LAW4002 การว่าความและการจัดทำเอกสารทางกฎหมาย การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2556

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2556

ข้อสอบกระบวนวิขา LAW 4002 (LA 402) การว่าความและการจัดทำเอกสารทางกฎหมาย

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายเขมชาติได้ทำสัญญาให้บางสาวหนูเล็กกู้ยืมเงินจำนวน 15,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อปี มีการส่งมอบและทำสัญญาในวันที่ 10 เมษายน 2556 โดยมีกำหนดชำระคืนภายใน 1 ปี ครั้นพอครบกำหนดระยะเวลา 1 ปี นางสาวหนูเล็กกลับเพิกเฉย นายเขมชาติจึงได้ส่งหนังสือทวงถาม ลงทะเบียนไปรษณีย์ให้นางสาวหนูเล็กชำระเงินจำนวน 15,000,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย 1,500,000 บาท แต่นางสาวหนูเล็กกลับเพิกเฉย ดังนั้น ให้ท่านในฐานะทนายความส่งหนังสือทวงถามไปยัง บางสาวหนูเล็กอีกครั้งหนึ่งจากนั้นให้ร่างฟ้องคดีแพ่งเรียกคืนเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยทั้งหมดจาก นางสาวหนูเล็ก โดยร่างเฉพาะเนื้อหาคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องคดีแพ่งคดีนี้

ธงคำตอบ

หนังสือบอกกล่าวเรื่องขอให้ข้าระหนี้


                                                                                                     ทำที่.................................       

                                                              วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2557   

เรื่อง     ขอให้ชำระหนี้

เรียบ    นางสาวหนูเล็ก ผู้กู้

อ้างถึง หนังสือสัญญากู้ยืมเงินระหว่าง นายเขมชาติ ผู้ให้กู้ กับนางสาวหนูเล็กผู้กู้ ฉบับลงวันที่ 10 เมษายน 2556

ตามสัญญากู้ยืมเงินที่อ้างถึง ท่านได้กู้ยืมเงินไปจาก นายเขมชาติ ผู้ให้กู้จำนวน 15,000,000 บาท (สิบห้าล้านบาทถ้วน) โดยท่านตกลงชำระดอกเบี้ยใบอัตราร้อยละ 10 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวและสัญญาจะคืน ต้นเงินกู้และดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้ภายในกำหนด 1 ปีนั้น

บัดนี้ปรากฏว่า เมื่อครบกำหนดตามสัญญาวันที่ 10 เมษายน 2557 ท่านมิได้นำต้นเงินพร้อมดอกเบี้ย มาชำระนับเป็นเวลาสองเดือนเศษแล้ว จึงถือได้ว่าท่านผิดสัญญาตามที่ได้ตกลงกันไว้ ผู้ให้กู้จึงได้มอบหมายให้ ข้าพเจ้าดำเนินการทวงถามท่านให้ชำระเงินต้นจำนวน 15,000,000 บาท (สิบห้าล้านบาทถ้วน) พร้อมทั้งดอกเบี้ย ตามสัญญาอีกจำนวน 1,500,000 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 16,500,000 บาท (สิบหกล้าน ห้าแสนบาทถ้วน)

ข้าพเจ้าในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจจึงเรียนมายังท่าน เพื่อนำเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยจำนวน ดังกล่าวไปชำระให้กับ นายเขมชาติ ผู้ให้กู้ ภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ท่านได้รับหนังสือฉบับนี้ ก่อนที่ข้าพเจ้า จะได้ดำเนินการทางคดีกับท่านต่อไป

ขอแสดงความนับถือ

..............................

(                                 )

ทนายความผู้รับมอบอำนาจ

คำฟ้องแพ่ง

ข้อ 1. เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2556 จำเลยได้กู้ยืมเงินจากโจทก์ไปเป็นจำนวน 15.000,000 บาท (สิบห้าล้านบาทถ้วน)โดยจำเลยยอมจ่ายดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 10 ต่อปี มีกำหนดเวลาใช้คืนภายใน 1 ปี ซึ่งจำเลย ได้รับเงินจำนวนที่กู้ไปครบถ้วนแล้ว และได้ทำสัญญากู้ไว้เป็นหลักฐานในวันดังกล่าว รายละเอียดปรากฏตาม สำเนาภาพถ่ายหนังสือสัญญากู้ยืมเงินฉบับลงวันที่ 10 เมษายน 2556 เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 1

ข้อ 2. เมื่อครบกำหนดระยะเวลาการชำระหนี้ตามสัญญากู้ จำเลยไม่ยอมชำระหนี้เงินกู้จำนวน 15,000,000 บาท (ลืบห้าล้านบาทถ้วน) ดังกล่าว ทั้งไม่เคยชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ตามสัญญาเลย โจทก์ได้ทวงถาม แล้วแต่จำเลยกลับเพิกเฉย การกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นการผิดสัญญากู้ยืมเงิน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

จำเลยต้องรับผิดชำระต้นเงินคืนให้แก่โจทก์จำนวน 15,000,000 บาท (สิบห้าล้านบาทถ้วน) และ ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 10 ต่อปี จากเงินต้นดังกล่าวเป็นจำนวนเงิน 1,500,000 บาท (หนึ่งล้านห้าแสบบาทถ้วน) รวมเป็นเงินที่จำเลยจะต้องชำระคืนให้แก่โจทก์ 16,500,000 บาท (สิบหกล้านห้าแสนบาทถ้วน)

โจทก์ไม่มีทางอื่นใดที่จะบังคับจำเลยได้ จึงต้องมาฟ้องเป็นคดีนี้ เพื่อขอบารมีศาลเป็นที่พึ่ง เพื่อบังคับจำเลยต่อไป

คำขอท้ายฟ้อง

ข้อ 1. ขอให้จำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้างชำระรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 16,500,000 บาท (สิบหกล้านห้าแสนบาทถ้วน)

ข้อ 2.ขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 10 ต่อปี จากต้นเงิน 15,000,000 บาท (สิบห้าล้านบาทถ้วน) นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จสิ้น

ข้อ 3. ขอให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์

ข้อ 2. ในสำนวนการสอบสวนคดีเรื่องหนึ่งได้ความว่า เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2556 เวลาประมาณ 14.00 นาฬิกา นายหมูกับนายหมีได้เข้าไปลักเอารถจักรยานยนต์ ราคา 35,000 บาท ของบายแช่ม ชิดชอบ ที่จอดอยู่ในโรงรถของบ้านพักอาศัยของนายแช่มฯ ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนเจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ครั้นต่อมาวันที่ 2 มกราคม 2557 เวลาประมาณ 12.00 นาฬิกา เจ้าพนักงานจับนายหมูได้พร้อมกับยึดรถจักรยานยนต์ที่นายหมูกับนายหมีร่วมกับลักเอาไปดังกล่าว เป็นของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนทำการสอบสวน ขั้นสอบสวนนายหมูให้การรับสารภาพ พนักงานสอบสวนได้นำตัวนายหมูไปฝากขังไว้ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ในคดีหมายเลขดำที่ ฝ.60/2557 เสร็จแล้วสรุปสำนวนการสอบสวนส่งพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดพระโขนง ส่วนนายหมียังจับตัวไม่ใด้แต่ใด้ออกหมายจับไว้

ข้อกฎหมาย ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 334 ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น...ไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐาน...

มาตรา 335 ผู้ใดลักทรัพย์

(1) ในเวลากลางคืน

(8)       ในเคหสถาน...

(9)       โดย...หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป ต้องระวางโทษ ...

หากนักศึกษาเป็นพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดพระโขนง ผู้รับผิดชอบดำเนินคดีนี้ และมีคำสั่งฟ้องนายหมูในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ให้เรียงคำฟ้องคดีนี้เฉพาะเนื้อหาคำฟ้อง ในภาคการกระทำความผิดและการได้ตัวนายหมีมาดำเนินคดีเท่านั้น ทั้งนี้ไมต้องคำนึงถึง แบบพิมพ์คำฟ้องแต่ประการใด

ธงคำตอบ

ถ้าข้าพเจ้าเป็นพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดพระโขนง ผู้รับผิดชอบดำเนินคดีนี้ และ มีคำสั่งฟ้องนายหมูในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ข้าพเจ้าจะเรียงคำฟ้องคดีนี้ ดังต่อไปนี้

คำฟ้องอาญา

ข้อ 1. เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2556 เวลากลางวัน จำเลยนี้กับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องอีกหนึ่งคน ได้กระทำการอันเป็นความผิดต่อกฎหมาย กล่าวคือ ได้บังอาจลักเอารถจักรยานยนต์จำนวน 1 คัน ราคา 35,000 บาท (สามหมื่นห้าพันบาท) ของนายแช่ม ชิดชอบ ผู้เสียหายไปโดยทุจริต โดยในการลักทรัพย์ดังกล่าว จำเลยและพวก ได้เข้าไปในโรงรถของบ้านพักอาศัยอันเป็นเคหสถานของผู้เสียหาย และได้เอาทรัพย์ดังกล่าวของผู้เสียหาย ที่จอดอยู่ไป

เหตุเกิดที่แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

ข้อ 2. ต่อมาวันที่ 2 มกราคม 2557 เวลากลางวัน เจ้าพนักงานจับจำเลยนี้มาได้พร้อมกับยึด รถจักรยานยนต์ที่จำเลยกับพวกร่วมกันลักเอาไปเป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนทำการสอบสวน

ขั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ

ของกลางพนักงานสอบสวนเก็บรักษาไว้

ระหว่างสอบสวบ จำเลยถูกควบคุมตัวมาตลอด ตามหมายขังของศาลนี้ในคดีหมายเลขดำที่ ฝ.60/2557 ขอศาลเบิกตัวจำเลยมาเพื่อพิจารณาพิพากษาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

ข้อ 3. นายมกราสมรสกับนางกุมพาในวันแม่แห่งชาติอันตรงกับวันเกิดของนายมกราพอดี อยู่อาศัยที่บ้านเลขที่ 666 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240 เปิดร้านขายขนมไทย มีบุตรด้วยกัน 3 คน คือ นายมีนา นายเมษา และนายพฤษภา ต่อมาเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 นางกุมพาเสียชีวิตลงด้วยโรคชราที่โรงพยาบาลรามคำแหง บรรดาทายาทจึงตกลงให้นายมกรา อายุ 57 ปี สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการมรดกของนางกุมพา คือ เงินสดฝากอยู่ใน ธนาคารมหานคร สาขาบางกะปิ เป็นเงินจำนวน 100 ล้านบาท ที่ดินโฉนดเลขที่ 123/56 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร มีราคาประมาณ 50 ล้านบาท ซึ่งนางกุมพาไม่ได้ทำ พินัยกรรมเอาไว้แต่อย่างใด ให้นักศึกษาเขียนคำร้องตั้งผู้จัดการมรดก (เขียนแต่เนื้อหา ไม่ต้องคำนึงถึงแบบฟอร์ม)

ธงคำตอบ

คำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก

ข้าพเจ้า นายมกรา ผู้ร้อง เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย อาชีพ ค้าขาย เกิดวันที่ 12 เดือน สิงหาคม พ.ค. 2500 อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 666 หมู่ที่ -  ถนนรามคำแหง ตรอก/ซอย - ตำบล/แขวง หัวหมาก. อำเภอ/เขต บางกะปิ จังหวัด กรุงเทพมหานคร 10240 ขอยื่นคำร้องมีข้อความตามที่จะกล่าวต่อไปนี้

ข้อ 1. ผู้ร้องเกี่ยวข้องเป็นสามีของนางกุมพา ผู้วายชนม์ ปรากฏตามบัญชีเครือญาติ เอกสาร ท้ายคำร้องหมายเลข 1

ข้อ 2. เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 นางกุมพาถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา ณ โรงพยาบาลรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ปรากฏตามสำเนามรณบัตร เอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 2

ข้อ 3. นางกุมพา ผู้วายชนม์ มีมรดก คือ เงินฝากอยู่ในธนาคารมหานคร สาขาบางกะปิ เป็น จำนวน 100 ล้านบาท ที่ดินจำนวน 1 แปลง ราคา 50 ล้านบาท รายละเอียดปรากฏตามบัญชีเอกสารท้ายคำร้อง หมายเลข 3

มรดกดังกล่าวนี้ นางกุมพา ผู้วายชนม์ ไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้แต่อย่างใด

ข้อ 4. ผู้ร้องมีเหตุขัดข้องไม่สามารถจัดการมรดกของผู้ตายได้ เนื่องจากธนาคารผู้รับฝากเงิน คือธนาคารมหานคร และเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรสาคร ปฏิเสธไม่ดำเนินการจ่ายเงินและโอนที่ดินให้แก่ผู้ร้อง โดยอ้างว่าให้นำคำสั่งศาลตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกมาแสดงก่อนจึงจะจัดการให้

ผู้ร้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ และไม่เป็นบุคคลวิกลจริต บุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย มีความสามารถที่จะจัดการมรดกรายนี้ได้

ฉะนั้น ขอศาลได้โปรดไต่สวนคำร้อง และมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนางกุมพาผู้วายชนม์ต่อไป