LAW2009 (LA 209),(LW 211) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยยืม S/2548

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2548

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2009 (LA 209),(LW 211)

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยยืม ฝากทรัพย์ เก็บของในคลังสินค้า ประนีประนอมยอมความการพนันขันต่อ

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  3  ข้อ

ข้อ  1  ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา  653  วรรคสอง  บัญญัติว่า  ในการกู้ยืมเงินมีหลักฐานเป็นหนังสือนั้น  ท่านว่าจะนำสืบการใช้เงินได้  ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมาแสดง...  คำว่า  การใช้เงิน  ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

ธงคำตอบ

คำว่า  การใช้เงิน  ตามมาตรา  653  วรรคสอง  จะเกิดขึ้นต่อเมื่อการกู้ยืมเงินนั้นมีหลักฐานเป็นหนังสือตามบทบังคับของกฎหมายการใช้เงินจึงต้องมีหลักฐานการใช้เงิน  จึงจะนำสืบต่อศาลว่าได้มีการใช้เงินกันแล้ว

ฉะนั้น  การใช้เงินตามนัยมาตรา  653  วรรคสอง  หมายความถึง  การใช้เงินต้นเท่านั้นไม่รวมถึงดอกเบี้ย  กล่าวคือ  เป็นการนำเงินสดที่สามารถชำระหนี้ตามกฎหมายมาชำระหนี้เงินต้นเท่านั้น  หากเป็นการใช้เงินต้นด้วยวิธีอื่น  เช่น  ชำระหนี้ด้วยบัตรเครดิต  เช็ค  หรือชำระหนี้ด้วยสร้อยเพชร  ก็ไม่จำต้องมีหลักฐานการใช้เงิน  สามารถนำสืบพยานบุคคลว่าได้มีการใช้เงินต้นกันแล้วได้  เช่นเดียวกันหากการกู้ยืมเงินกันมีหลักฐานเป็นหนังสือแต่การใช้เงินต้นคืนไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ  ซึ่งผู้กู้ก็ได้ชำระคืนไปแล้ว  เช่นนี้  ผู้กู้จำต้องชำระเงินคืนให้ผู้ให้กู้ อีกครั้งหนึ่ง  จะนำพยานบุคคลมานำสืบการใช้เงินไม่ได้

อนึ่งการใช้ดอกเบี้ยคืน  ก็หามีบทบัญญัติให้ต้องมีหลักฐานการใช้คืนดอกเบี้ยแต่อย่างใด  สามารถนำพยานบุคคลมาสืบการใช้คืนดอกเบี้ยได้  (ฎ. 243/2503,  1051/2503)

ข้อ  2  แดงกู้เงินดำจำนวนห้าหมื่นบาท  โดยทำหลักฐานการกู้ยืมเงินเป็นสัญญาระบุรายละเอียดว่า  สัญญานี้ทำขึ้นระหว่างนายดำผู้ให้กู้และนายแดงผู้กู้  โดยนายดำให้นายแดงกู้ยืมเงินจำนวนห้าหมื่นบาทและไม่ต้องการคิดดอกเบี้ย  หากผิดสัญญาจะนำหลักฐานฉบับนี้ไปฟ้องศาล  นายดำได้ลงลายมือชื่อไว้ในฐานะผู้ให้กู้  ส่วนนายแดงบ่ายเบี่ยงไม่ยอมลงลายมือชื่อในฐานะผู้กู้  โดยอ้างว่ากำลังจะเปลี่ยนชื่อเป็นทองแดง  หากดำเนินการเปลี่ยนชื่อใหม่เรียบร้อยแล้วจะมาลงชื่อในสัญญากู้ภายหลัง  

นายดำเกรงว่านายแดงจะบิดพลิ้ว  ผิดคำพูด  จึงขอให้นายแดงประทับลายพิมพ์นิ้วมือลงไว้ในช่องผู้กู้  นายแดงปฏิเสธไม่ได้  จึงประทับลายพิมพ์นิ้วมือไว้ในสัญญาในฐานะเป็นผู้กู้  ต่อมานายแดงไม่ยอมชำระหนี้เงินกู้  นายดำจึงนำหลักฐานดังกล่าวมาฟ้องศาล  ถ้าท่านเป็นศาลท่านจะมีคำวินิจฉัยคดีเงินกู้รายนี้อย่างไร

ธงคำตอบ

มาตรา  9  วรรคหนึ่ง  วรรคสอง  เมื่อมีกิจการอันใดซึ่งกฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือ  บุคคลผู้จะต้องทำหนังสือไม่จำเป็นต้องเขียนเอง  แต่หนังสือนั้นต้องลงลายมือชื่อของบุคคลนั้น

ลายพิมพ์นิ้วมือ  แกงได  ตราประทับหรือเครื่องหมายอื่นทำนองเช่นว่านั้นที่ทำลงในเอกสารแทนการลงลายมือชื่อ  หากมีพยานลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วยสองคนแล้วให้ถือเสมอกับลงลายมือชื่อ

มาตรา  653  วรรคแรก  การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น  ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืม  เป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ  จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่

ในการกู้ยืมเงินมีหลักฐานเป็นหนังสือนั้น  ท่านว่าจะนำสืบการใช้เงินได้ก็ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง  ลงลายมือชื่อให้ผู้ยืมมาแสดง  หรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้นได้เวนคืนแล้วหรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว

วินิจฉัย

หลักฐานการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือตามมาตรา  653  วรรคแรก  ต้องลงลายมือชื่อผู้กู้เป็นสำคัญจึงจะนำมาฟ้องร้องบังคับคดีได้  จากกรณีตามปัญหา  ข้อความในสัญญาแสดงถึงการกู้ยืมเงินระหว่างนายแดงและนายดำจำนวนห้าหมื่นบาทโดยไม่ต้องการคิดดอกเบี้ย  นายดำผู้ให้กู้ได้ลงลายมือชื่อไส้  ส่วนนายแดงได้ประทับลายพิมพ์นิ้วมือลงไว้ในช่องผู้กู้  แต่การลงลายพิมพ์นิ้วมือไว้ในสัญญากู้ตามมาตรา  9  วรรคสอง  มีหลักกฎหมายว่าต้องมีพยานลงลายมือชื่อรับรองลายพิมพ์นิ้วมืออย่างน้อยสองคน  แต่ในสัญญาฉบับนี้ไม่ปรากฏว่ามีพยานลงชื่อรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ  จึงทำให้สัญญานี้ไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา  653  วรรคแรก  ไม่สามารถฟ้องร้องบังคับคดีได้ตามกฎหมาย  นายแดงจึงไม่ต้องชำระหนี้เงินกู้แก่นายดำ

สรุป  ศาลจะไม่สามารถพิพากษาให้นายแดงชำระหนี้เงินกู้รายนี้ได้

ข้อ  3  นายเอกได้เดินทางไปพักแรมยังโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น  โดยมีนายโทเป็นผู้จัดการโรงแรมนายเอกได้จอดรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าสีน้ำเงิน  หมายเลขทะเบียน  พย  2465  ไว้ที่ลานจอดรถหน้าโรงแรม  ส่วนสิ่งของที่นำติดตัวมาด้วยนอกจากกระเป๋าเดินทาง  เงินสดอีกจำนวนหนึ่งแล้วยังมีปืนพกอีกหนึ่งกระบอกราคา  4,000  บาท  เมื่อพักแรมได้  1  คืน  ปรากฏว่าปืนพกที่เก็บไว้ใต้หมอนถูกขโมยไปและรถยนต์ถูกขโมยกระจกมองข้างและไฟสปอร์ตไลท์หน้ารถอีก  1  ดวง  รวมค่าเสียหาย  3,000  บาท  นายเอกไม่ได้แจ้งรายการสิ่งของที่ตนนำมาด้วยต่อทางโรงแรม  แต่เมื่อพบว่าของหายได้รีบแจ้งให้นายโทผู้จัดการโรงแรมทราบทันที  ดังนี้  โรงแรมต้องรับผิดชดใช้ความเสียหายต่อนายเอกอย่างไรบ้าง  จงอธิบาย

ธงคำตอบ

มาตรา  675  วรรคแรก  เจ้าสำนักต้องรับผิดในการที่ทรัพย์สินของคนเดินทางหรือแขกอาศัยสูญหายหรือบุบสลายไปอย่างใดๆ  แม้ถึงว่าความสูญหาย  หรือบุบสลายนั้นจะเกิดขึ้นเพราะผู้คนไปมาเข้าออก    โรงแรม  โฮเต็ล  หรือสถานที่เช่นนั้นก็คงต้องรับผิด

วินิจฉัย

นายเอกได้พักแรมยังโรงแรม  โดยมีนายโทเป็นผู้จัดการโรงแรม  นายเอกได้จอดรถยนต์ของตนไว้ที่ลานจอดรถหน้าโรงแรม  ส่วนสิ่งของที่นำติดตัวเข้ามาพักนอกจากกระเป๋าเดินทางและเงินสด  ยังมีปืนพกหนึ่งกระบอกราคา  4,000  บาท  เมื่อพักแรมได้  1  คืน  ปรากฏว่าปืนพกถูกขโมยและรถยนต์ถูกขโมยชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์เป็นค่าเสียหาย   3,000  บาท  ดังนี้  ปืนพกราคา  4,000  บาท  และค่าเสียหายจำนวน  3,000  บาท  ที่มีคนถอดอะไหล่ชิ้นส่วนรถยนต์ไป  ถือว่าเป็นทรัพย์ตามมาตรา  675  วรรคแรก  ที่โรงแรมต้องชดใช้เต็มจำนวน  หากมีการสูญหายหรือบุบสลายในระหว่างเข้าพักในโรงแรม  โดยสิ่งของตามมาตรา  675  วรรคแรก  นี้  ผู้เดินทางไม่ต้องแจ้งให้โรงแรมทราบว่าตนนำมาด้วยแต่อย่างใด

สรุป  โรงแรมต้องชดใช้ต่อเอกในราคาปืนพก  4,000  บาท  และค่าเสียหายที่รถถูกขโมยอะไหล่อีก  3,000  บาท  รวมเป็น  7,000  บาท