LAW4002 การว่าความและการจัดทำเอกสารทางกฎหมาย การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2555

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2555

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 4002 (LA 402, LW 423) การว่าความ

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. ตระกูลธราธรเทพมีนายเทวพันธ์แต่งงานกับนางดารามีบุตรด้วยกันจำนวน 5 คน เรียงลำดับดังนี้ คือ

1.         ชายใหญ่ นักโบราณคดี ข้าราชการประจำกรมศิลปากร อาจารย์พิเศษของคณะสังคมศาสตร์

2.         ชายรุจ ทำงานเป็นนักการทูต ประจำกระทรวงต่างประเทศ

3. ชายภัทร มีอาชีพเป็นหมอ- ศัลยแพทย์ประสาทอันดับ 1 ของประเทศไทย และอาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์

4. ชายเล็ก มีอาชีพเป็นวิศวกรโยธา และ

5. ชายพีรี รับราชการเป็นข้าราชการในกองทัพอากาศโดยมียศ ทางทหารเป็นเรืออากาศโท วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 นายเทวพันธ์พานางดาราไปท่องเที่ยวเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปรากฏว่าประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิตทั้งคู่ ทำให้ย่าเอียดที่เกษียณอายุราชการ จากการเป็นนางพยาบาล ที่ครองตัวเป็นโสดเพราะผิดหวังจากความรักในครั้งยังเป็นสาวแรกรุ่น ปัจจุบันอายุ 70 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวของนายเทวพันธ์ จึงมีความประสงค์จะเข้ามาช่วยดูแลเงินในบัญชีธนาคารออมสิน บ้านพักตากอากาศที่เกาะสมุย และทรัพย์สินอื่น ๆ ของพี่ชาย ก่อนที่จะแบ่งทรัพย์สิน เหล่านั้นให้แก่หลาน ๆ ที่ต่างยังคงไมมีครอบครัวกัน ซึ่งบรรดาหลาน ๆ ต่างก็ยินยอม ระหว่างที่กำลัง มีข่าวร้ายนั้นเอง นายแก้วซึ่งเป็นหัวหน้าโจรที่ได้แฝงกายเข้ามาเป็นคนใช้ในบ้าน ได้ทำการขโมย โต๊ะเครื่องแป้งของย่าเอียด แต่ทว่าถูกจับได้ขณะกำลังหลบหนีออกไปยังบ้านข้าง ๆ ย่าเอียดจึงมาปรึกษา กับนายพินิจ รักยุติธรรม ผู้เป็นทนายความอันดับต้น ๆ ของประเทศเพื่อขอคำปรึกษาดังต่อไปนี้

1.1       การร่างหนังสือให้ความยินยอมในการร้องขอให้ย่าเอียดเป็นผู้จัดการมรดก  (10 คะแนน)

1.2       เรียงคำร้องขอตั้งย่าเอียดเป็นผู้จัดการมรดก  (15 คะแนน)


ธงคำตอบ

ทำที่...............................

วันที่..........เดือน..........พ.ศ.............    

ข้าพเจ้าทั้งหลายผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้

1.         นายชายใหญ่ ธราธรเทพ

2.         นายชายรุจ ธราธรเทพ

3.         นายชายภัทร ธราธรเทพ

4.         นายชายเล็ก ธราธรเทพ

5.         นายชายพีรี ธราธรเทพ

เป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของ นายเทวพันธ์ ธราธรเทพ ผู้วายชนม์ขอให้ความยินยอม และไม่คัดค้านในการที่นางสาวเอียด ธราธรเทพ ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต่อศาล ข้าพเจ้าทั้งหลายจึงลงลายมือชื่อ ไว้เป็นสำคัญ

1.         ลงชื่อ...............................................(นายชายใหญ่ ธราธรเทพ)

2.         ลงชื่อ...............................................(นายชายรุจ ธราธรเทพ)

3.         ลงชื่อ............................................... (นายชายภัทร ธราธรเทพ)

4.         ลงชื่อ............................................... (นายชายเล็ก ธราธรเทพ)

5.         ลงชื่อ............................................... (นายชายพีร์ ธราธรเทพ)

 

1.2       คำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก

ข้าพเจ้า นางสาเอียด ธราธรเทพ ผู้ร้อง เชื้อขาติ ไทย สัญชาติ ไทย อาชีพ เกษียณอายุราชการ

เกิดวันที่............เดือน............พ.ศ............อายุ 70 อยู่บ้านเลขที่...........หมู่ที่.........ถนน........

ตรอก/ซอย............ตำบล/แขวง.............อำเภอ/เขต...............จังหวัด  

ขอยื่นคำร้องมีข้อความตามที่จะกล่าวต่อไปนี้

ข้อ 1. ผู้ร้องเกี่ยวข้องเป็นน้องสาวของนายเทวพันธ์ ธราธรเทพ ผู้วายชนม์ ปรากฏตามบัญชี เครือญาติ เอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 1

ข้อ 2. เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2556 นายเทวพันธ์ ธราธรเทพ ถึงแก่กรรมจากการจมน้ำ ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปรากฏตามสำเนามรณบัตร เอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 2

ข้อ 3. นายเทวพันธ์ ธราธรเทพ ผู้วายชนม์ มีมรดก คือ เงินฝากอยู่ในธนาคารออมสิน

สาขา.........เป็นจำนวน............บาท บ้านและที่ดินจำนวน.............แปลง ราคา..........บาท รายละเอียด ปรากฏตามบัญชี เอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 3

มรดกดังกล่าวนี้ นายเทวพันธ์ ธราธรเทพ ผู้วายชนม์ ไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้แต่อย่างใด

ข้อ 4. ผู้ร้องมีเหตุขัดข้องไม่สามารถจัดการมรดกของผู้ตายได้ เนื่องจากธนาคารผู้รับฝากเงิน คือธนาคารออมสิน และเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปฏิเสธไม่ดำเนินการจ่ายเงินและโอนที่ดินให้แก่ผู้ร้อง โดยอ้างว่าให้นำคำสั่งศาลตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกมาแสดงก่อนจึงจะจัดการให้

ผู้ร้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ และไม่เป็นบุคคลวิกลจริต บุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย มีความสามารถที่จะจัดการมรดกรายนี้ได้

ฉะนั้น ขอศาลได้โปรดไต่สวนคำร้อง และมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของ นายเทวพันธ์ ธราธรเทพ ผู้วายชนม์ ต่อไป


ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

ลงชื่อ................................ทนายผู้ร้อง

คำร้องฉบับนี้ ข้าพเจ้า...............................ทนายผู้ร้องเป็นผู้เรียงและพิมพ์

ลงชื่อ...............................ผู้เรียงและพิมพ์

 ข้อ 2. เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556 ร้านนิยมปุ๋ยและอาหารสัตว์ได้ทำสัญญาขายปุยจำนวน 100 กระสอบ ให้กับนายขจร ไพศาลกุล โดยในสัญญาระบุให้ชำระราคาก่อน 5 หมื่นบาทในวันทำสัญญาและอีก 5 หมื่นบาทให้ชำระในวันรับมอบสินค้าคือวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556 ครั้นเมื่อถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556 ร้านนิยมปุ๋ยและอาหารสัตว์ได้ส่งมอบปุ๋ยแกนายขจรฯ ครบถ้วน แต่นายขจรฯ ไม่ยอมชำระ ราคาปุ๋ยที่เหลือ จวบจนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 ร้านนิยมปุ๋ยและอาหารสัตว์ได้ส่งหนังสือทวงถาม ลงทะเบียนไปรษณีย์เรียกให้นายขจรฯ ชำระราคาส่วนที่เหลือแต่นายขจร เพิกเฉย ดังนั้น ร้านนิยมปุ๋ยและอาหารสัตว์จึงมอบอำนาจให้นายกิตติ บุญใหญ่ เป็นโจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อเรียกให้ นายขจร ชำระราคาส่วนที่เหลือคืน ให้ท่านในฐานะทนายความคดีนี้ร่างคำฟ้องคดีแพ่งพร้อม คำขอท้ายฟ้องโดยไม่คำนึงถึงแบบพิมพ์ศาล

ธงคำตอบ

คำฟ้องแพ่ง


ข้อ 1. โจทก์เป็นร้านค้าปุ๋ยและอาหารสัตว์ประกอบกิจการขายปุ๋ยและอาหารสัตว์ ได้มอบอำนาจ ให้นายกิตติ บุญใหญ่ เป็นผู้ฟ้องคดีนี้แทนโจทก์ รายละเอียดปรากฏตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1

ข้อ 2. เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556 โจทก์ได้ทำสัญญาขายปุ๋ยจำนวน 100 กระสอบให้กับ จำเลย โดยในสัญญาได้ระบุให้จำเลยชำระราคาก่อนจำนวน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ในวันทำสัญญา และอีก 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ให้จำเลยชำระในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556 ซึ่งเป็นวันรับมอบสินค้า รายละเอียดปรากฏตามสัญญาซื้อขายฉบับลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556 เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2

ข้อ 3. ครั้นเมื่อถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556 โจทก์ได้ส่งมอบปุ๋ยแก่จำเลยครบถ้วน แต่จำเลย ไม่ยอมชำระราคาปุ๋ยที่เหลือ จวบจบวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 โจทก์ได้ส่งหนังสือทวงถามลงทะเบียนไปรษณีย์ เรียกให้จำเลยชำระราคาส่วนที่เหลือ แต่จำเลยเพิกเฉย รายละเอียดปรากฏตามหนังสือทวงถามและไปรษณีย์ ตอบรับเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3

โจทก์ไม่มีทางใดจะเรียกร้องจากจำเลยได้ จึงขอบารมีศาลเป็นที่พึ่ง

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

ลงชื่อ...........(ลายมือชื่อนักศึกษา)...........ทนายโจทก์

คำร้องฉบับนี้ ข้าพเจ้า (ระบุชื่อนักศึกษา) ทนายโจทก์เป็นผู้เรียงและพิมพ์

ลงชื่อ...............(ลายมือชื่อนักศึกษา).................ผู้เรียงและพิมพ์


คำขอท้ายฟ้อง

1.         ให้จำเลยชำระราคาปุ๋ยส่วนที่เหลือเป็นเงินจำนวน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน)

2.         ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของจำนวนเงินค่าปุ๋ยส่วนที่เหลือนับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จสิ้น

3.         ให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์

ข้อ 3. ข้อเท็จจริง จากการเตรียมคดีในสำนวนการสอบสวนเรื่องหนึ่งได้ความว่า เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2556 เวลาประมาณ 05.00 นาฬิกา ขณะที่นางสาววนิดา งามสม กำลังเดินอยู่ในตลาดบางแค แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ได้ถูกนายฉก ยอดเลว กระชากกระเป๋าสตางค์ ราคา 12,000 บาท ซึ่งมีเงินจำนวน 7,000 บาทบรรจุอยู่ในกระเป๋าอย่างแรงจนนางสาววนิดาล้มลงและได้รับบาดเจ็บ เป็นแผลที่แขนและหัวเข่าถลอก ต่อมาวันที่ 12 มกราคม 2556 เวลา 16.00 นาฬิกา เจ้าพนักงาน จับนายฉกได้ พร้อมกับกระเป๋าสตางค์ที่นายฉกลักเอาไปดังกล่าวเป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน ชั้นสอบสวนนายฉกให้การรับสารภาพ กระเป๋าสตางค์ของกลางได้คืนให้แก่นางสาววนิดา และนำ นายฉกไปฝากขังที่ศาลอาญา ในคดีหมายเลขดำที่ ฝ. 293/2556

ข้อกฎหมาย

มาตรา 334ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษ...

มาตรา 336ผู้ใดลักทรัพย์โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า ผู้นั้นกระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ถ้าการวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษ...

ให้นักศึกษาในฐานะพนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญาธนบุรี เรียงคำฟ้องคดีนี้เพื่อฟ้องต่อศาลอาญา- ธนบุรีต่อไป โดยให้เรียงเฉพาะเนื้อหาคำฟ้องภาคการกระทำความผิดและการได้ตัวมาดำเนินคดี โดยไม่ต้องคำนึงถึงแบบพิมพ์คำฟ้อง

ธงคำตอบ

ข้าพเจ้าในฐานะพนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญาธนบุรี ผู้รับผิดชอบในการดำเนินคดีนี้ ข้าพเจ้าจะเรียงคำฟ้องเพื่อฟ้องนายฉก ยอดเลว ในข้อหาวิงราวทรัพย์ ดังนี้

คำฟ้องอาญา

ข้อ 1. เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2556 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยได้บังอาจลักทรัพย์คือ กระเป๋าสตางค์ราคา 12,000 บาทซึ่งมีเงินจำนวน 7,000บาทบรรจุอยู่ในกระเป๋าของนางสาววนิดา งามสม ผู้เสียหาย ไปโดยทุจริต ในการลักทรัพย์ดังกล่าว จำเลยได้กระชากทรัพย์ที่ลักอย่างแรงอันถือเป็นการฉกฉวยเอาซึ่งหน้า เป็นเหตุให้ผู้เสียหายล้มลงและได้รับบาดเจ็บเป็นแผลที่แขนและหัวเข่าถลอก และเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตราย แก่กายหรือจิตใจ

เหตุเกิดที่แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพมหานคร

ข้อ 2. ต่อมาวันที่ 12 มกราคม 2556 เวลากลางวัน เจ้าพนักงานจับจำเลยได้ พร้อมกับ กระเป๋าสตางค์ที่จำเลยได้ลักเอาไปตามฟ้องข้อ 1 เป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนทำการสอบสวน

ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ ของกลางผู้เสียหายได้รับคืนไปแล้ว

ระหว่างสอบสวน จำเลยถูกควบคุมตัวมาตลอด ตามหมายขังของศาลนี้ในคดีหมายเลขดำ ที่ ฝ. 293/2556 ขอศาลเบิกตัวจำเลยมาเพื่อพิจารณาพิพากษาลงโทษตามกฎหมายต่อไป