัยเรียน วัยทำงาน

 

ตอบ  4   (คำบรรยาย) Masson Haire, Gordon Lippitt และ Larry E. Greiner ได้ศึกษาองค์การในฐานะที่องค์การเป็นเสมือนสิ่งมีชีวิต ซึ่งพบว่า วงจรชีวิตขององค์การมี 3 ขั้นตอน คือเกิด วัยหนุ่มสาว และวัยผู้ใหญ่ ซึ่งในขั้นของการเกิดนั้นองค์การจะเผชิญกับปัญหาการอยู่รอดเมื่ออยู่ในวัยหนุ่มสาวและเผชิญกับปัญหาการมีเสถียรภาพและการมีชื่อเสียง และเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ก็จะมุ้งเน้นเรื่องเอกลักษณ์และความสามารถในการปรับตัว