ENG 2002 เตรียมสอบภาค 1 ปีการศึกษา 2557 ชุด1 ข้อ82-90

Passage 4

The Dalai Lama writes in The Art of Happiness, with co-writer and psychiatrist Howard c. Cutler. M.D., that “no matter how much [money] we make, we tend to be dissatisfied with our income if our neighbor is making more." He points to professional athletes who complain bitterly about annual salaries in the millions. He says the comparing mind is an impediment to happiness because there will always be someone who is richer, smarter, or better looking.

How does one quiet the comparing mind ? One way is turn away from the TV. While there are lots of good reasons not to watch television, one reason is that people who are inundated with images of more and better products that will make you look cooler or more beautiful, tend to be less satisfied. “Watching TV can triple our hunger for possessions and decrease our personal contentment by 5 percent for every hour watched,” according to a University of Michigan study cited by David Niven, Ph.D. in The 110 Simple Secrets of Happy People. Another study cited in Niven’s book says that television changes our view of the world, leading to unrealistic expectations and reducing our life satisfaction by 50 percent.

องค์ดาไล ลามะ ได้เขียนเอาไว้ในหนังสือชื่อ ศิลปะของการมีความสุข ซึ่งมีผู้เขียนร่วมเป็น นักจิตแพทย์ชื่อ ฮาวเวิร์ด ซี. คัทเลอร์ ว่า ไมว่าเราจะหา (เงิน) มาได้มากแค่ไหน เราก็มักจะไม่ค่อยพอใจ กับรายได้ของเรานัก ถ้าหากเพื่อนบ้านของเราหามาได้มากกว่าท่านยกตัวอย่างนักกีฬาอาชีพที่โอดครวญ เรื่องค่าจ้างรายปีนับหลายล้านที่ได้มา ท่านกล่าวว่า ความคิดที่ชอบเปรียบเทียบคือตัวขัดขวางความสุข เพราะว่ามันจะต้องมีใครสักคนที่รวยกว่า ฉลาดกว่า หรือดูดีกว่าเสมอ

คนเราจะสยบความคิดที่ชอบเปรียบเทียบนี้ได้อย่างไร วิธีหนึ่งก็คือการหันออกจากโทรทัศน์เสีย ในขณะที่มีเหตุผลดี ๆ หลายประการที่เราไม่ควรดูโทรทัศน์ เหตุผลประการหนึ่งก็คือ คนที่จมอยู่กับภาพ อันหลากหลายของสินค้าที่มีมากกว่า ดีกว่า ที่จะทำให้คุณดูเจ๋งกว่าหรือสวยกว่า มักจะมีความพอใจน้อยลง การดูโทรทัศน์สามารถเพิ่มความอยากเป็นเจ้าของได้ถึงสามเท่า และลดความพอใจในตัวเองของเราลง 5 เปอร์เซ็นต์ทุก ๆ ชั่วโมงที่ดูโทรทัศน์จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยมิชิแกนซึ่ง ดร. เดวิด ไนเวน นำไป เขียนไว้ในหนังสือชื่อ ความลับที่แสนง่าย 110 วิธีของคนที่มีความสุข และการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งที่กล่าวไว้ในหนังสือของไนเวนบอกว่า โทรทัศน์เปลี่ยนทัศนะของเราต่อโลก ซึ่งนำไปสู่การคาดหวังที่เกินจริงและ การลดความพึงพอใจในชีวิตของเราลง 50 เปอร์เซ็นต์

82.    The passage is about_______

(1) how to be happy (2) the Dalai Lama

(3) why watch TV (4) the book “The Art of Happiness”

ถาม เนื้อเรื่องนี้เกี่ยวกับ

1. จะสร้างความสุขได้อย่างไร 2. องค์ดาไล ลามะ

3. ทำไมต้องดูโทรทัศน์ 4. หนังสือเรื่อง "ศิลปะของการอยู่เป็นสุข

ตอบ 1 : เนื้อเรื่องนี้พูดถึงวิธีสร้างความสุขให้กับชีวิต โดยในย่อหน้าที่ 1 บอกว่าคนเราจะไม่มีความสุข ถ้ามีความคิดชอบเปรียบเทียบ และในย่อหน้าที่ 2 บอกว่าเราจะกำจัดความคิดชอบเปรียบนี้ ได้โดยวิธีหนึ่งคือการไม่ดูโทรทัศน์ ซึ่งก็เท่ากับหมายความว่าถ้าเราไม่ดูโทรทัศน์หรือดูให้ น้อยลงบางทีเราอาจมีความสุขเพิ่มขึ้น

83.    According to the first paragraph, the Dalai Lama says that________

(1)    our income is always less than other people’s

(2)    high salaries never satisfy people if they are not happy

(3)    people will be happy if no one is richer, smarter, or better looking

(4)    comparing themselves with others, people are never satisfied with what they have

ถาม ตามเนื้อเรื่องในย่อหน้าที่ 1 องค์ดาไล ลามะ กล่าวว่า

1.      รายได้ของเรามักจะน้อยกว่าของคนอื่นเสมอ

2.      เงินเดือนที่สูงไม่เคยสร้างความพอใจให้คนถ้าเขาไม่มีความสุข

3.      คนเราจะมีความสุขได้ถ้าไม่มีใครรวยกว่า ฉลาดกว่า หรือดูดีกว่า

4.      ด้วยการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น คนเราจะไม่เคยพึงพอใจกับสิ่งที่เขามีได้เลย

ตอบ 4  ตรงกับใจความสำคัญของย่อหน้าที่บอกว่า ความคิดชอบเปรียบเทียบจะทำให้คนเราไม่มี ความสุขเนื่องจากเราไม่เคยพึงพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมี

84.    The phrase “professional athletes” which is mentioned in the first paragraph can be an example of the idea that_________

(1) it is difficult for people to be happy

(2) people will be happy if they want to

(3) people have to work hard to be happy

(4) being happy has nothing to do with wealth

ถาม วลี นักกีฬาอาชีพที่กล่าวไว้ในย่อหน้าที่ 1 เป็นตัวอย่างของความคิดที่ว่า

1.   เป็นเรื่องยากที่คนเราจะมีความสุขได้ 2. คนเราจะมีความสุขได้ถ้าเขาอยากจะมี 3. คนเราต้องทำงานหนักเพื่อจะได้มีความสุข 4. การมีความสุขไม่เกี่ยวกับความมั่งคั่ง

ตอบ 4  ประโยคที่ 2 ของย่อหน้านี้เป็นตัวอย่างของประโยคที่ 1 ที่กล่าวถึงคนที่ไม่พอใจในสิ่งที่ตนเองมี คนเหล่านี้จะไม่มีความสุขถึงแม้เขาจะร่ำรวย ดังนั้นเรื่องของความสุขไม่เกี่ยวกับความร่ำรวย

85.    The second paragraph discusses_______

(1) why people watch TV (2) a way to quiet a comparing mind (3) benefits of TV (4) studies on effects of TV programs

ถาม     ย่อหน้าที่ 2 ว่าด้วยเรื่อง          

1.      ทำไมคนเราต้องดูโทรทัศน์       2. วิถีทางที่เราจะสยบความคิดที่ชอบเปรียบเทียบ

3. ประโยชน์ของโทรทัศน์       4. การศึกษาเรื่องผลกระทบจากรายการโทรทัศน์

ตอบ 2  ดูคำอธิบายข้อ 82. ประกอบ

86.    The main idea of the second paragraph is that______.

(1)    when people watch TV, people want more

(2)    to stop comparing, people should not watch TV

(3)    people compare themselves with the images on TV

(4)    the more people watch TV, the less they feel satisfied

ถาม     ใจความสำคัญของย่อหน้าที่ 2 คือ     

1.      เมื่อคนดูโทรทัศน์ คนเราจะมีความต้องการมากขึ้น

2.      เพี่อจะหยุดเรื่องการเปรียบเทียบ เราไม่ควรดูโทรทัศน์

3.      คนเราชอบเปรียบเทียบตัวเองกับภาพในโทรทัศน์

4.      ยิ่งคนดูโทรทัศน์มากขึ้นเท่าไร พวกเขาก็จะมีความพอใจน้อยลง

ตอบ 2  ดูคำอธิบายข้อ 82. ประกอบ

87.    According to the passage, images of more and better products on TV______.

(1)    attract people too much

(2)    adjust people’s point of view

(3)    make people less satisfied with what they have

(4)    will make people look cooler and more beautiful

ถาม     จากเนื้อเรื่อง ภาพของสินค้าที่มีมากกว่าและดีกว่าในโทรทัศน์           

1. ดึงดูดผู้ชมเป็นอย่างมาก   2. ปรับเปลี่ยนมุมมองของคนเรา

3. ทำให้คนพอใจในสิ่งทีเขามีอยู่แล้วน้อยลง 4. ทำให้คนดูเจ๋งกว่าและดูดีกว่า

ตอบ 3  สรุปได้จากประโยคที่ 3 ของย่อหน้าที่ 2

88.    What can be concluded from the passage ?

(1)    The Dalai Lama is a Buddhist.

(2)    If people are rich, they are likely to be unhappy.

(3)    People are often influenced by commercials on TV.

(4)    If you stop watching TV, you will be never sad.

ถาม     อะไรคือสิ่งที่เราสามารถสรุปได้จากเนื้อเรื่องนี้

1.      องค์ดาไล ลามะ เป็นพุทธศาสนิกชน

2.      หากว่าคนเราร่ำรวย เป็นไปได้ว่าพวกเขาจะไม่มีความสุข

3.      คนเรามักจะได้รับอิทธิพลจากโฆษณาทางโทรทัศน์

4.      หากคุณเลิกดูโทรทัศน์ คุณจะไม่มีวันเสียใจ

ตอบ 3  จากย่อหน้าที่ 2 โทรทัศน์ทำให้เรามีความต้องการมากขึ้นและพอใจในตัวเองน้อยลง

89.    The word “impediment” (paragraph 1) is similar in meaning to______.

(1) obstacle      (2) instrument (3) support       (4) approach

ถาม     คำว่า “impediment - ตัวขัดขวาง” (ย่อหน้าที่ 1) มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า   

1.      อุปสรรค           2.      อุปกรณ์           3. สนับสนุน   4.      การเข้าถึง

ตอบ 1  impediment เป็นนามนับได้ แปลว่า อุปสรรค, สิ่งขัดขวาง มีความหมายเหมือนคำว่า obstacle หรือ barrier

90.    The word “decrease” (paragraph 2) is opposite in meaning to_______.

(1)    reduce      (2) grow   (3) enforce        (4) decline

ถาม     คำว่า “decrease - ทำให้ลดลง” (ย่อหน้าที่ 2) ตรงกันข้ามกับคำว่า    

1. ทำให้ลดลง            2.      ทำให้เพิ่มขึ้น    3. บังคับใช้    4.      ลดลง

ตอบ 2  decrease ในที่นี้เป็นสกรรมกริยา (vt.) แปลว่า ทำให้ลดลง มีความหมายเช่นเดียวกับ reduce (vt.) และตรงกันข้ามกับ grow (vt.)