LAW2043 (LA 243),(LW 424) ปัญหาในกฎหมายแพ่ง 1/2551

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2551

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2043 (LA 243),(LW 424) ปัญหาในกฎหมายแพ่ง 

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  4  ข้อ

ข้อ 1         นางสาวใหม่นำรถไปให้นายปัญญาวุฒิซ่อม นายปัญญาวุฒิทำการซ่อมรถของนางสาวใหม่จนเสร็จแต่เมื่อถึงกำหนดชำระค่าซ่อมรถนางสาวใหม่ไม่ชำระค่าซ่อมรถให้แก่นายปัญญาวุฒิ นายปัญญาวุฒิจึงยึดหน่วงรถของนางสาวใหม่ไว้ ต่อมานายปัญญาวุฒินำรถของนางสาวใหม่ไปให้นายสามารถเช่าโดยไม่ได้รับความยินยอมจากนางสาวใหม่
ดังนี้ การกระทำดังกล่าวของนายปัญญาวุฒิจะทำให้นางสาวใหม่มีสิทธิเรียกร้องอย่างไร หรือไม่      เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย          ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 246  วรรคสอง  อนึ่ง ทรัพย์สินซึ่งยึดหน่วงไว้นั้น  ถ้ามิได้รับความยินยอมของลูกหนี้ ท่านว่าผู้ทรงสิทธิยึดหน่วงอาจจะใช้สอยหรือให้เช่า หรือเอาไปทำเป็นหลักประกันได้ไม่....

มาตรา 246  วรรคสาม           ถ้าผู้ทรงสิทธิยึดหน่วงกระทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติใดที่กล่าวมานี้ ท่านว่าลูกหนี้จะเรียกร้องให้ระงับสิทธินั้นเสียก็ได้

วินิจฉัย   กรณีตามปัญหา แม้นายปัญญาวุฒิจะมีสิทธิยึดหน่วงรถยนต์ของนางสาวใหม่ เนื่องจากนางสาวใหม่ไม่ชำระค่าซ่อมรถให้แก่นายปัญญาวุฒิ เมื่อถึงกำหนดชำระค่าซ่อมรถ แต่นายปัญญาวุฒิไม่สามารถนำรถที่ตนยึดหน่วงไว้ไปให้ผู้อื่นเช่าโดยไม่ได้รับความยินยอมจากนางสาวใหม่ซึ่งเป็นลูกหนี้ได้  การกระทำของนายปัญญาวุฒิจึงเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 246 วรรคสอง  นางสาวใหม่จึงมีสิทธิเรียกร้องให้ระงับสิทธิยึดหน่วงได้

ดังนั้น  การกระทำของนายปัญญาวุฒิทำให้นางสาวใหม่มีสิทธิเรียกร้องให้ระงับสิทธิยึดหน่วงได้

ข้อ 2        นายสรพงษ์นำสุนัขไปให้นายพัทธยาซึ่งเป็นสัตวแพทย์รักษา นายพัทธยารักษาสุนัขของนายสรพงษ์จนหาย แต่เมื่อถึงกำหนดชำระค่ารักษาสุนัข นายสรพงษ์ไม่ชำระค่ารักษาสุนัขให้แก่นายพัทธยา นายพัทธยาจึงยึดหน่วงสุนัขของนายสรพงษ์ไว้ ภายหลังนายสรพงษ์มาขอสุนัขคืนจากนายพัทธยาเพราะต้องการนำไปประกวดสุนัขแสนรู้ นายพัทธยายอมคืนสุนัขให้นายสรพงษ์ ต่อมานายพัทธยามาทวงค่ารักษาสุนัขจากนายสรพงษ์อีกครั้ง แต่นายสรพงษ์ยังคงไม่ยอมชำระค่ารักษาสุนัขให้แก่นายพัทธยา นายพัทธยาจึงจะนำสุนัขของนายสรพงษ์กลับไปโดยอ้างว่าตนมีสิทธิยึดหน่วง

ดังนี้ ข้ออ้างของนายพัทธยาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย          ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 250  การครอบครองทรัพย์สินสูญสิ้นไป สิทธิยึดหน่วงก็เป็นอันระงับสิ้นไปด้วย  แต่ความที่กล่าวมานี้ท่านมิให้ใช้บังตับแก่กรณีที่ทรัพย์สินอันยึดหน่วงไว้นั้นได้ให้เช่าไปหรือจำนำไว้ด้วยความยินยอมของลูกหนี้

วินิจฉัย   กรณีตามปัญหา การที่นายสรพงษ์นำสุขไปให้นายพัทธยารักษา  นายพัทธยารักษาสุนัขของนายสรพงษ์จนหาย  แต่เมื่อถึงกำหนดชำระค่ารักษาสุนัข  นายสรพงษ์ไม่ยอมชำระให้แก่นายพัทธยา  ดังนี้ นายพัทยาย่อมมีสิทธิยึดหน่วงสุนัขของนายสรพงษ์ไว้ได้  แต่เมื่อนายสรพงษ์มาขอสุนัขคืนไปจากนายพัทธยา และนายพัทธยายอมคืนสุนัขให้นายสรพงษ์  ดังนี้ สิทธิยึดหน่วงของนายพัทธยาก็เป็นอันระงับสิ้นไปด้วย  เพราะการครอบครองทรัพย์สินสูญสิ้นไป  เมื่อนายพัทธยามาทวงค่ารักษาสุนัขจากนายสรพงษ์อีกครั้งแล้ว นายสรพงษ์ยังคงไม่ยอมชำระค่ารักษาสุนัขให้นายพัทธยา  นายพัทธยาจะนำสุขนัขของนายสรพงษ์กลับไปโดยอ้างว่าตนมีสิทธิยึดหน่วงไม่ได้  เพราะสิทธิยึดหน่วงของนายพัทยาระงับสิ้นไปแล้วตั้งแต่ยอมส่งมอบสุนัขคืนไปให้นายสรพงษ์

ดังนั้น  ข้ออ้างของนายพัทธยาไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ข้อ 3        ให้นักศึกษาอธิบายความสำคัญของ “หลักสุจริต (Bonafide) ที่มีต่อระบบกฎหมายแพ่งของประเทศไทยมาให้เข้าใจ

ข้อ 4        นางสาวใจถึงเป็นลูกจ้างของบริษัท ใจร้าย จำกัด ซึ่งดำเนินกิจการผลิตอาหารสัตว์ที่เป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมในท้องตลาดเพราะผลิตด้วยสูตรพิเศษโดยเฉพาะ โดยนางสาวใจถึงทำงานในตำแหน่ง พนักงานฝ่ายบุคคล          โดยข้อตกลงในสัญญาจ้างแรงงานระหว่างบริษัทฯ กับนางสาวใจถึงมีข้อความข้อหนึ่งระบุว่า “หากภายหลังจากสัญญาจ้างสิ้นสุดลง ห้ามมิให้ลูกจ้างเข้าทำงานกับผู้ว่าจ้างอื่นที่ดำเนินการหรือประกอบธุรกิจเดียวกัน หรือคล้ายคลึงกับกิจการของนายจ้างในราชอาณาจักร เป็นเวลา 2 ปี

ดังนี้ให้ท่านนำหลักกฎหมายที่ศึกษามาวินิจฉัยว่าข้อสัญญาข้อนี้จะมีผลทางกฎหมายเป็นอย่างไร มาให้เข้าใจ      (25 คะแนน)

หมายเหตุ:

พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545

มาตรา 6 บัญญัติว่าการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้าตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่การกระทำที่เป็นการเปิดเผย เอาไป หรือใช้ซึ่งความลับทางการค้าโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของความลับทางการค้านั้น อันมีลักษณะขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริตต่อกัน ทั้งนี้ผู้ละเมิดจะต้องรู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการขัดต่อแนวทางปฏิบัติเช่นว่านั้น

การกระทำที่มีลักษณะขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริตต่อกันตามวรรคหนึ่ง หมายความรวมถึงการผิดสัญญา การละเมิดหรือกา รกระทำในประการที่เป็นการจูงใจให้ละเมิดความลับอันเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน การติดสินบน การข่มขู่ การฉ้อโกง การลักทรัพย์ การรับของโจร หรือการจารกรรม โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใดด้วย”

พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

มาตรา 5 บัญญัติว่า ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิ หรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

ในการวินิจฉัยว่าข้อตกลงตามวรรคหนึ่งทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้หรือไม่ ให้พิเคราะห์ถึงขอบเขตในด้านพื้นที่และระยะเวลาของการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพ รวมทั้งความสามารถและโอกาสในการประกอบอาชีพการงานหรือการทำนิติกรรมในรูปแบบอื่นหรือกับบุคคลอื่นของผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพ ประกอบกับทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายของคู่สัญญาด้วย”