LAW3009 (LA 309),(LW 311) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก S/2551

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2551

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3009 (LA 309),(LW 311) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก 

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  นายดำกับนางแดงเป็นสามีภริยากันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส  ุตรชายคนหนึ่ง  คือ  นายเอ  โดยนายดำได้เลี้ยงดูนายเอเป็นอย่างดี  และให้ใช้นามสกุลของตน  พร้อมกับส่งเสียให้ได้เรียนหนังสือจนกลายเป็นนักเขียนนามปากกาทอง  นายเอมีนางบีเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย มีบุตรหนึ่งคนคือ  เด็กหญิงเค  นายเอได้ไปทำสัญญาเช่าบ้านของนายเขียวอยู่อาศัย  โดยการเช่าได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเวลา  3  ปี  และได้นำครอบครัวไปอาศัยอยู่ด้วย  เนื่องจากนายเอเป็นนักเขียน  จึงได้มีสำนักพิมพ์ดอกท้อ  มาติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์นวนิยาย  เรื่อง  สะใภ้ผู้ดีจากนายเอ  โดยสำนักพิมพ์ดอกท้อตกลงให้ค่าตอบแทนปีละ  6  หมื่นบาท  ต่อมานายเอตายลงเพราะตรากตรำทำงานหนักเกินไป

จงวินิจฉัยว่า  สิทธิตามสัญญาเช่าบ้านและสิทธิในลิขสิทธิ์ของนายเอจะเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทอย่างไรหรือไม่  ถ้าเป็นมรดก  ทายาทแต่ละคนจะได้รับส่วนแบ่งหรือได้รับสิทธิอย่างไรบ้าง  โดยใช้หลักกฎหมายประกอบการวินิจฉัย

ธงคำตอบ

มาตรา  138  ทรัพย์สิน  หมายความรวมทั้งทรัพย์  และวัตถุไม่มีรูปร่างซึ่งอาจมีราคาและอาจถือเอาได้

มาตรา  1546  เด็กเกิดจากหญิงที่มิได้มีการสมรสกับชาย  ให้ถือว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของหญิงนั้น  เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา  1599  เมื่อบุคคลใดตาย  มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่ทายาท  ทายาทอาจเสียไปซึ่งสิทธิในมรดกได้แต่โดยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น

มาตรา  1600  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้  กองมรดกของผู้ตายได้แก่ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย  ตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่างๆ  เว้นแต่ตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้วเป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

(2) บิดามารดา

คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา  1635

มาตรา  1630  ตราบใดที่ทายาทซึ่งยังมีชีวิตอยู่  หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ยังไม่ขาดสายแล้วแต่กรณีในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  ทายาทที่อยู่ในลำดับถัดลงไปไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายเลย

แต่ความในวรรคก่อนนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีเฉพาะที่มีผู้สืบสันดานคนใดยังมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่กันแล้วแต่กรณี  และมีบิดามารดายังมีชีวิตอยู่  ในกรณีเช่นนั้นให้บิดามารดาได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าเป็นทายาทชั้นบุตร

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

มาตรา  1635  ถ้าลำดับและส่วนแบ่งของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ในการรับมรดกของผู้ตายนั้น  ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(1) ถ้ามีทายาทตามมาตรา  1629(1)  ซึ่งมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่แล้วแต่กรณี  คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นมีสิทธิได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าตนเป็นทายาทชั้นบุตร

วินิจฉัย

เมื่อเจ้ามรดกตายลง  มรดกที่จะตกแก่ทายาท  ตามมาตรา  1600  ได้แก่ทรัพย์สิน  สิทธิ  หน้าที่  และความรับผิดต่างๆ  ซึ่งมิใช่เป็นการเฉพาะตัวโดยสภาพหรือโดยกฎหมาย  สิทธิตามสัญญาเช่าบ้านของนายเอ  ซึ่งเป็นผู้เช่านั้น  ตามกฎหมายถือเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่า  ตามมาตรา  544  สิทธิตามสัญญาเช่าย่อมเป็นอันสิ้นสุดลงเมื่อผู้เช่าตาย  ไม่เป็นมรดกที่จะตกทอดแก่ทายาท  (ฎ. 1008/2537)

ส่วนสิทธิในลิขสิทธิ์  ได้ค่าตอบแทนปีละ  6  หมื่นบาท  ถือว่าเป็นสิทธิในทรัพย์สินอย่างหนึ่งทั้งกฎหมายก็บัญญัติให้สิทธิดังกล่าวนี้โอนให้แก่กันได้โดยทางมรดกไม่เป็นการเฉพาะตัว  จึงถือเป็นมรดก  ตามนัยบทบัญญัติมาตรา  1600  ประกอบมาตรา  138  ตกทอดแก่ทายาทของนายเอ  ตามมาตรา  1599  ดังนี้คือ

1       เด็กหญิงเค  ซึ่งเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายเอ  มีฐานะเป็นผู้สืบสันดาน  ตามมาตรา  1629(1)  จึงมีสิทธิรับมรดก

2       นางแดงเป็นมารดาที่ชอบด้วยกฎหมายของนายเอ  เพราะมารดาย่อมเป็นมารดาที่ชอบด้วยกฎหมายของบุตรเสมอ  ตามมาตรา  1546  จึงมีฐานะเป็นทายาทโดยธรรม  ตามมาตรา  1629(2)  แม้นางแดงจะเป็นทายาทในลำดับถัดลงไป  แต่ทางกฎหมายก็บัญญัติให้บิดามารดาที่ยังมีชีวิตอยู่มีสิทธิรับมรดกโดยได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าเป็นทายาทชั้นบุตร  ตามมาตรา  1630  วรรคสอง

ส่วนนายดำเป็นบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของนายเอ  เพราะนายดำกับนางแดงมิได้จดทะเบียนสมรสกัน  จึงไม่มีฐานะเป็นทายาทโดยธรรม  ตามมาตรา  1629(2)  แม้นายดำจะรับรองว่านายเอเป็นบุตรโดยพฤติการณ์ด้วยการเลี้ยงดูเป็นอย่างดี  ให้ใช้นามสกุลและส่งเสียให้ได้เรียนหนังสือ  ตามมาตรา  1627  แต่ผลของการรับรองดังกล่าว  กฎหมายเพียงแต่บัญญัติให้บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองถือเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย  มีสิทธิรับมรดกของบิดาเท่านั้น  หาได้บัญญัติให้ถือว่าบิดาที่รับรองนั้นเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายไม่  (ฎ. 525/2510)  นายดำจึงไม่มีสิทธิรับมรดกของนายเอ

3       นางบี  ซึ่งเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย  มีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมที่เป็นคู่สมรส  ตามมาตรา  1629  วรรคท้าย  โดยมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าเป็นทายาทชั้นบุตร  ตามมาตรา  1635(1)

ดังนั้น  สิทธิในลิบสิทธิ์ได้ค่าตอบแทนปีละ  6  หมื่นบาท  เป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมทั้ง  3  คน  คือเด็กหญิงเค  นางแดง  และนางบี  โดยได้รับคนละ  2  หมื่นบาทต่อปี  ตามมาตรา  1633  ส่วนสิทธิตามสัญญาเช่าบ้านไม่เป็นมรดก

สรุป  สิทธิในลิขสิทธิ์เป็นมรดก  และเด็กหญิงเค  นางแดง  และนางบี  มีสิทธิได้รับมรดกคนละ  2  หมื่นบาทต่อปี  ส่วนสิทธิตามสัญญาเช่าบ้านไม่เป็นมรดก 

ข้อ  2  เอกกับโทเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย  มีบุตรด้วยกัน  3 คน  คือ  หนึ่ง  สอง  และสาม  ต่อมาเอกกับโทเดินทางไปต่างจังหวัดประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตลงทั้งคู่  ตรีซึ่งเป็นน้องสาวของโทและเป็นน้าจึงได้นำสามไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมโดยชอบด้วยกฎหมาย  หนึ่งไปบวชเป็นสามเณรอยู่วัดท่าเตียนก่อนบวชหนึ่งได้เช่าซื้อรถยนต์ไว้  1  คัน  ราคา  5  แสนบาท  กับบริษัทโตโยต้า  สาขาบางเขน  โดยชำระราคาค่าเช่าซื้อครบถ้วนแล้ว  แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนโอนเนื่องจากไม่มีเวลา  หลังจากบวชแล้วจึงได้ไปจดทะเบียนโอนใส่ชื่อตน  ต่อมามีญาติโยมนำเงินมาถวายอีก  1  แสนบาท  พออายุได้  25  ปี  สามเณรหนึ่งจึงได้ขออุปสมบทเป็นพระภิกษุและจำพรรษาอยู่วัดนี้เรื่อยมา  และมีญาติโยมศรัทธาถวายสิ่งของหลายอย่างได้แก่  โทรทัศน์สี  1  เครื่อง  ราคา 5  หมื่นบาท  โทรศัพท์มือถือ  1  เครื่อง  ราคา  2  หมื่นบาท  เงินสดอีกจำนวน  5  หมื่นบาท  ซึ่งทรัพย์สินทุกอย่างพระหนึ่งได้นำมาเก็บรวบรวมไว้ที่วัดท่าเตียนทั้งหมด  ต่อมาพระหนึ่งได้มรณภาพลงด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลัน  โดยไม่ได้ทำพินัยกรรมใดๆไว้เลย  จงวินิจฉัยว่า  ทรัพย์สินของพระหนึ่งจะตกทอดแก่ใครบ้าง 

ธงคำตอบ

มาตรา  1598/28  บุตรบุญธรรมย่อมมีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้รับบุตรบุญธรรมนั้น  แต่ไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวที่ได้กำเนิดมา  ในกรณีเช่นนี้  ให้บิดามารดาโดยกำเนิดหมดอำนาจปกครองนับแต่วันเวลาที่เด็กเป็นบุตรบุญธรรมแล้ว

ในนำบทบัญญัติในลักษณะ  2  หมวด  2  แห่งบรรพนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา  1623  ทรัพย์สินของพระภิกษุที่ได้มาในระหว่างเวลาที่อยู่ในสมณเพศนั้น  เมื่อพระภิกษุนั้นถึงแก่มรณภาพให้ตกเป็นสมบัติของวัดที่เป็นภูมิลำเนาของพระภิกษุนั้น  เว้นไว้แต่พระภิกษุนั้นจะได้จำหน่ายไปในระหว่างชีวิตหรือโดยพินัยกรรม

มาตรา  1624 ทรัพย์สินใดเป็นของบุคคลก่อนอุปสมบทเป็นพระภิกษุ  ทรัพย์สินนั้นหาตกเป็นสมบัติของวัดไม่  และให้เป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมของบุคคลนั้น  หรือบุคคลนั้นจะจำหน่ายโดยประการใดตามกฎหมายก็ได้

มาตรา  1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน

(4) ลุง  ป้า  น้า  อา

มาตรา  1630  วรรคแรก  ตราบใดที่ทายาทซึ่งยังมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ยังไม่ขาดสายแล้วแต่กรณีในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  ทายาทผู้ที่อยู่ในลำดับถัดลงไปไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายเลย

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียวทายาทโดยธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

วินิจฉัย

ในขณะมรณภาพ  พระภิกษุหนึ่งเจ้ามรดกมีน้องชาย  2  คน  และน้า  1  คน  ทั้งหมดถือว่าเป็นทายาทโดยธรรมของพระภิกษุหนึ่ง  ตามมาตรา  1629(3)  และ  (6)  สามนั้นแม้ตรีซึ่งเป็นน้าจะนำไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว  แต่ก็ไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวที่ได้กำเนิดมา  ตามมาตรา  1598/28  จึงมีสิทธิรับมรดกได้  กรณีนี้เฉพาะสองและสามซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมในลำดับที่  3  ตามมาตรา  1629(3)  เท่านั้นที่มีสิทธิรับมรดกของพระภิกษุหนึ่ง  เพราะเป็นทายาทในลำดับก่อน  ส่วนตรีซึ่งเป็นน้าสาว  เป็นทายาทในลำดับถัดลงไป  ไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของพระภิกษุหนึ่งเลย  ตามมาตรา  1630  วรรคแรก

สำหรับในเรื่องมรดกของพระภิกษุ  จากบทบัญญัติตามมาตรา  1624  ที่กำหนดว่า  ทรัพย์สินใดเป็นของบุคคลก่อนอุปสมบทเป็นพระภิกษุ  ทรัพย์สินนั้นหาตกเป็นสมบัติวัดไม่...เห็นว่า  พรภิกษุ  ตามนัยของบทบัญญัติใน  ป.พ.พ.  ได้แก่พระภิกษุที่ได้อุปสมบทในพระพุทธศาสนาเท่านั้น  ไม่หมายความรวมถึงสามเณร  แม่ชี  นักพรต  หรือนักบวชในศาสนาอื่นด้วย

ดังนั้น  แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่า  ก่อนบวชหนึ่งได้เช่าซื้อรถยนต์ไว้  1  คัน  ราคา  5  แสนบาท  โดยชำระเงินครบถ้วนแล้ว  แม้จะได้โอนใส่ชื่อทางทะเบียนในขณะที่บวชเป็นสามเณรก็ตาม  ก็ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาก่อนอุปสมบทเป็นพระภิกษุ  รวมทั้งเงินสด  1  แสนบาทที่มีผู้นำมาถวายในขณะนั้นด้วย  จึงตกทอดเป็นมรดกแก่สองและสาม  ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของพระภิกษุหนึ่ง  ตามมาตรา  1624  ประกอบมาตรา  1629(3)  ซึ่งทั้งสองคนมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งเท่าๆกัน  ตามมาตรา  1633

ส่วนโทรทัศน์สี  โทรศัพท์มือถือ  และเงินสดอีก  5  หมื่นบาท  ซึ่งญาติโยมนำมาถวายให้แก่พระภิกษุหนึ่งในขณะที่อุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว  เป็นทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างอุปสมบท  จึงต้องตกเป็นสมบัติของวัดท่าเตียน  ซึ่งถือว่าเป็นวัดที่เป็นภูมิลำเนาของพระภิกษุหนึ่งในขณะที่ถึงแก่มรณภาพ  เพราะไม่ได้มีการจำหน่ายไปในระหว่างที่มีชีวิตอยู่  ตามมาตรา  1623

สรุป  รถยนต์ราคา  5  แสนบาทและเงินสด  1  แสนบาท  ตกทอดแก่สองและสาม  คนละเท่าๆกัน  คือคนละ  3  แสนบาท  ส่วนโทรทัศน์สี  โทรศัพท์มือถือ  และเงินสดอีก  5  หมื่นบาทที่ได้มาขณะอุปสมบทเป็นพระภิกษุตกเป็นสมบัติของวัดท่าเตียน

ข้อ  3  นายเก่งรับนายหนึ่งมาเป็นบุตรบุญธรรมโดยชอบด้วยกฎหมาย  ในขณะที่เขาเองก็ยังมีบุตรสาวที่ชอบด้วยกฎหมายอยู่  2  คน  คือ  น.ส.เอ  และ  น.ส.บี  แต่ทั้งสองมีคนมีความประพฤติไม่ดี  และชอบเที่ยวเตร่กลางคืนโดยไม่ยอมฟังคำว่ากล่าวตักเตือนจากบิดา  นายเก่งจึงได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกทั้งหมดของตนจำนวน  3  ล้านบาทให้แก่นายหนึ่งแต่เพียงผู้เดียว  นายหนึ่งมีภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายคือนายสอง  มีบุตรด้วยกัน  1  คน  คือ  ด.ญ.จอย  ต่อมานายเก่งป่วยเป็นโรคหัวใจวายตาย  หลังจากนายเก่งตายลง  นายหนึ่งเสียใจมากและไม่อยากรับมรดกแต่เพียงคนเดียว  เขาจึงได้สละมรดกตามพินัยกรรมโดยทำเป็นหนังสือและมอบไว้กับผู้อำนวยการเขตพระโขนง  กรุงเทพฯ  จงวินิจฉัยว่ามรดกของนายเก่งจำนวน  3  ล้านบาท  จะตกทอดแก่ใครบ้าง

ธงคำตอบ

มาตรา  1608  เจ้ามรดกจะตัดทายาทโดยธรรมของตนคนใดมิให้รับมรดกก็ได้แต่ด้วยแสดงเจตนาชัดแจ้ง

(1) โดยพินัยกรรม

แต่เมื่อบุคคลใดได้ทำพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์มรดกเสียทั้งหมดแล้ว  ให้ถือว่าบรรดาทายาทโดยธรรมผู้ที่มิได้รับประโยชน์จากพินัยกรรมเป็นผู้ถูกตัดมิให้รับมรดก

มาตรา  1612  การสละมรดกนั้น  ต้องแสดงเจตนาชัดแจ้งเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ

มาตรา  1615  วรรคแรก  การที่ทายาทสละมรดกนั้น  มีผลย้อนหลังไปถึงเวลาที่เจ้ามรดก

มาตรา  1617  ผู้รับพินัยกรรมคนใดสละมรดก  ผู้นั้นรวมตลอดทั้งผู้สืบสันดานไม่มีสิทธิจะรับมรดกที่ได้สละแล้วนั้น

มาตรา  1618  ถ้าทายาทโดยธรรมผู้ที่ได้สละมรดกไม่มีผู้สืบสันดานที่จะรับมรดกได้  หรือผู้รับพินัยกรรมได้สละมรดก  ให้ปันส่วนแบ่งของผู้ที่ได้สละมรดกนั้นๆ  แก่ทายาทอื่นของเจ้ามรดกต่อไป

มาตรา  1620  วรรคแรก  ถ้าผู้ใดตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้หรือทำพินัยกรรมไว้  แต่ไม่มีผลบังคับได้  ให้ปันทรัพย์มรดกทั้งหมดแก่ทายาทโดยธรรมของผู้ตายนั้นตามกฎหมาย

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

มาตรา  1698  ข้อกำหนดพินัยกรรมนั้น  ย่อมตกไป

(3) เมื่อผู้รับพินัยกรรมบอกสละพินัยกรรม

มาตรา  1699  ถ้าพินัยกรรม  หรือข้อกำหนดในพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินรายใดเป็นอันไร้ผลด้วยประการใดๆ  ทรัพย์สินรายนั้นตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมหรือได้แก่แผ่นดินแล้วแต่กรณี

วินิจฉัย

นายเก่งเจ้ามรดกตายลง  โดยได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้แก่นายหนึ่งแต่เพียงผู้เดียว  ย่อมถือว่า  น.ส.เอ  และ  น.ส.บี  ถูกตัดมิให้รับมรดกโดยปริยาย  ตามมาตรา  1608  วรรคสอง  แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่านายหนึ่งได้สละมรดกตามพินัยกรรมหลังเจ้ามรดกตาย  โดยทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่  ตามมาตรา  1612  จึงเป็นการสละมรดกโดยชอบด้วยกฎหมาย  ด.ญ.จอย  แม้จะเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายหนึ่งอันถือว่าเป็นผู้สืบสันดานก็จะเข้าสืบมรดกที่นายหนึ่งได้สละแล้วไม่ได้ตามมาตรา  1617

อนึ่งการสละมรดกของนายหนึ่งกรณีนี้เป็นเหตุให้ข้อกำหนดในพินัยกรรมตกไปและทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมนั้นกลับคืนสู่กองมรดกเพื่อแบ่งปันให้แก่ทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดกต่อไป  ตามมาตรา  1698(3)  มาตรา  1699  มาตรา  1620  วรรคแรก  และมาตรา  1615  วรรคแรก  ประกอบมาตรา  1618  ดังนั้น  ทรัพย์ตามพินัยกรรมจำนวน  3  ล้านบาท  จึงต้องแบ่งแก่ทายาทโดยธรรมของนายเก่งต่อไป

น.ส.เอ  และ  น.ส.บี  แม้จะถูกตัดมิให้รับมรดกโดยปริยายตามพินัยกรรม  แต่เมื่อพินัยกรรมตกเป็นอันไร้ผล  เนื่องจากผู้รับพินัยกรรมบอกสละพินัยกรรม  ตามมาตรา  1698(3)  ทั้งสองคนจึงยังมีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมอยู่

ส่วนนายหนึ่ง  แม้จะได้สละมรดกในฐานะผู้รับพินัยกรรม  แต่ก็ยังมีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมได้  ตามมาตรา  1629(1)  ประกอบมาตรา  1627

สำหรับนางสองนั้นเป็นบุตรสะใภ้ของนายหนึ่ง  มิใช่ทายาทโดยธรรมตามกฎหมายของนายหนึ่งตามบทบัญญัติมาตรา  1629  จึงไม่มีสิทธิรับมรดกใดๆเลย

ดังนั้น  มรดกของนายเก่งจำนวน  3  ล้านบาท  จึงตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม  คือนายหนึ่ง  น.ส.เอ  และ  น.ส.บี  คนละ  1  ล้านบาท  ตามมาตรา  1629(1)  และมาตรา  1633

สรุป  มรดกของนายเก่งจำนวน  3  ล้านบาท  ตกทอดได้แก่  นายหนึ่ง  น.ส.เอ  และ  น.ส.บี  คนละ  1  ล้านบาท  ตามมาตรา  1629(1)  และมาตรา  1633

ข้อ  4  นายหนึ่งและนายสองเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายเอและนางบี  ทั้งคู่ไม่มีบุตรสาวจึงได้ไปขอนางสาวดีมาเป็นบุตรบุญธรรมโดยชอบด้วยกฎหมาย  นางสาวดีมีสามีที่อยู่กินกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสมีบุตรสาวชื่อเด็กหญิงทอง  นายหนึ่งทำตัวเป็นนักเลงการพนันและชอบเที่ยวเตร่ไม่รู้จักทำมาหากินจนนายเอบิดาไม่พอใจ  เขาจึงได้ทำพินัยกรรมตัดนายหนึ่งมิให้รับมรดกใดๆของตนทั้งสิ้น  พอนางบีมารดาทราบจึงได้ว่ากล่าวตักเตือนให้นายหนึ่งเลิกพฤติกรรมต่างๆที่ไม่ดีเสีย  ต่อมานายหนึ่งก็ประพฤติตนเป็นคนดี  นายเอจึงได้ทำหนังสือถอนการตัดนายหนึ่งมิให้รับมรดกของตน  มอบไว้แก่ผู้อำนวยการเขตจตุจักร  กรุงเทพฯ  หลังจากนั้นไม่นานนางสาวดีก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตนายเอเสียใจมากจึงล้มป่วยลงเป็นโรคหัวใจวายตายในเวลาต่อมา  นายเอตายลงมีเงินสดฝากอยู่ในธนาคาร  120,000  บาท  (หนึ่งแสนสองหมื่นบาท)  จงวินิจฉัยว่า  มรดกของนายเอจะตกทอดแก่ใครบ้าง

ธงคำตอบ

มาตรา  1608  เจ้ามรดกจะตัดทายาทโดยธรรมของตนคนใดมิให้รับมรดกก็ได้แต่ด้วยแสดงเจตนาชัดแจ้ง

(1) โดยพินัยกรรม

มาตรา  1609  การแสดงเจตนาตัดมิให้รับมรดกนั้นจะถอนเสียก็ได้  ถ้าการตัดมิให้รับมรดกนั้นได้ทำโดยพินัยกรรม  จะถอนเสียก็ได้ก็แต่โดยพินัยกรรมเท่านั้น  แต่ถ้าการตัดมิให้รับมรดกได้ทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่  การถอนการตัดจะทำโดยพินัยกรรมหรือโดยทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ก็ได้

มาตรา  1627  บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น  ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1629  ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น  และภายใต้บังคับแห่งมาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้  คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม  ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา  1635

มาตรา  1630  วรรคสอง  แต่ความในวรรคก่อนนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีเฉพาะที่มีผู้สืบสันดานคนใดยังมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่กันแล้วแต่กรณี  และมีบิดามารดายังมีชีวิตอยู่  ในกรณีเช่นนั้นให้บิดามารดาได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าเป็นทายาทชั้นบุตร

มาตรา  1633  ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันในลำดับหนึ่งๆ  ที่ระบุไว้ในมาตรา  1629  นั้น  ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน  ถ้าในลำดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว  ทายาทโดนธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด

มาตรา  1635  ถ้าลำดับและส่วนแบ่งของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ในการรับมรดกของผู้ตายนั้น  ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(1) ถ้ามีทายาทตามมาตรา  1629(1)  ซึ่งมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่แล้วแต่กรณี  คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นมีสิทธิได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าตนเป็นทายาทชั้นบุตร

มาตรา  1639  ถ้าบุคคลใดซึ่งจะเป็นทายาทตามมาตรา  1629  (1)  (3)  (4)  หรือ  (6)  ถึงแก่ความตาย  หรือถูกจำกัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย  ถ้าบุคคลนั้นมีผู้สืบสันดานก็ให้ผู้สืบสันดานรับมรดกแทนที่  ถ้าผู้สืบสันดานคนใดของบุคคลนั้นถึงแก่ความตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกเช่นเดียวกัน  ก็ให้ผู้สืบสันดานของผู้สืบสันดานนั้นรับมรดกแทนที่  และให้มีการรับมรดกแทนที่กันเฉพาะส่วนแบ่งของบุคคลเป็นรายๆสืบต่อกันเช่นนี้ไปจนหมดสาย

มาตรา  1642  การรับมรดกแทนที่กันนั้นให้ใช้บังคับแต่ในระหว่างทายาทโดยธรรม

มาตรา  1643  สิทธิที่จะรับมรดกแทนที่กันนั้นได้เฉพาะแก่ผู้สืบสันดานโดยตรง  ผู้บุพการีหามีสิทธิดังนั้นไม่

วินิจฉัย

นายเอตายลงโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้  เงินสดที่ฝากอยู่ในธนาคารจำนวน  120,000  บาท  ย่อมเป็นมรดกตามมาตรา  1600  โดยหลักแล้วย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม  ตามมาตรา  1599  ซึ่งได้แก่

1       นายหนึ่ง  และนายสอง  ซึ่งเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายในฐานะผู้สืบสันดาน  ตามมาตรา  1629(1)

2       นางสาวดีบุตรบุญธรรม  ในฐานะผู้สืบสันดานตามมาตรา  1629(1)  ประกอบมาตรา  1627

3       นางบีภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย  ตามมาตรา  1629  วรรคท้าย

แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า  นายเอได้ทำพินัยกรรมตัดนายหนึ่งมิให้รับมรดกใดๆ  ของตนทั้งสิ้นโดยทำเป็นพินัยกรรมนั้น  จึงทำให้นายหนึ่งถูกตัดมิให้รับมรดกโดยชัดแจ้ง  ตามมาตรา  1608(1)  แม้ต่อมานายเอจะถอนการตัดนายหนึ่งมิให้รับมรดก  โดยทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่ผู้อำนวยการเขตจตุจักร  กรุงเทพฯ  นั้นก็ไม่มีผลตามกฎหมาย  เพราะว่าถ้าเจ้ามรดกตัดทายาทโดยธรรมของตนคนใดมิให้รับมรดกโดยพินัยกรรม  การถอนการตัดดังกล่าวจะต้องถอนโดยพินัยกรรมเท่านั้น  จะถอนโดยการทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ได้  ทั้งนี้ตามบทบัญญัติมาตรา  1609  ดังนั้นนายหนึ่งจึงยังคงเป็นผู้ถูกตัดมิให้รับมรดกของนายเออยู่เช่นเดิม

ส่วนนางสาวดีนั้นได้ถึงแก่ความตายก่อนนายเอเจ้ามรดก  ย่อมไม่อาจรับมรดกของนายเอได้  (มาตรา  1604)  แต่เมื่อนางสาวดีเป็นทายาทโดยธรรมในลำดับที่  1  ตามมาตรา  1629(1)  และมี  ด.ญ.ทอง  เป็นผู้สืบสันดานที่สืบสายโลหิตโดยตรง  ดังนั้น  ด.ญ.ทอง  ผู้สืบสันดานโดยตรงของนางสาวดีจึงมีสิทธิรับมรดกแทนที่นางสาวดีมารดาได้ตามมาตรา  1639  และมาตรา  1642  ประกอบมาตรา  1643

ดังนั้น  มรดกของนายเอจำนวน  120,000  บาท  จึงตกทอดแก่นายสอง  ด.ญ.ทอง  และนางบี  คนละส่วนเท่าๆกัน  โดยได้รับส่วนแบ่งคนละ  40,000  บาท  ตามมาตรา  1629  และมาตรา  1633  ประกอบมาตรา  1635(1)

สรุป  มรดกของนายเอตกทอดแก่นายสอง  ด.ญ.ทอง  และนางบี  คนละ  40,000  บาท