LAW3054 (LA 354),(LW 404) กฎหมายเกี่ยวกับสถาบันทางการคลังของรัฐ 1/2551

การสอบไล่ภาค 1ปีการศึกษา 2551

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3054 (LA 354),(LW 404) กฎหมายเกี่ยวกับสถาบันทางการคลังของรัฐ

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  4  ข้อ  

ข้อ 1        ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรคราวหนึ่งมีการหยิบยกประเด็นว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง ซึ่งเป็นกรรมาธิการงบประมาณมีส่วนได้เสียในงบประมาณดังกล่าว นอกจากนั้นก็มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติเข้ามาสู่สภาฯ ติด ๆ กันอีกฉบับ แต่ยังมีการถกเถียงกันและยังหาข้อยุติมิได้ ว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ เพื่อความรวดเร็วและเป็นธรรม ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงส่งเรื่องที่เป็นปัญหาทั้งสองประการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งได้ข้อสรุปว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านนั้นไม่มีส่วนได้เสีย และร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอีกฉบับก็มิใช่ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน

ถามว่าการดำเนินการดังกล่าวของประธานสภาผู้แทนราษฎรถูกต้องหรือไม่ และทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจะต้องใช้ระยะเวลาเท่าใด ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับ และจะต้องดำเนินการต่อไปอย่างไร จงอธิบาย

แนวคำตอบ            1.  แยกการพิจารณาเป็น 2 กรณี

(1)           กรณี ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. .....

(2)           กรณี ร่างพระราชบัญญัติที่มีการนำเสนอเข้าสู่สภาและมีความสงสัยกันว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่

ในกรณีแรก  ดำเนินการตามมาตรา 168 วรรคท้ายของรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการถูกต้องแล้วที่ประธานสภาฯ ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย  และเมื่อมีการวินิจฉัยแล้ว (ภายใน 7 วัน นับแต่ที่ได้รับความเห็นดังกล่าว)  ก็เป็นอันว่าสามารถพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อไปได้  เพราะ ส.ส.มิได้มีส่วนได้เสีย โดยสภาผู้แทนจะพิจารณาตามมาตรา 168 เป็นเวลา 105 วัน  หลังจากนั้นวุฒิสภาก็จะพิจารณาอีกโดยให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบภายใน 20 วัน  นับแต่วันที่ร่าง พ.ร.บ.มาถึงวุฒิสภา

ในกรณีที่สอง  ถือว่าประธานสภาดำเนินการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญไม่ถูกต้อง  ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจวินิจฉัยเพราะกรณีดังกล่าวต้องระงับการพิจารณาไว้ก่อนและภายใน 15 วัน ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งร่าง พ.ร.บ.ไปให้ที่ประชุมร่วมกันของประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานคณะกรรมาธิการสามัญของสภาฯ ทุกคณะเป็นผู้วินิจฉัยต่างหาก  และเมื่อวินิจฉัยว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน จึงต้องมีคำรับรองของนายกรัฐมนตรี (มาตรา 144, รัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2550)  ส่วนระยะเวลาในการพิจารณาสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาภายใน 105 วัน และวุฒิสภาดำเนินการตามมาตรา 146 ขึ้นอยู่กับว่าผลการวินิจฉัยตามมาตรา 144 จะเป็นร่าง พ.ร.บ.ทั่วไป (ภายใน 60 วัน) หรือเป็นร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวด้วยการเงิน (ภายใน 30วัน และขอขยายวลาได้อีกไม่เกิน 30 วัน)

ข้อ 2        ก)  กฎหมายวิธีการงบประมาณได้บัญญัติให้ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจจะเบิกจ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพันได้ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขใด  (12.5 คะแนน)

ข)            สถานการณ์ของบ้านเมืองในปัจจุบัน หากคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อหนี้ผูกพันเกินกว่าหรือนอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณฯ ดังนี้ให้ท่านวินิจฉัยว่า มติคณะรัฐมนตรีชอบด้วยกฎหมายวิธีการงบประมาณหรือไม่ เพราะเหตุใด (12.5 คะแนน) 

แนวคำตอบ ก)  กฎหมายวิธีการงบประมาณได้บัญญัติหลักเกณฑ์และเงื่อนไขไว้ในมาตรา 23 คือ  ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจจะเบิกจ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพันได้ แต่เฉพาะตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ หรือ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม หรือตามอำนาจที่มีอยู่ตามกฎหมายอื่น และห้ามมิให้จ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพันตามกฎหมายดังกล่าวจนกว่าจะได้รับอนุมัติเงินประจำงวดแล้ว  (มาตรา 23 วรรค 1)  

ขณะเดียวกัน กฎหมายวิธีการงบประมาณก็ได้บัญญัติข้อยกเว้นไว้ดังนี้ .

(1)  กรณีที่รายจ่ายใดมีจำนวนและระยะเวลาการจ่ายเงินที่แน่นอน ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจะกำหนดให้ส่วนราชการจ่ายเงินโดยไม่ต้องขออนุมัติเงินประจำงวดก็ได้ (มาตรา 23 วรรค 2)

(2)  กรณีที่มีความจำเป็นและเร่งด่วน และมิใช่กรณีตาม (1)  คณะรัฐมนตรีมีอำนาจอนุมัติให้ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจจ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพันตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมก่อนได้รับอนุมัติเงินประจำงวด  หรืออนุมัติให้ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจก่อหนี้ผูกพันเกินกว่าหรือนอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมได้ (มาตรา 23 วรรค 4)  (12.5 คะแนน)

ข)  อาจแยกพิจารณาได้ 2 กรณี คือ  หากเห็นว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีความจำเป็นและเร่งด่วน มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวย่อมชอบด้วยกฎหมายวิธีการงบประมาณแล้ว  แต่หากเห็นว่าสถานการณ์ปัจจุบันฯยังไม่ถึงขั้นมีความจำเป็นและเร่งด่วนแล้ว มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมายวิธีการงบประมาณ (มาตรา 23 วรรคท้าย)  (12.5  คะแนน)


ข้อ 3        ก)  กฎหมายเงินคงคลังได้บัญญัติหลักเกณฑ์การสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินคงคลังทั้งในส่วนกลางหรือจากคลังจังหวัดหรือคลังอำเภอในส่วนภูมิภาคไว้อย่างไร  (10 คะแนน)

ข)  ในกรณีที่ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีออกไม่ทันใช้ในปีงบประมาณใหม่ ดังนี้ คณะรัฐมนตรีจะมีอำนาจอนุมัติให้รัฐบาลได้ใช้เงินคงคลังไปพลางก่อนโดยมีมติให้จ่ายเงินไปก่อนได้เพียงใดหรือไม่ เพราะเหตุใด     (15 คะแนน)

แนวคำตอบ            ก)   กฎหมายเงินคงคลังได้บัญญัติหลักเกณฑ์ไว้ในมาตรา 6 กล่าวคือ .

การสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินคงคลังบัญชีที่ 2 (ในส่วนกลาง)  หรือจากคลังจังหวัดหรือคลังอำเภอ (ในส่วนภูมิภาค) ให้กระทำได้แต่เฉพาะตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี  พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม  พ.ร.บ.โอนเงินในงบประมาณมติให้จ่ายเงินไปก่อน หรือ พระราชกำหนดที่ออกตามความในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ  อนึ่ง ในกรณีที่ได้จ่ายเงินไปตามมติให้จ่ายเงินไปก่อนก็ดี หรือจ่ายเงินไปตามพระราชกำหนดก็ดี  รัฐบาลต้องตั้งเงินรายจ่ายเพื่อชดใช้ไว้ใน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี    (5 คะแนน)

ข้อยกเว้น

(1)  กรณีที่กฎหมายเงินคงคลังอนุญาตให้รัฐบาลจ่ายเงินคงคลังไปก่อนที่มีกฎหมายอนุญาต รวมทั้งสิ้น 5 กรณี (มาตรา 7)

(2)  กรณีที่จ่ายเป็นเงินยืมทดรองราชการ เงินฝาก  เงินขายบิล  เงินที่จำเป็นต้องจ่ายคืนภายในปีงบประมาณที่นำส่งแล้ว  เพราะเป็นเงินอันไม่พึงต้องชำระให้แก่รัฐบาล (มาตรา 8)

(3)  กรณีที่จ่ายเป็นทุน หรือเป็นทุนหมุนเวียนเพื่อการใด ๆ ให้กระทำได้ตามที่กฎหมายดังกล่าวอนุญาตไว้ก่อนแล้ว  (มาตรา 12)                (5 คะแนน)

ข)     คณะรัฐมนตรีมีอำนาจอนุมัติให้รัฐบาลได้ใช้เงินคงคลังไปพลางก่อนได้โดยอาศัย  “มติให้จ่ายเงินไปก่อน”  ตามนัยมาตรา 3 วรรค 3  และมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.เงินคงคลัง  เฉพาะโครงการต่าง ๆ ที่มิใช่นำไปใช้ในลักษณะเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรืองบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ซึ่งปกติต้องตราเป็นพระราชบัญญัติเท่านั้น  (ตามนัยมาตรา 16 และ 17 แห่ง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ)  อนึ่ง เมื่อได้ใช้จ่ายไปตามมติให้จ่ายเงินไปก่อนแล้ว รัฐบาลมีหน้าที่ต้องตั้งเงินรายจ่ายเพื่อชดใช้ไว้ใน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมแล้วแต่กรณีตามนัยมาตรา 6  แห่ง พ.ร.บ.เงินคงคลัง   (15  คะแนน)

 ข้อ 4        ตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 ที่ได้มีการตราบังคับใช้นั้น ให้ท่านอธิบายเหตุผลในการตราพระราชบัญญัติดังกล่าว พร้อมระบุตัวอย่างเลขมาตราที่สนับสนุนเหตุผลดังกล่าว และให้อธิบายถึงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ

แนวคำตอบ            นักศึกษาหยิบยกเหตุผลในการตรา พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548  ตามที่มีปรากฏอยู่ในท้าย พ.ร.บ. ดังกล่าวมาอธิบาย ประกอบได้ อาทิ เช่น  “อีกทั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารหนี้สาธารณะมีอยู่หลายหน่วยงาน  สมควรให้มีหน่วยงานกลาง เพียงหน่วยงานเดียว เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบการบริหารหนี้สาธารณะให้เป็นไปอย่างมีระบบ  มีประสิทธิภาพ  และควบคุมดูแลการก่อหนี้  โดยรวมเพื่อให้ภาระหนี้สาธารณะอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับฐานะการเงิน การคลังของประเทศ  จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้”  เป็นต้น

โดยมาตราที่สนับสนุน เหตุผลดังกล่าวมีตัวอย่างเช่น มาตรา 3 การให้ยกเลิก พ.ร.บ.ต่าง ๆ ที่เป็นช่องทางในการก่อหนี้เพิ่มโดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ควบคุม  มาตรา 7 เป็นการย้ำถึงการให้กระทรวงการคลังเป็นผู้มีอำนวยในการกู้หรือค้ำประกัน ในนามรัฐบาลแต่ผู้เดียว  โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี  นอกจากนั้นก็มีมาตราอื่น ๆ เช่น มาตรา 20 วัตถุประสงค์ของการก่อหนี้ จะต้องตามที่ พ.ร.บ.กำหนด  มาตรา 21  หลักเกณฑ์ (เพดาน) การก่อหนี้ มาตรา 22, 24, 25  เป็นต้น

สำหรับ อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯ มีปรากฏอยู่ในมาตรา 35