LAW4002 การว่าความและการจัดทำเอกสารทางกฎหมาย การสอบไล่ภาค การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2550

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2550

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW4002 การว่าความและการจัดทำเอกสารทางกฎหมาย

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน จำนวน 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายสมศักดิ์ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางสาวสมศรีต่อศาลแพ่งเรื่องผิดสัญญาเงินกู้ และศาลนัดชี้สองสถานในวันที่ 24 ตุลาคม 2550 เวลา 13.30 น. นายสมศักดิ์ได้ตรวจดูคำฟ้องเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2550 แล้วเห็นว่ามีข้อผิดพลาดอยู่เล็กน้อยคือในคำฟ้องพิมพ์คำนำหน้าชื่อจำเลยผิด โดย ในคำฟ้องพิมพ์ชื่อจำเลยเป็นนางสมศรี ซึ่งที่ถูกต้องนั้นคือนางสาวสมศรี นายสมศักดิ์จึงปรึกษา ทนายความและประสงค์ที่จะให้ทนายความยื่นคำร้องเพื่อขอแก้ไขและเพิ่มเติมคำฟ้องต่อศาลเพี่อให้ ถูกต้องตามความเป็นจริง

ดังนั้น ให้ท่านในฐานะทนายความของนายสมศักดิ์ ยื่นคำร้องเพื่อขอแก้ไขและเพิ่มเติมคำฟ้องต่อศาลแพ่ง ตามความประสงค์ของนายสมศักดิ์ (ร่างแต่ใจความในคำร้องโดยไม่ต้องคำนึงถึงแบบพิมพ์ศาล)

ธงคำตอบ

คำร้องขอแก้ไขและเพิ่มเติมคำฟ้อง

ข้อ 1. คดีนี้ศาลนัดชี้สองสถานในวันที่ 24 ตุลาคม 2550 เวลา 13.30 น. ดังความแจ้งแล้วนั้น ข้อ 2. โจทก์ได้ตรวจดูคำฟ้องแล้วเห็นว่ามีข้อความผิดพลาดเล็กน้อย คือ คำนำหน้าชื่อของ จำเลย ซึ่งในคำฟ้องพิมพ์ว่า นางสมศรี แต่ที่ถูกต้องแล้วคือ นางสาวสมศรี โจทก์จึงขอแก้ไขข้อความดังกล่าวให้ถูกต้อง นอกจากที่โจทก์ขอแก้ไขแล้วโจทก์ขอถือตามฟ้องเดิมทุกประการ อนึ่ง การแก้ไขดังกล่าวเป็นการแก้ไข เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ทำให้จำเลยหลงต่อสู้แต่ประการใด ขอศาลได้โปรดอนุญาต

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

ลงชื่อ.....(ลายมือชื่อนักศึกษา).....ทนายโจทก์

คำร้องฉบับนี้ ข้าพเจ้า (ชื่อนักศึกษา) ทนายโจทก์เป็นผู้เรียงและพิมพ์

ลงชื่อ....(ลายมือซื่อนักศึกษา)....ผู้เรียงและพิมพ์

ข้อ.2. นางสาวสุดสวยได้นำแหวนเพชรไปจำนำกับนายสุดรวยเป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) โดยตกลงกันว่านางสาวสุดสวยจะทำการไถ่คืนภายในระยะเวลา 1 ปี (หนึ่งปี) โดยยินยอมให้ นายสุดรวย คิดดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี และจะทำการไถ่คืนที่บ้านของนายสุดรวย และเมื่อ ครบกำหนดไถคืนแล้ว ถ้านางสาวสุดสวยไม่มาไถ่คืน นายสุดรวยจะฟ้องนางสาวสุดสวย ที่ศาลแพ่งเพี่อทำการบังคับคดีต่อไป

ดังนั้น ขอให้ท่านร่างสัญญาจำนำฉบับนี้ โดยมีข้อตกลงในสัญญาตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น

ธงคำตอบ

สัญญาจำนำ

ทำที่.....................................

วันที่...............เดือน.............พ.ศ. .............      

สัญญานี้ทำขึ้นระหว่าง นายสุดรวย อายุ.......ปี อยู่บ้านเลขที่..........ถนน...............    

แขวง.........เขต..........จังหวัด........ซึ่งต่อไปในสัญญานี้จะเรียกว่า ผู้รับจำนำฝ่ายหนึ่ง กับ นางสาวสุดสวย

อายุ..........ปี อยู่บ้านเลขที่..........ถนน............แขวง..............เขต        

จังหวัด...............ซึ่งต่อไปในสัญญานี้จะเรียกว่า ผู้จำนำอีกฝ่ายหนึ่ง

ผู้จำนำเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในแหวนเพชร ซึ่งต่อไปในสัญญานี้จะเรียกว่า ทรัพย์สินที่จำนำคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญากันดังมีข้อความดังต่อไปนี้

ข้อ 1. ผู้จำนำตกลงจำนำ และผู้รับจำนำตกลงรับจำนำ ทรัพย์สิที่จำนำ เพื่อเป็นประกันการ ชำระหนี้จำนวนเงิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ซึ่งผู้จำนำได้รับเงินจำนวนดังกล่าวเรียบร้อยแล้วใน วันทำสัญญานี้ โดยผู้จำนำตกลงให้ผู้รับจำนำคิดดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี และผู้จำนำได้มอบทรัพย์สินที่จำนำให้ แก่ผู้รับจำนำแล้ว

ข้อ 2. ผู้จำนำตกลงที่จะทำการไถ่คืนทรัพย์สินที่จำนำภายในระยะเวลา 1 ปี (หนึ่งปี)

ข้อ 3. ผู้จำนำและผู้รับจำนำ ตกลงกันที่จะทำการไถ่คืนทรัพย์สินที่จำนำที่บ้านของผู้รับจำนำ

ข้อ 4. ถ้าผู้จำนำไมไถ่คืนทรัพย์สินที่จำนำภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้รับจำนำจะฟ้องผู้จำนำ ที่ศาลแพงเพื่อบังคับคดีตอไป

สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเป็นสองฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน คูสัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจ ดีแล้ว จึงลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานเป็นสำคัญ และเก็บสัญญาไว้ฝ่ายละฉบับ

ลงชื่อ......................ผู้รับจำนำ      ลงชื่อ....................ผู้จำนำ

   (.......................)                       (..........................)
           
ลงชื่อ...............พยาน               ลงชื่อ....................พยาน

       
(........................)                      (.........................)

ข้อ 3. ข้อเท็จจริงในสำนวนการสอบสวนคดีเรื่องหนึ่งได้ความว่า เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2550 เวลา ประมาณ 19.30 นาฬิกา ขณะที่เด็กชายวินิจ จินดา อายุ 14 ปี ผู้ตาย พักอยู่ในบ้านพักอาศัย ได้มี เด็กชายโหดกับเด็กชายเหี้ยมซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ตายมาหาที่บ้านและชวนออกไปข้างนอก เมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์พากันไปที่คลองชลประทาน บริเวณประตูระบายน้ำ หมู่ 6 ตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี จากนั้นเด็กชายโหดกับเด็กชายเหี้ยมบังคับให้ผู้ตายสำเร็จความใคร่ ด้วยปากให้แต่ผู้ตายขัดขืนจึงรุมกันชกต่อยและใช้ของมีคมแทงทำร้ายบริเวณใบหน้า ศีรษะ แกะ ลำตัวกว่า 50 แผล จนผู้ตายถึงแก่ความตายจากนั้นจึงเอาศพโยนทิ้งน้ำในคลองอีจาง ตำบลวังเย็น อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี ห่างจากที่เกิดเหตุ 1 กิโลเมตรเพื่อทำลายหลักฐาน

ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 24 กันยายน 2550 พ.ต.ท.ประภัทร พนักงานสอบสวน สภ.อ.บางแพ จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุว่าพบศพผู้ตายในคลองดังกล่าว จึงไปตรวจสถานที่เกิดเหตุและให้เจ้าหน้าที่ มูลนิธิสว่างราชบุรีลงงมหาอาวุธที่คนร้ายอาจนำมาโยนทิ้ง แต่ยังไม่พบแต่อย่างใด ต่อมาเวลา 20.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเด็กชายโหดกับเด็กชายเหี้ยม ได้นำส่งพนักงานสอบสวนทำการสอบสวน พนักงานสอบสวนสอบสวนแล้วผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ

พนักงานสอบสวนได้ส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปควบคุมไว้ในสถานพินิจเด็กและเยาวชน จังหวัดราชบุรี ต่อมาในวันนี้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการ และพนักงานอัยการ ตรวจสำนวนการสอบสวนแล้วมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

สมมติว่านักศึกษาเป็นพนักงานอัยการผู้รับผิดชอบคดีนี้ ให้นักศึกษาเรียงคำฟ้องคดีนี้เฉพาะเนื้อหา คำฟ้องตาม ป.วิ. อาญา มาตรา 158(5)

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ในกรณีความผิดใดเกิดขึ้นโดยการกระทำของบุคคลตั้งแต่สองคน ขึ้นไป ผู้ที่ได้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันนั้นเป็นตัวการ ต้องระวางโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้ สำหรับความผิดนั้น

มาตรา 288 ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปี ถึงยี่สิบปี

ธงคำตอบ

คำฟ้องอาญา

ข้อ 1. เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2550 เวลาประมาณกลางคืนหลังเที่ยง จำเลยที่ 1 และ จำเลยที่ 2 ได้บังอาจร่วมกันฆ่าเด็กชายวินิจ จินดา อายุ 14 ปี ผู้ตาย ด้วยการรุมกันชกต่อยและใช้ของมีคมแทง ทำร้ายบริเวณใบหน้า ศีรษะ และตัวกว่า 50 แผล รายละเอียดบาดแผลปรากฏตามรายงานการชันสูตรพลิกศพ ของแพทย์ท้ายฟ้อง จนเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลยทั้งสอง

เหตุเกิดที่ตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

ข้อ 2. ต่อมาวันที่ 24 กันยายน 2550 เวลากลางคืนหลังเที่ยง เจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งสองได้ ได้นำส่งพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้ว ชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

ระหว่างสอบสวนพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปควบคุมไว้ในสถานพินิจเด็ก และเยาวชนจังหวัดราชบุรี ขอศาลเบิกตัวจำเลยทั้งสองมาพิจารณาพิพากษาโทษตามกฎหมายต่อไป

ข้อ 4. นักศึกษามีความเข้าใจในข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พุทธศักราช 2529 หมวด 2 เรื่องมรรยาทของทนายความต่อศาลและในศาล และหมวด 6 เรื่อง มรรยาทในการ ปฏิบัติตามคำสั่งตามกฎหมายและข้อบังคับเป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง ให้อธิบาย

งคำอบ

อธิบาย

ตามข้อบังคับสภทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529 หมวด 2 เรื่อง มรรยาท ของทนายความต่อศาลและในศาล มีบัญญัติไว้ในข้อ 5 ถึงข้อ 8 มีดังต่อไปนี้

ข้อ 5 ไม่รับหน้าที่เมื่อผู้พิพากษาได้ขอแรงให้เป็นทนายความแก้ต่างในคดีอาญา เว้นแต่จะมีข้อแก้ตัวโดยสมควร

ข้อ 6 ไม่เคารพยำเกรงอำนาจศาล หรือกระทำการใดอันเป็นการดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษา ในศาลหรือนอกศาลอันเป็นการทำให้เสื่อมเสียอำนาจศาลหรือผู้พิพากษา

ข้อ 7 กล่าวความ หรือทำเอกสารหรือหลักฐานเท็จ หรือใช้กลอุบายลวงให้ศาลหลงหรือ กระทำการใดเพื่อทราบคำสั่ง หรือคำพิพากษาของศาลที่ยังไม่เปิดเผย

ข้อ 8 สมรู้เป็นใจโดยทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อทำพยานหลักฐานเท็จ หรือเสี้ยมสอนพยาน ให้เบิกความเท็จ หรือโดยปกปิดซ่อนงำอำพรางพยานหลักฐานใด ๆ ซึ่งควรนำมายื่นต่อศาลหรือสัญญาจะให้สินบน แก่เจ้าพนักงาน หรือสมรู้เป็นใจในการให้สินบนแกเจ้าพนักงาน

และในหมวด 6 เรื่อง มรรยาทในการปฏิบัติตามคำสั่งตามกฎหมายและข้อบังคับ มีบัญญัติไว้ ในข้อ 21 มีดังต่อไปนี้

ข้อ 21 ทนายความจะต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งของสภานายกพิเศษ แห่งสภาทนายความ คณะกรรมการสภาทนายความ และคณะกรรมการมรรยาททนายความ ตลอดจนบรรดาข้อบังคับ หรือข้อกำหนดที่บุคคลหรือคณะบุคคลดังกล่าวได้สั่งหรือมีไว้ แล้วแต่กรณีตามอำนาจหน้าที่ซึ่งมีอยู่ตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมาย