LAW4048 (LA 448),(LW 409) กฎหมายทหาร 1/2551

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2551
ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW4048 (LA 448),(LW 409) กฎหมายทหาร
คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  4  ข้อ

ข้อ
1. พ.ท.สมคิด นายทหารชั้นสัญญาบัตรประจำการ สังกัดค่ายพิชัยดาบหัก จ.อุตรดิตถ์ ไม่พอใจ พ.อ.สมหมาย นายทหารชั้นสัญญาบัตรประจำการ สังกัดค่ายเม็งรายมหาราช จ.เชียงราย เนื่องจาก พ.อ.สมหมาย ได้พูดคุยอันมีลักษณะทางชู้สาวกับลูกสาวของตน ในงานเลี้ยงฉลองที่ พ.อ.สมหมาย ได้รับการแต่งตั้งยศเป็น พ.อ. ซึ่งก่อนหน้านี้ พ.ท.สมคิด ก็ได้แสดงความยินดีกับ พ.อ.สมหมาย ในโอกาสที่ได้รับการแต่งตั้งยศดังกล่าว ทำให้ พ.ท.สมคิด ใช้มือขวาชกบริเวณใบหน้าของ พ.อ.สมหมาย จำนวน 1 ครั้ง เป็นเหตุให้เกิดบาดแผลฟกช้ำ


ให้นักศึกษาวินิจฉัยว่า พ.ท.สมคิด กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาทหารหรือไม่ อย่างไร

แนวคำตอบ

กรณีตามปัญหา พ.อ.สมหมาย มียศพันเอก สูงกว่า พ.ท.สมคิด ซึ่งมียศพันโท พ.อ.สมหมาย จึงมีสถานะสูงกว่า กล่าวคือ เป็นนายทหารผู้ใหญ่เหนือ พ.ท.สมคิด ประกอบกับ พ.ท.สมคิด ก็ได้รู้ถึงสถานะดังกล่าวเพราะ พ.ท.สมคิด ได้เคยแสดงความยินดีกับ พ.อ.สมหมาย ที่ได้รับการแต่งตั้งยศเป็น พ.อ. ดังนั้น การที่ พ.ท.สมคิด ใช้มือขวาชกใบหน้าของ พ.อ.สมหมาย จำนวน 1 ครั้งจนเป็นเหตุให้เกิดแผลฟกช้ำจึงเป็นการกระทำความผิดฐานเจตนาทำร้ายแก่ทหารซึ่งเป็นผู้ใหญ่เหนือมัน ตามประมวลกฎหมายอาญาทหาร มาตรา 39 (ประเด็นหลัก)

อย่างไรก็ตาม พ.อ.สมหมาย สังกัดค่ายเม็งรายมหาราช จ.เชียงราย มิได้สังกัดค่ายพิชัยดาบหัก จ.อุตรดิตถ์ ไม่อาจที่จะเป็นผู้บังคับบัญชาของ พ.ท.สมคิด ได้ การกระทำของ พ.ท.สมคิด จึงไม่เป็นการกระทำความผิดฐานทำร้ายแก่ผู้บังคับบัญชาเหนือมัน ตามประมวลกฎหมายอาญาทหาร มาตรา 38 (ประเด็นรอง)

ข้อ 2. ได้มีสงครามเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ จ.ปัตตานี ทำให้ พล.ท.สมศักดิ์ ตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 4 ประกาศใช้กฎอัยการศึกและนำกำลังทหารเข้าทำการสู้รบกับข้าศึกในบริเวณดังกล่าว แต่ข้าศึกมีกำลังที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ทำให้ พล.ท.สมศักดิ์ วางแผนถอนกำลัง แล้วสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารเผาบ้านของนางสมหญิงซึ่งอยู่ในยุทธบริเวณดังกล่าว  เนื่องจากเห็นว่าหากถอนกำลังทหารแล้ว ข้าศึกอาจใช้บ้านเป็นที่พักของข้าศึกได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารก็ได้เผาบ้านดังกล่าวจนสำเร็จ  

ให้นักศึกษาวินิจฉัยว่า การกระทำของ พล.ท.สมศักดิ์ กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ของนางสมหญิงตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่ อย่างไร

แนวคำตอบ

                การกระทำของ พล.ท.สมศักดิ์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารไม่เป็นการกระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา เนื่องจาก

- แม่ทัพภาคที่ 4 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจทำลายด้วยการเผาบ้านของนางสมหญิงที่อาจจะเป็นกำลังแก่ราชศัตรูเมื่อกรมกองทหารถอยไปแล้ว กรณีการสงครามหรือการรบสู้เป็นรองราชศัตรูได้ ตามกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 มาตรา 14

- ประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเป็นบทกฎหมายจะมาขัดกับความของกฎอัยการศึกดังกล่าวไม่ได้ บทบัญญัติความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญาจึงต้องระงับและให้ใช้บทบัญญัติของกฎอัยการศึกในเรื่องการทำลายดังกล่าวแทน ตามกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 มาตรา 2 ตอนท้าย

ข้อ 3.  สิบตรีสมชาย นายทหารประทวนประจำการ สังกัด ศูนย์การทหารม้า ได้หนีราชการไปจากต้นสังกัด  ก่อนทำการปลดออกจากราชการต้นสังกัดได้ตรวจสอบพบว่าเอกสารวุฒิการศึกษาที่ใช้ยื่นสมัครสอบเข้ารับราชการทหารเป็นเอกสารปลอม ผู้บังคับบัญชาจึงสั่งให้ดำเนินคดีอาญาความผิดฐานหนีราชการ และความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม  ข้อเท็จจริงได้ความว่าขณะเกิดเหตุความผิดทั้งสองฐานข้างต้นมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ต่อมาหลังจากต้นสังกัดมีคำสั่งปลดออกจากราชการทหารแล้ว  เจ้าพนักงานตำรวจจึงจับกุมตัวสิบตรีสมชายได้      เช่นนี้จะต้องฟ้องคดีความผิดทั้งสองข้างต้นต่อศาลใดบ้าง เพราะเหตุใด   และหากสิบตรีสมชายไม่พอใจคำพิพากษาของศาลจะมีสิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาได้ หรือไม่ เพราะเหตุใด

แนวคำตอบ

                ฟ้องดำเนินคดีความผิดฐานหนีราชการต่อศาลทหาร เพราะขณะกระทำความผิดฐานหนีราชการ สิบตรีสมชายเป็นนายทหารประทวนประจำการ เป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร   หากสิบตรีสมชายไม่พอใจคำพิพากษาของศาลทหาร ก็ไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำพิพากษา เพราะขณะเกิดเหตุเป็นวันเวลาที่มีประกาศใช้กฎอัยการศึก  ศาลทหารเป็นศาลทหารในเวลาไม่ปกติ พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหารฯ ห้ามอุทธรณ์ฎีกาคำพิพากษาศาลทหารในเวลาไม่ปกติ

ส่วนความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม  ขณะเกิดเหตุสิบตรีสมชาย ยังมิได้เข้ารับราชการทหาร  จึงไม่เป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร   ต้องฟ้องดำเนินคดีต่อศาลพลเรือน  หากจำเลยไม่พอใจคำพิพากษาของศาลพลเรือน ก็มีสิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาได้  เพราะการห้ามอุทธรณ์ฎีกาคดีที่เกิดเหตุในเวลาที่มีประกาศใช้กฎอัยการศึก มีกฎหมายบัญญัติเฉพาะการดำเนินคดีอาญาในศาลทหารเท่านั้น

ข้อ 4. ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๑ มีเขตอำนาจครอบคลุม จ. นครสวรรค์  กำแพงเพชร  อุทัยธานี และศาลจังหวัดทหารบกตาก  ศาลจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์  ศาลจังหวัดทหารบกพิษณุโลก 

                ศาลจังหวัดทหารบกตาก มีเขตอำนาจครอบคลุม จ. ตาก 

                ศาลจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ มีเขตอำนาจครอบคลุม จ.เพชรบูรณ์ และ จ.พิจิตร  

                ศาลจังหวัดทหารบกพิษณุโลก มีเขตอำนาจครอบคลุม จ.พิษณุโลก และ จ.สุโขทัย

จ่าสิบเอกขาว นายทหารประทวนประจำการ และร้อยตรีแดง นายทหารสัญญาบัตรประจำการ ทั้งสองสังกัดจังหวัดทหารบกตาก  ได้ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์นายดำ บุคคลพลเรือน เหตุเกิดที่อำเภอเมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย   นายดำ ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ขอให้ดำเนินคดีกับบุคคลทั้งสองภายในอายุความ   จ่าสิบเอกขาวและร้อยเอกแดง ทราบเรื่องที่นายดำ ผู้เสียหายร้องทุกข์ดำเนินคดีตน จึงได้หนีราชการไปจากต้นสังกัด  หลังจากต้นสังกัดได้มีคำสั่งปลดบุคคลทั้งสองออกจากราชการ เป็นบุคคลพลเรือนแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมตัวบุคคลทั้งสองได้                                  

เช่นนี้จะต้องฟ้องดำเนินคดีจ่าสิบเอกขาวและร้อยเอกแดง  ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ และความผิดฐานหนีราชการต่อศาลใด  เพราะเหตุใด

แนวคำตอบ

                คดีความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์เกิดเหตุที่อำเภอเมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย  อยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดทหารบกพิษณุโลก  แต่เนื่องจากร้อยตรีแดง เป็นนายทหารสัญญาบัตร  ศาลจังหวัดทหารไม่มีอำนาจพิจารณาคดีที่จำเลยมียศทหารชั้นสัญญาบัตร  ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๑ มีเขตอำนาจครอบคลุมศาลจังหวัดทหารบกพิษณุโลก  คดีนี้จึงต้องฟ้องจ่าสิบเอกขาว และร้อยเอกแดง ต่อศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๑

คดีความผิดฐานหนีราชการ  จ่าสิบเอกขาว และร้อยตรีแดง สังกัดจังหวัดทหารบกตาก  จังหวัดตากจึงเป็นที่เกิดเหตุความผิดฐานหนีราชการ  ดังนั้นจึงต้องฟ้องจ่าสิบเอกขาวต่อศาลจังหวัดทหารบกตาก  ส่วนร้อยตรีแดง เป็นนายทหารสัญญาบัตร ศาลจังหวัดทหารไม่มีอำนาจพิจารณาคดีที่จำเลยมียศทหารชั้นสัญญาบัตร จึงต้องฟ้องคดีต่อศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๑  เพราะ ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๑ มีเขตอำนาจครอบคลุมตลอดท้องที่ศาลจังหวัดทหารบกตาก