LAW2001 (LA201),(LW204) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยทรัพย์ 2/2547

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2547

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2001 (LA 201),(LW 204) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยทรัพย์

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  4  ข้อ

ข้อ  1  เอกให้โทกู้ยืมเงินเป็นจำนวนสามแสนบาท  ต่อมาเมื่อหนี้เงินกู้ถึงกำหนด  เอกฟ้องโทให้ชำระหนี้เงินกู้  โทขอประนีประนอมหนี้โดยจะโอนที่ดินของตนแปลงหนึ่งให้แทน  เอกตกลง  และศาลมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมหนี้  แต่หลังจากนั้นโทยังไม่ได้ไปจดทะเบียนโอนที่ดินให้จนต่อมาโทนำที่ดินไปเสนอขายให้ตรีในราคาถูก  โดยตรีรู้ว่าโทจะต้องโอนที่ดินแปลงนี้ชำระหนี้แก่เอก  แต่ตรีเห็นว่าราคาถูกจึงรับซื้อไว้และจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแล้ว 

ต่อมาตรีขายที่ดินแก่จัตวา  จัตวาไม่รู้ข้อเท็จจริงใดๆ  เกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้เลย  จึงรับซื้อไว้และจดทะเบียนโอนโฉนดที่ดินแล้ว  ต่อมาเอกเรียกให้โทไปจดทะเบียนโอนโฉนดตามคำพิพากษาตามยอมของศาล  โมปฏิเสธและให้เอกไปติดตามเรียกร้องเอาจากจัตวาเจ้าของคนปัจจุบัน

เอกจึงปรึกษาทนายความว่าระหว่างตนกับจัตวาใครจะมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินกว่ากัน  ถ้าท่านเป็นทนายความ  ขอจงให้คำปรึกษาแก่เอก 

ธงคำตอบ

มาตรา  1299  ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติในประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น  ท่านว่า  การได้มาโดยนิติกรรมซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้นไม่บริบูรณ์  เว้นแต่นิติกรรมจะได้ทำเป็นหนังสือและได้จดทะเบียนการได้มากับพนักงานเจ้าหน้าที่

วินิจฉัย

เอกได้ที่ดินของโทมาจากการพิพากษาตามยอมของศาล  แต่การได้ตามคำพิพากษาตามยอมถือเป็นการได้มาตามมาตรา  1299  วรรคหนึ่ง เมื่อไม่ได้มีการทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนกับพนักงานเจ้าหน้าที่  การได้มาย่อมไม่บริบูรณ์  มีสิทธิแค่บุคคลสิทธิ  เมื่อโทขายที่ดินแก่ตรีแม้ตรีจะซื้อโดยไม่สุจริต  แต่ตรีก็จดทะเบียนสิทธิแล้ว  สิทธิที่เป็นทรัพยสิทธิจึงดีกว่าสิทธิของเอก  ต่อมาตรีขายที่ดินแก่จัตวา  จัตวาได้สิทธิในที่ดินที่สมบูรณ์มาจากตรี  ส่วนเอกมีแค่บุคคลสิทธิเหนือโท  ผู้เป็นลูกหนี้  ดังนั้น  ถ้าข้าพเจ้าเป็นทนายความจะให้คำปรึกษาว่าจัตวามีสิทธิในที่ดินแปลงนี้ดีกว่านายเอก  ด้วยเหตุผลข้างต้น

ข้อ  2  ห้างหุ้นส่วนจำกัดคอมพ์ไฮเทค  เป็นห้างที่ขายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตั้งอยู่บนห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่มีร้านขายคอมพิวเตอร์อยู่หลายร้านในบริเวณเดียวกัน  นายแดงเจ้าของร้านได้นัดหมายให้นายดำลูกค้าที่เคยซื้อคอมพิวเตอร์จากร้านตนมาดูกล้องถ่ายรูปดิจิตอลที่เพื่อนของนายแดงมาฝากขายไว้ที่ร้านนี้  เมื่อนายดำมาดูแล้วเกิดความพอใจจึงตกลงซื้อกล้องถ่ายรูปในราคา  10,000  บาท  ซึ่งเป็นราคาปกติที่ซื้อขายกันในท้องตลาด  

หลังจากใช้มาได้  1  เดือน  นายขาวเจ้าของกล้องได้มาขอกล้องคืนจากนายดำ  ดำจึงมาปรึกษาทนายความว่าตนจะต้องคืนกล้องให้นายขาวหรือไม่  ถ้าท่านเป็นนายความจงให้คำปรึกษาแก่นายดำ

ธงคำตอบ

มาตรา  1332  บุคคลผู้ซื้อทรัพย์สินมาโดยสุจริตในการขายทอดตลาด  หรือในท้องตลาด  หรือจากพ่อค้าซึ่งขายของชนิดนั้น  ไม่จำต้องคืนให้แก่เจ้าของแท้จริง  เว้นแต่เจ้าของจะชดใช้ราคาที่ซื้อมา

วินิจฉัย

นายดำซื้อกล้องถ่ายรูปจากร้านขายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์  แม้ย่านดังกล่าวจะเป็น  ท้องตลาด  แต่ก็เป็นท้องตลาดของคอมพิวเตอร์  มิใช่ของกล้องถ่ายรูป  จึงไม่อาจถือได้ว่านายดำซื้อสินค้านี้มาจากท้องตลาด  จึงไม่เข้ามาตรา  1332  ที่จะไม่ยอมคืนกล้องแก่เจ้าของที่แท้จริงได้จนกว่าจะได้เงิน  10,000  บาทคืน

ดังนั้น  หากข้าพเจ้าเป็นทนายความ  จะให้คำปรึกษาแก่ดำว่าดำจะต้องคืนกล้องแก่ขาว  โดยไม่มีสิทธิเรียกราคากล้องที่ตนจ่ายไปกลับคืนมา

ข้อ  3  เอกยุทธทำพินัยกรรมยกที่ดินและบ้านหลังหนึ่งให้เอกภพ  เอกพงศ์  และเอกพร  บุตรของตน  โดยไม่มีทายาทอื่นอีก  ซึ่งพินัยกรรมระบุให้เอกภพเป็นเจ้าของสองส่วน  เอกพงศ์และเอกพรเป็นเจ้าของคนละหนึ่งส่วน  หลังจากที่เอกยุทธถึงแก่ความตายแล้ว  เอกภพเป็นผู้อยู่อาศัยในที่ดินและบ้านแต่เพียงผู้เดียว  โดยที่ยังไม่มีการแบ่งมรดก  ต่อมาเอกภพได้จ้างช่างมาซ่อมหลังคาบ้านโดยเสียค่าซ่อมไปสี่หมื่นบาท  เอกภพจึงเรียกให้เอกพงศ์และเอกพรช่วยออกค่าใช้จ่ายในการซ่อมหลังคาบ้าน  รวมทั้งค่าน้ำประปา  ค่าไฟฟ้าและค่าโทรศัพท์ที่เอกภพชำระไปแล้วรวมเป็นเงินสองพันบาท  เอกพงศ์กับเอกพรไม่ยอมจ่าย  และเรียกให้นำที่ดินและบ้านนั้นออกขายแล้วนำเงินมาแบ่งกัน  ดังนี้ให้ท่านวินิจฉัยว่าถ้าเอกภพไม่เห็นด้วยกับการขายที่ดินและบ้าน  เอกพงศ์กับเอกพรจะนำที่ดินและบ้านออกขายได้หรือไม่  และเอกพงศ์กับเอกพรต้องร่วมรับผิดในค่าซ่อมหลังคาบ้าน  ค่าน้ำประปา  ค่าไฟฟ้าและค่าโทรศัพท์ที่เอกภพจ่ายไปแล้วหรือไม่  และถ้ารับผิดชอบจะต้องรับผิดชอบคนละเท่าไร

ธงคำตอบ

มาตรา  1358  วรรคสองตอนท้าย  เจ้าของรวมคนหนึ่งๆ  อาจทำการรักษาทรัพย์สินได้เสมอ

มาตรา  1362  เจ้าของรวมคนหนึ่งๆ  จำต้องช่วยเจ้าของรวมคนอื่นๆ  ตามส่วนของตนในการออกค่าจัดการ  ค่าภาษีอากร  และค่ารักษากับทั้งค่าใช้จ่ายทรัพย์สินรวมกันด้วย

มาตรา  1363  วรรคหนึ่ง  เจ้าของรวมคนหนึ่งๆ  มีสิทธิเรียกให้แบ่งทรัพย์สินได้  เว้นแต่จะมีนิติกรรมขัดอยู่  หรือถ้าวัตถุที่ประสงค์ที่เป็นเจ้าของรวมกันนั้นมีลักษณะเป็นการถาวร  ก็เรียกให้แบ่งไม่ได้

มาตรา  1364  การแบ่งทรัพย์สินพึงกระทำโดยแบ่งทรัพย์สินนั้นเองระหว่างเจ้าของรวมหรือโดยขายทรัพย์สินแล้วเอาเงินที่ขายได้แบ่งกัน

ถ้าเจ้าของรวมไม่ตกลงกันว่าจะแบ่งทรัพย์สินอย่างไรไซร้  เมื่อเจ้าของรวมคนหนึ่งคนใดขอศาลอาจสั่งให้เอาทรัพย์นั้นออกแบ่ง  ถ้าส่วนที่แบ่งให้ไม่เท่ากันไซร้  จะสั่งให้ทดแทนกันเป็นเงินก็ได้  ถ้าการแบ่งเช่นว่านี้ไม่อาจทำได้  หรือจะเสียหายมากนักก็ดี  ศาลจะสั่งให้ขายโดยประมูลราคากันระหว่างเจ้าของรวมหรือขายทอดตลาดก็ได้

วินิจฉัย

เอกภพ  เอกพงศ์  และเอกพร  เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินและบ้านซึ่งรับมรดกมาตามพินัยกรรม  โดยเอกภพเป็นเจ้าของสองส่วน  เอกพงศ์และเอกพรเป็นเจ้าของคนละหนึ่งส่วน  และเอกภพเป็นผู้อยู่อาศัยในที่ดินและบ้านแต่เพียงผู้เดียว  ต่อมาเอกภพได้จ้างช่างมาซ่อมหลังคาบ้านโดยเสียค่าซ่อมไปสี่หมื่นบาท  ซึ่งถือว่าเป็นการทำเพื่อรักษาทรัพย์สินที่เจ้าของรวมคนหนึ่งๆ  สามารถทำได้โดยลำพัง  ตาม  ป.พ.พ.  มาตรา  1358  วรรคสอง  และเจ้าของรวมคนหนึ่งๆ  จำต้องช่วย  เจ้าของรวมคนอื่นๆ  ตามส่วนของตนในค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาทรัพย์สินด้วยตาม  ป.พ.พ.  มาตรา  1362  ดังนั้น  เอกพงศ์และเอกพรจะต้องช่วยเอกภพออกเงินค่าซ่อมหลังคาบ้านตามส่วนของตนคือคนละหนึ่งหมื่นบาท

ส่วนค่าน้ำประปา  ค่าไฟฟ้าและค่าโทรศัพท์  ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ของเอกภพ  โดยเฉพาะเอกพงศ์กับเอกพรไม่จำต้องร่วมรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายดังกล่าว

กรณีที่เอกพงศ์กับเอกพรเรียกให้นำที่ดินและบ้านนั้นออกขายแล้วนำเงินมาแบ่งกัน  แต่เอกภพไม่เห็นด้วย  เอกพงศ์กับเอกพรสามารถทำได้  เพราะเจ้าของรวมคนหนึ่งๆ  มีสิทธิเรียกให้แบ่งทรัพย์สินได้  เนื่องจากไม่มีนิติกรรมขัดอยู่  หรือไม่มีวัตถุประสงค์ที่เป็นเจ้าของรวมมีลักษณะเป็นการถาวรตาม  ป.พ.พ.  มาตรา  1363  และการแบ่งทรัพย์สินพึงกระทำได้โดยการขายทรัพย์สิน  แล้วเอาเงินที่ขายได้แบ่งกันตาม  ป.พ.พ.  มาตรา  1364

ข้อ  4  นายทองครอบครองที่ดินมือเปล่าแปลงหนึ่งทำสวนมะพร้าวมาห้าปี  ต่อมานายทองถูกศาลพิพากษาจำคุกเป็นเวลาหนึ่งปีกับหกเดือน  เมื่อถูกจำคุกไปได้สามเดือนนายทองกลัวว่ามะพร้าวในสวนจะตายเพราะไม่มีใครดูแล  จึงได้ติดต่อนายเงินซึ่งเป็นเพื่อนบ้านให้มาช่วยดูแลมะพร้าวในสวนให้และให้เก็บผลออกขายได้โดยเงินที่ขายได้ยินดีให้นายเงินเป็นค่าดูแลสวน  เมื่อนายเงินดูแลสวนมะพร้าวมาได้หนึ่งปี  นายเงินจึงได้เขียนจดหมายไปถึงนายทองว่าต้องการสวนนี้สวนมะพร้าวแปลงนี้ปัจจุบันเป็นของตนแล้ว  และตนได้แจ้งการครอบครองขอออกหนังสือสำคัญบนที่ดินแปลงนี้เป็นชื่อของตนแล้ว  ถ้านายทองออกจากคุกให้ไปหาที่อยู่ที่อื่น  เมื่อได้รับจดหมายนายทองได้เขียนจดหมายตอบขับไล่ให้นายเงินออกจากที่ดินแปลงนี้  แต่นายเงินก็ยังครอบครองที่ดินแปลงนี้ต่อมาจนนายทองได้รับโทษครบกำหนดหนึ่งปีกับหกเดือนจึงมาฟ้องร้องเรียกที่ดินแปลงนี้คืนจากนายเงิน  ให้ท่านอธิบายว่าเมื่อนายทองพ้นโทษระหว่างนายทองกับนายเงินใครมีสิทธิครอบครองที่ดินแปลงนี้ดีกว่ากัน  และนายทองจะฟ้องคดีต่อศาลเรียกที่ดินแปลงนี้คืนจากนายเงินได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  1367  บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตน  ท่านว่าบุคคลนั้นได้ซึ่งสิทธิครอบครอง

มาตรา  1368  บุคคลอาจได้มาซึ่งสิทธิครอบครองโดยผู้อื่นยึดถือไว้ให้

มาตรา  1375  ถ้าผู้ครอบครองถูกแย่งการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายไซร้  ท่านว่าผู้ครอบครองมีสิทธิจะได้คืนซึ่งการครอบครอง  เว้นแต่อีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเหนือทรัพย์สินดีกว่า  ซึ่งจะเป็นเหตุให้เรียกคืนจากผู้ครอบครองได้

การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองนั้น  ท่านว่าต้องฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง 

มาตรา  1381  บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินอยู่ในฐานะเป็นผู้แทนผู้ครอบครอง  บุคคลนั้นจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือได้ก็แต่โดยบอกกล่าวไปยังผู้ครอบครองว่า  ไม่เจตนาจะยึดถือทรัพย์สินแทนผู้ครอบครองต่อไป  หรือตนเองเป็นผู้ครอบครองโดยสุจริต  อาศัยอำนาจใหม่อันได้จากบุคคลภายนอก

มาตรา  1384  ถ้าผู้ครอบครองขาดยึดถือทรัพย์สินโดยไม่สมัคร  และได้คืนภายในเวลาหนึ่งปีนับแต่วันขาดยึดถือ  หรือได้คืนโดยฟ้องคดีภายในกำหนดนั้นไซร้  ท่านมิให้ถือว่าการครอบครองสะดุดหยุดลง

วินิจฉัย 

นายทองครอบครองที่ดินมือเปล่าแปลงหนึ่งทำสวนมะพร้าวมาห้าปี  ต่อมานายทองถูกศาลพิพากษาจำคุกเป็นเวลาหนึ่งปีกับหกเดือน  นายทองขาดการยึดถือทรัพย์สินโดยไม่สมัคร  ตามมาตรา  1384  เดือน  เมื่อถูกจำคุกไปได้สามเดือนนายทองกลัวว่ามะพร้าวในสวนจะตายเพราะไม่มีใครดูแล  จึงได้ติดต่อนายเงินซึ่งเป็นเพื่อนบ้านให้มาช่วยดูแลมะพร้าวในสวนให้  นายทองได้คืนการครอบครองภายในหนึ่งปีโดยมีนายเงินเป็นผู้ยึดถือการครอบครองแทนทำให้นายทองได้มาซึ่งสิทธิครอบครองโดยผู้อื่นยึดถือไว้ให้  ตามมาตรา  1368  จึงถือว่านายเงินเป็นผู้ได้คืนการครอบครองแทนนายทองตามมาตรา  1384 

เมื่อนายเงินดูแลสวนมะพร้าวมาได้หนึ่งปี  นายเงินจึงได้เขียนจดหมายไปถึงนายทองว่าต้องการสวนนี้  สวนมะพร้าวแปลงนี้ปัจจุบันเป็นของตนแล้ว  นายเงินเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือแล้วตามมาตรา  1381  เมื่อเปลี่ยนแล้วจึงถือว่านายเงินแย่งการครอบครองจากนายทองสำเร็จ  ทำให้นายเงินได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองตามมาตรา  1367  แล้วดีกว่านายทอง  นายทองถูกแย่งการครอบครองตามมาตรา  1375  ต้องฟ้องคดีต่อศาลเพื่อเอาคืนการครอบครองภายในหนึ่งปี  เมื่อนายทองได้รับโทษครบกำหนดหนึ่งปีกับหกเดือน  จึงต้องการฟ้องร้องเรียกที่ดินแปลงนี้คืนจากนายเงิน  นายเงินจึงมีสิทธิครอบครองที่ดินแปลงนี้ดีกว่านายทอง  แต่นายทองมีสิทธิได้คืนการครองครองโดยฟ้องเพื่อเอาคืนการครอบครองได้  นายเงินเปลี่ยนการยึดถือแย่งการครอบครองจากนายทองมาได้เพียงสามเดือน  นายทองจึงฟ้องคดีต่อศาลเรียกที่ดินแปลงนี้คืนจากนายเงินได้  ตามมาตรา  1375