LAW4001 (LA 401),(LW 406) กฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร 1/2550

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2550

ข้อสอบกระบวนวิชา 
LAW4001 (LA 401),(LW 406) กฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร


คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  นายวิเชียรทำงานอยู่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง  ได้รับเงินเดือนๆละ  50,000  บาท  เมื่อวันที่  20  มกราคม  2550  นายวิเชียรได้ประกอบพิธีสมรสและจดทะเบียนสมรสกับนางสาวพิสมัย  ในการสมรสครั้งนี้นายสมศักดิ์บิดาของนายวิเชียรได้ยกเรือนหอให้แก่นายวิเชียรและนางพิสมัย  1  หลัง  ราคา  3  ล้านบาท  ก่อนทำการสมรสนางพิสมัยได้ทำประกันชีวิตไว้กับบริษัทประกันชีวิตจำกัด  อายุกรมธรรม์มีกำหนด  15  ปี  ส่งเบี้ยประกันปีละ  15,000  บาท  หลังจากสมรสแล้วนางพิสมัยไม่ได้ประกอบอาชีพใดๆทั้งสิ้น  นอกจากนี้นายวิเชียรได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวดวันที่  1  ตุลาคม  2550  และถูกรางวัล  30,000  บาท  ดังนี้อยากทราบว่า

(ก)  เงินได้ที่นายวิเชียรได้รับทั้งเงินเดือน  เรือนหอ  และรางวัลสลากกินแบ่งจะต้องนำมายื่นแบบแสดงรายการและเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่  เพราะเหตุใด

(ข)  นายวิเชียรจะนำนางพิสมัยมาหักลดหย่อนได้หรือไม่  และเงินเบี้ยประกันชีวิตของนางพิสมัยนายวิเชียรจะนำมาหักลดหย่อนเบี้ยประกันในปีภาษี  2550  ได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  41  ผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา  40  ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว  เนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในประเทศไทย  หรือเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย  หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทยต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้  ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ

มาตรา  42  เงินได้พึงประเมินประเภทต่อไปนี้ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้

(10)                    เงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะ  โดยหน้าที่ธรรมจรรยา  เงินได้ที่ได้รับจากการรับมรดกหรือจากการให้โดยเสน่ห์หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี

(11)                    รางวัลเพื่อการศึกษาหรือค้นคว้าในวิทยาการ  รางวัลสลากกินแบ่งหรือสลากออมสินของรัฐบาล  รางวัลที่ทางราชการจ่ายให้ในการประกวดหรือแข่งขัน  ซึ่งผู้รับมิได้มีอาชีพในการประกวดหรือแข่งขัน  หรือสินบนรางวัลที่ทางราชการจ่ายให้เพื่อประโยชน์ในการปราบปรามกระทำความผิด

มาตรา  47  เงินได้พึงประเมินตามมาตรา  40  เมื่อได้หักตามมาตรา  42  ทวิถึงมาตรา  46  แล้ว  เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษี  ให้หักลดหย่อนได้อีกดังต่อไปนี้ 

(1) ลดหย่อนให้สำหรับ

(ข)  สามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้  30,000  บาท

(ง) เบี้ยประกันภัยที่ผู้มีเงินได้จ่ายไปในปีภาษีสำหรับการประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน  10,000  บาท  ทั้งนี้  เฉพาะในกรณีที่กรมธรรม์ประกันชีวิตมีกำหนดเวลาตั้งแต่สิบปีขึ้นไป  การประกันชีวิตนั้นได้เอาประกันไว้กับผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในราชอาญาจักร

ในกรณีสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้มีการประกันชีวิต  และความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษีให้หักลดหย่อนได้ด้วยสำหรับเบี้ยประกันที่จ่ายสำหรับการประกันชีวิตของสามีหรือภริยานั้นตามเกณฑ์ในวรรคหนึ่ง

วินิจฉัย

(ก)  เงินเดือนที่นายวิเชียรได้รับจะต้องนำมาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพราะเป็นเงินที่ได้รับจากแหล่งเงินได้ในประเทศไทย  เนื่องจากหน้าที่งานที่ทำในประเทศไทย  จึงต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามประมวลรัษฎากรมาตรา  41  วรรคแรก

สำหรับเงินได้จากเรือนหอราคา  3  ล้านบาทที่นายวิเชียรและนางพิสมัยได้รับจากนายสมศักดิ์บิดาเป็นเงินได้ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี  เพราะเรือนหอนั้นได้ให้ในวันสมรส  ซึ่งเป็นเงินได้จากการให้โดยเสน่ห์หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี  จึงได้รับยกเว้นตามประมวลรัษฎากรมาตรา  42(10)

ส่วนเงินได้จากการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลที่นายวิเชียรได้รับจำนวน  30,000  บาท  ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี  เพราะเป็นเงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามประมวลรัษฎากร  มาตรา  42(11)

(ข)  นายวิเชียรสามารถนำนางพิสมัยมาหักลดหย่อนได้เพราะนางพิสมัยเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย  โดยไม่จำต้องอยู่ร่วมกันตลอดปีภาษี  และนางพิสมัยก็ไม่ได้ประกอบอาชีพใดจึงนำมาหักลดหย่อนได้ตามประมวลรัษฎากร  มาตรา  47  (1)(ข)

ส่วนเงินเบี้ยประกันชีวิตของนางพิสมัย  นายวิเชียรจะนำมาหักลดหย่อนไม่ได้  เพราะการจะหักลดหย่อนสำหรับเบี้ยประกันชีวิตนั้นจะต้องเป็นกรณีที่สามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้มีการประกันชีวิตและความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี  ทั้งนี้ให้หักลดหย่อนสำหรับเบี้ยประกันที่จ่ายสำหรับการประกันชีวิตของสามีหรือภริยาได้ไม่เกิน  10,000  บาท  แต่กรณีนี้  นายวิเชียรและนางพิสมัยมิได้อยู่ร่วมกันตลอดปีภาษี  (ปีภาษีคือ  1  ม.ค.  ถึง  31  ธ.ค.)  จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามประมวลรัษฎากร  มาตรา  47 (1)(ง)  วรรคสอง

สรุป 

(ก)  เงินได้ที่นายวิเชียรได้รับเฉพาะเงินเดือนเท่านั้นที่ต้องนำมายื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

(ข)  นายวิเชียรสามารถนำนางพิสมัยมาหักลดหย่อนได้  แต่ในส่วนเบี้ยประกันชีวิตในปีภาษี  2550  นายวิเชียรไม่สามารถนำมาหักลดหย่อนได้

ข้อ  2  Food  Production  &  Corporation  (ชื่อย่อ  “Food  Production”  เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ  และมีสาขาอยู่ในประเทศไทย  สำนักงานใหญ่ของ  Food  Production  มีข้อผูกพันตามสัญญาที่จะต้องจ่ายค่าบริการในการติดตั้งเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตสินค้าให้แก่  Machine  Service  Corporation  จำนวน  100  ล้านบาท  จึงได้สั่งให้สาขาในประเทศไทยส่งเงินจำนวน  80  ล้านบาท  เพื่อนำไปชำระค่าบริการดังกล่าว  ดังนี้  อยากทราบว่าสาขาในประเทศไทยของ  Food  Production  จะนำเงินจำนวน  80  ล้านบาท  ที่ส่งไปชำระค่าบริการของสำนักงานใหญ่มาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีในประเทศไทยได้หรือไม่  และจะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินจำนวนดังกล่าวด้วยหรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  65  วรรคแรก  เงินได้ที่ต้องเสียภาษีตามความในส่วนนี้คือกำไรสุทธิซึ่งคำนวณได้จากรายได้จากกิจการ  หรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีหักด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา  65  ทวิ  และมาตรา  65  ตรี  และรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวให้มีกำหนดสิบสองเดือน

มาตรา  65  ทวิ  การคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสิทธิในส่วนนี้ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) รายการที่ระบุไว้ในมาตรา  65  ตรี  ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย

มาตรา  65  ตรี  รายการต่อไปนี้ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

(14)รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยโดยเฉพาะ

มาตรา  70  ทวิ  วรรคแรก  บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดจำหน่ายเงินกำไรหรือเงินประเภทอื่นใดที่กันไว้จากกำไรหรือที่ถือได้ว่าเป็นเงินกำไรออกไปจากประเทศไทย  ให้เสียภาษีเงินได้  โดยหักภาษีจากจำนวนเงินที่จำหน่ายนั้นตามอัตราภาษีเงินได้สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลแล้วนำส่งอำเภอท้องที่พร้อมกับยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในเจ็ดวันนับแต่วันจำหน่าย

วินิจฉัย

แม้ว่า Food  Production  สาขาประเทศไทยและสำนักงานใหญ่จะเป็นนิติบุคคลเดียวกัน  แต่การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ  Food  Production  ในกรณีนี้จะต้องเสียภาษีในกำไรสุทธิจากกิจการหรือเนื่องจากกิจการในประเทศไทยในรอบระยะเวลาบัญชี  และการคำนวณกำไรสุทธิให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับมาตรา  65  และมาตรา  65  ทวิ  ตามประมวลรัษฎากร  มาตรา  66  วรรคสอง  ดังนั้น  ทั้งรายได้และรายจ่ายที่จะใช้ในการคำนวณสุทธิจะต้องเกี่ยวเนื่องกับกิจการในประเทศไทย  การที่  Food  Production  สาขาประเทศไทยส่งเงินจำนวน  80  ล้านบาท  เพื่อนำไปใช้ชำระค่าบริการของสำนักงานใหญ่  ซึ่งเป็นรายจ่ายที่มิใช่รายจ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยโดยเฉพาะ  เป็นรายจ่ายต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร  มาตรา  65  ตรี  (14)  และไม่อาจนำรายจ่ายดังกล่าวมาใช้ในการคำนวณกำไรสุทธิของสาขาได้ตามกฎหมาย

แต่อย่างไรก็ตามการที่  Food  Production  สาขาประเทศไทยส่งเงินจำนวน  80  ล้านบาท  ไปใช้ในการชำระค่าบริการซึ่งเป็นรายจ่ายของสำนักงานใหญ่  ถือว่าเป็นการจำหน่ายเงินกำไรหรือที่ถือได้ว่าเป็นเงินกำไรออกไปจากประเทศไทย  จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้โดยหักจากจำนวนเงินที่จำหน่ายออกไปตามอัตราภาษีเงินได้สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับกรณีนี้คืออัตราร้อยละ  10  ตามประมวลรัษฎากรมาตรา  70  ทวิวรรคแรก

สรุป  Food  Production  ไม่สามารถนำเงินจำนวน  80  ล้านบาท  มาหักเป็นรายจ่ายได้แต่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล  โดยหักจากจำนวนที่จำหน่ายออกไปในอัตราร้อยละ  10

ข้อ  3  เด็กชายแดงเป็นผู้เยาว์และมีบิดาชอบด้วยกฎหมายคือ  นายดำ  หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าทั้งคู่เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยตลอดปีภาษี  2550  และในปีภาษีดังกล่าว  เด็กชายแดงได้รับเงินปันผลจากหุ้นของบริษัทแห่งหนึ่งที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศไทย  เป็นจำนวนเงิน  1,400,000  บาท 

จงวินิจฉัยว่าหากเงินได้ดังกล่าวถูกนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีประจำปีแล้ว

(ก)  เงินได้ดังกล่าวถือเป็นเงินได้พึงประเมินของเด็กชายแดง  หรือถือเป็นเงินได้ของนายดำผู้เป็นบิดาชอบด้วยกฎหมาย  และเพราะเหตุใด

(ข)  เงินได้ดังกล่าวจะสามารถเครดิตภาษีตามมาตรา  47  ทวิ  แห่งประมวลรัษฎากรได้หรือไม่  และหากได้รับจำนวนเครดิตภาษีจะมีจำนวนเท่าใด  และเครดิตดังกล่าวถือเป็นเงินได้พึงประเมินด้วยหรือไม่  เพราะเหตุใด  (อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลปัจจุบันเท่ากับร้อยละ  30)

ธงคำตอบ

มาตรา  39  ในหมวดนี้  เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

เงินได้พึงประเมิน  หมายความว่าเงินได้อันเข้าลักษณะพึงเสียภาษีในหมวดนี้เงินได้ที่กล่าวนี้ให้หมายความรวมตลอดถึงทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับ  ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน  เงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่างๆ  และเครดิตภาษีตามมาตรา  47  ทวิด้วย

มาตรา  40  เงินได้พึงประเมินนั้น  คือ  เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่างๆดังกล่าว  ไม่ว่าในทอดใด

(4) เงินได้ที่เป็น

(ข)  เงินปันผล  เงินส่วนแบ่งของกำไร  หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล  กองทุนรวม  หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม  พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม  เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้  ณ  ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้  ณ  ที่จ่าย  ตามกฎหมายดังกล่าว

เพื่อประโยชน์ในการคำนวณเงินได้ตามวรรคหนึ่ง  ในกรณีที่บุตรชอบด้วยกฎหมายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเป็นผู้มีเงินได้และความเป็นสามีของบิดาและมาดาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี  ให้ถือว่าเงินได้ของบุตรดังกล่าวเป็นเงินได้ของบิดา

มาตรา  47  ทวิ  ให้ผู้มีเงินได้ตามมาตรา  40(4)(ข)  ซึ่งได้รับจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย  ได้รับเครดิตในการคำนวณภาษี  โดยให้นำอัตราภาษีเงินได้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องเสียหารด้วยผลต่างของหนึ่งร้อยลบด้วยอัตราภาษีเงินได้ดังกล่าวนั้นได้ผลลัพธ์เท่าใดให้คูณด้วยจำนวนเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่ได้รับ  ผลลัพธ์ที่ได้เป็นเครดิตในการคำนวณภาษี  ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้จ่ายเงินได้ประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีเงินได้หลายอัตรา  ผู้จ่ายเงินได้ต้องระบุในหนังสือรับรองการหักภาษี    ที่จ่ายให้ชัดเจนว่าเงินได้ที่จ่ายนั้นจำนวนใดได้มาจากกิจการที่ต้องเสียภาษีเงินได้ในอัตราใด

วินิจฉัย

(ก)  การที่เด็กชายแดงได้รับเงินปันผลจากหุ้นของบริษัทแห่งหนึ่งที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย  ถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่  4  ตามประมวลรัษฎากร  มาตรา  40(4)(ข)  เมื่อเด็กชายแดงได้รับเงินปันผลในขณะยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยมีนายดำบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง  ในกรณีเช่นนี้  เงินได้ดังกล่าวถือเป็นเงินได้พึงประเมินของนายดำผู้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย  อันถือว่าเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองของเด็กชายแดง  ซึ่งเป็นผู้เยาว์ในขณะที่ได้รับเงินปันผล  ทั้งนี้  ตามประมวลรัษฎากร  มาตรา  40(4)(ข)  วรรคสอง

(ข)  เงินได้ดังกล่าว  สามารถได้รับเครดิตภาษีเงินปันผลตามประมวลรัษฎากรมาตรา  47  ทวิ  เนื่องจากบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย  และผู้รับเงินปันผลเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย  ในกรณีนี้จะได้รับเครดิตภาษีเท่ากับอัตราภาษีเงินได้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องเสีย (ร้อยละ30)  หารด้วยผลต่างของหนึ่งร้อยลบด้วยอัตราภาษีเงินได้ดังกล่าว  และคูณด้วยจำนวนเงินปันผลที่ได้รับ

และเครดิตภาษีจำนวน  600,000  บาท  ดังกล่าว  ตามประมวลรัษฎากร  มาตรา  39  ให้ถือเป็นเงินได้พึงประเมินของนายดำด้วย

สรุป

(ก)  เงินได้ดังกล่าวถือเป็นเงินได้ของนายดำ

(ข)  เงินได้ดังกล่าวสามารถได้รับเครดิตภาษีเป็นจำนวน  600,000  บาท  และให้ถือเป็นเงินได้พึงประเมินของนายดำด้วย

ข้อ  4  บริษัทอเมริกัน  โฮลดิ้ง  จำกัด  ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา และมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย  บริษัทอเมริกันฯได้ซื้อหุ้นของบริษัทเทเลคอมไทยแลนด์  จำกัด  (มหาชน)  จำนวน  1,000  ล้านบาท  ปรากฏว่าในปี  พ.ศ.  2550  บริษัทเทเลคอมไทยฯ  ได้จ่ายเงินปันผล  จำนวน  10  ล้านบาทให้แก่บริษัทอเมริกันฯ  โดยโอนเงินผ่านธนาคารและมิได้หักภาษีเงินได้    ที่จ่าย  ดังนี้

จงวินิจฉัยว่า  บริษัทเทเลคอมไทยแลนด์  จำกัด  (มหาชน)  จะมีหน้าที่หักภาษีเงินได้    ที่จ่ายหรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  40  เงินได้พึงประเมินนั้น  คือ  เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่างๆดังกล่าว  ไม่ว่าในทอดใด

(4) เงินได้ที่เป็น

(ข) เงินปันผล  เงินส่วนแบ่งของกำไร  หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล  กองทุนรวม  หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม  พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม  เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้    ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้    ที่จ่าย  ตามกฎหมายดังกล่าว

เพื่อประโยชน์ในการคำนวณเงินได้ตามวรรคหนึ่ง  ในกรณีที่บุตรชอบด้วยกฎหมายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเป็นผู้มีเงินได้และความเป็นสามีของบิดาและมาดาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี  ให้ถือว่าเงินได้ของบุตรดังกล่าวเป็นเงินได้ของบิดา

มาตรา  70  วรรคแรก  บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทยแต่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา  40(2)(3)(4)(5)  หรือ  (6)  ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย  ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเสียภาษี  โดยให้ผู้จ่ายหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามอัตราภาษีเงินได้สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล  แล้วนำส่งอำเภอท้องที่พร้อมกับยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินนั้น  ทั้งนี้ให้นำมาตรา  54  มาใช้บังคับโดยอนุโลม

วินิจฉัย

การหักภาษี    ที่จ่ายตามประมวลรัษฎากร  มาตรา  70  วรรคแรก  ประกอบด้วยหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

1       ผู้รับเงินต้องเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ

2       บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวจะต้องมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย  และ

3       เงินได้ที่จ่ายจะต้องเป็นเงินได้ตามมาตรา  40(2)(3)(4)(5)  หรือ  (6)  ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทยเท่านั้น

บริษัทอเมริกัน  โอลดิ้ง  จำกัด  เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ  และมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย  ในปี  พ.ศ.2550  ได้รับเงินปันผลจำนวน  100  ล้านบาท  ที่จ่ายจากประเทศไทยโดยบริษัทเทเลคอมไทยแลนด์  จำกัด  (มหาชน)  เงินได้ดังกล่าวถือว่าเป็นเงินได้จากเงินปันผลจากบริษัทหรือห้างหุนส่วนนิติบุคคล  อันถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่  4  ตามประมวลรัษฎากร  มาตรา  40(4)(ข)  ดังนั้น  บริษัทเทเลคอมไทยแลนด์  จำกัด  (มหาชน)  ผู้จ่าย  ต้องมีหน้าที่หักภาษีเงินได้    ที่จ่ายจากเงินปันผลดังกล่าวตามประมวลรัษฎากร  มาตรา  70  วรรคแรก

สรุป  บริษัทเทเลคอมไทยแลนด์  จำกัด  (มหาชน)  มีหน้าที่หักภาษีเงินได้    ที่จ่ายจากเงินปันผลดังกล่าว