LAW3002 (LA 302),(LW 310) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน S/2546

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2546

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3002 (LA 302),(LW 310) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  3  ข้อ

ข้อ  1  นายแสงกับนางโสมเป็นพี่น้องกัน  ได้ตกลงเข้าหุ้นส่วนกันโดยตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน  มีวัตถุประสงค์เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู  โดยลงหุ้นกันคนละ  3  หมื่นบาท  และใช้ชื่อร้านว่า  ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูเต็กกอ  นครปฐม

โดยเปิดขายที่ถนนรามคำแหง  ซอย  49/1  เหตุที่ใช้ชื่อนี้ก็เพราะว่า  ได้ตกลงกับนายเต็กกอ  แซ่ตั้ง  ซึ่งเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวหมูที่จังหวัดนครปฐมมาก่อน  จนมีลูกค้ามากมาย  มีชื่อเสียงโงดังคนรู้จักกันไปทั่ว  โดยนายเต็กกอ  แซ่ตั้ง  ได้เรียกเก็บเงินเป็นค่าตอบแทนจำนวน  15,000  บาท  และยอมให้นายแสงและนางโสม  ใช้ชื่อนี้เป็นชื่อร้านก๋วยเตี๋ยว  และนายเต็กกอจะเป็นผู้นำลูกชิ้นหมูที่ตนผลิตได้มาส่งขายให้นายแสงและนางโสม  เพื่อนำมาทำเป็นก๋วยเตี๋ยวหมูขายต่อไป 

ต่อมานายแสงได้กู้ยืมเงินนางแมวจำนวน  100,000  บาท  เพื่อนำมาขยายกิจการร้านขายก๋วยเตี๋ยว  โดยนางแมวเห็นว่าร้านขายก๋วยเตี๋ยวหมูเต็กกอ  นครปฐม  ที่นายแสงและนางโสมทำอยู่นี้รสอร่อยเป็นที่ถูกปากของลูกค้า  และเข้าใจว่านายเต็กกอ  แซ่ตั้ง  เป็นหุ้นส่วนด้วย 

จึงยอมให้กู้เงินไป  แต่เมื่อหนี้เงินกู้ถึงกำหนดชำระ  นางแมวก็ทวงถามจากนายแสงและนางโสม  แต่ทั้งสองคนไม่มีเงินชำระหนี้  นางแมวจึงได้ทวงถามจากนายเต็กกอ  แซ่ตั้ง  แต่นายเต็กกอไม่ยอมชำระหนี้  โดยอ้างว่าตนมิใช่หุ้นส่วนกับนายแสง  นางโสม  และตนไม่ใช่เจ้าของร้านแห่งนี้  แต่การที่ตนยอมให้นายแสงกับนางโสมใช้ชื่อตนเป็นชื่อร้านก็เพราะเป็นเรื่องของการทำธุรกิจการค้าสมัยใหม่  ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมกันมากใครๆก็เข้าใจดี  นางแมวจึงมาปรึกษาท่านว่าในกรณีดังกล่าวข้างต้น 

ข้ออ้างของนายเต็กกอจะรับฟังได้หรือไม่  ให้ท่านแนะนำนางแมวด้วย

ธงคำตอบ

มาตรา  1054  วรรคแรก  บุคคลใดแสดงตนว่าเป็นหุ้นส่วนด้วยวาจาก็ดี  ด้วยลายลักษณ์อักษรก็ดี  ด้วยกิริยาก็ดี  ด้วยยินยอมให้เขาใช้ชื่อตนเป็นชื่อห้างหุ้นส่วนก็ดี  หรือรู้แล้วไม่คัดค้านปล่อยให้เขาแสดงว่าตนเป็นหุ้นส่วนก็ดี  ท่านว่าบุคคลนั้นย่อมต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนเสมือนเป็นหุ้นส่วน

วินิจฉัย

ข้ออ้างของนายเต็กกอ  รับฟังไม่ได้  เนื่องจากนายเต็กกอซึ่งไม่ได้เป็นหุ้นส่วนร่วมกับนายแสงและนางโสม  แต่ได้ยอมให้นายแสงและนางโสมนำชื่อตนไปใช้เป็นชื่อห้างหุ้นส่วน  และนางแมวก็เข้าใจโดยสุจริตว่า  นายเต็กกอเป็นหุ้นส่วนร่วมกับนายแสงและนางโสม  นายเต็กกอจึงต้องรับผิดต่อนางแมวในหนี้เงินกู้ดังกล่าวเสมือนเป็นหุ้นส่วน  ตามมาตรา  1054  วรรคแรก

สรุป  ข้าพเจ้าจะแนะนำนางแมวว่า  ข้ออ้างของนายเต็กกอรับฟังไม่ได้  นายเต็กกอจึงต้องรับผิดต่อนางแมว

ข้อ  2  นายเอกและนายโท  ตกลงเข้าหุ้นส่วนกันเพื่อจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด  โดยนายเอกเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด  ส่วนนายโทเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด  และเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ  ห้างนี้ได้จดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว  ดำเนินกิจการมาได้  8  ปี  ขาดเงินสดหมุนเวียน  นายเอกจึงได้ไปกู้ยืมเงินจากนายจัตวา  จำนวน  500,000  บาท  เพื่อนำมาใช้เป็นทุนหมุนเวียนของห้างฯ  แต่นายจัตวาได้ให้นายเอกนำอาคารที่ทำการของห้างฯ  มาจำนองเป็นการประกันหนี้เงินกู้รายนี้ด้วย  นายโททราบเรื่องดังกล่าวก็เกรงว่าห้างฯ  จะถูกยึดบังคับขายทอดตลาด  หากไม่มีเงินมาชำระหนี้แก่นายจัตวา  นายโทจึงฟ้องต่อศาลขอให้เพิกถอนการจำนอง  แต่นายจัตวาต่อสู้ว่านายโทมิใช่หุ้นส่วนผู้จัดการไม่มีอำนาจฟ้อง  ขอให้ศาลยกฟ้อง  ดังนี้  ข้อต่อสู้ของนายจัตวารับฟังได้หรือไม่

ธงคำตอบ

มาตรา  1087  อันว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น  ท่านว่าต้องให้เฉพาะผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดเท่านั้นเป็นผู้จัดการ

วินิจฉัย

ข้อต่อสู้ของนายจัตวารับฟังไม่ได้  เนื่องจากนายโทเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ  จึงมีอำนาจจัดการงานของห้างหุ้นส่วนจำกัดได้ทุกเรื่อง  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรักษาผลประโยชน์ของห้าง  การดำเนินในทางการค้าขายตามวัตถุประสงค์หรือในทางธรรมดาการค้าขายของห้าง  รวมทั้งการฟ้องร้องต่อสู้คดีแทนห้างด้วย  เมื่อนายเอกได้สอดเข้าจัดการงานของห้างโดยกู้ยืมเงินนายจัตวา  พร้อมทั้งนำอาคารที่ทำการของห้างฯ  มาจำนองประกันหนี้เงินกู้รายดังกล่าว  นายโทซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการเกรงว่าห้างฯ  จะเสียหาย  นายโทก็มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนการจำนองได้  เพราะการฟ้องคดีก็ถือว่าเป็นการจัดการงานของห้างด้วยอย่างหนึ่ง  นายโทจึงมีอำนาจฟ้องตามมาตรา  1087

สรุป  ข้อต่อสู้ของนายจัตวารับฟังไม่ได้

ข้อ  3  ประธานกรรมการบริษัทฯ  ได้บอกกล่าวนัดประชุมใหญ่  โดยมอบหมายให้เลขานุการของตนโทรศัพท์แจ้งไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่ออยู่ในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน  ผู้ถือหุ้นทุกคนได้รับทราบเรื่องนัดประชุมแล้ว  แต่บางคนก็มิได้มาประชุม   เพราะเห็นว่าเป็นการบอกกล่าวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ดังนี้  หากได้มีการประชุมกันและลงมติไปแล้ว  ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้มาประชุม  จะฟ้องขอให้เพิกถอนมติในที่ประชุมใหญ่ในครั้งนั้นได้หรือไม่  

ธงคำตอบ

มาตรา  1175  คำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ทุกคราวนั้นให้ลงพิมพ์โฆษณาอย่างน้อยสองคราวในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่ฉบับหนึ่ง  ก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวันหรือส่งทางไปรษณีย์ไปยังผู้ถือหุ้นทุกคน  บรรดามีชื่อในทะเบียนของบริษัทก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

ในคำบอกกล่าวนั้น  ให้ระบุสถานที่  วัน  เวลา  และสภาพแห่งกิจการที่จะได้ประชุมปรึกษากันนั้นด้วย

มาตรา  1195  การประชุมใหญ่นั้นถ้าได้นัดเรียกหรือได้ประชุมกัน  หรือได้ลงมติฝ่าฝืนบทบัญญัติในลักษณะนี้ก็ดี  หรือฝ่าฝืนข้อบังคับของบริษัทก็ดี  เมื่อกรรมการหรือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดร้องขึ้นแล้ว  ให้ศาลเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่อันผิดระเบียบนั้นเสีย  แต่ต้องร้องขอภายในกำหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันลงมตินั้น

มาตรา  1244  อันหนังสือบอกกล่าวซึ่งบริษัทจะพึงส่งถึงผู้ถือหุ้นนั้น  ถ้าว่าได้ส่งมอบให้แล้วถึงตัวก็ดี  หรือส่งไปโดยทางไปรษณีย์สลักหลังถึงสำนักอาศัยของผู้ถือหุ้นดังที่ปรากฏในทะเบียนของบริษัทแล้วก็ดี  ท่านให้ถือว่าเป็นอันได้ส่งชอบแล้ว

วินิจฉัย

การบอกกล่าวเรียกประชุมทางโทรศัพท์  เป็นการบอกกล่าวเรียกประชุมที่มิได้ทำตามมาตรา  1175  หรือมาตรา  1244  จึงเป็นการบอกกล่าวที่มิชอบด้วยกฎหมาย  จึงถือว่าเป็นการนัดประชุมที่ไม่ถูกต้อง  มติในที่ประชุมจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้เข้าประชุมจึงร้องต่อศาลขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมที่ผิดระเบียบนี้ได้  ตามมาตรา  1195

หมายเหตุ  อนึ่งในข้อ  3  นี้  หากนักศึกษาได้วินิจฉัยว่า  การบอกกล่าวการประชุม  เมื่อบอกไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนโดยทางโทรศัพท์ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนวันนัดประชุม  เมื่อผู้ถือหุ้นทุกคนทราบกำหนดนัดประชุมแล้ว  ก็ถือว่าการนัดประชุมครั้งนี้ชอบด้วยกฎหมาย  ผู้ถือหุ้นที่มิได้เข้าประชุม  จะเพิกถอนมติที่ประชุมได้เพราะเป็นการใช้สิทธิที่ไม่สุจริต  กล่าวคือ  เมื่อผู้ถือหุ้นทุกคนทราบแล้ว  ก็ควรมาประชุมจะอ้างว่าการบอกกล่าวไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายจึงไม่ยอมมาร่วมประชุม    และขอเพิกถอนมติ  หากมติดังกล่าวตนไม่พอใจการกระทำอย่างนี้จึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจรติตามมาตรา  5  หากนักศึกษาวินิจฉัยในทำนองอย่างนี้ก็ให้ได้คะแนนเช่นเดียวกัน