LAW3056 (LA 356),(LW 460) กฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ ซ่อม 1/2551

การสอบไล่ภาคซ่อม  1  ปีการศึกษา  2551

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3056 (LA 356),(LW 460) กฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ

ข้อ 1ข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการ (Arbitration  clause)  คืออะไร  ข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการมาตรฐานมีอย่างไรบ้าง  ในการร่างสัญญาประนีประนอมมีข้อควรพิจารณาอย่างไรบ้าง

แนวคำตอบ 

ข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการ คือ ข้อสัญญาที่คู่สัญญา ตกลงกันให้ระงับข้อพิพาททั้งหมดหรือบางส่วนที่เกิดขึ้นแล้วหรืออาจจะเกิดขึ้นในอนาคตไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากนิติสัมพันธ์ทางสัญญาหรือไม่โดยวิธีอนุญาโตตุลาการที่เป็นบุคคลที่สามที่เป็นคนกลางมีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญในสาขาที่พิพาท

ข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการมาตรฐาน ข้อพิพาท ข้อขัดแย้งหรือข้อเรียกร้องใด ๆ ซึ่งเกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับสัญญานี้ รวมทั้งปัญหาการผิดสัญญา การเลิกสัญญา หรือความสมบูรณ์ของสัญญานี้หรือให้ทำการวินิจฉัยชี้ขาดโดยการอนุญาโตตุลาการ ตามข้อบังคับอนุญาโตตุลาการของสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะที่มีการเสนอข้อพิพาทเพื่อการอนุญาโตตุลาการและให้อยู่ภายใต้การจัดการของสถาบันดังกล่าว

ข้อควรพิจารณาในการร่างข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการมีข้อควรพิจารณาในเรื่องต่อไปนี้

ภาษาที่ใช้ในการอนุญาโตตุลาการ

จำนวนอนุญาโตตุลาการ

ข้อบังคับอนุญาโตตุลาการ

กฎหมายที่ใช้ในการชี้ขาด

ค่าธรรมเนียม ค่าป่วยการและใช้จ่าย

ข้อ 2        การอนุญาโตตุลาการมีจุดเด่นและจุดด้อยอย่างไร สามารถนำมาใช้กับสัญญาทางปกครองอันได้แก่สัญญาระหว่างหน่วยงานของรัฐกับเอกชน ได้หรือไม่ เพราะเหตุใดจงอธิบายและแสดงความเห็นจากความรู้ที่ท่านเรียนวิชาที่เกี่ยวกับการอนุญาโตตุลาการ

แนวคำตอบ 

จุดเด่นของกระบวนการอนุญาโตตุลาการ

1.               รวดเร็วมีประสิทธิผล

2.               ลดค่าใช้จ่าย

3.               รักษาชื่อเสียงและความลับทางธุรกิจ

4.               รักษาความสัมพันธ์ระหว่างคู่พิพาท

5.               เหมาะกับข้อพิพาทที่ยุ่งยากซับซ้อน

6.               สมประโยชน์ของคู่พิพาท

7.               แบ่งเบาภาระศาล

8.               บังคับได้ในหลายประเทศมากกว่าศาล

ข้อจำกัดของการอนุญาโตตุลาการ

1.               จุดด้อยไม่เหมาะกับข้อพิพาททุนทรัพย์ไม่มาก

2.               ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกระบวนพิจารณาบางครั้งสูง

3.               ความเป็นอิสระและเป็นกลางของอนุญาโตตุลาการ

4.               ไม่สามารถบังคับคดีได้ ต้องขอให้ศาลช่วยเหลือในการดำเนินการ

ให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระโดยยึดหลักพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ มาตรา 15

ข้อ 3        บริษัทไทยแลนด์ จำกัด ทำสัญญาขายเครื่องเรือนให้แก่ บริษัทอินเตอร์เทรด จำกัด ในประเทศสวีเดน โดยมีข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการ ว่าหากมีข้อพิพาทที่เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องกับสัญญานี้ให้ระงับโดยการอนุญาโตตุลาการที่ประเทศอังกฤษ  โดยอนุญาโตตุลาการ 3 ท่าน การพิจารณาให้ทำเป็นภาษาอังกฤษ ปรากฏว่าเมื่อได้รับสินค้าแล้ว สินค้าไม่ได้มาตรฐาน บริษัทอินเตอร์เทรด จำกัด จึงเรียกร้องให้บริษัทไทยแลนด์ จำกัด ชำระค่าเสียหายต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการที่ประเทศอังกฤษ  โดยให้บริษัทไทยแลนด์ จำกัด ชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย ต่อมาได้ตั้งอนุญาโตตุลาการขึ้นทำการพิจารณาโดยแจ้งให้บริษัทไทยแลนด์ จำกัด เข้าร่วมพิจารณา แต่บริษัท       ไทยแลนด์ จำกัด ไม่เข้าร่วมการพิจารณา คณะอนุญาโตตุลาการจึงได้ชี้ขาดไปฝ่ายเดียวให้บริษัทไทยแลนด์ จำกัด ชำระเงินแก่บริษัทอินเตอร์เทรด จำกัด ภายหลังจากนั้นบริษัทไทยแลนด์ จำกัด ไม่ชำระเงินตามคำชี้ขาด บริษัทอินเตอร์เทรด จำกัด จึงยื่นคำร้องต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศที่มีเขตอำนาจให้บังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ บริษัทไทยแลนด์ จำกัด ให้การต่อสู้ว่าคำชี้ขาดนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต่อมาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพิพากษาบังคับให้บริษัทไทยแลนด์ จำกัด ชำระเงินตามชี้ขาด บริษัทไทยแลนด์ จำกัด จึงยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์โดยให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศรับรองให้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จึงรับข้อพิพาทนี้ไว้พิจารณาแล้วมีคำพิพากษากลับให้ปฏิเสธ ไม่บังคับตามคำชี้ขาด คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จงให้อธิบายและยกหลักกฎหมาอย่างละเอียด

แนวคำตอบ  ให้อ้างหลักพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 45

การอุทธรณ์ต้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา จะอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ไม่ได้ และจะอุทธรณ์ได้ต่อเมื่อผู้พิพากษาที่พิจารณาในศาลชั้นต้นทำความเห็นแย้งเท่านั้น การที่ผู้พิพากษารับรองให้อุทธรณ์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย  กระบวนพิจารณาของศาลอุทธรณ์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย บริษัทอินเตอร์เทรด จำกัด สามารถฎีกาต่อศาลฎีกาได้                                                                                                                                            

ข้อ 4        ไมเคิลเดินทางมาจากประเทศฝรั่งเศสเพื่อมาติดต่อสั่งซื้อกระเป๋าหนังจากดำในประเทศไทย  โดยได้ทำเป็นหนังสือสัญญาซื้อขาย  ตกลงให้ดำมีหน้าที่ส่งกระเป๋าหนังจำนวน 5,000 ใบไปให้ไมเคิลที่ประเทศฝรั่งเศสภายในกำหนด 2 เดือน และมีข้อสัญญาว่าหากมีข้อพิพาทใด ๆ เกิดขึ้นเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายให้ชี้ขาดโดยอนุญาโตตุลาการ จำนวน 1 คน  ดำเนินกระบวนพิจารณาอนุญาโตตุลาการเป็นภาษาฝรั่งเศสที่กรุงเทพมหานคร และใช้กฎหมายของฝรั่งเศสบังคับแก่สัญญาซื้อขาย ต่อมา ปรากฏว่าดำส่งกระเป๋าไปให้ไมเคิลได้เพียง 4,000 ใบ ส่วนที่เหลือไม่สามารถส่งให้ตามกำหนด และไมเคิลยังตรวจพบอีกว่ากระเป๋าทั้งหมดที่ดำส่งไปไม่ได้คุณภาพตามตัวอย่างที่ดำให้ดู  จึงไม่ยอมชำระเงินค่ากระเป๋าให้แก่ดำตามสัญญา  ดำจึงฟ้องไมเคิลต่อศาลแพ่งเรียกร้องให้ไมเคิลชำระเงินจำนวน 5,000,000 บาท  ไมเคิลยื่นคำให้การว่าดำเป็นฝ่ายผิดสัญญา  ขอให้ยกฟ้อง กับยื่นคำร้องว่าสัญญาซื้อขายระหว่างไมเคิลกับดำมีข้อตกลงให้ระงับข้อพิพาทด้วยอนุญาโตตุลาการ จึงขอให้ศาลแพ่งจำหน่ายคดีเพื่อให้ดำกับ    ไมเคิลไปดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ ดำยกข้อต่อสู้ว่าแม้จะมีสัญญาอนุญาโตตุลาการ ก็ตกเป็นโมฆะ เพราะการนำกฎหมายฝรั่งเศสมาบังคับแก่สัญญาซื้อขาย และการใช้ภาษาฝรั่งเศสในการดำเนินกระบวนพิจารณาอนุญาโตตุลาการในประเทศไทยเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่กำหนดให้การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต้องใช้ภาษาไทย สัญญาอนุญาโตตุลาการนี้จึงขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ใช้บังคับไม่ได้ ศาลแพ่งจะจำหน่ายคดีไม่ได้

                ดังนี้ หากท่านเป็นศาลแพ่งจะมีคำสั่งจำหน่ายคดีหรือไม่ เพราะเหตุใด

แนวคำตอบ  สัญญาซื้อขายระหว่างไมเคิลกับดำมีข้อสัญญาให้ระงับข้อพิพาทใด ๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายโดยอนุญาโตตุลาการ เมื่อมีข้อพิพาทเกิดขึ้นเกี่ยวกับสัญญาซื้อขาย ไมเคิลกับดำก็ต้องระงับข้อพิพาทนั้นด้วยอนุญาโตตุลาการที่ได้ตกลงกันไว้ ดำจึงนำข้อพิพาทไปฟ้องต่อศาลแพ่งทันทีไม่ได้ ส่วนที่สัญญาอนุญาโตตุลาการมีรายละเอียดให้นำกฎหมายของประเทศฝรั่งเศสมาบังคับกับสัญญาซื้อขาย กับให้ใช้ภาษาฝรั่งเศสในการดำเนินกระบวนพิจารณาอนุญาโตตุลาการที่กรุงเทพมหานครนั้น ก็สามารถทำได้ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 34 ที่ให้คณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาดข้อพิพาทไปตามกฎหมายที่คู่พิพาทกำหนดให้นำมาใช้บังคับกับข้อพิพาท และมาตรา 28 ที่ให้อำนาจคู่พิพาทตกลงกำหนดภาษาที่จะใช้ในการดำเนินกระบวนพิจารณาได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นภาษาไทย อีกทั้งกระบวนพิจารณาของอนุญาโตตุลาการก็ไม่ใช่กระบวนพิจารณาคดีของศาล หากแต่มีพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ดังนั้น ข้อตกลงทั้งสองส่วนนี้จึงไม่ขัดต่อกฎหมายแต่อย่างใด ที่ดำยกเป็นข้อต่อสู้มาจึงฟังไม่ขึ้น หากข้าพเจ้าเป็นศาลแพ่ง ก็จะมีคำสั่งจำหน่ายคดี เพื่อให้ไมเคิลกับดำไปดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 14